Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
สร้างบ้าน Archives - Page 9 of 10 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!! 25 ข้อห้าม “สร้างบ้าน” ตามความเชื่อโบราณ

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!! 25 ข้อห้าม “สร้างบ้าน” ตามความเชื่อโบราณ

“บ้าน” เป็นที่อยู่อาศัยในทุกๆวันของเรา การเลือกซื้อบ้านหรือปลูกบ้านนั้นจึงมีความสำคัญอย่างมาก ต้องวางแผนให้รอบคอบในทุกเรื่อง นอกจากเรื่องความคงทนแข็งแรง สวยงามทันสมัย สะดวกสบายหรือฮวงจุ้ยตามความเชื่อจีนแล้วนั้น ตามความเชื่อโบราณแบบไทยๆ ก็มี “ข้อห้าม” อยู่เหมือนกัน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย …

 

 

ข้อห้ามเกี่ยวกับบ้านตามคติโบราณ
1.ห้ามมิให้ทำขื่้อใหญ่กว่าเสาบ้าน
2.ห้ามมิให้ทำแหวกช่องกลางที่นอน
3.ห้ามมิให้ทำเรือนคร่อมต้นไม้
4.ไม่ควรสร้างบ้านแบบศาลพระภูมิ มี 2 ห้อง มีฝา 1 ห้องไม่มีฝา 1 ห้อง
5.ไม่ควรสร้างบ้านมีระเบียง 4 ด้านเหมือนศาลาการเปรียญ

 

6.ห้ามปลูกเรือนขวางตะวัน
7.ห้ามปลูกเรือนขวางคลอง
8.ห้ามทำเรือนมี 4 จั่ว
9.เรือนหลังหนึ่งห้ามทำประตู 4 แห่ง หน้าต่าง 9 แห่ง ประตูไม่อยู่กลางบ้าน
10.จำนวนบันไดห้ามใช้จำนวนคู่
11.บันไดไม่ลงทางทิศตะวันตก

 


12.ไม่หันหัวเตียงทางทิศตะวันตก
13.ไม่นอนขวางกระดาน
14.ไม่ทำน้ำพุน้ำตกไหวเข้าตัวเรือน
15.ไม่ทำทางลอดใต้ห้องน้ำห้องส้วม
16.ไม่ทำอาคารพักอาศัยเป็นรูปตัว ” T “
17.ไม่ทำเรือนทะลุหน้าตลอดหลัง ถือเป็นเรือน “อกแตก”

 

17.ไม่ทำเรือนทะลุหน้าตลอดหลัง ถือเป็นเรือน “อกแตก”
18.ไม่ทำภูเขาจำลองไว้ในบ้าน
19.ไม่ทำทางเข้าออกคู่ไว้ตอนมุมของที่ดินที่ทางสามแพรกหรือสี่แยก
20.ห้ามใช้ช่อฟ้า ใบระกา เครื่องวัด เครื่องหลวง เป็นส่วนประกอบของบ้าน
21.ห้ามปลูกเรือนคล่อมตอ
22.ห้ามตั้งศาลพระภูมิใต้เรือนเงา
23.ห้ามทำบันไดเวียนซ้ายขาขึ้น
24.ห้ามมีสัตว์ตกตายในหลุมตอม่อ
25.ห้ามสร้างบ้านที่มีถนนรอบล้อมทั้งสี่ด้าน

 

แม้จะเป็นความเชื่อโบราณที่หลายคนอาจจะไม่เชื่อ แต่หากลองพิจารณาโดยใช้หลักความจริงตามธรรมชาติแล้ว ก็ถือว่ามีเหตุผลไม่น้อย และเพื่อป้องกันภัยหรือสิ่งร้ายๆที่อาจจะเกิดขึ้น ใครที่กำลังจะซื้อบ้านหรือสร้างบ้าน ก็ลองศึกษากันดูไว้ก็ไม่เสียหาย เผื่อจะสามารถนำไปปรับใช้ ให้เป็นบ้านที่สมบูรณ์พร้อมทั้งโครงสร้างและความเป็นสิริมงคล

 

ขอบคุณข้อมูล horoscope.thaiza.com

ผนังบ้าน   แบบสำเร็จรูป VS แบบอิฐฉาบปูน อันไหนดีกว่ากัน

ผนังบ้าน แบบสำเร็จรูป VS แบบอิฐฉาบปูน อันไหนดีกว่ากัน

สวัสดีค่ะ วันนี้เรากลับมาพบกันอีกครั้ง โดยวันนี้เราจะขอหยิบยกเรื่องใกล้ๆตัวของคนที่กำลังจะสร้างบ้าน คงมีคำถามที่ว่าระหว่าง ผนังบ้าน แบบสำเร็จรูป กับ สร้างบ้านแบบอิฐฉาบปูนแบบเก่าที่เคยสร้างกันมาอย่างไหนดีกว่ากัน โดยวันนี้เราจะสรุปให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้ในการสร้างบ้านในแบบของเราค่ะ เพื่อไม่เสียเวลาเราไปชมกันเลยค่ะ

