โดย khwankaew | พ.ย. 16, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
คณะกรรมาธิการยุโรปสามารถเริ่มทำการสอบสวนการทุ่มตลาดต่อการนำเข้าเหล็กแบน (flat bar) จากตุรกีและจีน โดยสมาคมผู้ผลิตเหล็กของตุรกี บอกกับ S&P Global Commodity Insights เมื่อวันที่ 9 พ.ย. หลังจากได้รับจดหมายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้จากกระทรวงการค้าของตุรกี
ตามจดหมายดังกล่าว ผู้ผลิต เหล็กแบน (flat bar) ในยุโรปบางรายได้ลงนามในคำร้องต่อ EC เพื่อสนับสนุนการไต่สวน ซึ่งกำลังได้รับการประเมินโดยสหภาพยุโรป
การไต่สวนอาจส่งผลให้มีภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด หากพบว่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์ เหล็กแบน (flat bar) จากทั้ง 2 ประเทศก่อให้เกิดความเสียหายต่อตลาดภายในประเทศในยุโรป
แต่เมื่อสอบถามเกี่ยวกับการไต่สวนหรือคำร้อง สมาคมเหล็กแห่งยุโรป Eurofer บอกกับ S&P Global ว่าไม่ให้คำตอบเรื่องนี้
ทาง EC ไม่ตอบสนองต่อการร้องขอข้อมูลเพิ่มเติม และขณะที่ S&P Global ก็พยายามติดต่อกระทรวงการค้าของตุรกีเพื่อขอความคิดเห็นเพิ่มเติม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ตามข้อมูลที่ TCUD ที่แชร์กับ S&P Global ล่าสุด การส่งออก ผู้ผลิต เหล็กแบน (flat bar) ทั้งหมดของตุรกีมีจำนวนทั้งสิ้น 242,600 ตัน ตั้งแต่มกราคมถึงกันยายน 2022 ลดลง 21.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม การส่งออก ผู้ผลิต เหล็กแบน (flat bar) ของตุรกีไปยังสหภาพยุโรปยังคงค่อนข้างคงที่ ที่ 67,400 ตัน โดยโรมาเนียและเยอรมนียังคงเป็นตลาดอันดับต้นๆ ที่ปริมาณ 16,200 ตัน และ 12,100 ตัน ตามลำดับ
จุดหมายปลายทางการส่งออก ผู้ผลิต เหล็กแบน (flat bar) ไปยังที่อื่นๆ ของตุรกีในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ โมร็อกโก 12,800 ตัน ตูนิเซีย 10,000 ตัน แคนาดา 9,000 ตัน สาธารณรัฐโดมินิกัน 7,650 ตัน เปรู 7,600 ตัน และสหรัฐฯ ที่ 6,300 ตัน
ราคาเหล็กทรงยาว (long steel) ของตุรกีได้รับแรงกดดันจากความต้องการที่ต่ำในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
Platts ประเมินราคาการส่งออกเหล็กเส้น (rebar) ของตุรกีที่ $639/ตัน FOB เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ลดลงจากระดับสูงสุดภายในปี แตะที่ราคา $960/ตัน FOB เมื่อวันที่ 1 เมษายน
แหล่งที่มา : — S&P Global Commodity Insights.
