google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ข้อดี ข้อเสียของอิฐในแต่ละประเภท

ข้อดี ข้อเสียของอิฐในแต่ละประเภท

วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อดี ข้อเสียของอิฐในแต่ละประเภท แน่นอนว่าในการจะสร้างบ้านแต่ละครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะต้องมีการใช้อิฐในการก่อสร้าง แต่อิฐในปัจจุบันก็มีหลากหลายประเภทในตลาดซึ่งก็ล้วนมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไปมากมาย ทั้งในด้านของขนาด วิธีการใช้งาน ทำยังไงดีละที่เราจะกล้าตัดสินใจซื้ออิฐที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการและสะดวกต่อการใช้งาน  วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักถึงข้อดี ข้อเสีย ของอิฐแต่ละประเภท

อิฐพันปี หรือที่เรียกกันว่าอิฐเซรามิกที่ใช้สำหรับก่อผนังคุณภาพสูง ผลิตจากดินเหนียวและผ่านการเผาด้วยความร้อนที่มากกว่า 1,000 องศา ซึ่งทำให้อิฐมีขนาดใหญ่และมีความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน และยังมีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ

%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87

ข้อดี

  • มีมาตรฐานในการผลิต
  • อิฐมีก้อนขนาดใหญ่ ง่ายต่อการใช้งานประหยัดเวลาในการก่อ
  • มีระบบอินเตอร์ล็อค ซึ่งงานต่อการก่อฉาบ
  • ใช้ปูนก่อและปูนฉาบในปริมาณน้อย
  • การนำความร้อนต่ำ
  • อัตราการดูดซึมน้ำต่ำ ลดปัญหาการแตกร้าวของผนัง
  • ไม่ต้องใช้ทักษะและเทคนิคพิเศษในการก่อ / ฉาบ

อิฐมอญ เป็นอิฐที่เมื่อมีการพูดถึงใครหลายๆคนก็ต้องรู้จัก ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมาอย่างยาวนาน เป็นอิฐที่มีลักษณะสีส้มแดง เหมาะกับงานก่อสร้างอาคารที่ไม่สูง มักถูกใช้บริเวณที่โดนความชื้น

%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87ข้อดี

  •  หาซื้อได้ง่าย
  • ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงานทั่วไปได้
  • ใช้ปูนก่อ ปูนฉาบทั้วไป

ข้อเสีย

  • มาตรฐานการผลิตและคุณภาพไม่สม่ำเสมอ
  • ใช้ปูนก่อและฉาบในปริมาณมาก
  • มีรายละเอียดในการทำงานมากกว่า จึงทำให้เกิดความล้าช้าในการทำงาน
  • อัตราการดูดซึ้มน้ำสูง
  • การนำความร้อนสูง

อิฐมวลเบา  เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบา เนื่องจากมีฟองอากาศในเนื้อเหล็กจำนวนมาก สะดวกในการติดตั้งขนย้ายได้ง่าย รวดเร็วประหยัดเวลาในการก่อสร้าง

 

%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87ข้อดี

  • มีมาตรฐานคุณภาพการผลิต
  • การนำความร้อนต่ำ
  • อิฐมีก้อนขนาดใหญ่ งานต่อการก่อ
  • การนำความร้อนต่ำ

ข้อเสีย

  • ความแข็งแรงและความทนทานต่ำ
  • มีความหนาแนนของอิฐต่ำ
  • ไม่เหมาะสำหรับการก่อผนังห้องน้ำ
  • ใช้ปูนปก่อและปูนฉาบ เฉพาะอิฐมวลเบาซึ่งมีราคาสูง

 

รอยร้าวที่เป็นอันตรายและมีผลกระทบกับโครงสร้าง

รอยร้าวที่เป็นอันตรายและมีผลกระทบกับโครงสร้าง

                 

