โดย saweang | ต.ค. 23, 2025 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
แนะนำ “หลังคาเหล็กเคลือบเซรามิก” นวัตกรรมใหม่ของวัสดุมุงหลังคา ช่วยสะท้อนความร้อน ป้องกันรังสี UV & IR บ้านเย็น ประหยัดค่าไฟ เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย
🌤️ ทำความรู้จัก “หลังคาเหล็กเคลือบเซรามิก” คืออะไร
หลังคาเหล็กเคลือบเซรามิก (Ceramic Coated Steel Roof) คือหลังคาเหล็กที่เคลือบผิวด้วยชั้นเซรามิกชนิดพิเศษ ช่วยเพิ่มความสามารถในการสะท้อนความร้อนจากแสงแดด ป้องกันรังสี UV และ Infrared (IR) ทำให้ภายในบ้านเย็นสบายกว่าหลังคาเหล็กทั่วไป
เซรามิกเคลือบนี้ยังช่วยให้ผิวหลังคามีความมันเงา ทนต่อการซีดจางจากแสงแดด และป้องกันสนิมได้ดี เหมาะสำหรับบ้าน อาคาร หรือโรงงานในเขตร้อนอย่างประเทศไทย
💪 จุดเด่นของหลังคาเหล็กเคลือบเซรามิก
-
สะท้อนความร้อนสูงสุดถึง 80%
ลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ถึง 3–4 องศาเซลเซียส
-
ป้องกันรังสี UV และ IR ได้ดีเยี่ยม
ลดการเสื่อมสภาพของฝ้า ผนัง และเฟอร์นิเจอร์
-
แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศทุกฤดู
เหล็กคุณภาพสูงผ่านกระบวนการเคลือบป้องกันสนิม
-
น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ประหยัดโครงสร้าง
ช่วยลดค่าแรงและระยะเวลาในการก่อสร้าง
-
ดีไซน์สวย มีให้เลือกหลายสี
เช่น สีเทาเมทัลลิก สีแดงอิฐ สีฟ้าทะเล และสีเขียวโอลีฟ
🏠 เหมาะกับใคร?
-
เจ้าของบ้านที่ต้องการลดอุณหภูมิในบ้าน
-
ผู้ประกอบการที่ต้องการลดค่าไฟเครื่องปรับอากาศ
-
เจ้าของโรงงานหรือโกดังที่มีความร้อนสะสมจากหลังคาโลหะ
-
โครงการหมู่บ้านจัดสรรที่เน้นประสิทธิภาพพลังงาน
⚙️ วิธีดูแลและยืดอายุการใช้งาน
-
หมั่นล้างทำความสะอาดฝุ่นและคราบตะไคร่ปีละ 1–2 ครั้ง
-
ตรวจเช็ครอยต่อและสกรูยึดหลังคาเป็นประจำ
-
หลีกเลี่ยงการเดินบนหลังคาโดยตรง
💡 สรุป
หลังคาเหล็กเคลือบเซรามิก คือคำตอบของคนที่ต้องการ “บ้านเย็น ใช้พลังงานน้อย อายุการใช้งานยาว” เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เหมาะกับทั้งบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน และโรงงานอุตสาหกรรม
โดย khwankaew | พ.ค. 6, 2022 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
จริงๆแล้วปัญหาหลักๆที่ทำให้บ้านร้อนส่วนใหญ่มาจากหลังคาบ้านของเรา
รังสีความร้อนสามารถแผ่เข้าสู่บ้านได้หลายทาง ทั้งผนังบ้าน หน้าต่าง แต่พื้นที่หลักที่รับรังสีความร้อนคือหลังคา ดังนั้นการเลือกใช้หลังคาจึงมีความสำคัญมาก ควรเลือกใช้หลังคาที่สามารถสะท้อนแสงแดด ลดความร้อนได้เป็นอย่างดี

