โดย khwankaew | ก.ย. 28, 2018 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ใน มอก. ฉบับใหม่ กำหนดให้ผู้ผลิตแสดง “ชนิดของเตาหลอม ” ที่ใช้ในการหลอมเหล็กเป็นตัวนูนเพิ่มลงไปบนเนื้อเหล็กทุกเส้น เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้เหล็กที่มีคุณภาพเหมาะสมกับลักษณะงาน
โดยปัจจุบันมีเตาหลอมอยู่ 4 ชนิดได้แก่ OH, BO, EF และ IF แต่ในประเทศไทยมีเตาหลอมอยู่เพียง 2 ชนิด คือ EF และ IF
การผลิตเหล็กด้วยเตา EF (Electrical Arc Furnace process)
เป็นเตาหลอมเหล็กที่ใช้วิธีการอาร์คด้วยไฟฟ้าเพื่อให้เหล็กหลอมเหลว โดยใช้ความต่างศักดิ์ทางไฟฟ้าระหว่างแท่งอิเล็คโทรดกับเศษเหล็ก (คล้ายๆหลักการในการเชื่อมเหล็ก)
เตา EF สามารถทำเหล็กให้กลับมามีความบริสุทธิ์ใหม่ได้ โดยในกระบวนการหลอมจะมีการกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากเศษเหล็กออกไปด้วยกระบวนการ oxidation ทำให้ได้น้ำเหล็กที่มีความสะอาดและบริสุทธิ์อีกครั้ง
นอกจากจะเป็นเหล็กที่มีสารมลทินต่ำ มีคุณภาพดีสม่ำเสมอ มีความแข็งแรงสูงแล้ว เตา EF ยังเป็น green technology ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วยลดการใช้ทรัพยากรของโลกลงด้วย
การผลิตเหล็กด้วยเตา IF (Induction Furnace process)
เป็นเตาหลอมเหล็กที่ใช้การเหนี่ยวนำทางไฟฟ้าให้เกิดความร้อนจนเหล็กหลอมเหลว โดยใช้หลักการเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็กและเกิดความร้อนจากความต้านทานไฟฟ้าของเหล็ก
มีอัตราการสูญเสียวัตถุดิบต่ำ โดยเตา IF เป็นเตาที่ไม่เกิดปฏิกิริยา oxidation ในการหลอม จึงมีตะกรันน้อยและวัตถุดิบไม่สูญเสียไปกับตะกรัน สามารถทำการหลอมเหล็กได้เร็ว มีของเสียจากการหลอมต่ำ ทำให้ไม่ต้องจัดการกับของเสีย จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เตา IF ต้องการวัตถุดิบที่ดี เพราะขาดกระบวนการทำเหล็กให้บริสุทธิ์ ดังนั้นเศษเหล็กต้องมีความบริสุทธิ์สูง เพื่อให้ได้เหล็กที่มีคุณภาพ
สรุปความแตกต่างระหว่างเตาหลอมเหล็ก “EF” กับ “IF”
เตา EF (Electrical Arc Furnace process)
สามารถควบคุมคุณภาพและค่าเคมีได้ดีกว่า
สามารถกำจัดสารเจือปนและนำสิ่งแปลกปลอมออกจากเหล็กได้ จึงมั่นใจได้ว่าเหล็กประเภทนี้จะมีความบริสุทธิ์
มีคุณภาพดีสม่ำเสมอในทุกล็อตการผลิต
เตา IF (Induction Furnace process)
ควบคุมคุณภาพและค่าเคมีได้ยากกว่า
ทำการกำจัดสารเจือปนและสิ่งแปลกปลอมออกจากเหล็กได้ยาก
ต้องพึ่งการคัดเลือกเศษเหล็กที่จะนำมาผลิต ซึ่งควบคุมและตรวจสอบได้ยาก จึงมีโอกาสที่เหล็กจะถูกเจือปนได้มากกว่าวิธี “EF” และมีโอกาสที่เหล็กจะมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอทั้งเส้น
ตารางสรุปความแตกต่างระหว่างเตา “EF” กับ “IF”
เตา EF
เตา IF
ประเภทเตา
เตาอาร์คไฟฟ้า
เตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า
กระบวนการหลอมละลาย
ใช้แท่งถ่านอิเล็คโทรดให้เกิดการอาร์ค
ใช้กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำให้เกิดความร้อน
กระบวนการทำเหล็กให้บริสุทธิ์
มี
ไม่มี
การเลือกวัตถุดิบ (เศษเหล็ก)
ไม่จำเป็น
จำเป็นมาก