                      ผมเชื่อว่าเจ้าของบ้านหลายๆ ท่าน ทั้งคนที่ซื้อบ้านใหม่หรือบ้านที่อยู่มานาน น่าจะเคยเห็นหรือสังเกตเห็นรอยร้าวบนผนังบ้านมาบ้างแล้ว แน่นอนเห็นแล้วคงเป็นกังวลเพราะไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบกับโครงสร้าง ความมั่นคงแข็งแรงของตัวบ้าน หรือเป็นแค่รอยแตกลายงาของผนังที่ฉาบไม่ดี  แต่จริงๆเราสามารถสังเกตได้ไม่ยากว่าร้าวแบบไหนถึงอันตรายหรือไม่อันตราย โดยเฉพาะกรณีรอยร้าวบนผังก่ออิฐฉาบปูน

 รอยร้าวที่เป็นอันตรายและมีผลกระทบกับโครงสร้าง

ลักษณะของรอยร้าวจะมีรูปแบบที่ชัดเจน มีขนาดใหญ่ และมีการขยายตัวไปเรื่อยๆ เช่น

1.1 รอยร้าวในดิ่งบริเวณกลางผนัง รอยร้าวลักษณะนี้บอกให้รู้ว่าโครงสร้างคานที่อยู่เหนือผนังมีการแอ่นตัว อาจเนื่องมาจากการออกแบบ การก่อสร้างที่ไม่เหมาะสม หรือเกิดจากการใช้งาน ทำให้คานรับน้ำหนักบรรทุกมากเกิน เช่น วางของหนัก/วางแทงค์น้ำอยู่ข้างบน เป็นต้น โดยคานที่อยู่เหนือผนังจะแอ่นตัว และมากดทับบริเวณกลางผนัง ทำให้ผนังตรงกลางมีรอยร้าวในแนวดิ่งเกิดขึ้น หากโครงสร้างคานแอ่นตัวมาก คานก็จะมีรอยร้าวลักษณะเป็นรูปตัวยูด้วยเช่นกัน ดังแสดงในภาพด้านล่าง

 

 

 

 

1.2 รอยร้าวแนวเฉียงบริเวณกลางผนังถ้าพบรอยร้าวลักษณะนี้ บริเวณกลางผนัง โดยมีลักษณะเฉียงประมาณ 45 องศา และรอยร้าวมีขนาดมองเห็นชัดเจน และขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สันนิษฐานได้ว่าฐานรากอาคารมีการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน 

 

 

สำหรับกรณีผนังมีหน้าต่าง ลักษณะรอยร้าวก็จะคล้ายกัน โดยมีลักษณะเฉียง 45 องศา ไปในทิศทางเดียวกัน  ยกเว้น กรณีมุมวงกบประตู หรือหน้าต่างที่มีรอยร้าวเฉียงสั้นๆ ทุกมุมหรือหลายมุม แต่รอยร้าวไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน ลักษณะนี้สาเหตุมาจากการยืดขยายตัวของวงกบประตู หรือต่างอันเนื่องมาจากอุณหภูมิ ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อโครงสร้าง

 

 

 

 

หากพบรอยร้าวตามที่กล่าวมา หรือไม่แน่ใจ ควรรีบปรึกษาวิศวกรที่มีความชำนาญเข้าตรวจสอบ อย่าปล่อยไว้เพราะอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ ไว้คราวหน้าเรามาลองดูรอยร้าวบนผนังที่ไม่อันตรายกันบ้างนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.home.co.th

ที่มา : นิตยสาร Home Buyers Guide เดือนมกราคม 2559

 

