โดย khwankaew | ก.ค. 22, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ราคาสปอตของ HRC ในเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อวันที่ 17 ก.ค. เนื่องจากผู้ซื้อในเวียดนามปรับขึ้นราคาเสนอซื้อ ท่ามกลางราคาเสนอขายของการนำเข้าที่สูงขึ้น แม้แต่ผู้ผลิต HRC ท้องถิ่นอย่าง Formosa Ha Tinh Steel (FHS) ก็ได้ปรับขึ้นราคาเสนอขายรายเดือนของตัวเอง
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. Platts ประเมินราคา HRC เกรด SAE1006 ราคาอยู่ที่ $467/ตัน FOB China ปรับเพิ่มขึ้น $9/ตัน จากวันก่อนหน้า ในขณะที่เหล็กเกรดเดียวกัน CFR Southeast Asia ราคาประเมินอยู่ที่ $456/ตัน ปรับเพิ่มขึ้น $8/ตัน จากวันก่อนหน้า
ในเวียดนาม ราคาเสนอซื้อปรับขึ้นมาอยู่ที่ $455/ตัน ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้ยินราคาเสนอขายของสินค้านำเข้า โดยราคาเสนอขายสินค้าจากอินเดีย เกรด SAE1006 ได้ยินราคาอยู่ที่ $475/ตัน สำหรับจัดส่งในเดือนกันยายน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก FHS เสนอราคาให้กับลูกค้าเป็นรายบุคคลในวันที่ 17 ก.ค. ซึ่งคล้ายกับการปฏิบัติมาตั้งแต่เดือน เม.ย.ของปีนี้
ผู้ค้าในตลาดพบข้อเสนอที่ “ยุติธรรม” และ “สมเหตุสมผล” เนื่องจากราคาข้อเสนอขายของการนำเข้าสูงกว่ามาก
ผู้ผลิตในเวียดนามกล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ตอนนี้และคุณภาพที่ดีเมื่อเทียบกับอินเดียและรัสเซีย เราคิดว่า ราคาของ FHS สมเหตุสมผล แต่ผู้ซื้อหลายๆรายยังคงถามถึงราคาที่ต่ำกว่า $450/ตัน CFR. คำถามคือ โรงเหล็กโรงใดที่ต้องการจะขาย ณ ระดับราคาดังกล่าว
ราคาเสนอขายของเกรด HRC เกรด SAE1006 ของโรงเหล็กท้องถิ่น ทราบมาว่าราคาอยู่ที่ $462-$469/ตัน สำหรับการส่งมอบในเดือนกันยายน ราคาได้ปรับเพิ่มขึ้น $12-$15/ตัน จากเดือนก่อน
มีข่าวลือในตลาดมาว่า FHS จะมีการจัดสรรเพื่อเพิ่มการส่งออกในเดือนนี้ เพื่อที่จะสรุปยอดการจองที่ส่งไปในจีน
“ข้อเสนอใหม่ของ FHS มีความระมัดระวังในขณะนี้ ได้ยินมาว่าโรงงานตั้งเป้าจะเก็บรวบรวมยอดสั่งซื้อให้ได้ 200,000 ตัน เทรดเดอร์ชาวเวียดนามกล่าว
ในขณะเดียวกัน Hyundai Steel ของเกาหลี ยังคงราคาเสนอขายในวันนี้ไว้ หลังจากสรุปการซื้อขาย 20,000 ตัน ในจีนไปเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า
Platts ประเมินราคา HRC เกรด SS400 หนา 3 mm. ราคาอยู่ที่ $460/ตัน FOB China (เมื่อวันที่ 17 ก.ค.) ปรับเพิ่มขึ้น $3/ตัน จากวันที่ 16 ก.ค. สำหรับสินค้าเกรดเดียวกัน CFR Southeast Asia ประเมินราคาอยู่ที่ $455/ตัน ปรับเพิ่มขึ้น $1/ตัน
โรงเหล็กของจีนมีข้อเสนอที่มั่นคง ถึงแม้ว่าจะเห็นความสนใจในการซื้อที่ดีขึ้นจากผู้ซื้อจากปากีสถาน ที่ระดับราคาพื้นฐานที่ $490-$500 CFR ซึ่งบางข้อตกลงซื้อขายในปริมาณไม่มากได้ทำการสรุปไปแล้ว
ในตลาดมีการพูดคุยเรื่อง Posco ของเกาหลี ซึ่งได้มีการสรุปยอดขาย HRC ที่เบาบางไปยังประเทศจีนที่ราคา $472-$475/ตัน อย่างไรก็ยังไม่สามารถยืนยันได้
แหล่งข่าวจากโรงงานในจีนตะวันออกกล่าว “ว่าฉันไม่แน่ใจว่าการนำเข้า เป็นภัยคุกคามต่อยอดขายในประเทศจีนหรือไม่” “แต่ในช่วงฤดูฝนนี้เราอาจเห็นยอดขายภายในประเทศลดลง อาจฟื้นตัวหลังจากสิ้นเดือนสิงหาคม”
ที่เซี่ยงไฮ้ราคาสปอตของ HRC Q235 ขนาด 5.5 mm ราคาประเมินอยู่ที่ 3,890 หยวน/ตัน ($555.8/ตัน) ex-stock รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันที่ 16 ก.ค. ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนล่วงหน้าของเซี่ยงไฮ้ สัญญาที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุดของเดือนตุลาคม ปิดตลาดที่ราคา 3,752 หยวน/ตัน ปรับเพิ่มขึ้น 0.5% ในช่วงเวลาเดียวกัน
— Ashima Tyagi, Analyst Yuelin Dai
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย khwankaew | ธ.ค. 13, 2019 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ มอบนโยบายให้ 7 สมาคมเหล็ก ผู้แทนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศกว่า 470 ราย เดินหน้าสู้วิกฤตอุตสาหกรรมเหล็กไทย พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ เร่งเดินหน้าหาตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน หวังพึ่งพาการส่งออก