โดยปกติแล้วการก่อสร้างบ้านทั้งสองระบบมีทั้งข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป โดยปกติคนสมัยก่อนถ้าจะสร้างบ้านและในขั้นตอนการทำผนังคนส่วนใหญ่จะเลือกใช้ อิฐ เพราะ อิฐ เป็นที่นิยมและสร้างบ้านแล้วมีความคงทน มีข้อเสียเลยคือต้องใช้ระยะเวลาและจำนวนคนที่มากตามไปด้วย

จนตอนนี้ได้ทำการเปลื่ยนแปลงไปเริ่มใช้แผ่นผนังสำเร็จรูปหรือสมาร์ทบอร์ดแทนด้วยวัสดุทำจาก ไฟเบอร์ซีเมนต์  ติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว มีความแข็งแรงใกล้เคียงหรือเทียบเท่าผนังก่ออิฐอีกด้วยค่ะ อีกทั้งยังสามารถ กันเสียง กันความร้อน และที่โดดเด่นกว่าอิฐคือน้ำหนักที่เบามากอีกด้วย ในด้านความแข็งแรงนั้นอิฐอาจจะสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าผนังสมาร์ทบอร์ด และยังสามารถที่จะตอก เจาะ แขวนภาพ หรือติดแอร์ ก็สามารถที่จะง่ายในการบำรุงรักษา

แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ!!! รู้หรือไม่ว่าผนังสำเร็จก็สามารถทำแบบอิฐได้เช่นกันค่ะ แต่อาจจะต้องใช้ผนังสำเร็จรูปที่หนาประมาณ 8 มม. ขึ้นไป โดยใช้พุกพลาสติกผีเสื้อ PT-13 ที่ใช้งานคู่กับตะปูเกลียวแล้วละก็ จะสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 80 กิโลกรัมต่อจุดเลยทีเดียว (หากตอกตะปูเพื่อแขวนของทั่วไป เช่น กรอบรูป นาฬิกาแขวน ฯลฯ จะรับน้ำหนักได้ประมาณ 3-4 กิโลกรัม)

 

ผนังบ้าน,แบบผนังบ้าน,ผนังสำเร็จรูป_2รูปจาก scgbuildingmaterials.com

ด้านความร้อน จุดนี้บอกได้เลยค่ะว่าผนังสำเร็จจะทำได้ดีกว่า เพราะว่าผนังก่ออิฐครึ่งแผ่นฉาบปูนสองด้านจะทำให้ภายในบ้านมีอุณหภูมิสูงมากกว่าการใช้ระบบผนังสมาร์ทบอร์ด เพราะโดยปกติอิฐมอญเป็นวัสดุที่มีการสะสมความร้อนอยู่ในตัวเองมากๆค่ะ แต่ถ้าท่านไหนไม่ต้องการให้บ้านไม่ร้อนมากนัก สามารถทำได้โดยการก่อผนังอิฐสองชั้นแล้วเว้นช่องอากาศไว้ตรงกลาง ความร้อนจะมาสะสมอยู่ที่ช่องนี้และจะระบายความร้อนไปโดยไม่เข้าสู่ในบ้านได้ค่ะ

ผนังบ้าน,แบบผนังบ้าน,ผนังสำเร็จรูป_3ด้านเสียง ผนังแบบความร้อนโดยตรงสู่ภายในบ้านจะกันเสียงได้ดีกว่าแบบผนังสำเร็จ แต่บอกเลยค่ะว่าต่างกันไม่มาก โดย บ้านแบบผนังสำเร็จจะมีค่า  STC 39 และแบบอิฐฉาบปูน จะมีค่าอยู่ที่ STC 38 จะเห็นว่าต่างกันแค่ 1 เท่านั้นเองค่ะ ซึ่งปกติแล้ว บ้านทั่วไป ควรมีค่าในการกันเสียงรบกวนประมาณ STC 38-40 โดยประมาณค่ะ

ผนังบ้าน,แบบผนังบ้าน,ผนังสำเร็จรูป_4ด้านกันความชื้น ผนังสำเร็จดีกว่าเพราะว่ามีคุณสมบัติการทนน้ำไม่เปื่อย ไม่บวม จึงทำให้น้ำไม่ซึมผ่านไปอีกด้านได้ค่ะ ส่วนอิฐนั้นป็นวัสดุมีการดูดซึมน้ำ โดยปกติจึงนิยมฉาบปูนทับหน้าผนังด้านที่ต้องสัมผัสกับภายนอก เพื่อกันไม่ให้น้ำซึมผ่านเข้ามาภายในบ้านค่ะ

