โดย khwankaew | มิ.ย. 12, 2023 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
SYS PRIMERBOND (ไพรเมอร์บอนด์)
เหล็กพร้อมทำสีรองพื้นกันสนิม เรียบร้อยมาจากโรงงาน ช่วยรักษาเนื้อเหล็กให้ทนทานแข็งแรง แม้ต้องเจอกับอากาศหน้าฝนที่มีความชื้นสูง อีกทั้งยังช่วยลดการสร้างฝุ่นละอองหรือ PM 2.5 ที่หน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เราก่อสร้างอาคารโครงสร้างเหล็กได้อย่างมั่นคงแข็งแรงและรวดเร็ว โดยไม่รบกวนคุณภาพของอากาศรอบข้าง
การเลือกใช้ SYS PRIMERBOND ช่วยปกป้องโครงสร้างได้ดีกว่าหากเทียบกับการใช้เหล็กโครงสร้างทั่วไป นั่นเพราะเมื่อเราสั่งเหล็กทั่วไปมาใช้ ในขณะที่กองเก็บเอาไว้เพื่อรอการทำความสะอาดและทำสี เหล็กโครงสร้างอาจสัมผัสกับความชื้นและฝุ่น จนทำให้เกิดสนิมหรือมีฝุ่นเกาะจนทำให้การลงสีไม่ได้มาตรฐานได้ นอกจากนี้การเตรียมผิวและพ่นสีเองที่หน้างานยังทำให้เกิดฝุ่นละอองรบกวนพื้นที่รอบข้างด้วย ซึ่งส่งผลให้คุณภาพอากาศแย่ลงได้
แตกต่างกับ SYS PRIMERBOND ที่เป็นวัสดุเหล็กที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วมาจากที่โรงงาน ทั้งการแปรรูปขนาดชิ้นส่วนและการทำสีกันสนิม ทำให้ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองในอากาศได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำมากองเก็บที่หน้างานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้น รวมถึงสามารถยกติดตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมผิว เพราะ SYS PRIMERBOND ผ่านการทำความสะอาดผิวเหล็กด้วยวิธีการพ่นทราย ที่เป็นการทำความสะอาดที่ดีที่สุด ทั้งยังผ่านขั้นตอนการพ่นสีที่ได้มาตรฐานมาแล้ว
การเลือกใช้งานวัสดุก่อสร้างที่มีการปกป้องเนื้อเหล็กและคุณภาพอากาศที่ดี อย่าง SYS PRIMERBOND จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เราได้ทั้งคุณภาพงานก่อสร้างและคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นได้จริง ไม่ว่าจะฤดูกาลหรือสภาพอากาศแบบไหน ก็ใช้งานได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องสนิมและฝุ่นละอองอีกต่อไป
SYS PRIMERBOND (ไพรเมอร์บอนด์) ช่วยปกป้องโครงสร้างได้ดีกว่าหากเทียบกับการใช้เหล็กโครงสร้างทั่วไป เพราะระหว่างการเก็บรอเพื่อใช้งาน เหล็กอาจสัมผัสกับความชื้นและฝุ่น จนทำให้เกิดสนิม หรือฝุ่นเกาะ จนทำให้การลงสีไม่ได้มาตรฐาน การเลือกใช้ SYS PRIMERBOND ไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้น รวมถึงสามารถยกติดตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมผิว จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ได้งานก่อสร้างที่มีคุณภาพ แม้ต้องเจอกับอากาศในหน้าฝน
โดย saweang | มิ.ย. 12, 2023 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ใช้งานแตกต่างกันระหว่างท่อเหล็กและท่อ
