แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน ปี 2565
แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน ปี 2565
ที่มา: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน ปี 2565
ที่มา: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (National Bureau of Statistics) ดัชนี PMI ของภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน (PMI of China’s manufacturing sector) ในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 49.4% เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนหน้า โดยที่ดัชนีการผลิต (production index) อยู่ที่ 49.8% ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ (new orders index) อยู่ที่ 49.2% เพิ่มขึ้น 0.7% ตามข้อมูล เศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการผลิตดีดตัวขึ้นในเดือนสิงหาคม แต่ยังต่ำกว่าจุดวิกฤติ
PMI ของวิสาหกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางเพิ่มขึ้น ในขณะที่วิสาหกิจขนาดเล็กลดลง 0.3% มาอยู่ที่ 47.6% ซึ่งบ่งชี้ว่าวิสาหกิจขนาดเล็กยังคงเผชิญกับแรงกดดันอย่างมาก
จากการสำรวจของ SteelHome ปริมาณการซื้อขายเหล็กของจีนยังคงดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลดลงของสินค้าคงคลังเหล็กชะลอตัวลง โดยที่สินค้าคงเหลือที่โรงงานเพิ่มขึ้น และขณะที่สินค้าคงเหลือในตลาดลดลง ด้านอัตราการดำเนินงานของเตา blast furnaces ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการลดการใช้กำลังไฟฟ้าสำหรับอุณหภูมิสูงขึ้นได้สิ้นสุดลง และเตา electrical furnaces ก็เริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง
ราคาเหล็กของจีนลดลงในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 2 กันยายน ตามรายงานของ SteelHome China Steel Price Index (SHCNSI) ดัชนีราคาเหล็กปิดที่ 104.09 จุด (4,502 หยวน) เมื่อวันที่ 2 กันยายน ลดลง 0.54% จากสัปดาห์ก่อนหน้า
แหล่งที่มา : SteelHome
จากข่าวที่ว่ารัฐบาลจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะเวลาหนึ่งปีลง 0.05% เป็น 3.65% ในวันที่ 22 ส.ค เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์สามารถฟื้นตัวและกระตุ้นความต้องการเหล็กก่อสร้าง ส่งผลให้ราคาเหล็กเส้นในเอเชียปรับตัวสูงขึ้น

นักวิเคราะห์ในเซี่ยงไฮ้กล่าวว่าจีนปรับลด LPR หนึ่งสัปดาห์หลังจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยสองรายการซึ่งถูกมองว่าช่วยฟื้นอุปสงค์สินเชื่อและกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจของประเทศ
หลังจากข่าวการลด LPR ตลาดฟิวเจอร์สเหล็กเส้นของจีนได้ชดเชยการขาดทุนบางส่วนในสัปดาห์ที่แล้ว โดยเพิ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 ส.ค. สัญญาซื้อขายเหล็กเส้นในเดือนตุลาคม 2022 ในตลาด Shanghai Futures Exchange ปิดที่ 4,010 หยวนต่อตัน ($586/ตัน) ปรับเพิ่มขึ้น 81 หยวนต่อตัน จากวันก่อนหน้า
ด้วยความเชื่อมั่นในตลาดที่เพิ่มขึ้น กิจกรรมการค้าในปักกิ่งจึงเพิ่มขึ้น โดยข้อตกลงสูงสุดได้ข้อสรุปซื้อขายอยู่ที่ 4,020 หยวนต่อตัน ex-stock (theoretical weight) หรือ 4,144 หยวนต่อตัน (actual weight) การประเมินราคาสปอตเหล็กเส้น HRB400 ขนาด 18-25 มม. ภายในประเทศที่ปักกิ่งอยู่ราคาอยู่ที่ 4,144 หยวนต่อตัน ($608/ตัน) ex-stock (actual weight) ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 13% ราคาเพิ่มขึ้น 41 หยวน/ตัน จากในวันก่อนหน้า
เหล็กเส้นในตลาด seaborne ก็ขยับขึ้นท่ามกลางความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งขึ้นและส่งสัญญาณว่าระดับข้อเสนอขายของโรงงานจะไม่สามารถลดลงได้ ด้านผู้ค้าในสิงคโปร์รายหนึ่งกล่าวว่าข้อเสนอขายที่ต่ำที่สุดโดยโรงงานในมาเลเซียอยู่ที่ $620/ตัน CFR สิงคโปร์ และ “อาจจะไม่” ลงไปที่ $600/ตัน
Platts ประเมินราคาเหล็กเส้น BS4449 เกรด 500 ขนาด 16-32 มม. ที่ราคา $601/ตัน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราคาเพิ่มขึ้น $2/ตัน จากวันก่อนหน้า การส่งออกเหล็กเส้นเกรด BS500B เส้นผ่านศูนย์กลาง 16-20 มม. ของจีน ราคาส่งออกประเมินที่ $595/ตัน FOB ประเทศจีน ราคาเพิ่มขึ้น $2/ตัน
แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights.
