google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
จุดครากหรือเรียกว่า yield strength ของเหล็กรูปพรรณ H-Beam ในประเทศไทย

จุดครากหรือเรียกว่า yield strength ของเหล็กรูปพรรณ H-Beam ในประเทศไทย

ตามมาตรฐานมอก. เหล็กรูปพรรณรีดร้อน H-Beam นั้นถูกแบ่งเป็น 7 เกรด หรือ 7 ขั้นคุณภาพอันประกอบด้วยเกรดที่เรียกว่า SS400, SS490, SS540, SM400, SM490, SM 520 และ SM570

img_25641123_142023

ปัจจุบันเหล็กรูปพรรณ H-Beam ในประเทศไทยที่พร้อมใช้งานตามมาตรฐาน มอก. ที่ใช้กันแพร่หลาย และสามารถหาสินค้าได้เป็นปกติ จะมีอยู่ 2 ชั้นคุณภาพ คือ SS400 กับ SM520 โดยความแตกต่างหนึ่งคือ ค่าการรับแรงดึงที่ต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบในหน้าตัดเท่ากัน เหล็ก SM520 ก็จะรับน้ำหนักได้ดีกว่า หรือพูดอีกแบบหนึ่งได้ว่า ในน้ำหนักที่เท่ากัน โครงสร้าง SM520 ก็จะมีขนาดของโครงสร้างที่เล็กกว่า ซึ่งโดยรวม ก็จะช่วยลดน้ำหนักโครงสร้าง ทำให้ต้นทุนในการก่อสร้างลดลงอย่างมาก และยังส่งผลช่วยลดค่าแรง ค่าขนส่ง และลดภาระฐานรากลงได้อีกมากด้วย

มาตรฐาน มอก. (TIS 1227-2558) ได้กำหนดไว้ว่าเหล็ก SS400 จะต้องมีค่า Yield strength อยู่ที่ประมาณ 2,400 – 2,500 ksc (กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร) และ SM520 จะต้องมีค่า Yield strength อยู่ที่ 3,500 – 3,600 ksc (กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร) ซึ่งค่า Yield strength ก็คือ ค่าที่เหล็กสามารถรับแรงได้ถึงจุดๆหนึ่งและจะเกิดการเสียรูปถาวร การเลือกใช้เหล็กที่ได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญของงานโครงสร้าง เพื่อให้อาคารสามารถรับแรงได้และมีความแข็งแรงปลอดภัยต่อการใช้งาน

หลังคาเหล็กเซรามิก นวกรรมใหม่ของหลังคาเหล็ก เคลือบเซรามิก

หลังคาเหล็กเซรามิก นวกรรมใหม่ของหลังคาเหล็ก เคลือบเซรามิก

        นวกรรมใหม่ของหลังคาเหล็ก เคลือบเซรามิก ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อน และเสียงดัง ของหลังคาเหล็กเมทัลชีททั่วไป เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แข็งแรง ทนทาน สวยงาม หรูหรา ดูดี มีระดับ
        ปัจจุบันมีหลังคาหลากหลายชนิดให้เลือกใช้ หลังคากระเบื้องมีสีสันที่สวยงาม แต่มีน้ำหนักเยอะ และสิ้นเปลืองในเรื่องของโครงสร้าง อีกทั้งมีราคาที่สูง และหลังคาที่นิยมนำมาใช้กันมากที่สุดคือหลังคามทัลชีท มีน้ำหนักเบา แต่มีข้อเสียเยอะ ทั้งไม่มีรูปลอน ไม่สวยงาม ความร้อน เสียงดัง และการลั่นของตัวหลังคาเอง หลังคาเหล็กเซรามิก CMR ได้ออกมาแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยผลิตแผ่นหลังคาเหล็ก ขึ้นรูปลอนที่สวยงาม และเคลือบด้วยเม็ดเซรามิก ซึ่งแก้ปัญหาเรื่องเสียง ความร้อน การลั่นของหลังคาได้อย่างดีเยี่ยม และยังมีรูปลอน สีสันที่สวยงาม อีกทั้งราคาเทียบเท่ากับเมทัลชีทในปัจจุบันอีกด้วย
 2