ผนังบ้าน,แบบผนังบ้าน,ผนังสำเร็จรูป_5ด้านการทนไฟ ผนังก่ออิฐทนไฟได้ดีกว่าแบบผนังสำเร็จ เพราะโดยปกติผนังก่ออิฐฉาบปูนทั้งสองด้านจะสามารถทนไฟได้ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่แผ่นผนังสำเร็จจะทนไฟได้น้อยกว่า แต่ถ้าอยากให้ทนไฟได้พอๆกับแบบอิฐก็สามารถทำได้แต่อาจจะต้องเสียงเงินเยอะขึ้น เพราะว่าเราต้องเพิ่มฉนวนกันร้อนทนอุณหภูมิสูง และแผ่นผนังสมาร์ทบอร์ด12 มิลลิเมตรขึ้นไปค่ะ

ผนังบ้าน,แบบผนังบ้าน,ผนังสำเร็จรูป_6สรุปแล้วทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วทั้ง 2 แบบ ก็อยู่ได้เป็นสิบยี่สิบปี โดยถ้าเรามีโครงสร้างหลัก เช่น ฐานราก เสา คาน พื้น เป็นไปตามการออกแบบตามหลักเกณฑ์ของวิศกรนั้น ก็คงไม่น่ามีปัญหาแล้วค่ะ และพบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.dotproperty.co.th

ฤกษ์ การสร้างบ้าน การปลูกบ้าน การขึ้นบ้านใหม่

ฤกษ์ การสร้างบ้าน การปลูกบ้าน การขึ้นบ้านใหม่

              ปัจจัยสี่ที่สำคัญของมนุษย์ย่อมมีที่อยู่อาศัย หรือ บ้าน เฮือน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ไม่ว่าเราจะไปทำมาค้าขาย ทำกิจการงานที่ใดก็ตาม เมื่อเสร็จกิจการงานแล้วก็จะกลับมายังบ้านพักอาศัยเสมอ เพราะบ้านเป็นที่ที่เราภาคภูมิใจ เป็นสิ่งที่รักและหวงแหน ความอบอุ่นเกิดภายในบ้าน นอนหลับสบายใจไร้ความกลัว และความหวาดระแวง

              แต่ถ้าปลูกบ้านไม่ถูกโฉลกกับเจ้าของ ความทุกข์ความเดือดร้อนก็จะเกิดขึ้นกับเรา ดังนั้น จึงควรเลือกวัน เวลา เดือน ปี โสกหรือโฉลก และวิธีปลูกบ้าน ให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมโบราณณ

    ปลูกเฮือนวันใดดี?
        วันอาทิตย์ ท่านห้ามปลูกความอุบาทว์จัญไรจะเกิด
        วันจันทร์ ท่านว่าปลูกได้จะมีลาภ ผ้าผ่อนท่อนสะไบบังเกิดแก่เจ้าของบ้าน
        วันอังคาร ท่านห้ามปลูก จะเกิดอันตรายจากไฟ
        วันพุธ ท่านว่าดี มีลาภเป็นของขาวเหลือง
        วันพฤหัสบดี ท่านว่าดี จงปลูกเถิดจะได้ลาภและความสุขพูนทวี
        วันศุกร์ ท่านว่า ห้ามปลูกจะมีทุกข์และสุขเท่ากันแล
        วันเสาร์ ท่านห้ามปลูกเด็ดขาด จะเกิดถ้อยความมีคนเบียดเบียน และจะมีเรื่องเดือดร้อนใจ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลูกบ้าน

    ปลูกเฮือนเดือนใดดี?
        เดือนอ้าย (เดือน 1) ท่านว่า จะทำมาค้าขึ้น จะได้เป็นเศรษฐี เพราะกิจการค้านั้น
        เดือนยี่ (เดือน 2) ท่านว่าดี มีศิริในการป้องกันศัตรูทั้งมวล
        เดือนสาม ท่านห้ามปลูก จะมีภัย ศัตรูเบียนเบียด
        เดือนสี่ ท่านว่า ปลูกดีจะมีลาภ จะมีความสุขกายสบายใจ
        เดือนห้า ท่านว่าจะเกิดทุกข์ร้อนไม่สบายใจ
        เดือนหก ท่านว่าประเสริฐ จะส่งผลให้เงินทองไหลมาเทมา
        เดือนเจ็ด ท่านห้ามปลูก จะเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ที่หาไว้ได้แล้ว จักถูกโจรลัก หรือไฟไหม้
        เดือนแปด ท่านห้ามปลูกเฮือนในเดือนนี้ เงินทองข้าวของที่เก็บไว้ จะมิอยู่คงที่แล
        เดือนเก้า ท่านให้เร่งปลูกเฮือน ถ้ารับราชการจะได้รับการปูนบำเหน็จแล ถ้ามิได้รับราชการก็จะเจริญในการประกอบอาชีพแล
        เดือนสิบ ท่านห้ามปลูก จะได้รับอันตรายจากโทษทัณฑ์ อาญาแผ่นดิน และการเจ็บไข้ได้ป่วย
        เดือนสิบเอ็ด ท่านห้ามปลูกจะถุกคนหลอกลวงเอาของ และสิ่งที่ห่วงแหน
        เดือนสิบสอง ท่านว่าควรเร่งปลูก จะได้เงินทองข้าวของ ช้างม้า ข้าทาสผู้ซื่อสัตย์แล

