Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
เหล็กเอชบีม Archives - Page 2 of 3 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
เหล็กเอชบีม เหล็กไอบีม ต่างกันอย่างไร

เหล็กเอชบีม เหล็กไอบีม ต่างกันอย่างไร

เหล็กเอชบีม H Beam steel แข็งแรงไหม ?

เหล็กเอชบีมเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ วัสดุที่มีความแข็งสูงมาก สามารถนำไปประกอบโครงสร้างงานที่ต้องรับน้ำหนักได้ดี แต่ว่าอาจจะไม่เหมาะกับงานที่ต้องรับแรงกระแทกเยอะ

         เหล็กไอบีมและเหล็กเอชบีม เหล็กทั้ง 2 ถ้าหากมอง อาจจะรู้สึกว่ามีลักษณะคล้ายกัน และน่าจะใช้งานทดแทนกันได้ แต่ความจริงแล้วไม่สามารถใช้งานแทนกันได้  เนื่องจากเหล็กเอชบีมนั้นจะเหมาะกับงานก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่

         โดยจะนำไปประกอบเป็นเสา คาน และโครงหลังคา ส่วนเหล็กไอบีมจะนิยมนำไปทำรางเคน (Crane Girder) สำหรับยกสิ่งของที่มีน้ำหนักเยอะๆ และจะใช้ประกอบรางเลื่อนในโรงงานอุตสาหกรรม  ดังนั้นจึงไม่ควรทำเหล็กทั้งสองชนิดนี้มาใช้งานทดแทนกันเด็ดขาด 

ขนาดความยาวของเหล็กไอบีม เหล็กเอชบีม  6เมตร ,9เมตรและ 12เมตร 

เหล็กเอชบีม H-beam ไอบีม I-beam ต่างกันอย่างไร? เหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ
ด้านการนำไปใช้งาน
        เหล็กเอชบีม H-beam ไวด์แฟรงค์ Wide Flange และ จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก

ด้านลักษณะรูปร่าง
        จุดแตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด เป็นรูปตัว H เท่ากันทั้งปีกและส่วนเสา ส่วนเหล็กเสาไวด์แฟรงค์ Wide Flange จะ มีความหนาเท่ากันตลอดเช่นกัน

        แต่ส่วนปีก จะมีความกว้างไม่เท่ากับความกว้างเสา ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน

 

เหล็กเอชบีม คืออะไร

 เหล็กเอชบีม คือ เหล็กที่มีขนาดขาสองมีความยาวเท่ากัน รูปตัวเอช (H) จึงอาจจะมีคนเรียกชื่อเหล็กเอชบีม เป็น เหล็กตัวเอช เหล็กบีม เสาเอช เหล็กปีกไอ เสาบีม ซึ่งทุกชื่อนั้นหากได้ยินที่ไหนให้ระลึกไว้เลยว่าทั้งหมดคือเหล็กชนิดเดียวกัน เหล็กบีมเป็นเหล็กที่มีเกิดจากเหล็กรูปพรรณรีดร้อนในลักษณะหน้าตัดของเหล็กเป็นรูปตัวเอช (H) ที่มีขนาดความสูง-กว้างทุกด้านเท่ากัน มีจุดเด่นตรงที่สามารถทนรับแรงกดทับ และรับน้ำหนักในงานโครงสร้างใหญ่มากๆ ได้ดี

ข้อดีของเหล็กเอชบีม

  • ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างช่วยให้ขึ้นโครงสร้างได้รวดเร็ว ลดการใช้แรงงานน้อยกว่า

  • ช่วยให้การออกแบบโครงสร้างง่ายกว่า เนื่องจากการใช้เหล็กบีมจะช่วยให้ช่วงเสามีพื้นที่กว้าง กว่า และออกแบบได้หลากหลายรูปร่างมากกว่า