อิฐมอญ VS อิฐมวลเบา เลือกอิฐแบบไหนสร้างบ้านดี

อิฐมอญ VS อิฐมวลเบา เลือกอิฐแบบไหนสร้างบ้านดี

ถ้าย้อนกลับไปการสร้างบ้านในอดีดมักจะสร้างด้วยวัสดุที่ได้จากธรรมชาติเป็นหลักเช่น ไม้ และเมื่อเวลาผ่านไปวัสดุที่ใช้นำมาสร้างบ้านก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ซึ่งวัสดุชนิดที่บริษัทสร้างบ้าน หรือผู้รับเหมานิยมใช้กันอย่างแพร่หลายคือ อิฐมอญ กับ อิฐมวลเบา ซึ่งอิฐทั้ง2อย่างนีแบบไหนดีกว่ากันล่ะ? วันนี้เลยขอนำข้อมูลที่ได้รวบรวมมาช่วยในการตัดสินใจเลือกกันอย่างเหมาะสมกันค่ะ

บริษัทสร้างบ้าน
บริษัทสร้างบ้าน

 

รู้จักกับอิฐมอญ

          หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอิฐแดง ทำจากดินเหนียวผสมแกลบหรือวัสดุอื่นผสมน้ำ เผาด้วยเตาจนสุก ผลิตได้เองภายในประเทศกระจายตามท้องตลาดทั่วภูมิภาค เป็นที่คุ้นเคยกับช่างก่ออิฐทั่วไป นอกจากนี้อิฐมอญยังมีคุณสมบัติทนต่อความชื้น มีความหนาแน่นสูง และราคาถูกกว่าอิฐมวลเบา

รู้จักกับอิฐมวลเบา

          ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “คอนกรีตมวลเบา” มีส่วนผสมหลักคือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ คุณสมบัติเด่น ให้น้ำหนักที่เบากว่าอิฐมอญ ขนาดของอิฐได้มาตรฐาน  ลดการสูญเสียได้ดี เหมาะอย่างยิ่งกับผนังบ้านที่ต้องการลดน้ำหนักของโครงสร้าง เพราะอิฐมวลเบามีน้ำหนักน้อยกว่าอิฐมอญ ประมาณ 1 ใน 3 ของอิฐมอญเท่านั้น

ข้อแตกต่างระหว่าง อิฐมวลเบา VS อิฐมอญ

ความทนทาน อายุการใช้งาน

อิฐมอญ จะได้เปรียบมากกว่าเพราะส่วนผสมที่ทำมาจาก ดินเหนียวปนทราย ผสม แกลบ และขี้เถ้า นำเข้าเตาอบ การยึดเกาะของเนื้อผิวจึงมีมากกว่า สามารถทุบ สกัด เจาะ ฝังอุปกรณ์ต่างๆ ที่รับน้ำหนักมากๆ

อิฐมวลเบา ที่มีส่วนผสมทำมาจาก ทราย ซีเมนต์ ปูนขาว ยิปซั่ม และผงอลูมิเนียม มีรูพรุนอยู่ข้างในมากกว่า สามารถเกิดการแตกร้าวได้ง่ายกว่า

 

อุณหภูมิภายในบ้าน

อิฐมอญ ที่เนื้ออิฐมีคุณสมบัติสะสมความร้อนได้ดี เมื่อโดนแสงแดดช่วงกลางวันจะแผ่ความร้อนเข้ามาภายในบ้าน ซึ่งถ้าห้องไหนก่อด้วยอิฐมอญ ควรมีการถ่ายเทอากาศออกสู่ภายนอกได้ ไม่อย่างนั้นจะทำให้เปลืองค่าไฟในการเปิดแอร์มากค่ะ

อิฐมวลเบา เพราะเนื้ออิฐมีลักษณะเป็นฟองอากาศ มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี

 

การตกแต่ง

อิฐมอญ นิยมนำมาตกแต่งในหลายสไตล์ สามารถใช่ก่ออิฐโชว์แนว สไตล์ลอฟท์ หรือวินเทจ ซึ่งนอยมมากในปัจจุบัน

อิฐมวลเบา จะถูกนำมาใช้ก่อผนัง และฉาบปูนทับทั่วไป เรื่องการต่อเติมทั้ง 2 แบบ สามารถทำได้เหมือนๆ กัน ขึ้นอยู่กับใช้งานค่ะ

