โดย khwankaew | ธ.ค. 7, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น นาย Hiroshige Seko กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่าญี่ปุ่นยังคงระมัดระวังในเรื่องของความตึงเครียดทางภาษี ถึงแม้ว่าสหรัฐฯจะเลื่อนแผนในการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าอีก 10% สำหรับสินค้าของจีนให้เป็น 25% จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะเริ่มใช้อัตราภาษีใหม่ตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้า เพื่อแลกกับการที่จีนเพิ่มการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของสหรัฐฯ
นาย Hiroshige Seko กล่าวต่อว่า “มันมีความเป็นไปได้ที่จะยังมีการจัดเก็บภาษีขึ้นใหม่ เราเองได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่น”
รองผู้อำนวยการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม ( Ministry of Trade and Industry : METI) ที่ดูแลในส่วนของสหรัฐ โดยนาย Atsushi Tanizawa เปิดเผยกับ Platts ว่า ญี่ปุ่นยังคงขอให้รัฐบาลของสหรัฐยกเลิกมาตรา 232 ที่ได้มีการเรียกเก็บจากการนำเข้าเหล็กกล้าและอลูมิเนียมจากญี่ปุ่นไปยังสหรัฐ
โดยที่กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ได้กล่าวว่า เจ้าหน้าที่นโยบายการค้าจากประเทศญี่ปุ่น จีนและเกาหลีใต้จะพบกันที่กรุงปักกิ่งในวันพฤหัสบดีและศุกร์นี้ เพื่อดำเนินการเจรจาต่อเกี่ยวกับข้อเสนอเพื่อสร้างเขตการค้าเสรีของ 3 ประเทศ ซึ่งตั้งต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2555
และกล่าวต่อไปว่า ซึ่งเขตการค้าดังกล่าวจะคิดเป็น 20% ของการค้าโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตรถยนต์ชาวญี่ปุ่นและชาวเกาหลีใต้ เนื่องจากจีนกำลังเรียกเก็บภาษีจากการนำเข้ารถยนต์
ผู้ผลิตเหล็กในญี่ปุ่นได้รับความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของตลาดเหล็กในจีน โดยมีความตึงเครียดกับสหรัฐฯนั้นมีส่วนให้เศรษฐกิจจีนมีความอ่อนแอลง ความวิตกกังวลก็คือการที่ผู้ผลิตเหล็กของจีนจะเพิ่มการส่งออก หากอุปสงค์ในประเทศยังคงชะงักลงและซึ่งจะเป็นการกดดันราคาเหล็กในเอเชีย
— Mayumi Watanabe
แหล่งข้อมูล : SteelBB
โดย khwankaew | พ.ย. 26, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
การผลิตเหล็กดิบของโรงงานที่ดำเนินการโดยบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมเหล็กและเหล็กกล้าของจีน (China Iron and Steel Association: CISA) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน หลังจากร่วงลงจากช่วงกลางเดือนตุลาคม โดยผลผลิตที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่าโรงงานจะขาดทุนจากการลดการผลิตลงในช่วงฤดูหนาว และอุปสงค์ที่ลดลง จะส่งผลให้ราคาภายในประเทศของจีนมีแนวโน้มจะลดลงตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน
การผลิตเหล็กดิบรายวันของ China Iron and Steel Association : CISA เฉลี่ยอยู่ที่ 1.916 ล้านตัน/วัน ในช่วงวันที่ 1-10 พฤศจิกายน เพิ่มขึ้นจากปลายเดือนตุลาคม 0.6% และเพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งตัวเลขดังกล่าวลดลงจากช่วงกลางถึงปลายเดือนตุลาคม 2.3%
China Iron and Steel Association: CISA ประมาณการผลิตเหล็กดิบในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เฉลี่ยอยู่ที่ 2.445 ล้านตัน/วัน เพิ่มขึ้น 0.4% จากช่วงปลายเดือนตุลาคม และเพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
