โดย khwankaew | ต.ค. 17, 2019 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะเพิ่มภาษีนำเข้า (มาตรา 232) เหล็กจากตุรกีจาก 25% เป็น 50% เนื่องจากปฏิบัติการทางทหารของประเทศตุรกีในทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศซีเรีย
จากข้อความในทวิตเตอร์เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ โดยทรัมป์กล่าวว่า เขาจะประกาศคำสั่งอย่างเป็นทางการให้ปรับเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กจากประเทศตุรกี และจะทำการคว่ำบาตรประเทศตุรกี
ในเดือนสิงหาคม ปี 2561 ทรัมป์ได้ปรับเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กจากตุรกี จาก 25% เป็น 50% เนื่องจากการลดค่าเงินลีร่าของประเทศตุรกี และความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ อันเป็นผลมาจากการกักตัวบาทหลวงชาวอเมริกัน (Pastor Brunson) โดยภาษีนำเข้าเหล็กจากตุรกีได้ถูกปรับลดกลับมาที่ 25% ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2562
Platts ได้ส่งอีเมล์ขอความคิดเห็นจากภาคอุตสาหกรรมเหล็กตุรกี แต่ไม่ได้รับการตอบรับความคิดเห็นกลับมา เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตใกล้เที่ยงคืนของเวลาตุรกี “พวกเขากำลังเล่นแมวจับหนูกับตุรกี” แหล่งข่าวกล่าว
การตัดสินใจของรัฐบาลอเมริกันในกลางเดือนพฤษภาคมที่จะลดภาษีนำเข้าเหล็กจากตุรกีภายใต้มาตรา 232 จาก 50% เป็น 25% ซึ่งไม่ได้ทำให้ผู้ผลิตเหล็กตุรกีประสบความสำเร็จในการทำให้ยอดส่งออกเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากราคาเหล็กจากโรงงานเหล็กตุรกียังแข่งขันไม่ได้ในตลาดสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางราคาในประเทศตุรกีที่ลดลง
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต (reinforced steel rebar) ของโรงงานเหล็กตุรกีที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ลดลงเหลือ 38,300 ตัน ใน 8 เดือนแรกของปี 2562 ซึ่งต่ำกว่า 304,000 ตัน ที่ส่งออกในช่วงเดียวกันของปี 2561 ในขณะที่การส่งออกเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (HRC) ของโรงงานเหล็กตุรกีไปยังสหรัฐฯ ลดลงเหลือเพียง 11,800 ตันในช่วง 8 เดือน จากข้อมูลของสถาบันสถิติตุรกี (Turkish Statistical Institute)
ภายใต้มาตรา 232 ของ 1962 Trade Expansion Act ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สามารถปรับระดับภาษีนำเข้าสำหรับประเทศใดก็ได้ ณ เวลาใดก็ตามที่ประธานาธิบดีพิจารณาว่าเหมาะสม
— Justine Coyne and Cenk Can
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย saweang | ก.ค. 10, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
แบบบ้านหลังเล็ก ๆ ที่สร้างจากโครงเหล็ก ด้วยงบเพียงไม่เกิน 2 แสนบาท จะออกมาน่ารักน่าอยู่แค่ไหน ต้องไปชมรีวิวนี้กัน..