 

ความแข็งแรง การใช้งานทั่วไปไม่ต่างกัน แต่ผนังอิฐมอญจะเหมาะสำหรับการใช้วัสดุกรุผนังที่มีน้ำหนักมาก เช่น หินแกรนิต หรือหินอ่อน

น้ำหนัก อิฐมวลเบาเบากว่าอิฐมอญ 2-3 เท่า และมากกว่าคอนกรีต 4-5 เท่า ทำให้สะดวกในการติดตั้ง

 

          ปัจจุบันบริษัทสร้างบ้าน สร้างบ้านจัดสรรหรืออาคารห้องเช่า จึงใช้อิฐมวลเบาแทนเกือบทั้งหมดยกเว้นในกรณีก่อผนังห้องน้ำที่ยังต้องใช้อิฐมอญ เนื่องจากคุณสมบัติของอิฐมวลเบาไม่สามารถรับการเจาะและแขวนวัสดุที่มีน้ำหนักมากได้กว่า สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะเป็นโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกใช้อิฐในการสร้างบ้านไม่มากก็น้อยนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก baanlaesuan.com

ผนังบ้าน   แบบสำเร็จรูป VS แบบอิฐฉาบปูน อันไหนดีกว่ากัน

ผนังบ้าน แบบสำเร็จรูป VS แบบอิฐฉาบปูน อันไหนดีกว่ากัน

สวัสดีค่ะ วันนี้เรากลับมาพบกันอีกครั้ง โดยวันนี้เราจะขอหยิบยกเรื่องใกล้ๆตัวของคนที่กำลังจะสร้างบ้าน คงมีคำถามที่ว่าระหว่าง ผนังบ้าน แบบสำเร็จรูป กับ สร้างบ้านแบบอิฐฉาบปูนแบบเก่าที่เคยสร้างกันมาอย่างไหนดีกว่ากัน โดยวันนี้เราจะสรุปให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้ในการสร้างบ้านในแบบของเราค่ะ เพื่อไม่เสียเวลาเราไปชมกันเลยค่ะ

โดยปกติแล้วการก่อสร้างบ้านทั้งสองระบบมีทั้งข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป โดยปกติคนสมัยก่อนถ้าจะสร้างบ้านและในขั้นตอนการทำผนังคนส่วนใหญ่จะเลือกใช้ อิฐ เพราะ อิฐ เป็นที่นิยมและสร้างบ้านแล้วมีความคงทน มีข้อเสียเลยคือต้องใช้ระยะเวลาและจำนวนคนที่มากตามไปด้วย

จนตอนนี้ได้ทำการเปลื่ยนแปลงไปเริ่มใช้แผ่นผนังสำเร็จรูปหรือสมาร์ทบอร์ดแทนด้วยวัสดุทำจาก ไฟเบอร์ซีเมนต์  ติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว มีความแข็งแรงใกล้เคียงหรือเทียบเท่าผนังก่ออิฐอีกด้วยค่ะ อีกทั้งยังสามารถ กันเสียง กันความร้อน และที่โดดเด่นกว่าอิฐคือน้ำหนักที่เบามากอีกด้วย ในด้านความแข็งแรงนั้นอิฐอาจจะสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าผนังสมาร์ทบอร์ด และยังสามารถที่จะตอก เจาะ แขวนภาพ หรือติดแอร์ ก็สามารถที่จะง่ายในการบำรุงรักษา

แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ!!! รู้หรือไม่ว่าผนังสำเร็จก็สามารถทำแบบอิฐได้เช่นกันค่ะ แต่อาจจะต้องใช้ผนังสำเร็จรูปที่หนาประมาณ 8 มม. ขึ้นไป โดยใช้พุกพลาสติกผีเสื้อ PT-13 ที่ใช้งานคู่กับตะปูเกลียวแล้วละก็ จะสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 80 กิโลกรัมต่อจุดเลยทีเดียว (หากตอกตะปูเพื่อแขวนของทั่วไป เช่น กรอบรูป นาฬิกาแขวน ฯลฯ จะรับน้ำหนักได้ประมาณ 3-4 กิโลกรัม)