  • เหล็กบีมมีน้ำหนักเบา ช่วยลดภาระการขนส่ง

  • มีความแข็งแรง ทนทานสูง

  • สามารถดัดแปลง ต่อเติม ได้ง่าย โดยที่ไม่ต้องทุบรื้อโครงสร้างเติม

  • ระหว่างการก่อนสร้างไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง

เหล็กเอชบีม ใช้ทําอะไร เหมาะกับงานชนิดไหน

การใช้เหล็กเอชบีมนิยมใช้ในงานก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือขึ้นโครงหลังคาของอาคาร โรงงาน บ้านพักอาศัยที่มีขนาดใหญ่

ขนาดเหล็กเอชบีมมีขนาดเท่าไรบ้าง

เหล็กเอชบีมโดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 Grade คือ

  •  SS400, SS490, SS540 มีค่าบ่งบอกคุณภาพของการรับแรงอยู่ที่ 235-245 N / mm2  (~2,400 ksc)

  •  SM400, SM490, SM520 มีค่าบ่งบอกคุณภาพของการรับแรงอยู่ที่ 355-365 N / mm2  (~3,600 ksc)

มีความยาวให้เลือกใช้คือ 1 เมตร, 6 เมตร,  9 เมตร, 12 เมตร และมีขนาด น้ำหนักและราคาดังนี้

ตารางน้ำหนักเหล็กเหล็กเอชบีม  H-Beam Steel

ขนาดเหล็กเอชบีม น้ำหนักเหล็กเอชบีมต่อเส้น (กก.)
เหล็กเอชบีม 100x100x6x8mm ยาว 6ม. 103.20
เหล็กเอชบีม 100x100x6x8mm ยาว 6ม 206.40
เหล็กเอชบีม 125x125x6.5x9mm ยาว 6ม. 142.80
เหล็กเอชบีม 125x125x6.5×9มม. ยาว 12ม. 285.60
เหล็กเอชบีม 150x150x7x10มม. ยาว 6ม. 189.00
เหล็กเอชบีม 150x150x7x10มม. ยาว 9ม. 283.50
เหล็กเอชบีม 150x150x7x10มม. ยาว 12ม. 378.00
เหล็กเอชบีม 175x175x7.5×11มม. ยาว 6ม. 241.20
เหล็กเอชบีม 175x175x7.5×11มม. ยาว 12ม 482.40
เหล็กเอชบีม 200x200x8x12มม. ยาว 6ม. 299.40
เหล็กเอชบีม 200x200x8x12มม. ยาว 9ม. 449.10
เหล็กเอชบีม 200x200x8x12มม. ยาว 12ม. 598.80
เหล็กเอชบีม 250x250x9x14มม. ยาว 6ม. 434.40
เหล็กเอชบีม 250x250x9x14มม. ยาว 9ม. 651.60
เหล็กเอชบีม 250x250x9x14มม. ยาว 12ม. 868.80
เหล็กเอชบีม 300x300x10x15มม. ยาว 6ม. 564.00
เหล็กเอชบีม 300x300x10x15มม. ยาว 6ม.  564.00
เหล็กเอชบีม 300x300x10x15มม. ยาว 9ม. 846.00
เหล็กเอชบีม 300x300x10x15มม. ยาว 12ม. 1,128.00
เหล็กเอชบีม 350x350x12x19มม. ยาว 6ม. 822.00
เหล็กเอชบีม 350x350x12x19มม. ยาว 9ม. 1,233.00
เหล็กเอชบีม 350x350x12x19มม. ยาว 12ม. 1,644.00
เหล็กเอชบีม 400x400x13x21มม. ยาว 6ม. 1,032.00
เหล็กเอชบีม 400x400x13x21มม. ยาว 9ม. 1,548.00