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลูกบ้าน

    ปลูกเฮือนปีใดดี?
        ปีชวด ให้เอากิ่งไม้คูณหรือไม้ราชพฤกษ์ มัดเสาแล้วจึงยกเสาลงหลุม เป็นมงคลแล
        ปีฉลู ให้เอาผ้าขาวม้าห่อกล้วยพันปลายเสา เอากิ่งตูม 3 กิ่ง มามัด จึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีขาล ให้เอาข้าวใส่กระทง 3 อันมาวางบนเสา แล้วเอาน้ำมารด 3 ขัน จึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีเถาะ ให้เอาใบตะเคียน ใบหูดหอม และต้นกล้วย มัดปลายเสา แล้วจึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีมะโรง ให้เอาผ้าห่อใบหูดหอม และกำยานพันปลายเสา แล้วยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีมะเส็ง ให้เอาใบทอง 2 กิ่ง ผูกปลายเสา เอาข้าวสุกใส่กระทง 3 กระทง ธูป 3 คู่ เทียน 3 คู่ บูชา แล้วจึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีมะเมีย ให้เอาใบขี้เหล็ก 3 กิ่งกวาดตั้งแต่ปลายเสาลงมาถึงต้นเสา 3 ที แล้วเอาน้ำรดปลายเสา 3 ขัน รอจังหวะถ้าได้ยินไก่ขัน จึงยกเสาลงหลุมมีโชคชัยแล (ถ้าไม่มีไก่ขันให้ขันสมมุติเอา)
        ปีมะแม ให้เอาใบเงิน 3 ใบ ใบหมากตัวผู้และหมากตัวเมียอย่างละ 3 ใบ กล้วยสุก 3 หน่วย อ้อย 3 ข้อ ใส่ในหลุม แล้วจึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีวอก หรือปีระกา ให้เอาเทียน 3 เล่ม ไปผูกต้นเสาทางหัวนอน ต้นไหนก็ได้ จึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีจอ หรือ ปีกุน ให้เอาข้าวตอกแตก 5 ดอก ใบบัวบก 5 ใบ รองตรงหัวเสาในหลุมก่อน จึงยกเสาลงหลุมดีนักแล

