Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
การผลิตเหล็ก Archives - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ต้นทุนเหล็กพุ่งเกือบ 800 บาท/ตัน เหล็กเตรียมขยับราคาขึ้นอีกรอบ

ต้นทุนเหล็กพุ่งเกือบ 800 บาท/ตัน เหล็กเตรียมขยับราคาขึ้นอีกรอบ

วันที่ 19 กันยายน 2565 นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้าเปิดเผยว่า จากสถานการณ์ต้นทุนการผลิตเหล็กเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาวัตถุดิบ พลังงาน โดยเฉเพาะค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ค่าแรง รวมทั้งได้รับผลจากการทุ่มตลาดของสินค้านำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็กนั้นอยู่ในอัตราที่ต่ำเพียง 30% เป็นเหตุให้ผู้ผลิตเหล็กจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม สินค้าเหล็กในการก่อสร้าง ได้แก่ สินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กรูปพรรณ เป็นสินค้าภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดังนั้น ผู้บริโภคสามารถมั่นใจในระดับหนึ่ง ว่าการปรับราคานั้นสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง

img_1442

ทั้งนี้ ราคาเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กเส้นในปี 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 658 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปรับเพิ่มขึ้น 42% จากปี 2564 ที่มีราคาอยู่ที่ 464 เหรียญสหรัฐต่อตัน ประกอบกับค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นพลังงานหลักในการหลอมเศษเหล็กได้ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 700-800 บาทต่อตัน โดยต้นทุนด้านพลังงานนั้นส่งผลกระทบทั่วทุกธุรกิจ แม้กระทั้งผู้ผลิตเหล็กหลักของโลกอย่างประเทศตุรกี ก็ได้ประกาศขึ้นราคาเหล็กแล้วตันละ 20-40 เหรียญสหรัฐ รวมทั้งการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น

“ที่ผ่านมาผู้ผลิตสินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต จะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาของผู้รับเหมา จากการปรับราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2564 แต่หากพิจารณาระดับราคาของสินค้าเหล็กเส้นในประเทศ เทียบกับประเทศต่าง ๆ แล้ว จะพบว่าสินค้าเหล็กเส้นของไทยมีราคาต่ำกว่าสินค้าของประเทศอื่นมาก

ตัวอย่างเช่น ในช่วงกลางปี 2564 ประเทศสิงคโปร์ ราคาเหล็กเส้นอยู่ที่ 738 เหรียญสหรัฐต่อตัน ประเทศตรุกีมีราคาเหล็กเส้น 740 เหรียญสหรัฐต่อตัน และประเทศจีนมีราคาเหล็กเส้น 852 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ประเทศไทยเสนอขายที่ 699 เหรียญสหรัฐต่อตัน และในยุคโควิด-19 ขณะที่ประเทศอื่นประสบปัญหาไม่สามารถนำเข้าสินค้า สินค้าขาดแคลน และมีราคาสูงเกินจริง แต่ประเทศไทยยังมีผู้ผลิตภายในคานอำนาจสินค้านำเข้าได้ จึงไม่ประสบกับปัญหาเหมือนกับประเทศต่าง ๆ”

สำหรับการปรับราคาเพิ่มขึ้น อาจมีผลกระทบไปยังผู้รับเหมาก่อสร้างได้ โดยผู้รับเหมาสามารถทำสัญญาระยะยาวกับผู้ผลิต (ยี่ปั๊ว) ในการซื้อสินค้าสำหรับงานนั้น ๆ รวมถึงพิจารณาถึงการบริหารจัดการ เพื่อลดต้นทุนให้มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การเลือกซื้อและเลือกใช้เหล็กคุณภาพสูง

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
ผลผลิตเหล็กดิบ (crude steel) ของอินเดียเพิ่มขึ้น 17%

ผลผลิตเหล็กดิบ (crude steel) ของอินเดียเพิ่มขึ้น 17%

การผลิตเหล็กดิบของอินเดียเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ระดับ 10.60 ล้านตัน ในเดือนพฤษภาคม ข้อมูลจาก Joint Plant Committee เผยวันที่ 4 มิถุนายน เนื่องจากกำลังการผลิตในประเทศที่เพิ่มขึ้น

