หลังคาเหล็กเซรามิก หลับสบาย ไร้เสียงรบกวน
ทำให้ไม่มีเสียงมากวนใจขณะหลับหรือทำกิจกรรมอื่นๆ
รังสีความร้อนสามารถแผ่เข้าสู่บ้านได้หลายทาง ทั้งผนังบ้าน หน้าต่าง แต่พื้นที่หลักที่รับรังสีความร้อนคือหลังคา ดังนั้นการเลือกใช้หลังคาจึงมีความสำคัญมาก ควรเลือกใช้หลังคาที่สามารถสะท้อนแสงแดด ลดความร้อนได้เป็นอย่างดี

ที่ผ่านมาวัสดุมุงหลังคา ยังพบปัญหา เรื่องการแตกร้าว ทำให้มีโอกาสน้ำรั่วซึม ปัญหาความร้อน เสียงดัง มีน้ำหนักมาก ไม่สะดวกในการขนย้ายและติดตั้ง สีซีดจางเร็ว อายุการใช้งานสั้น ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากใช้สีเคลือบลงบนแผ่นเป็นสีน้ำมัน
หากจะมองหาวัสดุมุงหลังคาในอนาคต ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้
ผลิตภัณฑ์หลังคาเหล็กเซรามิก CMR เป็นสินค้านวัตกรรมด้านหลังคา เคลือบเม็ดเซรามิก เจ้าแรกและเจ้าเดียวของปรเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาเดิมของหลังคาเมทัลชีท ทั้งเรื่อง เสียง และ ความร้อน ออกแบบให้ ง่ายต่อการขนย้าน ติดตั้ง และป้องกันการรั่วซืม มีความแข็งแรง สวยงาม รับประกันคุณภาพสียาวนานถึง 30 ปี


ตามมาตรฐานมอก. เหล็กรูปพรรณรีดร้อน H-Beam นั้นถูกแบ่งเป็น 7 เกรด หรือ 7 ขั้นคุณภาพอันประกอบด้วยเกรดที่เรียกว่า SS400, SS490, SS540, SM400, SM490, SM 520 และ SM570

ปัจจุบันเหล็กรูปพรรณ H-Beam ในประเทศไทยที่พร้อมใช้งานตามมาตรฐาน มอก. ที่ใช้กันแพร่หลาย และสามารถหาสินค้าได้เป็นปกติ จะมีอยู่ 2 ชั้นคุณภาพ คือ SS400 กับ SM520 โดยความแตกต่างหนึ่งคือ ค่าการรับแรงดึงที่ต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบในหน้าตัดเท่ากัน เหล็ก SM520 ก็จะรับน้ำหนักได้ดีกว่า หรือพูดอีกแบบหนึ่งได้ว่า ในน้ำหนักที่เท่ากัน โครงสร้าง SM520 ก็จะมีขนาดของโครงสร้างที่เล็กกว่า ซึ่งโดยรวม ก็จะช่วยลดน้ำหนักโครงสร้าง ทำให้ต้นทุนในการก่อสร้างลดลงอย่างมาก และยังส่งผลช่วยลดค่าแรง ค่าขนส่ง และลดภาระฐานรากลงได้อีกมากด้วย
มาตรฐาน มอก. (TIS 1227-2558) ได้กำหนดไว้ว่าเหล็ก SS400 จะต้องมีค่า Yield strength อยู่ที่ประมาณ 2,400 – 2,500 ksc (กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร) และ SM520 จะต้องมีค่า Yield strength อยู่ที่ 3,500 – 3,600 ksc (กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร) ซึ่งค่า Yield strength ก็คือ ค่าที่เหล็กสามารถรับแรงได้ถึงจุดๆหนึ่งและจะเกิดการเสียรูปถาวร การเลือกใช้เหล็กที่ได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญของงานโครงสร้าง เพื่อให้อาคารสามารถรับแรงได้และมีความแข็งแรงปลอดภัยต่อการใช้งาน

รายละเอียด

เหล็กกล้า เป็นเหล็กที่มีความเหนียวแน่นมากกว่าเหล็กหล่อ ทั้งสามารถขึ้นรูปด้วยวิธีทางกลได้ จึงทำให้เหล็กชนิดนี้ นิยมถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายและกว้างขวางมากขึ้น ตัวอย่างเหล็กกล้าที่มักจะพบได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน คือ เหล็กแผ่น เหล็กโครงรถยนต์หรือเหล็กเส้น เป็นต้น นอกจากนี้คาร์บอนก็สามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มย่อยๆ ดังนี้
เหล็กกล้าคาร์บอน จะมีส่วนผสมหลักเป็นคาร์บอนและมีส่วนผสมอื่นๆ ปนอยู่บ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจะมีธาตุอะไรติดมาในขั้นตอนการถลุงบ้าง ดังนั้นเหล็กกล้าคาร์บอน จึงสามารถแบ่งเป็นย่อยๆ ได้อีก ตามปริมาณธาตุที่ผสมดังนี้
เหล็กกล้าผสม เป็นเหล็ก ที่มีการผสมธาตุอื่นๆ เข้าไปโดยเจาะจง เพื่อให้คุณสมบัติของเหล็ก เป็นไปตามที่ต้องการ โดยเหล็กประเภทนี้มักจะมีความสามารถในการต้านทานต่อการกัดกร่อนและสามารถนำไฟฟ้าได้ รวมถึงมีคุณสมบัติทางแม่เหล็กอีกด้วย ซึ่งก็จะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ เหล็กกล้าผสมต่ำและเหล็กกล้าผสมสูง นั่นเอง โดยเหล็กกล้าผสมต่ำ จะเป็นเหล็กกล้าที่มีการผสมด้วยธาตุอื่นๆ น้อยกว่า 10% และเหล็กกล้าผสมสูง จะเป็นเหล็กกล้าที่มีการผสมด้วยธาตุอื่นๆ มากกว่า 10%
เหล็ก เป็นแร่ธาตุที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันมากที่สุด และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการนำมาใช้งานในหลายๆ ด้าน แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง คือมีน้ำหนักมาก ทำให้เคลื่อนย้ายได้ไม่ค่อยสะดวกมากนัก อย่างไรก็ตาม เหล็ก ก็ยังคงเป็นที่นิยมและมีการนำมาใช้งานในอุตสาหกรรมหรือการผลิตเครื่องจักรกลต่างๆ รวมทั้งใช้ในการสร้างบ้านด้วย เพราะเป็นโลหะที่มีความแข็งแรงและทนทานมาก
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า