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลูกบ้าน

    วิธีขุดเสาเฮือน

                โบราณาจารย์ท่านว่า บ้านต้องปลูกใส่บนดิน ในดินมีทั้งแม่ธรณีและพญานาค (นาคดิน) เป็นอารักษ์ เพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคล ท่านว่า ควรย้ายแม่ธรณีและทำให้ถูกต้องตามโครงการนาคดิน กล่าวคือ นาคดิน นี้เราจะต้องรู้จักว่า หัวนาค หางนาค หลังนาค และท้องนาค อยู่ทางทิศไหนในแต่ละเดือนที่เราจะปลูกบ้านก่อนเพื่อปฏิบัติได้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะถูกพิษนาค ทำให้เราเจ้าของบ้านต้องเดือดร้อน เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ ควรปฏิบัติดังนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลูกบ้าน
        การย้ายแม่ธรณี
                     ก่อนจะมีการขุดดินปลูกบ้าน โบราณท่านว่า ให้ย้ายแม่ธรณี และสิ่งของที่เป็นอาถรรพ์ทั้งหลายออกไปก่อน บ้านจึงจะเป็นบ้านอยู่สุข วิธีย้ายให้เอาเทียนเหลือง 1 คู่ ดอกไม้ขาว 1 คู่ แต่งใส่ขัน แล้วเอาผ้าขาวพาดบ่า (ห่มเฉลียงบ่า) เดินไปตรงกลางลานดินที่จะปลูกบ้าน แล้วกล่าวคำอัญเชิญว่า
              “อุกาสะ ผู้ข้าขออัญเชิญแม่ธรณีเจ้าได้ออกจาก (หยับย้ายออกจาก) ที่ปลูกบ้าน เพราะที่ปลูกบ้านลูกหลานย่อมทิ้งสิ่งสกปรก ขอย้ายแม่ออกไปอยู่ข้างบ้าน แล้วขอให้แม่คุ้มครองปกป้องรักษาบ้าน และลูกหลานในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข ขอให้แม่นำสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย หมายมีกระดูกเป็นต้น ขอให้แม่โยนทิ้งไปให้ไกล เอาเหลือไว้แต่สิ่งอันเป็นมงคลแก่ข้าเทอญฯ”
              แล้วนำเอาธูปเทียนนั่นทิ้ง วางไว้ทางทิศตะวันตกของที่ปลูกบ้าน ส่วนผู้จะประกอบพิธีนี้จะให้คนแก่ที่มีศีลธรรม (ผู้ชาย) หรือจะเอาผู้ชายเจ้าของบ้านนั้นก็ได้
        การหลีกพิษนาค ในเดือนที่เราเห็นว่าปลูกบ้านดี เช่น เดือนอ้าย เดือนยี่ เดือนสี่ เดือนหก เดือนเก้า และเดือนสิบสอง ควรจะรู้ว่าเดือนเหล่านี้ ส่วนของนาคส่วนใดอยู่ทิศใด เวลาขุดดินการโกยดิน และการวางเสาแอกเสาขวัญ จะวางได้ถูกทิศทาง จะได้ไม่รับอันตรายจากพิษนาค โบราณท่านว่าดังนี้
            เดือนอ้ายและเดือนยี่ หัวนาคอยู่ทางทักษิณ (ทิศใต้) หางนาคอยู่ทางทิศอุดร (เหนือ) ท้องนาคอยู่ทางทิศปัจจิม (ตะวันตก) หลังนาคอยู่ทางทิศบูรพา (ตะวันออก) เวลาเข้าไปขุดดิน ให้เข้าไปในทางทิศท้องนาค โกยดินก็โกยไปทางทิศท้องนาคเช่นกัน คือทิศตะวันตก
            เดือนสี่และเดือนหก หัวนาคอยู่ทางทิศปัจจิม หางนาคอยู่ทางทิศบูรพา หลังนาคอยู่ทางทิศอุดร ท้องนาคอยู่ทางทิศทักษิณ เมื่อเข้าไปขุดดินให้เข้าไปทางทิศท้องนาค โกยดินไปทางทิศอาคะเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) เมื่อเอาเสาไปวางก็หันปลายเสาไปทางทิศอาคะเนย์
            เดือนเก้า หัวนาคอยู่ทางทิศบูรพา หางนาคอยู่ทางทิศปัจจิม หลังนาคอยู่ทางทิศทักษิณ ท้องนาคอยู่ทางทิศอุดร การเข้าไปขุดเสาให้เข้าไปทางทิศเหนือ แต่การโกยดินและการหันปลายเสาเมื่อเอาไปวางปากหลุม ให้โกยและหันไปในทิศอิสาณ (ตะวันออกเฉียงเหนือ)
            เดือนสิบสอง หัวนาคอยู่ทิศอุดร หางนาคอยู่ทางทิศทักษิณ หลังนาคอยู่ทิศบูรพา ท้องนาคอยู่ทางทิศปัจจิม ให้เข้าไปขุดเสาในทิศตะวันตก โกยดินไปทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) การเอาเสาไปวางก็ให้หันปลายเสาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นศิริมงคลนักแล
        วิธีบูชานาค เพื่อเป็นสิริมงคลต่อบ้าน โบราณท่านให้ทำเครื่องเซ่นไหว้พญานาค ซึ่งประกอบด้วยธูปเทียน และเครื่องบวดต่างๆ วิธีการทำมีดังนี้
            ให้เอาโต๊ะไปตั้งวางไว้ทิศหัวนาคอยู่ แล้วเอาของหวานใส่ เช่น บวดฟักทอง ใส่ถ้วยวางไว้ในถาด เอาดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่ ธูป 5 คู่ ใส่ในถาดวางไว้บนโต๊ะ
            ให้ทำธงใส่หลักไปปักข้างโต๊ะเครื่องเซ่นไหว้ทั้ง 2 ข้าง สำหรับผ้าทำธงให้ใช้สีตามเดือน ดังนี้
            เดือน     สีธง     เดือน     สีธง
            เดือนอ้าย     สีขาว     เดือนยี่     สีขาว
            เดือนสี่     สีเหลือง     เดือนหก     สีเหลือง
            เดือนเก้า     สีดำหรือสีนิล (เขียวแก่)     เดือนสิบสิง     สีแดง
            กล่าวคำบูชา 1 จบ ว่า “อะยัง มะหานาโค อิทธิมันโต ชุติมันโต อิมินา สักกาเรนะ มะหานาคัง ปูเชมิ”

วิธีขุดเสา เมื่อเราทำเครื่องบูชาเสร็จแล้ว ให้ลงมือขุดหลุมเสาแฮก คนที่ถือเคร่งจริงๆ เวลาขุดหลุมเสาแฮกนั้น เขาจะเอาไม้คูณ หรือไม้ยอทำด้ามเสียมก่อน คนขุดก็จะตั้งชื่อให้ว่า “ท้าวเงิน ท้าวคำ ท้าวแก้ว ท้าวค้ำ ท้าวคูณ” ชื่อใดชื่อหนึ่งตามความเหมาะสม ให้เป็นผู้ขุดเสาแฮก แต่ถ้าจะตั้งชื่อคนขุดทั้ง 8 หลุม (เรือน 3 ห้องสมัยโบราณมีเสา 8 ต้นต่อเกย หรือเฉลียงอีก 4 ต้น จึงรวมเป็น 12 ต้น เกยไม่นับเป็นเรือน) ก็ให้ตั้งเพิ่มอีก 3 ชื่อ คือ ท้าวสุข ท้าวดี ท้าวมี แล้วให้ขุดเสาคนละเสา

