โดย khwankaew | ต.ค. 17, 2019 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะเพิ่มภาษีนำเข้า (มาตรา 232) เหล็กจากตุรกีจาก 25% เป็น 50% เนื่องจากปฏิบัติการทางทหารของประเทศตุรกีในทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศซีเรีย
จากข้อความในทวิตเตอร์เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ โดยทรัมป์กล่าวว่า เขาจะประกาศคำสั่งอย่างเป็นทางการให้ปรับเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กจากประเทศตุรกี และจะทำการคว่ำบาตรประเทศตุรกี
ในเดือนสิงหาคม ปี 2561 ทรัมป์ได้ปรับเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กจากตุรกี จาก 25% เป็น 50% เนื่องจากการลดค่าเงินลีร่าของประเทศตุรกี และความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศ อันเป็นผลมาจากการกักตัวบาทหลวงชาวอเมริกัน (Pastor Brunson) โดยภาษีนำเข้าเหล็กจากตุรกีได้ถูกปรับลดกลับมาที่ 25% ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2562
Platts ได้ส่งอีเมล์ขอความคิดเห็นจากภาคอุตสาหกรรมเหล็กตุรกี แต่ไม่ได้รับการตอบรับความคิดเห็นกลับมา เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตใกล้เที่ยงคืนของเวลาตุรกี “พวกเขากำลังเล่นแมวจับหนูกับตุรกี” แหล่งข่าวกล่าว
การตัดสินใจของรัฐบาลอเมริกันในกลางเดือนพฤษภาคมที่จะลดภาษีนำเข้าเหล็กจากตุรกีภายใต้มาตรา 232 จาก 50% เป็น 25% ซึ่งไม่ได้ทำให้ผู้ผลิตเหล็กตุรกีประสบความสำเร็จในการทำให้ยอดส่งออกเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากราคาเหล็กจากโรงงานเหล็กตุรกียังแข่งขันไม่ได้ในตลาดสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางราคาในประเทศตุรกีที่ลดลง
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต (reinforced steel rebar) ของโรงงานเหล็กตุรกีที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ลดลงเหลือ 38,300 ตัน ใน 8 เดือนแรกของปี 2562 ซึ่งต่ำกว่า 304,000 ตัน ที่ส่งออกในช่วงเดียวกันของปี 2561 ในขณะที่การส่งออกเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (HRC) ของโรงงานเหล็กตุรกีไปยังสหรัฐฯ ลดลงเหลือเพียง 11,800 ตันในช่วง 8 เดือน จากข้อมูลของสถาบันสถิติตุรกี (Turkish Statistical Institute)
ภายใต้มาตรา 232 ของ 1962 Trade Expansion Act ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สามารถปรับระดับภาษีนำเข้าสำหรับประเทศใดก็ได้ ณ เวลาใดก็ตามที่ประธานาธิบดีพิจารณาว่าเหมาะสม
— Justine Coyne and Cenk Can
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย khwankaew | ต.ค. 8, 2019 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
นายสุปรีย์ ศรีสำราญ ผู้จัดการคลัสเตอร์โครงสร้างพื้นฐาน, Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ออกบทวิเคราะห์ หัวข้อ “จับตาผลกระทบการออกมาตรการเพิ่มเติมในการตอบโต้การหลบเลี่ยง (Anti Circumvention: AC) ต่ออุตสาหกรรมเหล็กของไทย” โดยคาดว่าการบังคับใช้มาตรการ AC จะส่งผลบวกต่อผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนภายในประเทศ ขณะที่ผู้ค้าเหล็กและผู้บริโภคเหล็กมีโอกาสได้รับผลลบ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนที่ถูกทำ circumvention ไม่สามารถนำเข้ามาได้ บริษัทหรือผู้บริโภคที่ต้องการใช้เหล็กจึงจำเป็นต้องหาผลิตภัณฑ์ภายในประเทศเพื่อทดแทน ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อผู้ผลิตเหล็กทรงแบนภายในประเทศ
ผู้ค้าเหล็กจึงควรเตรียมการบริหารคงคลังให้เหมาะสมกับความผันผวนของราคาเหล็ก ซึ่งส่งผลต่อกำไรจากการค้าเหล็ก ขณะที่บริษัทหรือผู้บริโภคที่ต้องการใช้เหล็กอาจประสบกับราคาของเหล็กทรงแบนที่มีการปรับตัวขึ้น จึงควรทำการประเมินปริมาณการใช้งานเหล็กอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะจัดหาและบริหารการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กให้สอดคล้องกับการใช้งาน
