โดย khwankaew | ธ.ค. 3, 2025 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
สำนักงานดับเพลิงท้องถิ่นของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่โรงงานแห่งหนึ่งของบริษัทนิปปอน สตีล (Nippon Steel) ในเมืองมุโระรัน จังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น ในช่วงเช้ามืดวันที่ 1 ธ.ค.2025 ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่และเศษซากคอนกรีตกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
รายงานระบุว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงงานนอร์ทเจแปนเวิร์ก (North Japan Works) ของนิปปอน สตีล ได้โทรแจ้งเหตุฉุกเฉินเมื่อเวลาประมาณ 00.55 น. ตามเวลาท้องถิ่น (02.55 น. ตามเวลาไทย) โดยระบุว่าบ้านเรือนของพวกเขาสั่นสะเทือน และอาจมีเพลิงไหม้เกิดขึ้นที่โรงงานดังกล่าว ก่อนที่ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงซึ่งเดินทางถึงที่เกิดเหตุจะยืนยันว่า เตาหลอมความร้อนสูงเกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ภายในโรงงาน
สำนักงานดับเพลิงเปิดเผยว่า คนงานประมาณ 10 คนที่ปฏิบัติงานอยู่ในขณะนั้นได้รับการอพยพออกไปแล้ว และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ไฟยังคงลุกไหม้อย่างรุนแรง และเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการควบคุมเพลิงให้สงบ
ขณะนี้ บริษัทได้สั่งระงับการทำงานของเตาหลอม และอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายของอุปกรณ์ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อห่วงโซ่อุปทานและการขนส่ง ส่วนสาเหตุของการระเบิดยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
แหล่งที่มา ryt9.com/
โดย saweang | ต.ค. 22, 2025 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็ก H‑Beam คือเหล็กรูปพรรณที่มีหน้าตัดเป็นรูปตัว H ถูกออกแบบมาเพื่อรับแรงอัดและแรงดัดได้ดี ใช้เป็นคาน หลักรับน้ำหนัก และโครงสร้างหลักในงานอาคารสูง โรงงาน และสะพาน บทความนี้อธิบายพื้นฐาน คุณสมบัติทางเทคนิค และตัวอย่างการใช้งานจริง
ลักษณะทางกายภาพของ H‑Beam: แผ่นแฟลนขนาดกว้างและเว็บ (web) หนา ทำให้มีความสามารถในการรับแรงดัดสูง คุณสมบัติทางกล: ความต้านทานแรงดัด (bending), ความแข็งแรง (yield strength), โมดูลัสความยืดหยุ่นวัสดุและการผลิต: กระบวนการผลิต H‑Beam แบบรีดร้อน (hot‑rolled) และการตัด/เจาะตามสั่ง
การใช้งานทั่วไป: คานหลักในอาคารสูง, เสาในโครงสร้างอุตสาหกรรม, โครงสะพาน, โครงถังและฐานเครื่องจักร
ข้อควรระวัง: การต่อข้อต่อ (weld/bolted) การคำนวณแรงเฉือนและแรงบิดก่อนติดตั้ง
สรุป H‑Beam เป็นวัสดุโครงสร้างที่ให้ความแข็งแรงสูงและความยืดหยุ่นในการออกแบบ เหมาะกับงานที่ต้องการรับแรงขนาดใหญ่และการกระจายน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ

เหล็ก H‑Beam (เหล็กเอชบีม๗ รีดร้อนขนาดมาตรฐาน เตรียมส่งโครงการก่อสร้าง
ขอรายละเอียดเพิ่มเติม การติดต่อ :@thanasarn
โดย khwankaew | ก.ย. 12, 2025 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เลือกเหล็กให้เป็น งานไหนก็มั่นใจ ดู 3 เคล็ดลับ จาก thanasarn แล้วจะรู้ว่า การสร้างงานคุณภาพ เริ่มจาก ‘เหล็ก’ ที่ใช่
1. ตรวจสอบมาตรฐาน มอก. และคุณภาพของเหล็ก
-
เหล็กที่นำมาใช้ในงานก่อสร้างหรือโครงสร้าง ต้องผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อรับรองว่ามีความแข็งแรงและคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด
-
การตรวจสอบทำได้โดยดูที่ สัญลักษณ์ มอก. บนเหล็ก หรือเอกสารรับรองจากโรงงาน
-
ควรหลีกเลี่ยงเหล็กที่ไม่มีมาตรฐาน เพราะอาจมีปัญหาด้านความแข็งแรง เสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือรับน้ำหนักไม่ได้
2. เลือกชนิดและขนาดของเหล็กให้เหมาะสมกับโครงสร้างงาน
-
งานต่าง ๆ ต้องใช้เหล็กต่างชนิดกัน เช่น
-
งานโครงสร้างหลัก เช่น เสา คาน → ใช้เหล็ก H-Beam, I-Beam, รางน้ำ หรือเหล็กเส้น DB
-
งานทำโครงเบา เช่น หลังคา รั้ว → ใช้เหล็กกล่อง, ท่อเหล็ก, เหล็กตัวซี
-
งานที่ต้องการทนสนิม → เลือกเหล็กชุบกัลวาไนซ์ หรือสแตนเลส
-
ขนาดเหล็กต้องสัมพันธ์กับน้ำหนักที่โครงสร้างจะรับได้ ไม่เล็กเกินไป (เสี่ยงต่อการพัง) และไม่ใหญ่เกินไป (เปลืองต้นทุนโดยไม่จำเป็น)
-
ก่อนเลือกขนาด ควรปรึกษาวิศวกรหรือดูแบบก่อสร้างที่กำหนดไว้
3. เลือกซื้อเหล็กจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือ
-
ซื้อจากร้านหรือผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรอง และมีชื่อเสียงในด้านคุณภาพ
-
ผู้ขายที่เชื่อถือได้จะมีเอกสารรับรองมาตรฐาน (เช่น มอก. หรือใบ Certificate จากโรงงาน)
-
ป้องกันการถูกหลอกขายเหล็กไม่ได้คุณภาพ เช่น เหล็กบางกว่าที่แจ้ง ขนาดไม่ตรง หรือเป็นเหล็กรีไซเคิลที่ไม่ได้มาตรฐาน
-
ผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือมักมีบริการหลังการขาย เช่น การตัด การจัดส่ง การออกใบรับรองคุณภาพเหล็ก
👉 สรุปง่าย ๆ:
-
มาตรฐาน → มั่นใจได้ว่าเหล็กแข็งแรง
-
ขนาด/ชนิด → เหมาะสมกับโครงสร้างจริง
-
ผู้ขาย → ได้ของแท้ ไม่เสี่ยงถูกโกง