คนมักสับสนเกี่ยวกับการใช้คำอธิบายของท่อเหล็ก เมื่อการใช้เหล็กท่อ นอกจากนี้ คุณต้องไปตามสถานการณ์ว่า จากพื้นที่อื่นของประเทศอื่น บางเรียกว่าท่อที่บางสายอื่น ๆ หลอด จริงสำหรับสิ่งเดียวกัน และเนื่องจากมีลักษณะคล้ายผลิตภัณฑ์เดียวกัน รูปทรง กลวงในกลาง วัสดุในโลหะเหล็กกลม นี่เรากำลังพูดถึงการใช้งานที่แตกต่างกันระหว่างท่อเหล็กและท่อ
ท่อที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ความดันสูง และร้อนบริการ ระบบการขนส่งของเหลว
เป็นท่อเน้นการทำงานของขนส่งสื่อซึ่งภายใต้ความดันที่อื่น เพื่อให้ท่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น tees เสมอข้อศอก และวาล์ว เช่นมาตรฐาน API 5l, 3183, ASTM A106, ASTM A53, ASTM A333, ISO ฯลฯ
หลอดเป็นส่วนใหญ่ความร้อนแลกเปลี่ยนระบบ บริการหม้อไอน้ำ เรือ ชุดหลอด หลอด U อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องจักรอะไหล่ฯลฯ ดังนั้น ท่อขนาดเสมอในความคลาดเคลื่อนน้อยกว่าท่อ หลอดมาตรฐานเช่นวัสดุคาร์บอนในท่อ ASTM A179, ASTM A192 และสแตนเลสใน ASTM A213, ASTM A270 เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูลจากhttp://th.uvicsteelpipe.com/info/different-applications-between-pipe-tube-24531701.html
โดย saweang | เม.ย. 21, 2023 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กเอชบีม H Beam steel แข็งแรงไหม ?
เหล็กเอชบีมเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ วัสดุที่มีความแข็งสูงมาก สามารถนำไปประกอบโครงสร้างงานที่ต้องรับน้ำหนักได้ดี แต่ว่าอาจจะไม่เหมาะกับงานที่ต้องรับแรงกระแทกเยอะ
เหล็กไอบีมและเหล็กเอชบีม เหล็กทั้ง 2 ถ้าหากมอง อาจจะรู้สึกว่ามีลักษณะคล้ายกัน และน่าจะใช้งานทดแทนกันได้ แต่ความจริงแล้วไม่สามารถใช้งานแทนกันได้ เนื่องจากเหล็กเอชบีมนั้นจะเหมาะกับงานก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่
โดยจะนำไปประกอบเป็นเสา คาน และโครงหลังคา ส่วนเหล็กไอบีมจะนิยมนำไปทำรางเคน (Crane Girder) สำหรับยกสิ่งของที่มีน้ำหนักเยอะๆ และจะใช้ประกอบรางเลื่อนในโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงไม่ควรทำเหล็กทั้งสองชนิดนี้มาใช้งานทดแทนกันเด็ดขาด
ขนาดความยาวของเหล็กไอบีม เหล็กเอชบีม 6เมตร ,9เมตรและ 12เมตร
เหล็กเอชบีม H-beam ไอบีม I-beam ต่างกันอย่างไร? เหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ
ด้านการนำไปใช้งาน
เหล็กเอชบีม H-beam ไวด์แฟรงค์ Wide Flange และ จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก
ด้านลักษณะรูปร่าง
จุดแตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด เป็นรูปตัว H เท่ากันทั้งปีกและส่วนเสา ส่วนเหล็กเสาไวด์แฟรงค์ Wide Flange จะ มีความหนาเท่ากันตลอดเช่นกัน
แต่ส่วนปีก จะมีความกว้างไม่เท่ากับความกว้างเสา ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน
โดย saweang | เม.ย. 21, 2023 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กเอชบีม คือ เหล็กที่มีขนาดขาสองมีความยาวเท่ากัน รูปตัวเอช (H) จึงอาจจะมีคนเรียกชื่อเหล็กเอชบีม เป็น เหล็กตัวเอช เหล็กบีม เสาเอช เหล็กปีกไอ เสาบีม ซึ่งทุกชื่อนั้นหากได้ยินที่ไหนให้ระลึกไว้เลยว่าทั้งหมดคือเหล็กชนิดเดียวกัน เหล็กบีมเป็นเหล็กที่มีเกิดจากเหล็กรูปพรรณรีดร้อนในลักษณะหน้าตัดของเหล็กเป็นรูปตัวเอช (H) ที่มีขนาดความสูง-กว้างทุกด้านเท่ากัน มีจุดเด่นตรงที่สามารถทนรับแรงกดทับ และรับน้ำหนักในงานโครงสร้างใหญ่มากๆ ได้ดี
ข้อดีของเหล็กเอชบีม
ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างช่วยให้ขึ้นโครงสร้างได้รวดเร็ว ลดการใช้แรงงานน้อยกว่า
ช่วยให้การออกแบบโครงสร้างง่ายกว่า เนื่องจากการใช้เหล็กบีมจะช่วยให้ช่วงเสามีพื้นที่กว้าง กว่า และออกแบบได้หลากหลายรูปร่างมากกว่า
เหล็กบีมมีน้ำหนักเบา ช่วยลดภาระการขนส่ง
มีความแข็งแรง ทนทานสูง
สามารถดัดแปลง ต่อเติม ได้ง่าย โดยที่ไม่ต้องทุบรื้อโครงสร้างเติม
ระหว่างการก่อนสร้างไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง
เหล็กเอชบีม ใช้ทําอะไร เหมาะกับงานชนิดไหน
การใช้เหล็กเอชบีมนิยมใช้ในงานก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือขึ้นโครงหลังคาของอาคาร โรงงาน บ้านพักอาศัยที่มีขนาดใหญ่
ขนาดเหล็กเอชบีมมีขนาดเท่าไรบ้าง
เหล็กเอชบีมโดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 Grade คือ
SS400, SS490, SS540 มีค่าบ่งบอกคุณภาพของการรับแรงอยู่ที่ 235-245 N / mm2 (~2,400 ksc)
SM400, SM490, SM520 มีค่าบ่งบอกคุณภาพของการรับแรงอยู่ที่ 355-365 N / mm2 (~3,600 ksc)
มีความยาวให้เลือกใช้คือ 1 เมตร, 6 เมตร, 9 เมตร, 12 เมตร และมีขนาด น้ำหนักและราคาดังนี้
ตารางน้ำหนักเหล็กเหล็กเอชบีม H-Beam Steel
ขนาดเหล็กเอชบีม
น้ำหนักเหล็กเอชบีมต่อเส้น (กก.)
เหล็กเอชบีม 100x100x6x8mm ยาว 6ม.
103.20
เหล็กเอชบีม 100x100x6x8mm ยาว 6ม
206.40
เหล็กเอชบีม 125x125x6.5x9mm ยาว 6ม.
142.80
เหล็กเอชบีม 125x125x6.5×9มม. ยาว 12ม.
285.60
เหล็กเอชบีม 150x150x7x10มม. ยาว 6ม.
189.00
เหล็กเอชบีม 150x150x7x10มม. ยาว 9ม.
283.50
เหล็กเอชบีม 150x150x7x10มม. ยาว 12ม.
378.00
เหล็กเอชบีม 175x175x7.5×11มม. ยาว 6ม.
241.20
เหล็กเอชบีม 175x175x7.5×11มม. ยาว 12ม
482.40
เหล็กเอชบีม 200x200x8x12มม. ยาว 6ม.
299.40
เหล็กเอชบีม 200x200x8x12มม. ยาว 9ม.
449.10
เหล็กเอชบีม 200x200x8x12มม. ยาว 12ม.
598.80
เหล็กเอชบีม 250x250x9x14มม. ยาว 6ม.
434.40
เหล็กเอชบีม 250x250x9x14มม. ยาว 9ม.
651.60
เหล็กเอชบีม 250x250x9x14มม. ยาว 12ม.
868.80
เหล็กเอชบีม 300x300x10x15มม. ยาว 6ม.
564.00
เหล็กเอชบีม 300x300x10x15มม. ยาว 6ม.