ถึงแม้ว่าจะมีประกาศการบังคับใช้ มอก. 24-2559 แต่จะบังคับใช้เฉพาะเหล็กที่ผลิตหลังวันที่ 18 มิถุนายน 2561 เท่านั้นที่ต้องเพิ่มสัญลักษณ์ “EF” หรือ “IF” ส่วนเหล็กที่ผลิตก่อนวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ยังสามารถนำมาจำหน่ายหรือใช้งานได้ตามปกติ จนกว่าจะหมดไปจากตลาด
โดย khwankaew | ก.ย. 21, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ตุรกีจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม 25% สำหรับการนำเข้าผลิตภัณฑ์ เหล็กทรงแบน เหล็กทรงยาว ท่อเหล็ก สเตเลส และอุปกรณ์ที่ใช้กับทางรถไฟ เป็นระยะเวลา 200 วัน นับจากวันที่ 20 กันยายน โดยที่ตุรกีจะมีการใช้มาตราการนี้ ก็ต่อเมื่อมีสินค้าเหล่านี้ในตลาดภายในประเทศมากเกินไป โดยอ้างอิงมาจากคำสั่งที่ประกาศในเช้าวันพฤหัสบดี ในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการของประเทศ กระทรวงการค้าของตุรกี ได้ทำการเปิดไต่สวนเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน เพื่อพิจารณาว่ามาตรการปกป้องที่จะใช้บังคับกับสินค้านําเข้าจากทุกประเทศโดยไม่คํานึงถึงแหล่งที่มาของสินค้า (safeguard measures) นั้นมีความจำเป็นเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจากการนำเข้าหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้อยู่ระหว่างการรายงานเมื่อช่วงสิ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา. การไต่สวนได้ครอบคลุมการนำเข้าผลิตภัณฑ์ เหล็กทรงแบน เหล็กทรงยาว ท่อเหล็ก และสเตเลส ภายใต้รหัสพิกัดศุลกากรดังต่อไปนี้ 72.08, 72.09, 72.10, 72.11, 72.12, 72.13, 72.14, 72.15, 72.16, 72.17, 72.25, 72.26, 72.27, 72.28, 73.02, 73.04, 73.05, 73.06, 72.19, 72.20.
จากประกาศของพระราชกฤษฎีกาที่ Platts ได้รับทราบ โควตาภาษีของตุรกีสำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะมีปริมาณผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนอยู่ที่ 3.11 ล้านตัน เหล็กทรงยาวอยู่ที่ 558,534 ตัน ท่อเหล็กอยู่ที่ 273,901 ตัน สเตนเลสอยู่ที่ 139,934 ตัน และอุปกรณ์ที่ใช้กับทางรถไฟ อยู่ที่ 27,044 ตัน
Platts ทราบมาว่า ตุรกีจะไม่นำมาตรการภาษีนำเข้าเพิ่มเติมเหล่านี้ไปใช้กับประเทศที่กำลังพัฒนา
— Cenk Can
แหล่งที่มา : SteelBB
Cr. iiu.isit.or.th
โดย khwankaew | ส.ค. 16, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
China’s crude steel production (million mt)
Source: NBS
2016
2017
2018
April
69.42
72.8
76.7
May
70.5
72.26
81.83
June
69.5
73.23
80.19
อ้างอิงจากข้อมูลที่ออกโดยสำนักสถิติแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม การผลิตเหล็กดิบของจีนในเดือนกรกฎาคมลดลงเป็นครั้งแรกในปี 2018 อยู่ที่ 2.621 million mt/วัน ซึ่งลดลง 2% จากตัวเลขในเดือนมิถุนายน ซึ่งอยู่ที่ 2.673million mt/วัน อย่างไรก็ตามตัวเลขในเดือนกรกฎาคม เป็นระดับสูงสุดอันดับสองในรอบ 7 เดือนแรกของปี 2018 โดยมีมูลค่า 957 million mt เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปี 2017 ที่มีผลผลิตเหล็กดิบอยู่ที่ 832million mt.