โดย khwankaew | ส.ค. 29, 2025 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศเมื่อวานนี้ (26 ส.ค.) ว่า ได้ออกข้อกำหนดในการเรียกเก็บภาษีป้องกันการทุ่มตลาด (anti-dumping duties – AD) และภาษีตอบโต้ (countervailing duties -CVD) กับ 10 ประเทศ หลังจากทำการสอบสวนเกี่ยวกับการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กที่ทนทานต่อการกัดกร่อน
กระทรวงพาณิชย์ระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อกำหนดดังกล่าวครอบคลุมการนำเข้าสินค้าดังกล่าวมูลค่ารวม 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากประเทศออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ ไต้หวัน ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวียดนาม
การสอบสวนของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ พบว่า ประเทศเหล่านี้มีพฤติกรรมทุ่มตลาดผลิตภัณฑ์เหล็กทนการกัดกร่อน โดยขายในราคาต่ำเกินไปอย่างไม่เป็นธรรม หรือมีการให้เงินอุดหนุนที่ทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม ส่งผลให้ผู้ผลิตในสหรัฐฯ ได้รับความเสียเปรียบอย่างมาก
ทั้งนี้ เหล็กทนการกัดกร่อนส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในการผลิตรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ซึ่งการดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์มีเป้าหมายเพื่อปกป้องบริษัทและแรงงานในอุตสาหกรรมเหล็กของสหรัฐฯ จากพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม
แหล่งที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/12742325
โดย khwankaew | พ.ย. 5, 2024 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
นายตารุณ คูมาร์ ดากา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทาทา สตีล (ประเทศไทย) (TSTH) กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 67/68 (ต.ค. 67 – มี.ค. 68) ในส่วนของปริมาณการขายเหล็กที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกที่ทำได้ 589,000 ตัน จากอานิสงส์ของยอดขายเหล็กในประเทศไทย คาดหวังจะเริ่มเห็นการผลักดันการลงทุนของโครงการภาครัฐออกมามากจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีจากครึ่งปีแรกที่ชะลอการเบิกจ่าย
ขณะเดียวกัน พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมาคาดว่าจะเห็นการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารบ้านเรือน ทำให้มีความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้น และภาครัฐได้มีการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และใช้งบประมาณปรับปรุงถนนและสิ่งปลูกสร้างที่พังเสียหาย ส่งผลบวกต่อความต้องการใช้เหล็กที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

“ปัจจัยในประเทศเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักที่เข้ามาช่วยชดเชยการชะลอตัวของความต้องการใช้เหล็กในประเทศจีนที่ปรับตัวลง จากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ฟื้นกลับมา” กรรมการผู้จัดการใหญ่ TSTH กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยังมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอกอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งเข้ามากระทบภาพรวมของเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศ แต่บริษัทยังมั่นใจว่าปริมาณการขายเหล็กในปี 67/68 จะยังทำได้ตามเป้าหมายที่ 1.12 ล้านตัน แต่อาจจะมีปัจจัยกดดันในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนหลังจากเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ผลการดำเนินงานในรูปของเงินบาทที่ได้รับผลกระทบอยู่บ้าง
ขณะที่ในปี 68 ยังคงต้องรอติดตามในส่วนของภาพเศรษฐกิจโดยรวม แม้ว่าปัจจุบันทิศทางดอกเบี้ยจะเริ่มเห็นการปรับตัวลดลง แต่ภาพของการบริโภคยังไม่ฟื้นกลับมา โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่าง จีน ที่เศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ส่งผลต่อกำลังซื้อชะลอตัว และมีผลต่อการลงทุนที่ชะลอตามไปด้วย ประกอบกับยังต้องรอติดตามการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งมีผลต่อนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และมีผลต่อการเตรียมกลยุทธ์ของบริษัทในปีหน้าด้วยเช่นกัน
แหล่งที่มา: https://www.ryt9.com