 

ผนังบ้าน,แบบผนังบ้าน,ผนังสำเร็จรูป_2รูปจาก scgbuildingmaterials.com

ด้านความร้อน จุดนี้บอกได้เลยค่ะว่าผนังสำเร็จจะทำได้ดีกว่า เพราะว่าผนังก่ออิฐครึ่งแผ่นฉาบปูนสองด้านจะทำให้ภายในบ้านมีอุณหภูมิสูงมากกว่าการใช้ระบบผนังสมาร์ทบอร์ด เพราะโดยปกติอิฐมอญเป็นวัสดุที่มีการสะสมความร้อนอยู่ในตัวเองมากๆค่ะ แต่ถ้าท่านไหนไม่ต้องการให้บ้านไม่ร้อนมากนัก สามารถทำได้โดยการก่อผนังอิฐสองชั้นแล้วเว้นช่องอากาศไว้ตรงกลาง ความร้อนจะมาสะสมอยู่ที่ช่องนี้และจะระบายความร้อนไปโดยไม่เข้าสู่ในบ้านได้ค่ะ

ผนังบ้าน,แบบผนังบ้าน,ผนังสำเร็จรูป_3ด้านเสียง ผนังแบบความร้อนโดยตรงสู่ภายในบ้านจะกันเสียงได้ดีกว่าแบบผนังสำเร็จ แต่บอกเลยค่ะว่าต่างกันไม่มาก โดย บ้านแบบผนังสำเร็จจะมีค่า  STC 39 และแบบอิฐฉาบปูน จะมีค่าอยู่ที่ STC 38 จะเห็นว่าต่างกันแค่ 1 เท่านั้นเองค่ะ ซึ่งปกติแล้ว บ้านทั่วไป ควรมีค่าในการกันเสียงรบกวนประมาณ STC 38-40 โดยประมาณค่ะ

ผนังบ้าน,แบบผนังบ้าน,ผนังสำเร็จรูป_4ด้านกันความชื้น ผนังสำเร็จดีกว่าเพราะว่ามีคุณสมบัติการทนน้ำไม่เปื่อย ไม่บวม จึงทำให้น้ำไม่ซึมผ่านไปอีกด้านได้ค่ะ ส่วนอิฐนั้นป็นวัสดุมีการดูดซึมน้ำ โดยปกติจึงนิยมฉาบปูนทับหน้าผนังด้านที่ต้องสัมผัสกับภายนอก เพื่อกันไม่ให้น้ำซึมผ่านเข้ามาภายในบ้านค่ะ

ผนังบ้าน,แบบผนังบ้าน,ผนังสำเร็จรูป_5ด้านการทนไฟ ผนังก่ออิฐทนไฟได้ดีกว่าแบบผนังสำเร็จ เพราะโดยปกติผนังก่ออิฐฉาบปูนทั้งสองด้านจะสามารถทนไฟได้ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่แผ่นผนังสำเร็จจะทนไฟได้น้อยกว่า แต่ถ้าอยากให้ทนไฟได้พอๆกับแบบอิฐก็สามารถทำได้แต่อาจจะต้องเสียงเงินเยอะขึ้น เพราะว่าเราต้องเพิ่มฉนวนกันร้อนทนอุณหภูมิสูง และแผ่นผนังสมาร์ทบอร์ด12 มิลลิเมตรขึ้นไปค่ะ

ผนังบ้าน,แบบผนังบ้าน,ผนังสำเร็จรูป_6สรุปแล้วทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วทั้ง 2 แบบ ก็อยู่ได้เป็นสิบยี่สิบปี โดยถ้าเรามีโครงสร้างหลัก เช่น ฐานราก เสา คาน พื้น เป็นไปตามการออกแบบตามหลักเกณฑ์ของวิศกรนั้น ก็คงไม่น่ามีปัญหาแล้วค่ะ และพบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.dotproperty.co.th