ผลิตภัณฑ์เหล็กเป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่ประสบกับปัญหาการทุ่มตลาดและปัญหาการอุดหนุน ประกอบกับสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยจากต้นปี 61 สหรัฐฯ ได้ตั้งกำแพงภาษีผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนเพิ่มขึ้นอีกราว 25%-50% จากอัตราภาษีนำเข้าปกติ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงและมีโอกาสที่จะถูกนำเข้าสู่ไทยมากขึ้น
เหล็กทรงแบนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มถูกบังคับใช้มาตรการ AC
สมาคมผู้ประกอบการเหล็กทั้ง 7 สมาคม (สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย, สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย, สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น, สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า, สมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน, สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี และสมาคมโลหะไทย) ได้ทำการผลักดันมาตรการ AC กับกระทรวงพาณิชย์และประสบผลสำเร็จในการบังคับใช้กฎหมายในเดือนกันยายน 2019
โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ถูกบังคับใช้มาตรการ AD และมีแนวโน้มที่จะถูกใช้มาตรการ AC เพิ่มเติมด้วยเป็นเหล็กทรงแบน เช่น เหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดร้อนเจือโบรอน เหล็กแผ่นรีดเย็น ชุบ/เคลือบอะลูมิเนียมและสังกะสีแบบจุ่มร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็นเคลือบสังกะสีจุ่มร้อนแล้วทาสี เหล็กแผ่นรีดเย็น หลอดและท่อเหล็กกล้า เป็นต้น
Cr.ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq03/3049738
โดย khwankaew | ก.ย. 4, 2019 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
สหรัฐและจีนได้เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าตามแผนการเดิมแล้วเมื่อวานนี้ (1 ก.ย.) นับตั้งแต่เวลา 11.00 น. ตามเวลาไทย โดยในรอบนี้ รัฐบาลสหรัฐได้เริ่มเก็บภาษี 15% จากสินค้าจีนมูลค่าประมาณ 1.25 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึง สมาร์ทวอทช์ ทีวีจอแบน และรองเท้า ขณะที่จีนได้เริ่มเก็บภาษี 5% จากการนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐเมื่อวานนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า คณะผู้แทนการค้าของจีนและสหรัฐยังคงเจรจากันต่อไป และจะประชุมกันในเดือนก.ย. แม้การปรับขึ้นภาษีสินค้าจีนจะดำเนินไปตามแผนที่กำหนดไว้
การเรียกเก็บภาษีเมื่อวานนี้มีขึ้นหลัง USTR ระบุว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษี 15% ต่อสินค้าบางส่วนที่นำเข้าจากจีนตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ขณะที่ส่วนที่เหลือ ซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จะถูกเก็บภาษี 15% ในวันที่ 15 ธ.ค.
ขณะเดียวกัน จีนประกาศว่าจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ 5-10% รวม 5,078 รายการ มูลค่า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยบางส่วนได้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวานนี้ และที่เหลือจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธ.ค. เช่นกัน
อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3035737
แหล่งที่มา : RYT9
โดย khwankaew | ก.ค. 3, 2019 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ราคาส่งออกเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (HDG) ของจีน เริ่มกลับมามีแนวโน้มขาขึ้นในเดือนมิถุนายนหลังจากที่ปรับลดลงในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากผู้ส่งออกชาวจีนได้เพิ่มราคาเสนอขายท่ามกลางราคาในประเทศที่สูงขึ้นในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน
วันที่ 1 ก.ค. Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (HDG) DX51D ความหนา 1.0 mm.ที่มีชั้นเคลือบสังกะสี 120 กรัม/ตารางเมตร ราคาอยู่ที่ $600-$605/ตัน FOB China โดยมีราคากึ่งกลางอยู่ที่ $602.50/ตัน FOB ปรับเพิ่มขึ้น $15.50/ตัน จากช่วงปลายเดือนพฤษภาคม