China Iron and Steel Association: CISA มีการรายงานสต็อคของเหล็กสำเร็จรูปในวันที่ 10 พฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 12.23 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.1% จากวันที่ 31 ตุลาคม และ และขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ผู้สังเกตุการณ์ของอุตสาหกรรมบางรายเชื่อว่า การขาดทุนจากการผลิตเหล็กทั้งหมดในช่วงฤดูหนาว ของปี 2018-2019 จะลดลงจากช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา โดยผลผลิตเหล็กดิบจะลดลงโดยไม่มีนัยสำคัญ และจะลดลงจนกระทั่งถึงช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน
เมื่อวันที่ 20 พฤจิกายน ราคาของเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนของจีนในตลาดเซี่ยงไฮ้ และราคาเหล็กเส้นในปักกิ่ง อยู่ที่ 3,795 หยวน/ตัน ($547/ตัน) และ 4,095 หยวน/ตัน ตามลำดับ ซึ่ง ลดลง 7% และ 12% จากช่วงปลายเดือนตุลาคม ตามลำดับ
— Lucy Tang
แหล่งที่มา : Steel BB
โดย khwankaew | พ.ย. 9, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
การลดการผลิตในช่วงฤดูหนาวของจีนมีผลกระทบน้อยต่อปริมาณผลผลิต

มณฑลและเมืองต่างๆ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของจีนในการควบคุมมลภาวะช่วงฤดูหนาวในปี 2018 นี้ ได้มีการปล่อยแผนที่จะใช้สำหรับการลดการผลิตที่มาจากเตาบลาสต์ (blast furnace) ในช่วงฤดูหนาว ซึ่งตลาดเห็นว่า ถึงแม้จำนวนเมืองที่มีการควบคุมการผลิตในปีนี้ได้ขยายเพิ่มจาก “2+26” เมืองในปีที่แล้ว (ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ทางเหนือถึงพื้นที่เมืองทางตะวันออกของจีน) แต่ปริมาณการลดการผลิตในปีนี้จะมีจำนวนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งผลให้ความเชื่อมั่นในตลาดช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมลดลง
การที่ปริมาณการลดการผลิตในฤดูหนาวปีนี้น้อยลง เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลกลางสั่งห้ามลดการผลิตตามอำเภอใจและมีความต้องการที่จะปรับปรุงด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อมของโรงงานเหล็ก โดยมอบนโยบายที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดเชื่อว่านอกเหนือจากปัจจัยทางด้านฤดูกาลที่ควบคุมผลผลิตในช่วงฤดูหนาวแล้วนั้น มาตรการด้านการควบคุมสิ่งแวดล้อมก็จะมีผลกระทบต่อการผลิตเหล็กมากกว่าช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน เมือง Tangshan ในมณฑล Hebei และ เมือง Handan ได้ปล่อยรายละเอียดของแผนการลดการผลิตสำหรับทุกๆ โรงงานเหล็กในเขตพื้นที่ ในขณะที่มณฑล Jiangsu เมือง Lvliang ของมณฑล Shanxi และเมือง Zhengzhou ของมณฑล Henan ได้มีการแสดงแผนร่างเป็นเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงจากการปรับลดการผลิต (ดูรายละเอียดได้จากตารางด้านบน)
มณฑล Shaanxi มณฑล Shandong และมณฑล Anhui รวมถึงเขตปกครองตนเอง Tianjin และเมือง Linfen ของมณฑล Shanxi ได้มีการออกแผนร่างสำหรับการลดการผลิตในช่วงฤดูหนาว [ดูตารางเพื่อดูรายละเอียด]
เมือง Tangshan จะเริ่มใช้แผนการลดการผลิต ในวันที่ 1 ตุลาคม แต่แหล่งข่าวจากโรงงานเหล็กกล่าวว่า โรงงานเหล็กส่วนใหญ่จะยังไม่เริ่มลดการผลิตจนกว่าจะถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน
เทรดเดอร์และโรงงานเหล็กเชื่อว่าผลผลิตของผลิตภัณฑ์เหล็กดิบในเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนยังจะคงมีปริมาณสูงเทียบเท่าเดือนกันยายน โดยที่ผลผลิตเหล็กดิบรายวันของจีนในเดือนกันยายนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ 2.695 ล้านตันต่อวัน เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ความต้องการของผู้ใช้ยังมีอยู่อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคของการก่อสร้าง ช่วยหนุนราคาในเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน โดยราคาสปอตของเหล็กเส้นในทางตะวันออกของจีนในเดือนตุลาคม เฉลี่ยอยู่ที่ 4,613 หยวน/ตัน($669/ตัน) เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ความไม่แน่นอนของความต้องการก็กำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ใช้ปลายทางอาจมีความต้องการน้อยลงในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม แต่ในส่วนของผลผลิตเหล็กดูเหมือนจะไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