สำนักข่าว NBS กล่าวว่า ผลผลิตเหล็กดิบโดยรวมของจีนในเดือนกรกฎาคมแตะระดับ 81.24 million mt. เพิ่มขึ้น 7.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตามได้ชะลอลงจากระดับ 7.5% และ 8.9% ในเดือนมิถุนายนและเดือนพฤษภาคม โดยภาพรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม ผลผลิตเหล็กดิบรวมของจีน อยู่ที่ 532.85 million mt. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.3%
ผลผลิตที่ลดลงในเดือนกรกฎาคมเป็นผลมาจากมาตรการป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นของจีน ซึ่งจะเป็นการยับยั้งการผลิตของผู้ผลิตเหล็ก โดยในวันที่ 20 กรกฎาคม เมืองถังซาน (Tangshan) มีผลผลิตลดลงภายในรอบ 43 วัน ส่งผลให้โรงงานลดอัตราการใช้กำลังการผลิตลง 20% -50% และในวันที่ 12 สิงหาคม เมือง Fengnan ของเมืองถังซาน (Tangshan) ได้ประกาศว่าจะลดกำลังการผลิตเตาหลอมจาก 20-37.1% เป็น 50% ซึ่งเป็นไปตามที่ Platts รายงาน
เทรดเดอร์เหล็กบางรายและนักสังเกตการณ์ตลาด กล่าวว่าผลผลิตเหล็กดิบของจีนในเดือนสิงหาคมอาจลดลงจากเดือนกรกฎาคม ขณะที่นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมรายหนึ่งได้กล่าวว่า ยังคงเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ระดับผลผลิตในเดือนกันยายน เพราะเนื่องจากมาตรการป้องกันสิ่งแวดล้อมของจีนยังคงมีอยู่ต่อไปในช่วงที่เหลือของปี 2018
สำนักข่าว NBS รายงานว่าผลผลิต pig iron ในเดือนกรกฎาคมได้เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณอยู่ที่ 67.52 million mt และในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2018 ผลผลิต pig iron เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณอยู่ที่ 441.79 million mt
-Jing Zhang
แหล่งที่มา : SteelBB
โดย khwankaew | ส.ค. 1, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ใครๆ ก็กังวลเรื่อง สงครามการค้า หรือ Trade War จนเกิดผลกระทบเชิงลบมากมาย ตั้งแต่ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) ราคาตกวูบ ไหนจะผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าในกลุ่มซัพพลายเชนของประเทศจีน ทว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ
ธุรกิจเหล็กในสหรัฐ ยอดขาย-กำไรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
หลังจาก Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ จุดประกายสงครามการค้า โดยประกาศมาตรการทางภาษีการนำเข้าเหล็ก ก็ส่งผลให้ราคาเหล็กพุ่งสูงขึ้น ปัจจุบันราคาเหล็กของสหรัฐฯ อยู่ที่ 917 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี (ข้อมูลจาก S&P Global Platts )
ซึ่งผลดีไปตกอยู่กับธุรกิจเหล็ก อย่างบริษัท Reliance Steel & Aluminum (RS) ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น 18% (เพราะราคาเพิ่มสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่น) และ Nucor (NUE) บันทึกว่าไตรมาส 2 ปีนี้มีรายได้สูงสุด ซึ่งเติบโตเกือบเท่าตัว
ล่าสุดเมื่อเดือนก่อน John Ferriola CEO ของ Nucor ยังบอกกับนักวิเคราะห์ว่า เขามีความสุขมากๆ กับมาตรการทางภาษีที่ออกมา โดยเตรียมเงินอีก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อลงทุนขยายธุรกิจ
“อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศของเรา ถ้าระบบการค้ายังเดินหน้าต่อไปแต่เป็นการค้าที่ไม่สมดุล (Imbalance) เราเลยเห็นด้วยกับคณะรัฐบาลที่พยายามแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้” Ferriola บอก
ส่วนหลายคนก็จับตาดูผลประกอบการของบริษัท NUE, RS, AK Steel (AKS) , และ US Steel (X) ที่จะออกมาภายในสัปดาห์นี้
บริษัทในสหรัฐฯ ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบจาก Trade War
แต่ไม่ว่าอย่างไร กำแพงภาษีของสหรัฐฯ ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทฯ กว่าร้อยบริษัท เช่น Harley-Davidson (HOG), General Motors (GM), General Electric (GE), 3M (MMM) ฯลฯ ที่ต้องเร่งปรับตัวทั้งเรื่องราคา และโครงสร้าง ซัพพลายเชนที่มีอยู่
ส่วนบริษัท FJM Ferro (อยู่ที่บลูคลิน) ที่ใช้เหล็กแปรรูปในการสร้างตึกสูงใน Manhattan ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบด้านเหล็กเพิ่มสูงขึ้นกว่า 50% ซึ่งเขามองว่าผลกระทบส่วนใหญ่จะไปตกอยู่กับบริษัทขนาดเล็ก
ด้านบริษัทใหญ่ๆ อย่าง GM ถึงขนาดปรับลดคาดการณ์กำไรของปีนี้ลง และเตือนว่า ต้นทุนของสินค้าโภคภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับราคาเหล็ก และอลูมิเนียมที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Philip Gibbs นักวิเคราะห์ธุรกิจเหล็ก KeyBanc Capital Markets บอกว่า เราต้องระมัดระวังเรื่องภาษีมากๆ เพราะเป็นต้นทุนหลักที่เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจในสหรัฐฯ มีความสามารถในการแข่งขันลดลง และแน่นอนว่าหลายบริษัทจะหาลู่ทางนำเข้าเหล็กจากประเทศอื่น
“มันก็รู้สึกดีที่ระยะสั้นเราเห็นราคาขยับขึ้น แต่สุดท้ายเราก็ต้องเจอการบ่นของลูกค้าอยู่ดี”
ภาพจาก shutterstock
Cr. Chutinun.Liu
ที่มา CNNMoney
โดย khwankaew | มิ.ย. 21, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หน่วยงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนยังคงเดินหน้าจัดการและลงโทษผู้ที่ผลิตเหล็กคุณภาพต่ำ อันเป็นส่วนหนึ่งของการปรับลดกำลังการผลิตเหล็กที่เดิมมีมากเกินไป ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
คณะกรรมการพัฒนาและปฎิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. – 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ส่งทีมสำรวจจำนวน 8 ทีมไปยังพื้นที่และภูมิภาคต่างๆรวม 21 แห่ง เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามผลิตเหล็กคุณภาพต่ำหรือไม่
นางเมิ่ง เหวย โฆษก NDRC เปิดเผยว่า การปรับลดกำลังการผลิตเหล็กได้ก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีบางพื้นที่ที่มีการใช้โรงงานผลิตเหล็กที่ผิดกฎหมาย และการเพิ่มกำลังการผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต
นางเมิ่งกล่าวเพิ่มเติมว่า ทางหน่วยงานจะยกระดับการตรวจตาเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และลงโทษผู้ที่กระทำผิด
ทั้งนี้ จีนตั้งเป้าที่จะปรับลดกำลังการผลิตเหล็กคุณภาพต่ำให้ได้ 30 ล้านตัน และถ่านหินจำนวน 150 ล้านตันให้ได้ภายในปีนี้