จากรูปหลังคาทั่วไปจะไม่สะท้อนแสงแดด ทำให้รังสีความร้อนสามารถแผ่เข้าสู่บ้านทำให้บ้านเกิดความร้อน
แต่หลังคาเหล็กเซรามิก มีเม็ดเซรามิกที่คุณสมบัติที่ช่วยในการสะท้อนแสงแดด ความร้อนรังสีUV&IR ได้ดี ช่วยลดความร้อนภายในอาคาร ให้บ้านของคุณเย็นสบายอีกทั้งยังทนต่อสภาพอากาศ แข็งแรงทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน
โดย khwankaew | พ.ค. 6, 2022 | บทความบ้านๆๆ
จริงๆแล้วปัญหาหลักๆที่ทำให้บ้านร้อนส่วนใหญ่มาจากหลังคาบ้านของเรา
รังสีความร้อนสามารถแผ่เข้าสู่บ้านได้หลายทาง ทั้งผนังบ้าน หน้าต่าง แต่พื้นที่หลักที่รับรังสีความร้อนคือหลังคา ดังนั้นการเลือกใช้หลังคาจึงมีความสำคัญมาก ควรเลือกใช้หลังคาที่สามารถสะท้อนแสงแดด ลดความร้อนได้เป็นอย่างดี

จากรูปหลังคาทั่วไปจะไม่สะท้อนแสงแดด ทำให้รังสีความร้อนสามารถแผ่เข้าสู่บ้านทำให้บ้านเกิดความร้อน

แต่หลังคาเหล็กเซรามิก มีเม็ดเซรามิกที่คุณสมบัติที่ช่วยในการสะท้อนแสงแดด ความร้อนรังสีUV&IR ได้ดี ช่วยลดความร้อนภายในอาคาร ให้บ้านของคุณเย็นสบายอีกทั้งยังทนต่อสภาพอากาศ แข็งแรงทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน
โดย khwankaew | พ.ย. 23, 2021 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
นวกรรมใหม่ของหลังคาเหล็ก เคลือบเซรามิก ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อน และเสียงดัง ของหลังคาเหล็กเมทัลชีททั่วไป เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แข็งแรง ทนทาน สวยงาม หรูหรา ดูดี มีระดับ
ปัจจุบันมีหลังคาหลากหลายชนิดให้เลือกใช้ หลังคากระเบื้องมีสีสันที่สวยงาม แต่มีน้ำหนักเยอะ และสิ้นเปลืองในเรื่องของโครงสร้าง อีกทั้งมีราคาที่สูง และหลังคาที่นิยมนำมาใช้กันมากที่สุดคือหลังคามทัลชีท มีน้ำหนักเบา แต่มีข้อเสียเยอะ ทั้งไม่มีรูปลอน ไม่สวยงาม ความร้อน เสียงดัง และการลั่นของตัวหลังคาเอง หลังคาเหล็กเซรามิก CMR ได้ออกมาแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยผลิตแผ่นหลังคาเหล็ก ขึ้นรูปลอนที่สวยงาม และเคลือบด้วยเม็ดเซรามิก ซึ่งแก้ปัญหาเรื่องเสียง ความร้อน การลั่นของหลังคาได้อย่างดีเยี่ยม และยังมีรูปลอน สีสันที่สวยงาม อีกทั้งราคาเทียบเท่ากับเมทัลชีทในปัจจุบันอีกด้วย

รายละเอียด
- ผลิตจากแผ่นเหล็กอะลูซิงค์ เคลือบด้วยเม็ดเซรามิก และสีเรซิน พอลิเมอร์สูตรน้ำ คุณภาพสูง
- วัสดุมีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อทุกสภาวะอากาศ ปลอดภัยจากพายุฝน ลมแรง และลูกเห็บ
- หลังคาเหล็กมีผิวสัมผัส ช่วยกระจายแรงตกกระทบของน้ำฝน ลดเสียงดังของหลังคา ขณะฝนตกหนักได้ดี
- ช่วยสะท้อนแสงแดด ความร้อน และรังสี UV&IR ลดความร้อนภายในอาคารให้เย็นสบาย
- สีสวยทนทานนานนับ 30 ปี มีอายุการใช้งานยาวนาน
- ติดตั้งง่าย สะดวก งานเสร็จเร็ว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวม
- ปลอดภัยต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- รุ่น มาตรฐาน ขนาด 76 x 120 ซม.และ 76 x 225 ซม.
น้ำหนัก : 5.64 kg. และ 10.58 kg.
- สีมาตรฐาน สีอิฐ Terracotta , มอคค่า Mocha, ชาโคลเกรย์ Charcoal Gray