เหล็กเอชบีม เหล็กไอบีม และเหล็กไวด์แฟลงจ์

เหล็กเอชบีม เหล็กไอบีม และเหล็กไวด์แฟลงจ์

  เหล็กโครงสร้างขนาดใหญ่   ใช้สำหรับงานโครงสร้างเสาและโครงถักขนาดใหญ่ โดยเรียกชื่อว่าประเภทเหล็กว่า กลุ่มเหล็กเอชบีม ซึ้งจะแยกเป็น เหล็กเอชบีม เหล็กไอบีมและเหล็กไวค์แฟรงค์ข้อแตกต่างระหว่างเหล็ก เฮชบีม H-Beam ไอบีม I-Beam ไวด์แฟลงจ์ Wide-Flange

           เหล็กเอชบีม (H-beam เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น

ลักษณะสำคัญของเหล็กเอชบีม H Beam 

ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น เหล็กเอชบีม H-beam 100×100  ( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน )  เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.

การผลิตเหล็กเอชบีม

เหล็กเอชบีม (H-BEAM) คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก

การใช้งานเหล็กเอชบีม

เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)

ปัจจุบันเหล็กเอชบีม (H-BEAM) รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย

%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81-sys-6-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94-2021-01

ความแตกต่างระหว่างเหล็ก I Beam กับเหล็ก H Beam

หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ

  1. ด้านการนำไปใช้งานเหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น

  • H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.

  • I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%

  1. ด้านลักษณะรูปร่าง แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก

 
 
ข้อดีของการใช้เหล็กรูปพรรณรีดร้อน

  • ลดระยะเวลาการก่อสร้าง ทำให้ลดภาระดอกเบี้ยของโครงการ เปิดใช้งานได้รวดเร็ว 
  • เตรียมงานจากโรงงานได้ และใช้แรงงานน้อยกว่าการก่อสร้างด้วยระบบอื่น
  • ออกแบบโครงสร้างให้มีช่วงเสากว้าง กว่าโครงสร้างระบบอื่น ไม่เปลืองพื้นที่ใช้งาน
  • ออกแบบงานสถาปัตยกรรมได้หลากหลายเช่น ตัดโค้ง ทำใครงสร้างโปร่ง หรือทำส่วนยื่่นได้มาก
  • โครงสร้างมีน้ำหนักเบา ทำให้ประหยัดฐานราก ลดการขนส่ง และพื้นที่กองเก็บวัสดุ
  • ตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพ และบำรุงรักษาได้สะดวกกว่าโครงสร้างอื่น 
  • มีความแข็งแรง สามารถรับแรงสั่นสะเทือนและแผ่นดินไหว ได้ดีกว่าโครงสร้างระบบอื่น 
  • ก่อสร้างในที่จำกัดได้สะดวก ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะฝุ่น
  • ดัดแปลง ต่อเติม หรือรื้อไปสร้างใหม่ได้ ไม่ต้องทุบทิ้ง 
  • สามารถนำวัสดุมาหมุนเวียนได้ 100% 

ขั้นตอนการผลิตโดยสังเขปเนื่องจากผลิตโดยการหลอมและรีดร้อนขึ้นเป็นท่อน เหล็กโครงสร้างชนิดนี้จึงมีเนื้อเดียวกัน ไม่มีรอยเชื่อมระหว่างส่วนต่างๆ ดังนั้นคุณสมบัติของหน้าตัดจึงสม่ำเสมอกว่าเหล็กโครงสร้างชนิดอื่นเช่น เหล็กรูปพรรณกลวงซึ่งทำจากเหล็กม้วนและเชื่อมตามยาว กับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณเชื่อมประกอบที่ทำจากเหล็กแผ่นสามชิ้นเชื่อมเข้าด้วยกัน 

เหล็ก เอชบีม H-Beam ต่างกับ I-Beam อย่างไร? เหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ ด้านการนำไปใช้งาน เหล็กเอชบีม H-beamเหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบินเหล็กไอบีม I-beam เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น H 300x150x6.5x9mm. นน. 36.7 กก./ม. I 300x150x8x13mm. นน. 48.3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%ด้านลักษณะรูปร่าง จุดแตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน 