รายละเอียด


  • ผลิตจากแผ่นเหล็กอะลูซิงค์ เคลือบด้วยเม็ดเซรามิก และสีเรซิน พอลิเมอร์สูตรน้ำ คุณภาพสูง
  • วัสดุมีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อทุกสภาวะอากาศ ปลอดภัยจากพายุฝน ลมแรง และลูกเห็บ
  • หลังคาเหล็กมีผิวสัมผัส ช่วยกระจายแรงตกกระทบของน้ำฝน ลดเสียงดังของหลังคา ขณะฝนตกหนักได้ดี
  • ช่วยสะท้อนแสงแดด ความร้อน และรังสี UV&IR ลดความร้อนภายในอาคารให้เย็นสบาย
  • สีสวยทนทานนานนับ 30 ปี มีอายุการใช้งานยาวนาน
  • ติดตั้งง่าย สะดวก งานเสร็จเร็ว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวม
  • ปลอดภัยต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • รุ่น มาตรฐาน ขนาด 76 x 120 ซม.และ 76 x 225 ซม.
    น้ำหนัก :  5.64 kg. และ 10.58 kg.
  • สีมาตรฐาน สีอิฐ Terracotta , มอคค่า Mocha, ชาโคลเกรย์ Charcoal Gray

5

เหล็กกล้า เหล็กกล้าเป็นอย่างไร มีส่วนผสมอะไรบ้าง

เหล็กกล้า เหล็กกล้าเป็นอย่างไร มีส่วนผสมอะไรบ้าง

เหล็กกล้า เป็นเหล็กที่มีความเหนียวแน่นมากกว่าเหล็กหล่อ ทั้งสามารถขึ้นรูปด้วยวิธีทางกลได้ จึงทำให้เหล็กชนิดนี้ นิยมถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายและกว้างขวางมากขึ้น  ตัวอย่างเหล็กกล้าที่มักจะพบได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน คือ เหล็กแผ่น เหล็กโครงรถยนต์หรือเหล็กเส้น เป็นต้น นอกจากนี้คาร์บอนก็สามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มย่อยๆ ดังนี้

เหล็กกล้าคาร์บอน จะมีส่วนผสมหลักเป็นคาร์บอนและมีส่วนผสมอื่นๆ ปนอยู่บ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจะมีธาตุอะไรติดมาในขั้นตอนการถลุงบ้าง ดังนั้นเหล็กกล้าคาร์บอน จึงสามารถแบ่งเป็นย่อยๆ ได้อีก ตามปริมาณธาตุที่ผสมดังนี้

  1. เหล็กคาร์บอนต่ำ มีคาร์บอนต่ำกว่า 0.2% และมีความแข็งแรงต่ำมาก จึงนำมารีดเป็นแผ่นได้ง่าย เช่น เหล็กเส้น เหล็กแผ่น เป็นต้น
  2. เหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง จะมีคาร์บอนอยู่ประมาณ 0.2-0.5% มีความแข็งแรงสูงขึ้นมาหน่อย สามารถนำมาใช้เป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักรกลได้
  3. เหล็กกล้าคาร์บอนสูง มีคาร์บอนสูงกว่า 0.5% มีความแข็งแรงสูงมาก นิยมนำมาอบชุบความร้อนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้น และสามารถต้านทานต่อการสึกหรอได้ดี จึงนิยมนำมาทำเครื่องมือเครื่องใช้ที่ต้องการผิวแข็ง

เหล็กกล้าผสม เป็นเหล็ก ที่มีการผสมธาตุอื่นๆ เข้าไปโดยเจาะจง เพื่อให้คุณสมบัติของเหล็ก เป็นไปตามที่ต้องการ โดยเหล็กประเภทนี้มักจะมีความสามารถในการต้านทานต่อการกัดกร่อนและสามารถนำไฟฟ้าได้ รวมถึงมีคุณสมบัติทางแม่เหล็กอีกด้วย ซึ่งก็จะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ เหล็กกล้าผสมต่ำและเหล็กกล้าผสมสูง นั่นเอง โดยเหล็กกล้าผสมต่ำ จะเป็นเหล็กกล้าที่มีการผสมด้วยธาตุอื่นๆ น้อยกว่า 10% และเหล็กกล้าผสมสูง จะเป็นเหล็กกล้าที่มีการผสมด้วยธาตุอื่นๆ มากกว่า 10%

เหล็ก เป็นแร่ธาตุที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันมากที่สุด และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการนำมาใช้งานในหลายๆ ด้าน แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง คือมีน้ำหนักมาก ทำให้เคลื่อนย้ายได้ไม่ค่อยสะดวกมากนัก อย่างไรก็ตาม เหล็ก ก็ยังคงเป็นที่นิยมและมีการนำมาใช้งานในอุตสาหกรรมหรือการผลิตเครื่องจักรกลต่างๆ รวมทั้งใช้ในการสร้างบ้านด้วย เพราะเป็นโลหะที่มีความแข็งแรงและทนทานมาก