การเพิ่มขึ้นได้เกิดขึ้นท่ามกลางความต้องการที่แข็งแกร่งจากภาคการผลิตของอินเดีย ดังที่แสดงโดย S&P Global India manufacturing purchasing managers’ index ซึ่งอยู่ที่ 54.6 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจาก 54.7 ในเดือนเมษายน

แม้จะขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ แต่ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ เช่น Maruti Suzuki มีความต้องการเหล็กกล้าสำหรับยานยนต์สูงขึ้น เนื่องจากการผลิตในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นกว่าสี่เท่า อยู่ที่ 164,859 คัน จาก 40,924 คัน ในเดือนพฤษภาคม 2021

“การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อการผลิตรถยนต์ในช่วงเดือน” Maruti Suzuki กล่าวเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน โดยเสริมว่าตัวเลขเดือนพฤษภาคมไม่สามารถเทียบได้กับตัวเลข “พฤษภาคม 2021 เนื่องจากการดำเนินงานของบริษัทในเดือนพฤษภาคม 2021 ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการหยุดชะงักที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19”

JSW Steel ยังได้เปิดเตาหลอมแห่งที่สองที่ Dolvi ในรัฐ Maharashtra เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2021 โดยเพิ่มกำลังการผลิต Dolvi Steel Works เป็นสองเท่า เป็นที่ 10 ล้านตันต่อปี และมีส่วนทำให้กำลังการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น

การผลิตโลหะร้อนเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ 6.88 ล้านตัน ในเดือนพฤษภาคม และการผลิตเหล็กสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 14.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในเดือนพฤษภาคม

การผลิตเหล็กดิบโดยรวมของอินเดียในช่วงสองเดือนแรกของปีงบการเงิน (เมษายน-มีนาคม) เพิ่มขึ้น 11.5% จากปีก่อนหน้า

การส่งออกเหล็กสำเร็จรูป (finished steel) ของอินเดียลดลง 39.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการที่ย่ำแย่ ในขณะที่การนำเข้าลดลง 3.6%

การส่งออกคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน เนื่องจากอินเดียได้ขึ้นภาษีส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กหลายชนิด เช่น แร่เหล็กและเหล็กกล้า มีผล 22 พ.ค. โดยผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนและเหล็กทรงยาวส่วนใหญ่ถูกเก็บภาษีที่ 15% ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีการใช้เลย
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing

กำลังการผลิตเหล็กของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็น 85.3% จากสัปดาห์ก่อน

กำลังการผลิตเหล็กของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็น 85.3% จากสัปดาห์ก่อน

การใช้กำลังการผลิตเหล็กดิบ (raw steel) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ในวันที่ 11 กันยายน โดย American Iron and Steel Institute รายงานเมื่อวันที่ 13 กันยายน อัตราการใช้กำลังการผลิตเหล็กดิบเพิ่มขึ้นเป็น 85.3% จาก 84.5% จากในสัปดาห์ก่อนหน้า

การผลิตเพิ่มขึ้น 0.9% อยู่ที่ 1.882 ล้านตัน ในช่วงสิ้นสัปดาห์ในวันที่ 11 กันยายน เพิ่มขึ้นจาก 1.866 ล้านตัน ในสัปดาห์ก่อนหน้า ตามข้อมูล

การผลิตของสัปดาห์ที่แล้วเพิ่มขึ้น 22.4% เมื่อเทียบกับสัปดาห์เดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งการมีการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 68.6% และมีการผลิตอยู่ที่ 1.537 ล้านตัน

การผลิตสะสมจนถึงวันที่ 11 กันยายน มีจำนวนทั้งสิ้น 65.786 ล้านตัน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิต 80.8% โดยยอดรวมเพิ่มขึ้น 20.1% จาก 54.767 ล้านตัน ที่ผลิตในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 66.8%

การผลิตของสัปดาห์ที่แล้วมีทั้งหมด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ 174,000 ตัน ในภูมิภาค Great Lakes 638,000 ตัน ใน Midwest 204,000 ตัน  ใน South 786,000 ตัน และ ใน West 80,000 ตัน

—- Steel Business Briefing
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing

Cr. IRON&STEEL INTELLIGENCE UNIT

ครม.อนุมัติขยายเวลาบังคับใช้การแสดงรายละเอียดบนเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ออกไปอีก 180 วัน