— Zhang Jing
แหล่งที่มา : Steel BB
โดย khwankaew | ต.ค. 17, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
“พาณิชย์” จับตาเหล็กจีนทะลักเข้าไทย เหตุรัฐบาลจีนเพิ่มอัตราการคืนภาษีส่งออกให้ผู้ส่งออกเหล็กในประเทศ หลังเหล็กจีนส่งออกไปสหรัฐฯไม่ได้ เผยผู้ผลิตไทยได้รับผลกระทบ ร้องพาณิชย์ให้ใช้มาตรการสกัดได้ พร้อมจับตาเป็นการอุดหนุนส่งออกหรือไม่ ถ้าใช้ผิดดับบลิวทีโอแน่ เล็ง ขอหารือหาทางแก้ไข
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ผลิตเหล็กของไทยเป็นห่วงสินค้าเหล็กจากจีนอาจทะลักเข้าไทยจำนวนมากหลังจากที่รัฐบาลจีนเพิ่มอัตราการคืนภาษีส่งออกให้กับผู้ส่งออกเหล็กจีน และเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์หามาตรการแก้ปัญหาว่า กรม ได้ติดตามสถานการณ์เหล็กอย่างใกล้ชิด เพราะทราบดีว่า หลังจากที่สหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม ตามมาตรา 232 กฎหมายการค้า Trade Expansion Act 1962 ไปแล้ว อาจทำให้เหล็กจากจีนส่งออกไปสหรัฐฯไม่ได้ และต้องส่งออกมาประเทศอื่นแทน และยิ่งมีการเพิ่มอัตราการคืนภาษีส่งออกให้อีก ก็ยิ่งเป็นแรงจูงใจให้มีการส่งออกเพิ่มขึ้น
“กรมได้จับตามาตั้งแต่สินค้าจีนถูกสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าเรื่อยมาจนถึงการใช้มาตรการคืนภาษี เพราะอาจจะมีเหล็กจากจีนที่ไม่สามารถส่งออกไปสหรัฐฯ ทะลักเข้ามาในไทย หรืออาจจะมีการส่งเหล็กเข้ามาขายในราคาถูกกว่าขายในจีนแบบเป็นการทุ่มตลาด ซึ่งกรมพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ผลิตในประเทศ หากได้รับผลกระทบ โดยมีมาตรการที่จะใช้ได้ ทั้งการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) และการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (เซฟการ์ด)”
ทั้งนี้ ในปัจจุบันไทยใช้มาตรการเอดีกับเหล็กจากจีนอยู่แล้วถึง 12 รายการ เพราะมีการทุ่มตลาดในไทยจริง และได้เรียกเก็บภาษีเอดีกับเหล็กจากจีนเพิ่มขึ้น ซึ่งต่อไปหากเหล็กจากจีนเข้ามาทุ่มตลาด และเป็นสินค้าในกลุ่ม 12 รายการเดิม ผู้ผลิตก็สามารถร้องเรียนให้พิจารณาทบทวนอัตราอากรเอดีได้ ซึ่งอาจจะเก็บเพิ่มขึ้นเพื่อให้เท่ากับที่มีการทุ่มตลาด หรือใช้มาตรการเซฟการ์ดเพื่อสกัดการนำเข้า แต่ถ้าเป็นเหล็กรายการใหม่ ก็สามารถยื่นเรื่องเข้ามายังกรมฯ เพื่อให้พิจารณาใช้มาตรการได้
ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างการติดตามกรณีดังกล่าว และขอความร่วมมือสำนักพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ให้ตรวจสอบข้อมูล และรายงานกลับมาให้กรม ทราบด้วย คาดว่าจะทราบข้อมูลที่ชัดเจนในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเบื้องต้น การคืนภาษีส่งออก ไม่ถือว่าผิดกฎองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) หากคืนในอัตราเดียวกับอัตราที่จัดเก็บ แต่หากคืนเกินกว่าอัตราการจัดเก็บจะเป็นการอุดหนุนการส่งออก และทำให้ราคาเหล็กของจีนในตลาดโลกบิดเบือนไปจากความเป็นจริง ส่งผลให้ผู้ส่งออกจากประเทศอื่นแข่งขันไม่ได้ และได้รับผลกระทบ ซึ่งถือว่าผิดกฎดับบลิวทีโอ และกรมคงต้องขอหารือกับจีน เพื่อให้แก้ไขการใช้มาตรการดังกล่าวด้วย ขณะเดียวกัน หากจีนมีการส่งสินค้าเข้ามาในไทยจำนวนมาก จนผู้ผลิตเหล็กของไทยได้รับผลกระทบ ไทยก็สามารถใช้มาตรการป้องกันและแก้ไขอื่นๆได้อีก