เพราะบ้านสมัยนี้ราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบเอื้อมไม่ถึง หากมีที่ดินเพียงน้อยนิดหรืองบจำกัดแบบสุด ๆ คงไปไม่ถึงฝั่งฝันกับเขาสักที วันนี้เราก็เลยขอนำเอารีวิวน่ารัก ๆ บ้านโครงเหล็กหลังเล็ก ที่ถูกสร้างขึ้นโดยใช้งบแค่ไม่ถึง 2 แสนบาท จาก คุณหาญศึก สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ซึ่งปรับเปลี่ยนจากพื้นที่เล็ก ๆ ให้กลายมาเป็นบ้านพักอาศัย เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนงบน้อย มีไอเดียในการสร้างบ้านขนาดเล็ก ๆ อยู่แบบพอเพียงกันนะคะ
ลองจ้างทำบ้านโครงเหล็กหลังน้อยกับงบไม่เกินสองแสน โดย คุณหาญศึก
ขอแบ่งปันประสบการณ์ของผมกับแผนการที่อยากต่อเติมบ้านหลังเล็ก ๆ ของผม ที่ จ.เชียงใหม่ ด้วยครับ ด้วยงบประมาณที่จำกัด แต่อยากต่อเติมออกจากหลังเดิม ซึ่งเป็นบ้านตูบหลังเล็ก ๆ แบบร้านกาแฟสด ขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ครัว โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก กระเบื้องอดามัส ที่สร้างมาแล้วเกือบ 10 ปี ออกมาเป็นหลังเล็ก ๆ เท่ากันอีกสักหลัง
แต่หากดูจากงบประมาณหลังเดิมซึ่งใช้งบประมาณไปประมาณ 4 แสนกว่าในสมัยนั้น กับค่าเงินในปัจจุบัน หากทำด้วยวัสดุเหมือนเดิม ยังสงสัย 5 แสนจะเอาอยู่หรือเปล่า ไปดูบ้านหลังน้อย ๆ ที่เขาทำขาย เป็นโครงเหล็กฝาไม้เทียมก็ดูเข้าที แต่แบบมันไม่เข้ากับบ้านเดิมเลย จึงได้แต่ยั้งใจรี ๆ รอ ๆ สุดท้ายได้คุยกับช่างที่เข้ามาทำบ้านหลังใหญ่ใกล้ ๆ กัน แกเลยรับทำบ้านโครงเหล็กที่มีลักษณะเข้ากับบ้านเดิมให้
ที่เชียงใหม่บ้านไม่เกิน 2 ชั้น ด้วยโครงสร้างเหล็กก่อสร้าง ไม่ต้องตอกเสาเข็มครับ แต่เราจะขุดหลุมเทปูนเป็นฐานแผ่ครับ แต่ในเขตภาคกลางตอนล่างต้องตอกครับ เพราะเป็นดินอ่อน

นี่คือบ้านหลังเล็กตอนสร้างใหม่ ๆ เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วครับ อยู่กัน 2 คน ตา-ยาย ตอนนั้นทำเบ็ดเสร็จ 4 แสนกว่า เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายนอกตีไม้เทียมเพราะชอบบรรยากาศบ้านไม้ เราเรียกกันว่า “ตูบน้อย” ครับ แต่ฝรั่งผ่านมาชอบเรียก ดอลลี่เฮาส์ คงหมายถึงบ้านตุ๊กตามั้งครับ
ทีแรกก็นึกว่าทำให้ทรงเหมือนกันแต่อยู่ข้าง ๆ คุยไปคุยมาสรุปว่าให้อยู่เยื้องกันดีกว่า แถมช่างบอกให้ทำเชื่อมกันด้วยจะเหมือนบ้านหลังเดียวกัน คุยไปร่างแบบไปด้วยปากกาธรรมดานี้แหละ ผลสุดท้ายได้สรุปแบบจากเหล่า “สถาปเม้าท์” ทั้งหลายอย่างที่เห็น
สอบถามราคา แกว่า 1.6 แสนละกัน โครงเหล็ก หลังคากระเบื้องแบบเดิม ด้านนอกกรุไม้เทียม พื้นปูกระเบื้อง เลยตัดสินใจทำ
ไม่กี่วันเริ่มงานเลย ใช้ช่าง 2-3 คน ขุดหลุมเทปูนทำฐานเสา ให้ฐานเสาปูนพ้นพื้นขึ้นมากันเสาเหล็กผุ
วัสดุหลักเหล็กก่อสร้าง และเหล็กรูปพรรณ ขนาดต่าง ๆ
ขึ้นโครงแล้วเกิดความเสียดายเสาไม้ ที่เดิมเป็นเสาหลังคากันสาด เลยอยากเก็บไว้ ช่างยืนมองเกาหัวพักใหญ่แล้วพยักหน้าว่า..ได้เลยพี่
ใช้เวลาไม่กี่วัน ก็ได้เห็นโครงหลังคาเหล็กแล้วชื่นใจ
ประมาณ 2-3 อาทิตย์ ก็เห็นโครงฝาบ้าน ไวทันใจดีจริง ๆ
อาทิตย์ที่ 4 วงกบเสร็จและใส่ประตู-หน้าต่าง พร้อมเริ่มตีฝาด้านนอกใช้เวลา 2-3 วัน
ปัญหาเริ่มเกิด กระเบื้องตราเพชร รุ่นอดามัส รุ่นเดียวกับหลังเก่า “ต้องสั่งเท่านั้น” ทำไงดี ประชุมเครียด ทีแรกจะเอารุ่นอื่นแทน แต่มันดูไม่เข้ากับของเดิมเท่าไร แถมหลังคาดันออกแบบเชื่อมกันด้วย ส่งม้าเร็วตระเวนทั่วเชียงใหม่ ร้านไหนได้เร็วสุด ตกลงรอ 3 อาทิตย์กว่า รอก็รอ เอาถูกใจดีกว่าเพราะบ้านเราอยู่กันนาน