564.00
เหล็กเอชบีม 300x300x10x15มม. ยาว 9ม.
846.00
เหล็กเอชบีม 300x300x10x15มม. ยาว 12ม.
1,128.00
เหล็กเอชบีม 350x350x12x19มม. ยาว 6ม.
822.00
เหล็กเอชบีม 350x350x12x19มม. ยาว 9ม.
1,233.00
เหล็กเอชบีม 350x350x12x19มม. ยาว 12ม.
1,644.00
เหล็กเอชบีม 400x400x13x21มม. ยาว 6ม.
1,032.00
เหล็กเอชบีม 400x400x13x21มม. ยาว 9ม.
1,548.00
โดย saweang | เม.ย. 20, 2023 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กโครงสร้างขนาดใหญ่ ใช้สำหรับงานโครงสร้างเสาและโครงถักขนาดใหญ่ โดยเรียกชื่อว่าประเภทเหล็กว่า กลุ่มเหล็กเอชบีม ซึ้งจะแยกเป็น เหล็กเอชบีม เหล็กไอบีมและเหล็กไวค์แฟรงค์ข้อแตกต่างระหว่างเหล็ก เฮชบีม H-Beam ไอบีม I-Beam ไวด์แฟลงจ์ Wide-Flange
เหล็กเอชบีม (H-beam ) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น
ลักษณะสำคัญของเหล็กเอชบีม H Beam
ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น เหล็กเอชบีม H-beam 100×100 ( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน ) เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.
การผลิต เหล็กเอชบีม
เหล็กเอชบีม ( H-BEAM) คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก
การใช้งานเหล็กเอชบีม
เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)
ปัจจุบันเหล็กเอชบีม ( H-BEAM) รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย
หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ
ด้านการนำไปใช้งาน เหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น
H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.
I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%
ด้านลักษณะรูปร่าง แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก
ข้อดีของการใช้เหล็กรูปพรรณรีดร้อน
ลดระยะเวลาการก่อสร้าง ทำให้ลดภาระดอกเบี้ยของโครงการ เปิดใช้งานได้รวดเร็ว
เตรียมงานจากโรงงานได้ และใช้แรงงานน้อยกว่าการก่อสร้างด้วยระบบอื่น
ออกแบบโครงสร้างให้มีช่วงเสากว้าง กว่าโครงสร้างระบบอื่น ไม่เปลืองพื้นที่ใช้งาน
ออกแบบงานสถาปัตยกรรมได้หลากหลายเช่น ตัดโค้ง ทำใครงสร้างโปร่ง หรือทำส่วนยื่่นได้มาก
โครงสร้างมีน้ำหนักเบา ทำให้ประหยัดฐานราก ลดการขนส่ง และพื้นที่กองเก็บวัสดุ
ตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพ และบำรุงรักษาได้สะดวกกว่าโครงสร้างอื่น
มีความแข็งแรง สามารถรับแรงสั่นสะเทือนและแผ่นดินไหว ได้ดีกว่าโครงสร้างระบบอื่น
ก่อสร้างในที่จำกัดได้สะดวก ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะฝุ่น
ดัดแปลง ต่อเติม หรือรื้อไปสร้างใหม่ได้ ไม่ต้องทุบทิ้ง
สามารถนำวัสดุมาหมุนเวียนได้ 100%
ขั้นตอนการผลิตโดยสังเขป เนื่องจากผลิตโดยการหลอมและรีดร้อนขึ้นเป็นท่อน เหล็กโครงสร้างชนิดนี้จึงมีเนื้อเดียวกัน ไม่มีรอยเชื่อมระหว่างส่วนต่างๆ ดังนั้นคุณสมบัติของหน้าตัดจึงสม่ำเสมอกว่าเหล็กโครงสร้างชนิดอื่นเช่น เหล็กรูปพรรณกลวงซึ่งทำจากเหล็กม้วนและเชื่อมตามยาว กับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณเชื่อมประกอบที่ทำจากเหล็กแผ่นสามชิ้นเชื่อมเข้าด้วยกัน