ปีนี้สถานการณ์ราคาเหล็กในตลาดโลกเริ่มลดความผันผวน ขณะที่สงครามการค้าเหล็กในระดับภูมิภาคทวีความรุนแรง
โดยเมื่อช่วงต้นปี 2565 ราคาเหล็กโลกได้ปรับราคาสูงขึ้นลิ่วๆ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากวิกฤติสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่พอตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นมา ราคาเหล็กโลกได้อ่อนตัวและตลาดมีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากตลาดเหล็กโลกได้ปรับตัวในเชิงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และเน้นการค้าในระดับภูมิภาค (Region) เป็นหลัก เตือนภัยสัญญาณเหล็กทุ่มตลาดชัดเจน
นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยสถานการณ์ราคาเหล็กในตลาดโลกว่าได้ปรับลดลง โดยราคาสินค้าเหล็กสำเร็จรูปในภูมิภาคเอเชียปรับลดลง 3.2%-4.9% ในเดือน มิ.ย. 2565 และลดลงอีก 5.2%-16.3% ในเดือน ก.ค.
สาเหตุหลักมาจากการที่ประเทศจีนมีการล็อกดาวน์เมืองต่างๆที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กในประเทศจีนชะลอตัว โดยครึ่งแรกของปี 2565 ความต้องการใช้เหล็กของประเทศจีน ลดลง 6.9% เหลือ 501 ล้านตัน และมีการส่งออกสินค้าเหล็ก รวม 34.25 ล้านตัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการส่งออกในราคาต่ำมาก เพราะกำลังซื้อภายในประเทศจีนลดลง
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ประเทศรัสเซียมีการส่งออกสินค้าเหล็กสำเร็จรูปราคาต่ำเข้ามายังภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากถูกคว่ำบาตรไม่สามารถส่งสินค้าไปยังสหภาพยุโรปได้
แหล่งที่มา : thairath online
การผลิตเหล็กดิบของอินเดียเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ระดับ 10.60 ล้านตัน ในเดือนพฤษภาคม ข้อมูลจาก Joint Plant Committee เผยวันที่ 4 มิถุนายน เนื่องจากกำลังการผลิตในประเทศที่เพิ่มขึ้น
การเพิ่มขึ้นได้เกิดขึ้นท่ามกลางความต้องการที่แข็งแกร่งจากภาคการผลิตของอินเดีย ดังที่แสดงโดย S&P Global India manufacturing purchasing managers’ index ซึ่งอยู่ที่ 54.6 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจาก 54.7 ในเดือนเมษายน
แม้จะขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ แต่ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ เช่น Maruti Suzuki มีความต้องการเหล็กกล้าสำหรับยานยนต์สูงขึ้น เนื่องจากการผลิตในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นกว่าสี่เท่า อยู่ที่ 164,859 คัน จาก 40,924 คัน ในเดือนพฤษภาคม 2021
“การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อการผลิตรถยนต์ในช่วงเดือน” Maruti Suzuki กล่าวเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน โดยเสริมว่าตัวเลขเดือนพฤษภาคมไม่สามารถเทียบได้กับตัวเลข “พฤษภาคม 2021 เนื่องจากการดำเนินงานของบริษัทในเดือนพฤษภาคม 2021 ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการหยุดชะงักที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19”
JSW Steel ยังได้เปิดเตาหลอมแห่งที่สองที่ Dolvi ในรัฐ Maharashtra เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2021 โดยเพิ่มกำลังการผลิต Dolvi Steel Works เป็นสองเท่า เป็นที่ 10 ล้านตันต่อปี และมีส่วนทำให้กำลังการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น
การผลิตโลหะร้อนเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ 6.88 ล้านตัน ในเดือนพฤษภาคม และการผลิตเหล็กสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 14.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในเดือนพฤษภาคม
การผลิตเหล็กดิบโดยรวมของอินเดียในช่วงสองเดือนแรกของปีงบการเงิน (เมษายน-มีนาคม) เพิ่มขึ้น 11.5% จากปีก่อนหน้า
การส่งออกเหล็กสำเร็จรูป (finished steel) ของอินเดียลดลง 39.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการที่ย่ำแย่ ในขณะที่การนำเข้าลดลง 3.6%
การส่งออกคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน เนื่องจากอินเดียได้ขึ้นภาษีส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กหลายชนิด เช่น แร่เหล็กและเหล็กกล้า มีผล 22 พ.ค. โดยผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนและเหล็กทรงยาวส่วนใหญ่ถูกเก็บภาษีที่ 15% ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีการใช้เลย
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า