 

 

การนำเข้าและส่งออก เหล็กกล้าไร้สนิมของจีน ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนตุลาคม

การนำเข้าและส่งออก เหล็กกล้าไร้สนิมของจีน ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนตุลาคม

ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมของจีน มีจำนวนทั้งสิ้น 2.7566 ล้านตัน และส่งออกทั้งสิ้น 3.7599 ล้านตัน

ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 310,900 ตัน เพิ่มขึ้น 38,700 ตัน หรือ 14.23%  เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 48,600 ตัน มีอัตราการเติบโต 18.53%

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 2.7566 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 337,400 ตัน โดยมีอัตราการเติบโตที่ 13.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน

ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนจากอินโดนีเซียอยู่ที่ 272,000 ตัน เพิ่มขึ้น 37,200 ตัน โดยเพิ่มขึ้น 15.84% เทียบจากเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 57,600 ตัน ขยายตัว 26.87%

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 จีนนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมจากอินโดนีเซียทั้งหมด 2.3384 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 501,700 ตัน หรือ 27.32% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในเดือนตุลาคม 2022 การส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมของจีนจะอยู่ที่ 295,800 ตัน เพิ่มขึ้น 14,900 ตันหรือ 5.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนก่อน  และลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 22,200 ตัน หรือ 6.99%

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 ปริมาณการส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีน สูงถึง 3.7599 ล้านตัน โดยเพิ่มขึ้น 136,100 ตันหรือ 3.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมสุทธิของจีนอยู่ที่ 15,100 ตัน

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 ยอดส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมสุทธิของจีนอยู่ที่ 1.0033 ล้านตัน ลดลง 20.14 ล้านตัน หรือ 16.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

แหล่งที่มา : Steelhome, CISA

เหล็กเส้น (Rebar) เอเชียมีมีความผันผวน ขณะที่ตลาดในจีนขยายตัว

เหล็กเส้น (Rebar) เอเชียมีมีความผันผวน ขณะที่ตลาดในจีนขยายตัว

ในวันที่ 6 ธันวาคม ราคาเหล็กเส้น (rebar) ในเอเชียผันผวน โดยราคาในตลาด seaborne แยกออกจากตลาดในจีนโดยที่เป็นการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ เนื่องจากราคาบ่งชี้การซื้อต่ำกว่าระดับข้อเสนอขายที่เพิ่มขึ้นในสิงคโปร์

ทราบมาว่ามีการเสนอขายเหล็กเส้นของมาเลเซียที่ราคา $575/ตัน CFR สิงคโปร์ ในขณะที่ผู้ค้ารายหนึ่งได้เสนอขายเหล็กเส้นจากแหล่งกำเนิดเดียวกันที่ราคา $570/ตัน FOB มาเลเซีย แต่ความต้องการนั้นเงียบเกินกว่าที่จะมีการสรุปข้อตกลงซื้อขายใด ๆ

“โรงงานกำลังผลักดันราคาให้สูงขึ้น แต่ข้อบ่งชี้ในการซื้อยังห่างไกลจากราคาเสนอขาย” แหล่งข่าวในสิงคโปร์กล่าว พร้อมเสริมว่าพวกเขาจะซื้อในราคา $550-$555 CFR สิงคโปร์ เท่านั้น

อุปสงค์ในสิงคโปร์ถูกระงับท่ามกลางสภาพอากาศที่ฝนตก และเน้นไปที่มาตรการความปลอดภัยที่ไซต์การผลิตและการก่อสร้าง “เราไม่ได้ซื้อสต็อกเพิ่มเนื่องจากฝนตกทุกวัน แต่ก็ไม่เป็นจริงเช่นกันที่คาดว่าจะซื้อที่ราคา 555-$560/ตัน CFR เนื่องจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น ผู้ค้าในสิงคโปร์กล่าว