เหล็ก เอชบีม H-Beam ต่างกับ I-Beam อย่างไร? เหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ ด้านการนำไปใช้งาน เหล็กเอชบีม H-beam เหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน เหล็กไอบีม I-beam เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น H 300x150x6.5x9mm. นน. 36.7 กก./ม. I 300x150x8x13mm. นน. 48.3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32% ด้านลักษณะรูปร่าง จุดแตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน
โดย khwankaew | ก.พ. 17, 2023 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ปกติแล้วเหล็กรูปพรรณรีดร้อนที่มีขายตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วๆ ไปจะมีความยาวมาตรฐานอยู่ที่ 6 เมตร ,9 เมตร และ 12 เมตร การนำมาใช้งานบางครั้งก็ต้องมีการตัดเหล็กรูปพรรณให้ได้ตามความยาวที่ออกแบบไว้
ทำให้ต้องทิ้งเหล็กบางส่วน ซึ่งจะเป็นเศษเหล็ก(Scrap Waste) ที่ไม่สามารถนำไปใช้ในงานได้ และ Scrap Waste ที่เกิดขึ้นยังเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการต้องแบกรับ
SYS จึงมีบริการผลิตเหล็กความยาวพิเศษ หรือ Customized Length Service ด้วยการผลิตเหล็กรูปพรรณรีดร้อนตามความยาวที่ต้องการ และได้ประโยชน์จากการใช้เหล็กมากขึ้นถึง 5 ต่อ
.
✅ ต่อที่ 1 ได้เหล็กตามความยาวที่ต้องการ เพราะ SYS ผลิตเหล็ก 1 ครั้งมีความยาวราว 72 เมตร ทำให้เพียงพอต่อการตัดแบ่งได้ตามความยาวที่ต้องการ ซึ่งเหมาะกับโรงงานหรืออาคารที่ใช้เหล็กขนาดเท่ากันหลายๆ ท่อน การใช้ Customized Length จะช่วยให้งานก่อสร้างเร็วและแม่นยำขึ้น
✅ ต่อที่ 2 ประหยัดเวลา เพราะคนงานไม่ต้องมานั่งตัดเหล็กที่หน้างานให้เสียเวลา การใช้งาน Customized Length สามารถยกติดตั้งได้ทันที งานก่อสร้างจึงดำเนินการและเสร็จสิ้นได้เร็วขึ้น
✅ ต่อที่ 3 ประหยัดงบประมาณภาพรวม เพราะ การใช้ Customized Length ทำให้มีการขนส่งเหล็กตามน้ำหนักและจำนวนที่ต้องการจริงๆ ทั้งยังไม่ต้องเสียงบประมาณในการจัดการเหล็กเอง จึงควบคุมงบประมาณการก่อสร้างให้อยู่ในเกณฑ์ได้และได้วัสดุโครงสร้างที่มีคุณภาพมากขึ้น
✅ ต่อที่ 4 ไม่มีเศษเหล็กเหลือทิ้ง เพราะความยาวพิเศษที่ผู้ใช้งานได้สั่งซื้อมายังโรงงานของ SYS จึงไม่มีเศษเหล็กให้จัดการที่หน้างาน
✅ ต่อที่ 5 ออกแบบได้ยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะ Customized Length สามารถตัดได้ตามต้องการ ส่งผลให้วิศวกรและสถาปนิกสามารถออกแบบความยาวของอาคารได้อย่างอิสระมากขึ้น โดยไม่ต้องผูกติดกับความยาวมาตรฐาน งานก่อสร้างและออกแบบจึงตรงกับความต้องการของทุกฝ่ายได้มากขึ้น
.
ปัญหาเรื่องความยาวเหล็กจะหมดไป วิศวกรและสถาปนิกสามารถออกแบบได้อย่างอิสระ ผู้รับเหมาได้วัสดุที่คุ้มค่า และเจ้าของโครงการได้อาคารตามต้องการ
Cr. SYS Customized Length