โดย saweang | ก.ย. 1, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ในหน่วยงานก่อสร้างนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีวัสดุวางตามจุดต่างๆ เพื่อเตรียมการก่อสร้างซึ่งมีทั้งวัสดุที่กำลังรอนำไปใช้และวัสดุที่เหลือเพื่อรอนำไปทิ้ง ทำให้การจัดการพื้นที่เก็บวัสดุมีสำคัญ โดยเฉพาะเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนซึ่งเป็นหนึ่งในวัสดุที่มีความสำคัญกับโครงสร้างของอาคาร จึงควรมีการบริหารการจัดเก็บที่ดีพอสมควร แต่ก็ไม่ได้เป็นวิธีที่ยุ่งยากเกินไปทั้งนี้เพื่อให้เหล็กดังกล่าวอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน

1.การเตรียมพื้นที่จัดเก็บ
สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่เลือกใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนในโครงการนั้นๆ และมีปริมาณที่มาก จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมพื้นที่จัดเก็บทั้งก่อนใช้งานและเหล็กที่เหลือจากการใช้งาน โดยสามารทำโรงเก็บแบบชั่วคราวไว้ในพื้นที่โครงการ โดยทำการเทพื้นคอนกรีตชั่วคราวหนาประมาณ 15 – 20 ซม. และควรมีวัสดุเช่นไม้หมอน หรือ เศษเหล็กที่เหลือจากการใช้งาน มาทำการรองไว้ด้านล่างของกองเหล็กดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงให้เหล็กสัมผัสความชื้นจากพื้นดินซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสนิม

2.ทาสีกันสนิม
มีหลายกรณีที่ผู้รับเหมาเลือกที่จะนำเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนมาทาสีที่หน่วยงานก่อสร้างเอง ซึ่งวิธีนี้หากงานก่อสร้างที่กินเวลายาวนานหรือก่อสร้างในช่วงฤดูฝนจะทำให้เหล็กนั้นๆ มีโอกาสที่จะเกิดสนิมขึ้นแทบจะ 100% ดังนั้นควรทาหรือพ่นสีกันสนิมตั้งแต่เหล็กดังกล่าวมาถึงหน่วยงานก่อสร้าง หรือเลือกวิธีสั่งเหล็กที่มีการทาหรือพ่นกันสนิมมาจากโรงงานของผู้ผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพของเหล็กให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน ทั้งยังเพิ่มความมั่นใจให้เจ้าของโครงการมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

3.การจัดเก็บให้ถูกประเภท
ในบางโครงการนั้น ผู้ออกแบบวิศวกรมีการเลือกใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนทั้ง 2 เกรด คือ SS400 และ SM520 ซึ่งในด้านต้นทุนค่าก่อสร้างนั้น ในบางโครงการสามารถช่วยให้ประหยัดต้นทุนงานโครงสร้างได้ถึง 20% แต่การจัดเก็บเหล็กทั้ง 2 เกรด ควรแยกให้ชัดเจนไม่นำมาวางกองรวมกัน หากวางใกล้กันควรมีป้ายหรือสัญลักษณ์บอกอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการเลือกไปใช้งานตามแบบที่กำหนดมา

4.พื้นที่จัดเก็บสำหรับโครงการขนาดเล็ก
สำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มักทำโรงเก็บแบบชั่วคราวอยู่แล้ว ส่วนในกรณีโครงการขนาดเหล็ก การสร้างโรงเก็บแบบชั่วคราวอาจทำให้งบประมาณบานปลายเกินความจำเป็น สามารแก้ปัญหาได้ด้วยการแบ่งพื้นที่ขนาดเล็กเอาไว้แล้วปูด้วยผ้าใบหรือพลาสติกบนพื้น แทนการเทพื้นคอนกรีตเพื่อกันความชื้นจากดิน จากนั้นจึงนำไม้หมอน หรือเศษเหล็กที่เหลือจากการใช้งาน มาทำการรองไว้ด้านล่างของกองเหล็กดังกล่าวและปิดคลุมด้วยพลาสติกอีกทีนึง เผื่อกรณีฝนตกและกันน้ำค้างในตอนเช้า เพียงเท่านี้โครงการขนาดเล็กก็สามารถมีที่เก็บเหล็กและป้องกันเหล็กจากสนิมได้โดยไม่ยุ่งยากแล้ว
–ขอบคุณข้อมูลhttps://www.hbeamconnect.com/
หากต้องการใช้เหล็กเป็นโครงก่อสร้างบ้านด้วยเหล็ก H Beam เหล็กก่อสร้างรูปพรรณทุกชนิด สามารถโทรมาสอบถามข้อสงสัยการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างเฮชบีม สามารถติดต่อที่ 02 749 1007-14 ได้ในเวลาทำการครับ