สำหรับเสียมขุด นอกจากเสาแฮกแล้วจะเอาด้ามอะไรก็ได้ เฉพาะเสาเอกหรือเสาแฮก ให้ใช้เสียมไม้คูณ หรือไม้ยอ โดยให้ท้าวเงินเป็นคนขุด ในเวลาขุดหลุมเสาย่อมจะพบสิ่งที่เป็นมงคลและไม่เป็นมงคล ดังนั้นเมื่อพบแล้วให้แก้นิมิตแก้อาถรรพ์ ดังนี้

    ถ้าขุดไปพบกระดูก ท่านให้เอาน้ำสะอาดสรงแก้วแหวนเงินทอง มารดลงในหลุมเป็นศิริมงคลแล
    เมื่อขุดลงไปพบขนสัตว์หรือเชือก ให้ไปขอน้ำมนต์จากพระมารดหลุม เป็นศิริมงคลแล
    ถ้าขุดลงไปพบไม้ทราง ให้นิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์ แล้วเอาน้ำพระพุทธมนต์รดลงในหลุม เป็นศิริมงคลแล
    ถ้าขุดลงไปพบอิฐ หรือดินเหมือนขี้หนู ท่านให้เอาน้ำผึ้งแท้รดลงในหลุม เป็นศิริมงคลแล
    ถ้าของไม่ดีนอกจากนี้ ท่านให้เอาน้ำสรงพระพุทธรูปใส่ขันไว้ เอาดอกบัวหลวง ถ้าของไม่ดีนอกจากนี้ ท่านให้เอาน้ำสรงพระพุทธรูปใส่ขันไว้ เอาดอกบัวหลวง และหญาแพรก ใส่ลงในหลุม แล้วเอาน้ำสรงพระพุทธรูปรดลงในหลุม เป็นศิริมงคลแล
    ก่อนเอาเสาแฮก (เสาเอก) ทางหัวนอนลงหลุม ให้เขียนกลใส่หลุมว่า “ปู่ก่อสร้างเป็นอาชญ์เฮือนหิน เงินคำมีหมื่นกือกองล้น” ต้นเสาขวัญทางตีนนอน (เสาขวัญ) ให้เขียนกลใส่ในหลุม ก่อนเอาเสาลงหลุมดังนี้ หลานก่อสร้างเป็นอาชญ์เฮือนหิน เงินคำมีหมื่นกือกองล้น” เขียนแล้วเอาลงใส่ในหลุมดังกล่าว

ลักษณะที่ดินที่ไม่ควรปลูกเฮือน

                พื้นดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ท่านว่าไม่ควรปลูกบ้านเพราะเข้าลักษณะโลงผี จะทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย ควรแยกที่ดินนั้นเป็นสวนไม้ดอก ไม้ผล ด้วยการกั้นรั้วแบ่งเป็นสัดส่วนให้ที่ดินเปลี่ยนรูปร่าง ไปเสียส่วนหนึ่งก่อน แล้วจึงปลูกท่านว่าจะเป็นมงคลแล

             ที่ดินรีแหลมยาวรูปธง ท่านว่าไม่ควรปลูกบ้าน ถ้าจะปลูกควรแก้เคล็ดดังข้อ 1 เสียก่อน จึงปลูกบ้าน ท่านว่าจะเป็นมงคลแล    อย่าปลูกบ้านกวมตอไม้ใหญ่ ถ้าจะปลูกก็ควรขุดออกให้หมดเสียก่อน มิฉะนั้นจะทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย ท่านว่า มีภูติผีสิงอาศัยอยู่ในนั้น
             อย่าปลูกเฮือนอกแตก คือทำบ้านสองหลังเป็นฝาแฝด แต่ชายคาไม่ต่อกัน จะทำให้คนในบ้านทะเลาะวิวาทกัน      อย่าปลุกเฮือนหงำเฮือน (ข่มเฮือน) คือทำเฮือนใหญ่ที่เป็นเสาเอกนั้น ต่ำกว่าเฮือนเล็กที่สร้างขึ้นใหม่ โบราณท่านว่า จะยากไร้อนาถา ไม่มีคนยำเกรง มีแต่คนข่มเหงแล