ครม.อนุมัติขยายเวลาบังคับใช้การแสดงรายละเอียดบนเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ออกไปอีก 180 วัน

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา มีการพิจารณาเรื่อง ร่างกฎกระทรวง กำหนดลักษณะ การทำ วิธีแสดง และการใช้เครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 2563 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอ ขยายระยะเวลาบังคับใช้ออกไปอีก 180 วัน

ทั้งนี้ ตามที่ได้มีกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ การทำ วิธีแสดง และการใช้เครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2563 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 และจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือวันที่ 21 มกราคม 2564

โดยมาตรา 5 วรรคท้าย แห่งกฎกระทรวงฯ บัญญัติให้การแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องหมายมาตรฐานรวมทั้งใบอนุญาตและข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (QR Code) ซึ่งทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกลุ่ม 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทยได้มีหนังสือถึง อก. เพื่อขอให้ อก.พิจารณาขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎกระทรวงดังกล่าวออกไปอีก 6 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีเวลาในการเตรียมความพร้อมได้มากยิ่งขึ้น

เนื่องจากการแสดงใบอนุญาตและข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (QR Code) ตามที่กำหนดในข้อ 5 วรรคท้ายของกฎกระทรวงดังกล่าว มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมในหลายผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถดำเนินการตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดได้ เช่น การปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต และการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทาง อก.โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพิจารณาแล้วเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถเตรียมความพร้อมในการดำเนินการแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับใบอนุญาตและข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (QR Code) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อก.จึงได้ดำเนินการยกร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ การทำ วิธีแสดง และการใช้เครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดลักษณะ การทำ วิธีแสดง และการใช้เครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2563 เฉพาะการแสดงรายละเอียดใบอนุญาตและข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ 5 วรรคสุดท้าย ออกไปอีกหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนด ผู้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ใบอนุญาตทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ใบอนุญาตนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร จะต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องหมายมาตรฐาน รวมทั้งใบอนุญาตและข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (QR Code) ให้เห็นได้ง่ายและชัดเจนบนผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือสิ่งบรรจุ หีบห่อ สิ่งหุ้มห่อ หรือสิ่งผูกมัด

แหล่งที่มา : SMEs manager

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กชนิดต่างๆ

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กชนิดต่างๆ

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กชนิดต่างๆ

สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็ก

1 เหล็กแผ่น 4x 8 นน. = หนา mm. x 23.34
2 เหล็กแผ่น 5 x 10 นน. = หนา mm. x 36.5
3 เหล็กแผ่นตัดเหลี่ยม นน. = หนา mm. x กว้าง cm x ยาว cm x 0.000785
4 เหล็กตัดสามเหลี่ยม นน. = (หนา mm. x ฐาน cm x สูง cm) /2 x 0.000785
5 เหล็กตัดกลม นน. = หนา mm. x รัศมี cm x รัศมี cm x 0.00247
6 เหล็กตัดวงแหวน นน. = (R2 -r2) x หนา mm.x 0.00247
7 หล็กแบน นน. = กว้าง mm x หนา mm. x 0.0471
8 เหล็กฉากพับ นน. = [(A + B) -(2 x หนา mm)] x หนา mm. x 0.0471
9 เหล็กตัวยู นน. = [(A + 2B) -(4 x หนา mm)] x หนา mm. x 0.0471
10 เหล็กตัวซี นน. = [(A +2B+2C) -(8 x หนา mm)] x หนา mm. x 0.0471
11 เหล็กเพลา, เส้นกลม นน. = วงนอก2 mm x 0.006167 x ยาว m.
12 เหล็กท่อหนา นน. = (วงนอก2 mm -วงใน2 mm) x 0.006167 x ยาว m.
13 เหล็กหกเหลี่ยม นน. = ขนาด (ซม.) x ขนาด (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0068 = น้ำหนัก (กก.)
14 เหล็กแปดเหลี่ยม นน. = ขนาด (ซม.) x ขนาด (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0065 = น้ำหนัก (กก.)
15 เหล็กสี่เหลี่ยม ขนาด (ซม.) x ขนาด (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0079 = น้ำหนัก (กก.)

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า