ระดับการซื้อขายในฮ่องกงสำหรับการขนส่งสินค้าในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น $10/ตัน จากวันก่อน มีราคาที่ $575/ตัน CFR ฮ่องกง โดยอ้างถึงความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการ COVID-19 ของจีนที่ผ่อนคลายลง แหล่งข่าวยังอ้างถึงโครงการก่อสร้างที่ล่าช้าไปจนถึงช่วงหลังตรุษจีน ซึ่งส่งผลให้ความต้องการเหล็กเส้นในเดือนมกราคมถูกย้ายไปยังเดือนกุมภาพันธ์

Platts ประเมินราคาเหล็กเส้น BS4449 Grade 500 ขนาด 16-32 มม. ที่ $568/ตัน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราคาไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับส่งออกเหล็กเส้นเกรด BS500B ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16-20 มม. ของจีน ได้รับการประเมินที่ $556 /ตัน FOB ของจีน ซึ่งราคาไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเหล็กเส้นของจีนขยับขึ้นภายในวัน โดยสัญญาเหล็กเส้นที่มีการซื้อขายมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม 2023 ในตลาด Shanghai Futures Exchange ปิดที่ 3,808 หยวน/ตัน ($544/ตัน) ในวันที่ 6 ธ.ค. เพิ่มขึ้น 4 หยวน/ตัน ในช่วงเวลาดังกล่าว

ราคาสปอตของเหล็กเส้นในประเทศปักกิ่ง HRB400 ขนาด 18-25 มม. ได้รับการประเมินที่ราคา 3,835 หยวน/ตัน ex-stock ตามน้ำหนักจริงที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 13% ราคาเพิ่มขึ้น 21 หยวน/ตัน ในวันที่ 6 ธันวาคม

ในขณะเดียวกัน ในตลาดบิลเล็ต โรงงานรายใหญ่ของอินโดนีเซียได้เพิ่มระดับข้อเสนอขายสำหรับบิลเล็ต 3SP ขนาด 150 มม. ขึ้น $5/ตัน เป็น $520/ตัน FOB อินโดนีเซีย และเป็นราคาที่ $540/ตัน CFR มะนิลา

ได้ยินว่าบิลเล็ตขนาด 5SP ขนาด 130 มม. จากเตา blast furnace ของเวียดนาม ถูกเสนอขายในราคา $510/ตัน FOB เวียดนาม ปรับเป็นราคาที่ $540-$545/ตัน CFR มะนิลา แหล่งข่าวของโรงงานระบุว่า “ราคาเหล็กบิลเล็ตและเหล็กเส้นพุ่งสูงขึ้น

แหล่งข่าวโรงงานในฟิลิปปินส์กล่าวว่า “ได้ยินว่ามีการจองบิลเล็ตที่ราคา $525/ตัน และ $530/ตัน CFR มะนิลา…สินค้ารวม 40,000 ตัน” แต่ไม่ได้มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาการจัดส่ง แหล่งกำเนิดของบิลเล็ต เกรด เส้นผ่านศูนย์กลาง หรือ วันที่ของข้อตกลง

“ลูกค้ารายใหญ่อาจยอมรับข้อเสนอที่ราคา $530/ตัน CFR มะนิลาที่” ผู้ค้ารายหนึ่งในภาคตะวันออกของจีนกล่าว

ราคาประเมินของบิลเล็ต ขนาด 5SP 130 มม. บนพื้นฐาน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงทรงตัวที่ $530/ตัน ในขณะเดียวกันราคาสปอตของการนำเข้าบิลเล็ต 3SP ขนาด 150 มม. ของจีนได้รับการประเมินที่ $451/ตัน CFR ประเทศจีน ราคาเพิ่มขึ้น $4 /ตัน จากวันก่อน ในขณะที่การประเมินของ Platts สำหรับบิลเล็ต Q235 เพิ่มขึ้น 30 หยวน/ตัน เป็น 3,690 หยวน/ตัน
แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า