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้ 7 สมาคมเหล็ก ซึ่งเป็นผู้แทนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศกว่า 470 ราย ในการประชุมหารือระหว่างสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และ 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น รับรู้ถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการในประเทศที่มีปริมาณการใช้เหล็กเพียง 19.3 ล้านตัน เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ 7.3 ล้านตัน และมีกำลังการผลิตเพียง 33% ถูกสินค้านำเข้าแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด ทำให้อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศซบเซาลงเป็นอย่างมาก กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตอุตสาหกรรมเหล็กที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ไปให้ได้ โดยได้มอบหมายให้ สมอ. เป็นหน่วยงานหลักในการประสานดำเนินการอย่างใกล้ชิดร่วมกับ 7 สมาคมเหล็ก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล็กของไทยให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมเหล็กโดยเพิ่มปริมาณการส่งออก ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้มีการใช้เหล็กภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นในโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ เพื่อลดอัตราการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามแนะนำให้ผู้ประกอบการมองหาลู่ทางการขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ซึ่งมีกำลังซื้อเป็นอย่างมาก กระทรวงอุตสาหกรรมยินดีให้การสนับสนุนและมีโครงการที่จะโรดโชว์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้วเพื่อหาตลาดใหม่ๆ ให้ภาคอุตสาหกรรมของไทย
นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. ได้ดำเนินงานภายใต้นโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม และได้สนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศมาอย่างต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล และภายใต้กฎระเบียบขององค์การการค้าโลก รวมทั้ง ควบคุมการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กเป็นพิเศษ ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งได้มีการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมมือกันสนับสนุนและผลักดันให้มีการใช้สินค้าภายในประเทศ รวมทั้งอุตสาหกรรมเหล็กของไทยด้วยเพื่อให้มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น สำหรับการดำเนินงานของ สมอ. ขณะนี้ได้เร่งรัดแก้ไขมาตรฐานและกำหนดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีมาตรฐานที่อยู่ในขั้นตอนการประกาศบังคับใช้ อีกจำนวน 7 มาตรฐาน ได้แก่
1. มอก. 50-2561 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสี โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน แผ่นม้วน แผ่นแถบ
แผ่นตัด และแผ่นลูกฟูก
2. มอก. 528-25xx เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานทั่วไปและงานดึงขึ้นรูป
3. มอก. 1228-25xx เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป
4. มอก. 1390-2560 เข็มพืดเหล็กกล้ารีดร้อน
5. มอก. 1999-2560 เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างรถยนต์
6. มอก. 2060-2560 เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานถังก๊าซ
7. มอก. 2140-2560 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น สำหรับงานรถยนต์
และคาดว่าจะมีการประกาศมาตรฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล็กเพิ่มในปี 2563 อีก 12 มาตรฐาน ได้แก่
1. มอก. 349 เหล็กลวดคาร์บอนสูง
2. มอก. 801 นั่งร้านท่อเหล็กกล้าแบบโครงสำเร็จรูป
3. มอก. 427 ท่อเหล็กกล้าสำหรับส่งน้ำ
4. มอก. 276 ท่อเหล็กกล้าคาร์บอนชนิดทนความดัน
5. มอก. 16 เหล็กแผ่นเคลือบดีบุก
6. มอก. 1279 เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียมปลอดดีบุก
7. มอก. 2183 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเดี่ยว สำหรับเคลือบดีบุก เคลือบโครเมียม/โครเมียมออกไซด์
8. มอก. 2184 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นซ้ำ สำหรับเคลือบดีบุก เคลือบโครเมียม/โครเมียมออกไซด์