ไชโย…ได้กระเบื้องมาแล้ว…มุงเลย ๆ
เก็บรายละเอียดด้านนอก กรุด้านใน อืมมม….พอดูได้
ด้านในปูกระเบื้องลายไม้ (ชอบไม้ แต่กลัวปลวกครับ) อ้อ ! ลืมบอก หลังนี้มี 2 ห้องครับ ไม่มีห้องน้ำ ห้องน้ำใช้ภายนอกบ้าน
เสร็จแล้วดูกลมกลืนกับหลังเก่ามากครับ
ช่วงต่อบ้านมีทางเดินเล็ก ๆ นั่งกินกาแฟ ทำงาน พร้อมชมต้นไม้ได้ ห้องน้ำทำแยกออกมาจากตัวบ้านเหมือนบ้านสมัยก่อนตอนผมเด็ก ๆ เป็นห้องน้ำที่มีอยู่แล้วแต่เดิม
ค่าใช้จ่ายหลักคุมอยู่ที่ 180,000 บาท แต่จะมาบานปลายตรงมาซ่อมหลังเก่าที่ปลวกขึ้นยันโครงฝ้า เลยให้รื้อมาทั้งหมด ทำสีใหม่ทั้งภายนอกภายใน บานไปอีกประมาณ 80,000-100,000 บาทครับ สรุปราคาถูกกว่าบ้านสำเร็จ ได้แบบตามใจเรา แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการทำ กับรอกระเบื้องหลังคาอีก 3 อาทิตย์ครับ
เอามาให้ดูครับเผื่อท่านใดอยากต่อเติมบ้านในราคาประหยัด ผมว่าบ้านโครงเหล็กเป็นทางเลือกที่ดี ความทนทานผมวางแผนว่า ทุก 5 ปี จะทาสีส่วนโครงเหล็กใต้ถุนกับส่วนที่เป็นเสาครับ ผมทำใต้ถุนโล่งสูง 1 เมตร ไว้เพื่อการบำรุงรักษา จะดูซิว่ามันจะทนอยู่ได้สักเท่าไร ป.ล.บ้านหลังนี้ผ่านช่วงแผ่นดินไหวใหญ่ที่เชียงรายมาแล้ว โดยไม่มีอะไรเสียหายเลยครับ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณหาญศึก สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
โดย khwankaew | ก.ค. 3, 2019 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ราคาส่งออกเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (HDG) ของจีน เริ่มกลับมามีแนวโน้มขาขึ้นในเดือนมิถุนายนหลังจากที่ปรับลดลงในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากผู้ส่งออกชาวจีนได้เพิ่มราคาเสนอขายท่ามกลางราคาในประเทศที่สูงขึ้นในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน
วันที่ 1 ก.ค. Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (HDG) DX51D ความหนา 1.0 mm.ที่มีชั้นเคลือบสังกะสี 120 กรัม/ตารางเมตร ราคาอยู่ที่ $600-$605/ตัน FOB China โดยมีราคากึ่งกลางอยู่ที่ $602.50/ตัน FOB ปรับเพิ่มขึ้น $15.50/ตัน จากช่วงปลายเดือนพฤษภาคม
แหล่งข่าวในตลาดกล่าวว่า ราคาเสนอขายเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (HDG) ที่เคลือบสังกะสี 120 กรัม/ตารางเมตร ทราบมาว่าราคาอยู่ที่ระดับเหนือกว่า $600/ตัน FOB China ซึ่งมากกว่าในช่วงสิ้นสุดสัปดาห์ที่แล้วในวันที่ 21 มิถุนายน อยู่ $20/ตัน
ผู้ค้าท้องถิ่นในทางใต้ของจีนกล่าวว่า อุปสงค์ดูเหมือนจะค่อนข้างดี เนื่องจากโรงงานเหล็กส่วนใหญ่ขายสินค้าได้หมด ภายในช่วงสิ้นเดือน
ผู้ซื้อขายในตลาดกล่าวว่า ผู้ซื้อในต่างประเทศยังคงไม่ได้ตามราคาการเสนอขายที่ปรับขึ้นของจีนและยังคงรอบดูสถานการณ์ก่อน
แหล่งข่าวจากบริษัทกล่าวว่า โรงงงานเหล็กหลักทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ได้แจ้งราคาเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (HDG) ที่มีชั้นเคลือบสังกะสี 140 กรัม/ตารางเมตร เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ราคาอยู่ $605/ตัน FOB China สำหรับการส่งมอบในเดือนกันยายน บริษัทไม่ได้มีการทำข้อเสนอใหม่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งข้อตกลงซื้อขายได้ทำไปแล้วที่ระดับราคาดังกล่าวและคาดการณ์ว่าราคาจะปรับขึ้นอีก