การเลือกใช้โครงหลังคาให้เหมาะสมกับงบประมาณ

การเลือกใช้โครงหลังคาให้เหมาะสมกับงบประมาณ

การเลือกใช้โครงหลังคาให้เหมาะสมกับงบประมาณ โครงหลังคาที่นิยมใช้กันและเรารู้จักกันดีคือ โครงหลังคาเหล็ก และ โครงหลังคาไม้ สำหรับหลักในการเลือกใช้โครงหลังคาก็คือ หากเราไม่ได้ต้องการโชว์ตัวมันเอง เช่น มีฝ้าเพดานปิดเรียบร้อย ก็ใช้แค่โครงเหล็กธรรมดาก็เพียงพอและประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย แต่บางท่านอาจจะต้องการบ้านที่โชว์โครงสร้าง อันนี้แหละที่เราจะมาดูทางเลือกและราคากัน

1. โครงหลังคาเหล็ก เป็นโครงหลังคาที่เป็นที่นิยมที่สุดเนื่องจากราคาไม่แพงมาก การดูแลรักษาต่ำ หาช่างติดตั้งง่าย และคงทนถาวร ข้อดีของโครงหลังคาเหล็กคือสามารถทำหลังคาได้หลากหลายรูปแบบ

6-1_%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-1024x614

ขนาดของโครงหลังคาเหล็กมีให้เลือกหลายขนาดขึ้นอยู่กับชนิดของหลังคาที่จำนำมามุง และจำเป็นต้องผ่านการคำณวณการรับ น้ำหนักจากวิศวกรก่อนเสมอ โดยเหล็กที่นิยมใช้ก็มีหลายราคาให้เลือก คือ
1.1 เหล็กรูปพรรณ ทั่วๆไป มันก็คือเหล็กสีดำทั่วๆไปที่เราเห็นเค้าเอามาทำหลังคา ทำเสา ทำโครงสร้างทั่วๆไปนั่นแหละ เหล็กประเภทนี้ต้องนำมาทาสีกันสนิมก่อน 2-3 ชั้น เพื่อให้โครงหลังคาคงทนถาวรไม่ผุกร่อนง่าย ส่วนสีกันสนิมนั้นก็มีหลายเกรดให้เลือกตามกำลังเงินและความจำเป็นแต่บ้าน โดยทั่วไปจะใช้แค่เกรดกลางๆที่ทาออกมาแล้วมันจะออกสี แดงออกส้มๆ นอกเสียจากบ้านที่อยู่ใกล้ทะเลจึงจะต้องใช้เกรดที่ดีหน่อย แล้วจึงจะทาทับด้วยสีจริงตามต้องการต่อไป
1.2 เหล็กเคลือบกัลวาไนซ์ เหล็กชนิดนี้เราสามารถเอามาทำการก่อสร้างได้เลยโดยไม่ต้องทาสีกันสนิมทับแล้ว เนื่องจากตัวเหล็กได้ทำการเคลือบกันสนิมมาจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว ตัวเหล็กจะออกสีเงินๆสามารถเอามาทาสีจริงทับได้ แต่ต้องทาสีรองพื้นชนิดพิเศษโดยเฉพาะเสียก่อน เช่น TOA wash primer ก็สามารถทำให้เสาเป็นสีได้ก็ได้ที่เราต้องการ แน่นอนว่าราคาจะสูงกว่าราคาเหล็กธรรมดานิดหน่อยแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ ค่าแรงที่จ่ายและความน่ากังวลเรื่องมาตฐานการกันสนิมก็น้อยลงด้วย
1.3 เหล็กโครงถัก (Truss roof) Truss คือการนำเหล็กรูปพรรณขนาดต่างๆมาสานเชื่อมกันเพื่อให้โครงหลังคาสามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น เราจะใช้กับงานที่ต้องการพื้นที่ใช้งานกว้างๆโดยไม่อยากให้มีเสามาเกะกะ จะนำเอาเหล็กธรรมดาหรือกัลวาไนซ์มาใช้ก็ได้เช่นกัน
960_4-940x557
2. โครงหลังคาไม้เนื้อแข็ง โครงสร้างหลังคาไม้นั้น มักใช้กับบ้านที่ต้องการโชว์ให้เห็นโครงหลังคาเป็นส่วนใหญ่ เพราะโครงไม้ราคาสูงกว่าหลังคาเหล็ก ส่วนอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับชนิดของไม้และกระบวนการเคลือบน้ำยาป้องกันปลวก การเลือกไม้มาทำโครงสร้างต้องเป็นไม้เนื้อแข็งที่เนื้อไม้ต้องแห้งสนิทจริงๆ เพื่อไม่ให้ไม้เกิดการ หด บิด หรือ ขยายตัวในอนาคตจากสภาพอากาศ เพราะสิ่งเหล่านั้นจะส่งผลต่อแผ่นหลังคาทำให้ร้าว แตกหักเสียหายได้นั่นเอง ส่วนการติดตั้งต้องการช่างที่ชำนาญงานจึงจะออกมาสวยงาม จึงต้องยอมทำใจกับค่าแรงที่จะสูงกว่าโครงเหล็กทั่วไป และระยะเวลาในการทำงานก็จะนานกว่าเช่นกัน
3. โครงหลังคาวัสดุธรรมชาติอื่นๆ อันนี้อาจจะเรียกว่าโครงสร้างทางเลือกก็ได้ครับ เพราะไม่ใช่โครงสร้างที่เป็นที่นิยมแต่มักจะใช้เฉพาะที่หรือตามรสนิยมมากกว่า เช่นโครงหลังคาไม้ไผ่ ที่มักนิยมใช้กับบ้านพักตากอากาศหรือรีสอร์ทริมทะเลกันมากขึ้น โครงสร้างเหล่านี้มักต้องการช่างที่ชำนาญในการติดตั้งจึงมีราคาค่อนข้างสูง แต่สิ่งที่ได้มาคือความเป็นเอกลักษณ์น่าสนใจ
เหล็กแผ่นดำ หรือที่เรียกว่า Steel Plate