โดย khwankaew | ก.ย. 20, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
วันที่ 19 กันยายน 2565 นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้าเปิดเผยว่า จากสถานการณ์ต้นทุนการผลิตเหล็กเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาวัตถุดิบ พลังงาน โดยเฉเพาะค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ค่าแรง รวมทั้งได้รับผลจากการทุ่มตลาดของสินค้านำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็กนั้นอยู่ในอัตราที่ต่ำเพียง 30% เป็นเหตุให้ผู้ผลิตเหล็กจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม สินค้าเหล็กในการก่อสร้าง ได้แก่ สินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กรูปพรรณ เป็นสินค้าภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดังนั้น ผู้บริโภคสามารถมั่นใจในระดับหนึ่ง ว่าการปรับราคานั้นสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ราคาเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กเส้นในปี 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 658 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปรับเพิ่มขึ้น 42% จากปี 2564 ที่มีราคาอยู่ที่ 464 เหรียญสหรัฐต่อตัน ประกอบกับค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นพลังงานหลักในการหลอมเศษเหล็กได้ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 700-800 บาทต่อตัน โดยต้นทุนด้านพลังงานนั้นส่งผลกระทบทั่วทุกธุรกิจ แม้กระทั้งผู้ผลิตเหล็กหลักของโลกอย่างประเทศตุรกี ก็ได้ประกาศขึ้นราคาเหล็กแล้วตันละ 20-40 เหรียญสหรัฐ รวมทั้งการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น
“ที่ผ่านมาผู้ผลิตสินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต จะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาของผู้รับเหมา จากการปรับราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2564 แต่หากพิจารณาระดับราคาของสินค้าเหล็กเส้นในประเทศ เทียบกับประเทศต่าง ๆ แล้ว จะพบว่าสินค้าเหล็กเส้นของไทยมีราคาต่ำกว่าสินค้าของประเทศอื่นมาก
ตัวอย่างเช่น ในช่วงกลางปี 2564 ประเทศสิงคโปร์ ราคาเหล็กเส้นอยู่ที่ 738 เหรียญสหรัฐต่อตัน ประเทศตรุกีมีราคาเหล็กเส้น 740 เหรียญสหรัฐต่อตัน และประเทศจีนมีราคาเหล็กเส้น 852 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ประเทศไทยเสนอขายที่ 699 เหรียญสหรัฐต่อตัน และในยุคโควิด-19 ขณะที่ประเทศอื่นประสบปัญหาไม่สามารถนำเข้าสินค้า สินค้าขาดแคลน และมีราคาสูงเกินจริง แต่ประเทศไทยยังมีผู้ผลิตภายในคานอำนาจสินค้านำเข้าได้ จึงไม่ประสบกับปัญหาเหมือนกับประเทศต่าง ๆ”
สำหรับการปรับราคาเพิ่มขึ้น อาจมีผลกระทบไปยังผู้รับเหมาก่อสร้างได้ โดยผู้รับเหมาสามารถทำสัญญาระยะยาวกับผู้ผลิต (ยี่ปั๊ว) ในการซื้อสินค้าสำหรับงานนั้น ๆ รวมถึงพิจารณาถึงการบริหารจัดการ เพื่อลดต้นทุนให้มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การเลือกซื้อและเลือกใช้เหล็กคุณภาพสูง
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
โดย khwankaew | ก.ย. 19, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ผู้ผลิตเหล็กชั้นนำอย่าง POSCO ได้ระงับการดำเนินงานของเตา blast furnaces 3 เตา ที่โรงงานในเมือง Pohang “เตา blast furnaces 3 เตา ซึ่งเป็นโรงงานหลักของโรงงานผลิตเหล็ก ไม่ได้รับความเสียหาย แต่ถูกระงับชั่วคราว และคาดว่าจะทำงานได้ตามปกติเมื่อไฟฟ้ากลับมาจ่ายอีกครั้ง” Posco Holdings กล่าวเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ซึ่งทาง POSCO ได้ปิดเตา 2 ใน 3 เตา เมื่อวันที่ 6 ก.ย. เพื่อลดความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่น และยังได้ปิดเตาที่ 3 เนื่องจากไฟฟ้าดับ ทำให้การผลิตต้องหยุดชะงัก
ในระหว่างนี้ โรงงานยังไม่ได้อัปเดตราคาเหล็กลวดในตลาดภายในประเทศ หลังจากความเสียหาย โดยราคาล่าสุดที่ 800,000 วอน/ตัน ($577/ตัน) เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ราคาสแตนเลสในเอเชียปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากหลังจากเกิดเหตุการณ์ในเกาหลีใต้ ตลาด HRC ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากเกาหลีใต้ไม่ใช่ผู้ส่งออก HRC รายใหญ่ในภูมิภาค แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะส่งผลต่อตลาดยุโรปและอเมริกาบ้าง

Posco Steeleon ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Posco Holdings ได้หยุดการผลิตเหล็กแผ่นอย่างไม่มีกำหนดที่โรงงาน Pohang เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ซึ่งเดิมชื่อ POSCO Coated & Color Steel บริษัทกล่าวว่าได้ระงับ “การดำเนินงานเนื่องจากความเสียหายจากน้ำท่วมที่เกิดจากไต้ฝุ่น Hinnamnor ” โดยหยุดการผลิตเพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เสียหายจากอุทกภัย โดย Posco Steeleon ผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กเคลือบ (coated steel products) ซึ่งรวมถึงแผ่นเหล็กชุบสังกะสี (galvanized steel sheets) และอลูมิไนซ์ (aluminized steel sheets) สายการผลิตในประเทศมีกำลังการผลิตของ เหล็กเคลือบสังกะสี/เคลือบสี อยู่ที่ 960,000 ตันต่อปี
ความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม Hyundai Steel ได้หยุดการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าทรงยาว และเหล็กสำหรับเครื่องจักรใหญ่ (long and heavy machinery steel products) ที่ Pohang Works ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตที่ Pohang ได้แก่ เหล็กเส้น (rebar), H-beams และ continuous tracks หรือที่เรียกว่า tank หรือ caterpillar tracks. มีการผลิตเหล็กด้วยเตา electric arc furnace ขนาด 3.2 ล้านต่อปี ที่เมือง Pohang ซึ่งมีกำลังการผลิต track อยู่ที่ 300,000 ตันต่อปี โดยที่ใน Pohang ยังมีโรงงานเหล็กโครงสร้างรูปพรรณทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ (medium- and heavy-section) มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 1.4 ล้านตันต่อปี โดย Hyundai Steel จะชดเชยการหยุดการผลิตโดยการเพิ่มสินค้าคงคลังเหล็กและอัตราการผลิตที่โรงงานเหล็กใน Incheon และ Dangjin
แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights.
โดย khwankaew | ก.ย. 15, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน ปี 2565
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง เดือนกันยายน 2565 มีแนวโน้มสูงขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบ (น้ำมัน ถ่านหิน ซีเมนต์ อลูมิเนียม) ที่เริ่มชะลอตัว แต่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่อุปสงค์ในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนั้น ฐานราคาเดือนเดียวกันของปีก่อนไม่สูงมากนัก ซึ่งเท่ากับเดือนสิงหาคม 2564 ปัจจัยเหล่านี้จึงยังส่งผลให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างมีการขยายตัว
ซึ่งดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนสิงหาคม 2565 เท่ากับ 119.5 เทียบกับเดือนสิงหาคม 2564 สูงขึ้นร้อยละ 5.2 (YoY) ยังคงสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยสินค้าสำคัญที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ผลิตภัณฑ์คอนกรีต และซีเมนต์ เป็นต้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และค่าเงินบาทอ่อน
อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ยังได้รับแรงกดดันจากความต้องการสินค้าในหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ที่ชะลอตัวตามตามอุปสงค์โลกที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเทศจีนที่ประสบปัญหาทางการเงินในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
ที่มา: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
โดย khwankaew | ก.ย. 7, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (National Bureau of Statistics) ดัชนี PMI ของภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน (PMI of China’s manufacturing sector) ในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 49.4% เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนหน้า โดยที่ดัชนีการผลิต (production index) อยู่ที่ 49.8% ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ (new orders index) อยู่ที่ 49.2% เพิ่มขึ้น 0.7% ตามข้อมูล เศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการผลิตดีดตัวขึ้นในเดือนสิงหาคม แต่ยังต่ำกว่าจุดวิกฤติ
PMI ของวิสาหกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางเพิ่มขึ้น ในขณะที่วิสาหกิจขนาดเล็กลดลง 0.3% มาอยู่ที่ 47.6% ซึ่งบ่งชี้ว่าวิสาหกิจขนาดเล็กยังคงเผชิญกับแรงกดดันอย่างมาก
จากการสำรวจของ SteelHome ปริมาณการซื้อขายเหล็กของจีนยังคงดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลดลงของสินค้าคงคลังเหล็กชะลอตัวลง โดยที่สินค้าคงเหลือที่โรงงานเพิ่มขึ้น และขณะที่สินค้าคงเหลือในตลาดลดลง ด้านอัตราการดำเนินงานของเตา blast furnaces ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการลดการใช้กำลังไฟฟ้าสำหรับอุณหภูมิสูงขึ้นได้สิ้นสุดลง และเตา electrical furnaces ก็เริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง
ราคาเหล็กของจีนลดลงในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 2 กันยายน ตามรายงานของ SteelHome China Steel Price Index (SHCNSI) ดัชนีราคาเหล็กปิดที่ 104.09 จุด (4,502 หยวน) เมื่อวันที่ 2 กันยายน ลดลง 0.54% จากสัปดาห์ก่อนหน้า
แหล่งที่มา : SteelHome