ในวันเดียวกัน เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (HDG) DX51D ความหนา 1.0 mm. ราคาสปอตในตลาดเซี่ยงไฮ้ ราคาประเมินอยู่ที่ 4,660-4,700 หยวน/ตัน ($681-$687/ตัน) ซึ่งราคานี่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว มีการปรับเพิ่มขึ้น 70/ตัน จากช่วงสิ้นเดือนปลายเดือนพฤษภาคม
ผู้ค้าท้องถิ่นในเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า ราคาผลิตภัณฑ์ทรงแบนในประเทศจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากการลดการผลิตในเมือง Tangshan ของประเทศจีน อย่างไรก็ตามอุปสงค์ภายในประเทศของเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อนยังคงไม่มากนัก เนื่องจากความสนใจในการซื้อที่เบาบางจากผู้ใช้ปลายทาง อย่างในอุตสาหกรรมยานยนต์
— Lucy Tang
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย khwankaew | มิ.ย. 27, 2019 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ปรับเพิ่มภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดต่อผลิตภัณฑ์เหล็กกล้ารีดร้อนของเกาหลีใต้เพียงเล็กน้อย แม้ว่า การขึ้นภาษีดังกล่าวยังไม่มีแนวโน้มว่า จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ผลิตเหล็กกล้าของเกาหลีใต้ เนื่องจากภาษีนำเข้าของสหรัฐทั้งหมด รวมถึงภาษีตอบโต้การอุดหนุนตลาด (CVD) จะลดลงอย่างมาก
แหล่งข่าวระบุว่า หลังจากการทบทวนครั้งแรกนั้น รัฐบาลสหรัฐได้ตัดสินใจกำหนดภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดที่ระดับ 10.11% และ 5.44% สำหรับบริษัทพอสโค ผู้ผลิตเหล็กกล้ารายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ และ บริษัทฮุนได สตีล ผู้ผลิตเหล็กกล้ารายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของเกาหลีใต้ ตามลำดับ
ในปี 2559 รัฐบาลสหรัฐได้กำหนดภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดที่ 4.61% และ 9.49% ต่อพอสโคและฮุนได สตีล ตามลำดับ และภาษีดังกล่าวได้ถูกปรับขึ้นเป็น 7.67% และ 3.95% ในการตัดสินใจขั้นต้นเมื่อเดือนพ.ย. 2561
แหล่งข่าววงในของอุตสาหกรรมเหล็กกล้า ระบุว่า สหรัฐได้ตัดสินใจที่จะปรับเพิ่มภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดโดยพิจารณาตามข้อมูลที่ปรากฏ (Adverse Facts Available หรือ AFA) ซึ่งจะอนุญาตให้เก็บภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดและภาษีตอบโต้การอุดหนุนตลาดในระดับสูงสุด หากบริษัทที่ถูกกล่าวหาไม่ได้ให้ข้อมูลตามที่ทางการสหรัฐเรียกร้อง
–อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย กัลยาณี ชีวะพานิช/สุนิตา โทร.02-2535000 ต่อ 315 อีเมล์: sunita@infoquest.co.th–
โดย khwankaew | มิ.ย. 5, 2019 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
วงการเหล็ก GI ซึม!!! กรมการค้าต่างประเทศไม่ไต่สวนต่อ อ้างยังไม่ปรากฏอย่างชัดแจ้งว่ามีความเสียหายอย่างร้ายแรงที่คุกคามอุตสาหกรรมภายใน สวนทางความจริงที่บางบริษัทขาดทุนและเลิกกิจการไปก่อนหน้านั้นแล้ว
แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรมเหล็กเปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เมื่อเร็วๆนี้นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้มีหนังสือถึง กรรมการผู้จัดการบริษัท อภิสิทธิ์ แอนด์ อัลลายแอนซ์ จำกัด ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ บริษัท โพสโค โค้ทเต้ด สตีล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท กรุงเทพผลิตเหล็ก จำกัด (มหาชน) บริษัท ราชสีมาผลิตเหล็ก จำกัด และบริษัท ไทยแลนด์ไอออนเวิคส์ จำกัด (มหาชน) ถึงผลการพิจารณาคำขอให้พิจารณาดำเนินการกำหนดมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดเย็นและรีดร้อนเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน (GI) ที่เพิ่มขึ้น ตามที่ บริษัท อภิสิทธิ์ แอนด์ อัลลายแอนซ์ จำกัด ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทโพสโค โค้ทเต้ด สตีล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท กรุงเทพผลิตเหล็ก จำกัด (มหาชน) บริษัท ราชสีมาผลิตเหล็ก จำกัด และบริษัท ไทยแลนด์ไอออนเวิคส์ จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นคำขอให้พิจารณาดำเนินการกำหนด มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดเย็นและรีดร้อนเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน (GI) ที่เพิ่มขึ้นนั้น
กรมการค้าต่างประเทศได้ชี้แจงว่า กรมฯ ได้เสนอคำขอดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้องแล้ว โดยมีมติรับคำขอให้พิจารณาดำเนินการกำหนดมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้า เหล็กแผ่นรีดเย็นและรีดร้อนเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน (GI) ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก คำขอมีรายละเอียดและหลักฐานครบถ้วนถูกต้องแล้ว ตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการปกป้อง จากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นพ.ศ.2550 แต่มีความเห็นว่าไม่ให้กรมการค้าต่างประเทศดำเนินการไต่สวนต่อไป แม้จะพบว่ามีการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอเสนอมาประกอบกับเงื่อนไขพิจารณาความเสียหายตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นพ.ศ.2550 แล้ว ยังไม่ปรากฏอย่างชัดแจ้งว่ามีความเสียหายอย่างร้ายแรงที่คุกคามอุตสาหกรรมภายใน
แหล่งข่าวจากกลุ่มผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นเคลือบสังกะสี (GI) เผยว่า ขณะนี้ เหล็ก GI มียอดนำเข้ามาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึงหลัก 1 ล้านตันต่อปี หรือมากกว่านี้แล้ว ทำให้กดดันผู้ผลิตเหล็ก GI ในประเทศ เนื่องจากราคาเหล็กดังกล่าวนำเข้ามาถูกกว่าซื้อในประเทศ 2,000-3,000 บาทต่อตัน อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปีก่อน จากที่ตลาดในประเทศซื้อขายอยู่ที่ราคาตั้งแต่ 27,000-34,000 บาทต่อตัน ที่ส่วนใหญ่ลูกค้ามาจากกลุ่มผู้ผลิตท่อเหล็ก เฟอร์นิเจอร์ กลุ่มก่อสร้าง และกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า
“เวลานี้ผู้ผลิตในประเทศ 8-10 ราย กำลังเผชิญปัญหาการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งที่มีกำลังผลิตรวมในประเทศราว 1 ล้านตันต่อปี ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ แต่กลับถูกแข่งขันโดยการนำเข้ามาขายในราคาต่ำกว่าในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเป็นล้านตันต่อปี ทำให้หลายบริษัทเผชิญภาวะขาดทุน และก่อนหน้านี้ก็มีบางรายเลิกกิจการไป ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าเรามีปัญหา ”
ด้านสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันการนำเข้าเหล็กGI สูงขึ้นต่อเนื่องและส่วนใหญ่มาจาก 3 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน โดยข้อมูลปริมาณการนำเข้า GI ปี 2561 ทั้งปีมีปริมาณนำเข้ารวมทั้งสิ้น 1,398,819 ตัน โดยมาจากประเทศหลักๆคือจีนจำนวน 761,885 ตัน ,ญี่ปุ่น จำนวน 377,648 ตัน, เกาหลี จำนวน 143,104 ตัน และไต้หวัน จำนวน 116,111 ตัน