ปัญหาหลังคา ที่คนสร้างบ้านใหม่ละเลย

ปัญหาหลังคา ที่คนสร้างบ้านใหม่ละเลย

สำหรับงานก่อสร้างบ้านแล้ว โครงสร้างภายนอกของบ้านทุกส่วนล้วนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจุดประสงค์คือการปกป้องเราออกจากสิ่งแวดล้อมที่แปรปรวน ไม่ว่าจากแสงแดด ความร้อน พายุฝน และน้ำค้างในเวลากลางคืน ดังนั้นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญมากที่สุดของงานโครงสร้างบ้าน คือ “หลังคา” ที่แม้เราจะมองไม่เห็นจากระยะสายตาของเรา แต่ก็มีความจำเป็นที่สุดในแง่ฟังก์ชั่นการใช้งาน

หลังคา เป็นส่วนสำคัญที่ต้องได้มาตรฐานและคุณภาพ เพราะอยู่ในตำแหน่งสูง หากเกิดปัญหาต้องแก้ไขก็ทำงานได้ยากกว่าส่วนอื่น และส่วนใหญ่เราจะทราบปัญหาของหลังคาก็ต่อเมื่อส่งผลกระทบต่อภายในบ้านแล้ว อย่างเช่น น้ำรั่ว หลังคาหลุดปลิว หรือพัง ซึ่งปัญหาเหล่านั้นนำมาซึ่งความเสียหายของชีวิตและทรัพย์สิน และกว่าจะตามแก้ก็ไม่ทันการเสียแล้ว

ดังนั้น สิ่งที่ต้องพิจารณาสำหรับงานหลังคาตั้งแต่เริ่มต้นการก่อสร้างและติดตั้งหลังคา เริ่มต้นตั้งแต่งานโครงสร้างหลังคาที่ต้องแข็งแรง ไปจนถึงการติดตั้งกระเบื้อง เพราะเทคนิคการมุงกระเบื้องหลังคา คือ จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญอีกชิ้นของหลังคาที่ได้มาตรฐาน และเหล่านี้คือจุดเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้จากการติดตั้งหลังคาที่ไม่ได้มาตรฐาน

1. ปัญหารั่วซ้ำซาก 

จากการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น องศาหลังคาที่ไม่เหมาะสม รั่วเกิดจากช่องว่างระหว่างกระเบื้องไม่แนบสนิท การยึดครอบแนวสันหลังคาและตะเข้สันไม่ถูกวิธี เป็นต้น ดังนั้นทุกส่วนของหลังคาจึงควรประกบต่อกันให้สนิท ทั้งส่วนรอยต่อระหว่างกระเบื้องต่อกระเบื้อง และรอยต่อของสันหลังคา

เทคนิคการติดตั้งก็เป็นเรื่องจำเป็นต่อทั้งเรื่องความสวยงาม ฟังก์ชั่นการใช้งาน และความทนทานของหลังคา ปัญหามักเกิดกับรอยต่อของกระเบื้องที่รูปทรงต่างกันหรือส่วนที่ติดตั้งอุปกรณ์เสริมซึ่งจำเป็นต้องใช้เทคนิคในการติดตั้งตั้ง เช่น ส่วนครอบสันหลังคาที่ติดไม่สนิทหรือไม่ได้ระดับ หรือการตัดกระเบื้องร่องรางและตะเข้สันที่ไม่ได้แนวตรง ทำให้หลังคาเป็นลูกคลื่น ไม่ได้ระนาบ และส่งผลต่อการใช้งาน

 

 

2. หลังคาแอ่น

เกิดจากการติดตั้งโครงหลังคาที่ไม่ได้ระดับ ผืนหลังคาที่ไม่เป็นระนาบเดียวกัน ส่งผลทั้งต่อเรื่องความสวยงามของตัวบ้าน และอาจนำมาซึ่งรอยรั่วซ้ำซากได้

 

 

3. หลังคาเบี้ยว

เกิดจากความไม่เชี่ยวชาญ หรือขาดเทคนิคการติดตั้งหลังคาที่ได้มาตรฐาน นั่นทำให้การจัดระยะแปไม่เท่ากัน หรือมุงกระเบื้องไม่ได้ตามแนวตรง ความสวยงามของบ้านจึงลดลงจากรายละเอียดเล็กน้อยของงานหลังคาเช่นนี้

เพราะหลังคามีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องใส่ใจ นอกจากการเลือกใช้วัสดุติดตั้งหลังคาที่ได้มาตรฐาน สีสันสวยงาม และแข็งแรงทนทานแล้ว บริการการติดตั้งหลังคาที่ได้มาตรฐานจากทีมช่างมืออาชีพ ยังช่วยยืดอายุการใช้งานบ้านให้คงทนได้อย่างสวยงามต่อไปได้อีกนานเท่านาน และทางเอสซีจี ก็มีบริการติดตั้งหลังคาครบวงจร SCG Roof Service จากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลรายละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่ออกแบบ ประมาณการราคาสินค้า สำรวจหน้างาน และติดตั้งด้วยช่างมืออาชีพ ส่งมอบงานพร้อมรับประกัน เพื่อให้เจ้าของบ้านหลังใหม่ไม่ต้องกังวลกับงานหลังคาอีกต่อไป