แหล่งข่าวในตลาดกล่าวว่า ราคาเสนอขายเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (HDG) ที่เคลือบสังกะสี 120 กรัม/ตารางเมตร ทราบมาว่าราคาอยู่ที่ระดับเหนือกว่า $600/ตัน FOB China ซึ่งมากกว่าในช่วงสิ้นสุดสัปดาห์ที่แล้วในวันที่ 21 มิถุนายน อยู่ $20/ตัน
ผู้ค้าท้องถิ่นในทางใต้ของจีนกล่าวว่า อุปสงค์ดูเหมือนจะค่อนข้างดี เนื่องจากโรงงานเหล็กส่วนใหญ่ขายสินค้าได้หมด ภายในช่วงสิ้นเดือน
ผู้ซื้อขายในตลาดกล่าวว่า ผู้ซื้อในต่างประเทศยังคงไม่ได้ตามราคาการเสนอขายที่ปรับขึ้นของจีนและยังคงรอบดูสถานการณ์ก่อน
แหล่งข่าวจากบริษัทกล่าวว่า โรงงงานเหล็กหลักทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ได้แจ้งราคาเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (HDG) ที่มีชั้นเคลือบสังกะสี 140 กรัม/ตารางเมตร เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ราคาอยู่ $605/ตัน FOB China สำหรับการส่งมอบในเดือนกันยายน บริษัทไม่ได้มีการทำข้อเสนอใหม่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งข้อตกลงซื้อขายได้ทำไปแล้วที่ระดับราคาดังกล่าวและคาดการณ์ว่าราคาจะปรับขึ้นอีก
ในวันเดียวกัน เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (HDG) DX51D ความหนา 1.0 mm. ราคาสปอตในตลาดเซี่ยงไฮ้ ราคาประเมินอยู่ที่ 4,660-4,700 หยวน/ตัน ($681-$687/ตัน) ซึ่งราคานี่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว มีการปรับเพิ่มขึ้น 70/ตัน จากช่วงสิ้นเดือนปลายเดือนพฤษภาคม
ผู้ค้าท้องถิ่นในเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า ราคาผลิตภัณฑ์ทรงแบนในประเทศจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากการลดการผลิตในเมือง Tangshan ของประเทศจีน อย่างไรก็ตามอุปสงค์ภายในประเทศของเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อนยังคงไม่มากนัก เนื่องจากความสนใจในการซื้อที่เบาบางจากผู้ใช้ปลายทาง อย่างในอุตสาหกรรมยานยนต์
— Lucy Tang
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย khwankaew | มิ.ย. 27, 2019 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ปรับเพิ่มภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดต่อผลิตภัณฑ์เหล็กกล้ารีดร้อนของเกาหลีใต้เพียงเล็กน้อย แม้ว่า การขึ้นภาษีดังกล่าวยังไม่มีแนวโน้มว่า จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ผลิตเหล็กกล้าของเกาหลีใต้ เนื่องจากภาษีนำเข้าของสหรัฐทั้งหมด รวมถึงภาษีตอบโต้การอุดหนุนตลาด (CVD) จะลดลงอย่างมาก
แหล่งข่าวระบุว่า หลังจากการทบทวนครั้งแรกนั้น รัฐบาลสหรัฐได้ตัดสินใจกำหนดภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดที่ระดับ 10.11% และ 5.44% สำหรับบริษัทพอสโค ผู้ผลิตเหล็กกล้ารายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ และ บริษัทฮุนได สตีล ผู้ผลิตเหล็กกล้ารายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของเกาหลีใต้ ตามลำดับ
ในปี 2559 รัฐบาลสหรัฐได้กำหนดภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดที่ 4.61% และ 9.49% ต่อพอสโคและฮุนได สตีล ตามลำดับ และภาษีดังกล่าวได้ถูกปรับขึ้นเป็น 7.67% และ 3.95% ในการตัดสินใจขั้นต้นเมื่อเดือนพ.ย. 2561
แหล่งข่าววงในของอุตสาหกรรมเหล็กกล้า ระบุว่า สหรัฐได้ตัดสินใจที่จะปรับเพิ่มภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดโดยพิจารณาตามข้อมูลที่ปรากฏ (Adverse Facts Available หรือ AFA) ซึ่งจะอนุญาตให้เก็บภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดและภาษีตอบโต้การอุดหนุนตลาดในระดับสูงสุด หากบริษัทที่ถูกกล่าวหาไม่ได้ให้ข้อมูลตามที่ทางการสหรัฐเรียกร้อง
–อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย กัลยาณี ชีวะพานิช/สุนิตา โทร.02-2535000 ต่อ 315 อีเมล์: sunita@infoquest.co.th–