9. มอก. 2817 เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นเคลือบโลหะ สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป
10. มอก. 2985 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น เคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อนสำหรับงานรถยนต์
11. มอก. 2981 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น เคลือบสังกะสี ผสมอะลูมิเนียม 59% ถึง13% และแมกนีเซียม 2% ถึง 4% โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน
12. มอก. 2984 เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน ที่ต้านการกัดกร่อนในบรรยากาศ สำหรับงานโครงสร้างเชื่อมประกอบ
เพื่อให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ สามารถยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และเพื่อป้องกันการนำเข้าเหล็กที่ด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ เลขาธิการ สมอ. กล่าว
อ่านต่อได้ที่ : https://gnews.apps.go.th/news?news=51634
แหล่งที่มา : สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
โดย saweang | พ.ย. 11, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
5 ขั้นตอนการสร้างบ้านที่เจ้าของบ้านมือใหม่ต้องเรียนรู้
. บ้านสวยๆสักหลังอาจเป็ยความฝันของใครหลายๆคนในยุคปัจจุบันที่ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจส่งผลต่อการกระตุ้นให้คนในสังคมสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้ง่ายขึ้น อาจเห็นได้จากการจัดโครงการของภาครัฐและธนาคารที่ช่วยกระตุ้นให้คนอยากมีบ้านด้ทำตามความฝันของตนเองด้วยการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อบ้านหลังแรกและการสนับสนุนด้านต่างๆที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่กำลังจะสร้างหรือซื้อบ้านสักหลัง ปัญหาส่วนใหญ่ที่ตามมาคือการควบคุมงบประมาณในการก่อสร้างที่อาจจจะบานปลายในอนาคตจนกว่าบ้านจะสร้างเสร็จ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ด้วยการขาดความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนและความสำคัญของการสร้างบ้านสักหลังที่จะต้องควบคุมวางแผนอย่างดี วันนี้เราจึงมี6 ขั้นตอนการสร้างบ้านที่เจ้าของบ้านมือใหม่ต้องเรียนรู้ มาฝากกันเพื่อให้ทุกท่านที่อาจจะกำลังสร้างบ้านสักหังของตนเองได้เก็บเอาไปใช้
. 1. งานฐานรากและโครงสร้าง เป็นงานที่มีความสำคัญที่สุดหากมีความผิดพลาดในงานส่วนนี้หรือต้องการเปลี่ยนแปลงภายหลังจะมีค่าใช้จ่ายในการแก้ไขสูง ดังนั้นท่านเจ้าของบ้านควรตัดสินใจให้แน่นอนเกี่ยวกับขนาดของห้องต่างๆ และตำแหน่งที่ตั้งก่อนลงมือตอกเสาเข็ม เพื่อป้องกันปัญหาการเปลี่ยนแปลงหลังจากงานโครงสร้างเริ่มต้นไปแล้วเนื่องจากในการออกแบบโครงสร้างจะมีความสัมพันธ์กันทั้งอาคารการเปลี่ยนแปลงเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้
. 2. งานผนังและหลังคา งานส่วนนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความสวยงามของตัวบ้านและยังมีผลโดยตรงต่อการใช้งานบ้านในด้านการป้องกันความร้อน แสงแดด และน้ำฝน การตัดสินใจเลือกวัสดุที่จะใช้และขนาดระยะต่างๆ จะต้องเหมาะสมกับการใช้สอยและไม่ก่อให้เกิดปัญหาภายหลัง
3. งานช่องเปิดตประตูและหน้าต่าง ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามให้บ้านแล้วยังมีผลต่อระยะเวลาก่อสร้าง เนื่องจากโดยปกติงานส่วนนี้จะต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้าตั้งแต่การจัดเตรียมช่องเปิดของผนัง และการสั่งผลิตจากผู้จัดจำหน่าย อีกทั้งจะกระทบต่อการจัดวางตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์และงานระบบต่างๆ หากมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้ระหว่างก่อสร้างจะกระทบถึงค่าใช้จ่ายในงานก่อสร้างมากที่สุด
. 4. งานระบบไฟฟ้า ประปา ศูนย์อำนวยความสะดวกของบ้านคืองานระบบเหล่านี้ หากถูกออกแบบมาไม่เหมาะสม หรือติดตั้งผิดตำแหน่งจะทำให้การใช้ประโยชน์ในบ้านเกิดความไม่สะดวกหรือเกิดอันตราย
. 5. งานตกแต่งสถาปัตยกรรม สุดท้ายบ้านจะสวยงามเป็นที่ภาคภูมิใจของเจ้าของบ้านเพียงใดขึ้นอยู่กับการเลือกประเภทวัสดุตกแต่งผิว ทั้งผิวพื้น ผนัง รวมถึงสีที่เลือกใช้ล้วนบ่งบอก รสนิยม อุปนิสัย บางครั้งรวมถึง ความปลอดภัยในการอยู่อาศัยอีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.nhconcept.com