– มั่นใจด้วยทีมช่างมืออาชีพจากเอสซีจี พร้อมเทคโนโลยีการติดตั้ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน ติดตั้งได้รวดเร็ว และลดความเสียหายของกระเบื้อง

– ควบคุมมาตรฐานการติดตั้งทุกขั้นตอน ดูแลทุกรายละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบงานอย่างใกล้ชิด เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เลือกสินค้าคุณภาพ วางแผนติดตั้ง และรายงานความคืบหน้าให้เจ้าของบ้านทราบทุกระยะ

– มั่นใจด้วยการรับประกันการติดตั้ง สบายใจหายห่วงทั้งในเรื่องความสวยงามและความคงทนของหลังคาหลังส่งมอบงาน

เพราะเรื่องหลังคามีส่วนประกอบและรายละเอียดมากมายที่ต้องใส่ใจ ถ้าไม่อยากยุ่งยากเรื่องหลังคา ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านหลังคาจาก SCG ได้ที่ SCG Experience, SCG Home Solution และ SCG Roofing Center

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCG Contact Center: 02-586-2222

ขอบคุณข้อมูลจาก SCG, thairath.co.th/lifestyle/home

สร้างบ้านควรใช้อิฐมอญหรืออิฐมวลเบา

สร้างบ้านควรใช้อิฐมอญหรืออิฐมวลเบา

บ้านและสวนตอบกระทู้สัปดาห์นี้ เรามีข้อสงสัย จากกระทู้พันทิปที่หลายคนยังข้องใจเกี่ยวกับเรื่องบ้าน เรื่องสวน กับคำถามยอดนิยมคำถามนี้เลยครับ “จะสร้างบ้านควรเลือก อิฐมอญหรืออิฐมวลเบา ดี”

อิฐมอญหรืออิฐมวลเบา

จากคำถาม : ในเรื่องความทนทาน อายุการใช้งานและอุณหภูมิภายในห้องของอิฐสองแบบนี้ครับ รวมถึงเรื่องการที่จะประดับตกแต่ง การต่อเติมด้วยครับ

 

คลายข้อสงสัย : จากที่เจ้าของกระทู้ได้ถามมา ขอแยกเป็นข้อๆ เพื่อตอบให้ได้อย่างชัดเจนตามนี้ครับ

  • ความทนทาน อายุการใช้งาน
  • อุณหภูมิภายในบ้าน
  • การตกแต่ง ต่อเติม

สร้างบ้านควรใช้อิฐมอญหรืออิฐมวลเบา

 

ความทนทาน อายุการใช้งาน

ในเรื่องของความทนทาน ความแข็งแกร่ง อิฐมอญจะได้เปรียบมากกว่าเพราะส่วนผสมที่ทำมาจาก ดินเหนียวปนทราย ผสม แกลบ และขี้เถ้า นำเข้าเตาอบ การยึดเกาะของเนื้อผิวจึงมีมากกว่า สามารถทุบ สกัด เจาะ ฝังอุปกรณ์ต่างๆ ที่รับน้ำหนักมากๆ ซึ่งต่างจากอิฐมวลเบาที่มีส่วนผสมทำมาจาก ทราย ซีเมนต์ ปูนขาว ยิปซั่ม และผงอลูมิเนียม มีรูพรุนอยู่ข้างในมากกว่า สามารถเกิดการแตกร้าวได้ง่ายกว่า

 

 

อุณหภูมิภายในบ้าน

คุณสมบัติในข้อนี้ต้องยกให้ อิฐมวลเบา เพราะเนื้ออิฐมีลักษณะเป็นฟองอากาศ มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี แตกต่างจาก อิฐมอญ ที่เนื้ออิฐมีคุณสมบัติสะสมความร้อนได้ดี เมื่อโดนแสงแดดช่วงกลางวันจะแผ่ความร้อนเข้ามาภายในบ้าน ซึ่งถ้าห้องไหนก่อด้วยอิฐมอญ ควรมีการถ่ายเทอากาศออกสู่ภายนอกได้ ไม่เช่นนั้นต้องเปิดแอร์สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอย่างมาก

การตกแต่ง ต่อเติม

อิฐมอญ นิยมนำมาตกแต่งในหลายสไตล์ สามารถใช่ก่ออิฐโชว์แนว สไตล์ลอฟท์ หรือวินเทจ ในขณะที่อิฐมวลเบาจะถูกนำมาใช้ก่อผนัง และฉาบปูนทับทั่วไป เรื่องการต่อเติมทั้ง 2 แบบ สามารถทำได้เหมือนๆ กัน ขึ้นอยู่กับใช้งาน เช่น ถ้าจะต่อเติม เจาะแขวนสิ่งของที่รับน้ำหนักมาก ผนังส่วนนั้นควรใช้อิฐมอญจะดีกว่า

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.baanlaesuan.com/61950/maintenance/pantip-brick บ้านและสวน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า