เหล็กแผ่นดำ หรือที่เรียกว่า Steel Plate

เหล็กแผ่นดำ หรือที่เรียกว่า Steel Plate

เป็นชนิดหนึ่งของเหล็กแผ่น เหล็กมีลักษณะเป็นแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ มีหลายขนาดและความหนา

การใช้งานของเหล็กแผ่นดำ

การใช้งานของเหล็กแผ่นดำนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นงานพื้น และงาน footing หรืองานโครงสร้างทั่วไป การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์
งานต่อเรือ สะพานเหล็ก งานท่อ งานถังแก๊ส งานขึ้นรูปทั่วไปที่ไม่เน้นคุณภาพผิวและเป็นการขึ้นรูปไม่ลึกมาก

ลักษณะของเหล็กแผ่นดำ

เหล็กมีลักษณะเป็นแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ มีหลายขนาดและความหนา เหล็กแผ่นดำมีความหนาตั้งแต่ 1.0 –25มม. เป็นเหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Steel) ลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ ขนาดมาตรฐาน 4’x8’ 5’x10’ และ 5’x20’

มาตรฐานผลิตภัณฑ์ : มอก.1479-2541, มอก.528-2548, JIS G 3101, JIS G 3131 จากJIS G3101-1995/DIN/ASTM โดยเกรดที่เราจัดจำหน่ายอย่างเป็นที่นิยมคือ SS400

วัสดุก่อสร้างราคาถูก เพื่อสมาชิกบิลค์เท่านั้น ถูกกว่า! เพราะธุรกิจรับเหมาทั่วประเทศสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างผ่านเยลโล่เป็นล๊อตใหญ่
เราจึงสามารถดีลราคากับผู้ผลิตโดยตรงแล้วมาจำหน่าย วัสดุก่อสร้างราคาถูก ต่ำกว่าท้องตลาด 2-10% นอกจากนี้เยลโล่
ยังไม่มีหน้าร้านทำให้ต้นทุนการขายต่ำลง จึงขายสินค้าได้ในราคาถูกลงได้อีก

การเก็บกองเหล็กที่หน่วยงานก่อสร้างควรเป็นอย่างไร

การเก็บกองเหล็กที่หน่วยงานก่อสร้างควรเป็นอย่างไร

             ในหน่วยงานก่อสร้างนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีวัสดุวางตามจุดต่างๆ เพื่อเตรียมการก่อสร้างซึ่งมีทั้งวัสดุที่กำลังรอนำไปใช้และวัสดุที่เหลือเพื่อรอนำไปทิ้ง ทำให้การจัดการพื้นที่เก็บวัสดุมีสำคัญ โดยเฉพาะเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนซึ่งเป็นหนึ่งในวัสดุที่มีความสำคัญกับโครงสร้างของอาคาร จึงควรมีการบริหารการจัดเก็บที่ดีพอสมควร แต่ก็ไม่ได้เป็นวิธีที่ยุ่งยากเกินไปทั้งนี้เพื่อให้เหล็กดังกล่าวอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน

1.การเตรียมพื้นที่จัดเก็บ

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่เลือกใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนในโครงการนั้นๆ และมีปริมาณที่มาก จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมพื้นที่จัดเก็บทั้งก่อนใช้งานและเหล็กที่เหลือจากการใช้งาน โดยสามารทำโรงเก็บแบบชั่วคราวไว้ในพื้นที่โครงการ โดยทำการเทพื้นคอนกรีตชั่วคราวหนาประมาณ 15 – 20 ซม. และควรมีวัสดุเช่นไม้หมอน หรือ เศษเหล็กที่เหลือจากการใช้งาน มาทำการรองไว้ด้านล่างของกองเหล็กดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงให้เหล็กสัมผัสความชื้นจากพื้นดินซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสนิม

2.ทาสีกันสนิม

มีหลายกรณีที่ผู้รับเหมาเลือกที่จะนำเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนมาทาสีที่หน่วยงานก่อสร้างเอง ซึ่งวิธีนี้หากงานก่อสร้างที่กินเวลายาวนานหรือก่อสร้างในช่วงฤดูฝนจะทำให้เหล็กนั้นๆ มีโอกาสที่จะเกิดสนิมขึ้นแทบจะ 100% ดังนั้นควรทาหรือพ่นสีกันสนิมตั้งแต่เหล็กดังกล่าวมาถึงหน่วยงานก่อสร้าง หรือเลือกวิธีสั่งเหล็กที่มีการทาหรือพ่นกันสนิมมาจากโรงงานของผู้ผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพของเหล็กให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน ทั้งยังเพิ่มความมั่นใจให้เจ้าของโครงการมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

3.การจัดเก็บให้ถูกประเภท

          ในบางโครงการนั้น ผู้ออกแบบวิศวกรมีการเลือกใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนทั้ง 2 เกรด คือ SS400 และ SM520 ซึ่งในด้านต้นทุนค่าก่อสร้างนั้น ในบางโครงการสามารถช่วยให้ประหยัดต้นทุนงานโครงสร้างได้ถึง 20% แต่การจัดเก็บเหล็กทั้ง 2 เกรด ควรแยกให้ชัดเจนไม่นำมาวางกองรวมกัน หากวางใกล้กันควรมีป้ายหรือสัญลักษณ์บอกอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการเลือกไปใช้งานตามแบบที่กำหนดมา

4.พื้นที่จัดเก็บสำหรับโครงการขนาดเล็ก

                สำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มักทำโรงเก็บแบบชั่วคราวอยู่แล้ว ส่วนในกรณีโครงการขนาดเหล็ก การสร้างโรงเก็บแบบชั่วคราวอาจทำให้งบประมาณบานปลายเกินความจำเป็น สามารแก้ปัญหาได้ด้วยการแบ่งพื้นที่ขนาดเล็กเอาไว้แล้วปูด้วยผ้าใบหรือพลาสติกบนพื้น แทนการเทพื้นคอนกรีตเพื่อกันความชื้นจากดิน จากนั้นจึงนำไม้หมอน หรือเศษเหล็กที่เหลือจากการใช้งาน มาทำการรองไว้ด้านล่างของกองเหล็กดังกล่าวและปิดคลุมด้วยพลาสติกอีกทีนึง เผื่อกรณีฝนตกและกันน้ำค้างในตอนเช้า เพียงเท่านี้โครงการขนาดเล็กก็สามารถมีที่เก็บเหล็กและป้องกันเหล็กจากสนิมได้โดยไม่ยุ่งยากแล้ว

 

ขอบคุณข้อมูลhttps://www.hbeamconnect.com/

 

หากต้องการใช้เหล็กเป็นโครงก่อสร้างบ้านด้วยเหล็ก H Beam เหล็กก่อสร้างรูปพรรณทุกชนิด สามารถโทรมาสอบถามข้อสงสัยการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างเฮชบีม สามารถติดต่อที่ 02 749 1007-14  ได้ในเวลาทำการครับ

qr-code-thanasarn

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า