สร้างบ้านควรใช้อิฐมอญหรืออิฐมวลเบา

สร้างบ้านควรใช้อิฐมอญหรืออิฐมวลเบา

บ้านและสวนตอบกระทู้สัปดาห์นี้ เรามีข้อสงสัย จากกระทู้พันทิปที่หลายคนยังข้องใจเกี่ยวกับเรื่องบ้าน เรื่องสวน กับคำถามยอดนิยมคำถามนี้เลยครับ “จะสร้างบ้านควรเลือก อิฐมอญหรืออิฐมวลเบา ดี”

อิฐมอญหรืออิฐมวลเบา

จากคำถาม : ในเรื่องความทนทาน อายุการใช้งานและอุณหภูมิภายในห้องของอิฐสองแบบนี้ครับ รวมถึงเรื่องการที่จะประดับตกแต่ง การต่อเติมด้วยครับ

 

คลายข้อสงสัย : จากที่เจ้าของกระทู้ได้ถามมา ขอแยกเป็นข้อๆ เพื่อตอบให้ได้อย่างชัดเจนตามนี้ครับ

  • ความทนทาน อายุการใช้งาน
  • อุณหภูมิภายในบ้าน
  • การตกแต่ง ต่อเติม

สร้างบ้านควรใช้อิฐมอญหรืออิฐมวลเบา

 

ความทนทาน อายุการใช้งาน

ในเรื่องของความทนทาน ความแข็งแกร่ง อิฐมอญจะได้เปรียบมากกว่าเพราะส่วนผสมที่ทำมาจาก ดินเหนียวปนทราย ผสม แกลบ และขี้เถ้า นำเข้าเตาอบ การยึดเกาะของเนื้อผิวจึงมีมากกว่า สามารถทุบ สกัด เจาะ ฝังอุปกรณ์ต่างๆ ที่รับน้ำหนักมากๆ ซึ่งต่างจากอิฐมวลเบาที่มีส่วนผสมทำมาจาก ทราย ซีเมนต์ ปูนขาว ยิปซั่ม และผงอลูมิเนียม มีรูพรุนอยู่ข้างในมากกว่า สามารถเกิดการแตกร้าวได้ง่ายกว่า

 

 

อุณหภูมิภายในบ้าน

คุณสมบัติในข้อนี้ต้องยกให้ อิฐมวลเบา เพราะเนื้ออิฐมีลักษณะเป็นฟองอากาศ มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี แตกต่างจาก อิฐมอญ ที่เนื้ออิฐมีคุณสมบัติสะสมความร้อนได้ดี เมื่อโดนแสงแดดช่วงกลางวันจะแผ่ความร้อนเข้ามาภายในบ้าน ซึ่งถ้าห้องไหนก่อด้วยอิฐมอญ ควรมีการถ่ายเทอากาศออกสู่ภายนอกได้ ไม่เช่นนั้นต้องเปิดแอร์สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอย่างมาก

การตกแต่ง ต่อเติม

อิฐมอญ นิยมนำมาตกแต่งในหลายสไตล์ สามารถใช่ก่ออิฐโชว์แนว สไตล์ลอฟท์ หรือวินเทจ ในขณะที่อิฐมวลเบาจะถูกนำมาใช้ก่อผนัง และฉาบปูนทับทั่วไป เรื่องการต่อเติมทั้ง 2 แบบ สามารถทำได้เหมือนๆ กัน ขึ้นอยู่กับใช้งาน เช่น ถ้าจะต่อเติม เจาะแขวนสิ่งของที่รับน้ำหนักมาก ผนังส่วนนั้นควรใช้อิฐมอญจะดีกว่า

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.baanlaesuan.com/61950/maintenance/pantip-brick บ้านและสวน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า