“ไทยเองมีมาตรการคืนภาษีส่งออกให้ผู้ส่งออกเช่นกัน อย่างการคืนภาษีตามมาตรา 19 ทวิ ซึ่งไม่ถือว่าผิดกฎดับบลิวทีโอ แต่กรณีของจีนขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนรัฐบาลจีนคืนภาษีส่งออกอย่างไร หากคืนให้เกินกว่าที่จัดเก็บจริง ประเทศที่ได้รับผลกระทบสามารถฟ้องร้องดับบลิวทีโอได้ แต่สำหรับไทย คงจะขอหารือกับจีนก่อน คงไม่ถึงขั้นฟ้องร้อง เพราะใช้เวลานาน แต่หากมีการส่งออกมาไทยจำนวนมากจนผู้ผลิตเหล็กไทยได้รับผลกระทบ ผู้ผลิตเหล็กไทยก็สามารถร้องขอให้กระทรวงพาณิชย์เปิดการไต่สวนการตอบโต้”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า รัฐบาลจีนได้ปรับโครงสร้างการคืนภาษีส่งออกให้กับผู้ส่งออกในประเทศสำหรับสินค้า 397 รายการ โดยเป็นสินค้าเหล็กถึง 85 รายการ เช่น เหล็กแผ่นรีดเย็นที่ความหนามากกว่า 3 มิลลิเมตร (มม.) ที่คืนภาษีส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 9% เป็น 13%, เหล็กเคลือบสีที่มีความกว้างน้อยกว่า 600 มม. คืนภาษีจาก 0% เป็น 9% เป็นต้น และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.61 ถือเป็นแรงจูงใจให้มีการส่งออกเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดปัญหาเหล็กส่วนเกินในตลาดโลกเพิ่มขึ้น โดยเหล็กเหล่านี้อาจมีการส่งออกมาอาเซียนและไทย.
Cr.ไทยรัฐ
โดย khwankaew | ส.ค. 16, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
| China’s crude steel production (million mt) |
|
| Source: NBS |
|
| |
2016 |
2017 |
2018 |
| April |
69.42 |
72.8 |
76.7 |
| May |
70.5 |
72.26 |
81.83 |
| June |
69.5 |
73.23 |
80.19 |
อ้างอิงจากข้อมูลที่ออกโดยสำนักสถิติแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม การผลิตเหล็กดิบของจีนในเดือนกรกฎาคมลดลงเป็นครั้งแรกในปี 2018 อยู่ที่ 2.621 million mt/วัน ซึ่งลดลง 2% จากตัวเลขในเดือนมิถุนายน ซึ่งอยู่ที่ 2.673million mt/วัน อย่างไรก็ตามตัวเลขในเดือนกรกฎาคม เป็นระดับสูงสุดอันดับสองในรอบ 7 เดือนแรกของปี 2018 โดยมีมูลค่า 957 million mt เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปี 2017 ที่มีผลผลิตเหล็กดิบอยู่ที่ 832million mt.
สำนักข่าว NBS กล่าวว่า ผลผลิตเหล็กดิบโดยรวมของจีนในเดือนกรกฎาคมแตะระดับ 81.24 million mt. เพิ่มขึ้น 7.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตามได้ชะลอลงจากระดับ 7.5% และ 8.9% ในเดือนมิถุนายนและเดือนพฤษภาคม โดยภาพรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม ผลผลิตเหล็กดิบรวมของจีน อยู่ที่ 532.85 million mt. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.3%
ผลผลิตที่ลดลงในเดือนกรกฎาคมเป็นผลมาจากมาตรการป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นของจีน ซึ่งจะเป็นการยับยั้งการผลิตของผู้ผลิตเหล็ก โดยในวันที่ 20 กรกฎาคม เมืองถังซาน (Tangshan) มีผลผลิตลดลงภายในรอบ 43 วัน ส่งผลให้โรงงานลดอัตราการใช้กำลังการผลิตลง 20% -50% และในวันที่ 12 สิงหาคม เมือง Fengnan ของเมืองถังซาน (Tangshan) ได้ประกาศว่าจะลดกำลังการผลิตเตาหลอมจาก 20-37.1% เป็น 50% ซึ่งเป็นไปตามที่ Platts รายงาน
เทรดเดอร์เหล็กบางรายและนักสังเกตการณ์ตลาด กล่าวว่าผลผลิตเหล็กดิบของจีนในเดือนสิงหาคมอาจลดลงจากเดือนกรกฎาคม ขณะที่นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมรายหนึ่งได้กล่าวว่า ยังคงเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ระดับผลผลิตในเดือนกันยายน เพราะเนื่องจากมาตรการป้องกันสิ่งแวดล้อมของจีนยังคงมีอยู่ต่อไปในช่วงที่เหลือของปี 2018
สำนักข่าว NBS รายงานว่าผลผลิต pig iron ในเดือนกรกฎาคมได้เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณอยู่ที่ 67.52 million mt และในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2018 ผลผลิต pig iron เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณอยู่ที่ 441.79 million mt
-Jing Zhang
แหล่งที่มา : SteelBB