โดย saweang | ต.ค. 30, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
สนิมเกิดจาก 1 ใน 3 ประการนี้
1. กระบวนการที่เกี่ยวข้อง
ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนในการทำความสะอาดกระบวนการผลิต เช่น การทำงานที่ต้องผ่านทั้งความเย็น ความร้อน การตัดโลหะ ล้วนเป็นส่วนสำคัญของการเกิดสนิมทั้งสิ้น ปัญหาดังกล่าวมักเกิดขึ้นภายในโรงงานผลิต ก่อนที่จะมีการบรรจุหรือส่งออก ดังนั้นการควบคุมกระบวนการผลิตเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันสนิม
2. บรรจุภัณฑ์ที่ห่อหุ้ม
ประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุชิ้นส่วนโลหะมีความสำคัญ เช่น กระดาษลูกฟูกสามารถเก็บความชื้น ทำให้เกิดสนิมได้ บางครั้งการแก้ไขปัญหาสนิมในบางบริษัท อาจมองว่าการใช้บรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น จะช่วยลดการเกิดสนิม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ยิ่งบรรจุภัณฑ์ยิ่งเพิ่ม ก็ยิ่งมีส่วนให้เกิดปัญหาสนิมมากขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับชิ้นงาน เพื่อลดต้นทุนที่จะเกิดขึ้น
3. สิ่งแวดล้อม
ในขณะที่สภาพอากาศเป็นปัจจัยที่ชัดเจนที่สุด อุณหภูมิความชื้น หรือแม้กระทั่งสารปนเปื้อนในอากาศ ก็มีผลต่อการเกิดสนิมทั้งสิ้น
การรู้จักชนิดของสนิมช่วยบอกสาเหตุที่ทำให้เกิดสนิมได้
ลำดับแรกเราต้องมารู้จักสนิม (rust) กันก่อน
สนิมเป็นโลหะส่วนที่มีการเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม เนื่องจากได้รับปฎิกิริยาเคมี ที่มีอากาศ น้ำ หรือความร้อน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คุณสมบัติของโลหะแตกต่างไปจากเดิม เช่น สีเปลี่ยนไป ความแข็งแรงของโลหะลดลง ทำให้เกิดการผุกร่อน เป็นต้น
สนิมสีแดง (ปริมาณออกซิเจนสูง+น้ำสูง)
เกิดจากการที่โลหะ เกิดปฎิกิริยาเคมีกับน้ำ (ปฎิกิริยาออกซิเดชั่น) เหล็กจะสูญเสียอิเล็กตรอนและไปรวมตัวกับออกซิเจน เกิดเป็นเหล็กออกไซด์ที่มีสีแดง อาจรวมกับสารปนเปื้อนจากชั้นบรรยากาศ ซึ่งจะเกาะอยู่บนพื้นผิวของโลหะ โดยการกระทำหลักๆ เกิดจากออกซิเจนในน้ำ และในชั้นบรรยากาศ สนิมสีแดงมีการกัดกร่อนสม่ำเสมอ และเป็นสนิมที่อ่อนตัวมาก จึงสามารถหลุดออกง่ายกว่าสนิมชนิดอื่นๆ
สนิมสีเหลือง (ปริมาณความชื้นสูง)
เกิดจากเหล็กออกไซด์ที่สามารถละลายได้ (solvated rust) เป็นผลทำให้เกิดสนิมสีเหลือง สามารถพบเจอบริเวณที่มีน้ำเดือดพลุกพล่าน อาจพบได้ไม่บ่อยนัก สนิมสีเหลืองเป็นผลมาจากความชื้นที่สูงมาก
สนิมสีน้ำตาล (ปริมาณออกซิเจนสูง+ความชื้นต่ำ)
บริเวณที่มีออกซิเจนสูง และมีความชื้นต่ำ จะทำให้เกิดสนิมสีน้ำตาล สนิมสีน้ำตาลเป็นสนิมแห้งกว่าสนิมที่กล่าวมาทั้งหมด เกิดขึ้นมากในบรรยากาศที่มีน้ำและออกซิเจน มีลักษณะเป็นเปลือกสีน้ำตาลแดงบนพื้นผิวของโลหะ สนิมสีน้ำตาลบางครั้งก็เป็นสนิมที่ปรากฏเป็นจุดไม่สม่ำเสมอ หรือเกิดเฉพาะที่ อาจเป็นผลของการปนเปื้อนบนพื้นผิวของโลหะที่มักมาจากกระบวนการผลิต
สนิมสีดำ (ออกซิเจนถูกจำกัด)
สนิมจากเหล็กที่มีออกซิเจนและความชื้นต่ำ ทำให้เกิดสนิมสีดำ ซึ่งเป็นผลมาจากการออกซิเดชันในสภาพแวดล้อม
ที่มีออกซิเจนต่ำ มีลักษณะเป็นคราบดำ ส่วนใหญ่พื้นที่ที่เกิดสนิมสีดำมักมีสิ่งที่ปกคลุมพวกเขาไว้ จึงป้องกันไม่ให้ออกซิเจนเข้าถึงพื้นผิว สนิมชนิด
นี้เป็นชั้นของสนิมที่มีความเสถียรภาพมาก และแพร่กระจายได้ช้ากว่าสนิมชนิดอื่น ๆ
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์wealthyshine.com/
โดย saweang | ต.ค. 30, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
หากจะพูดถึงปัญหาหลักๆ ของงานโครงเหล็ก ทุกอย่าง คงหนีไปพ้นเรื่องการเกิดสนิม สนิมกินรั้วหรือวัสดุที่เป็นเหล็ก ถือเป็นเรื่องอมตะทุกยุคทุกสมัยของเหล็ก แม้ว่าจะทาสีที่มีสารป้องกันสนิมไว้แล้วก็ตาม แต่เมื่อผ่านกาลเวลาเมื่อสีลอกหรือหลุดร่อนก็ถึงคราวของสนิมที่จะมาเกาะกิน ดังนั้นเมื่อใดที่เราสังเกตเห็นสนิมแล้วละก็ ให้รีบกำจัดออกไปเสีย ก่อนที่เจ้าสนิมจะกัดกินไปเรื่อยๆ จดหมดผุกร่อน หมดสภาพ
เหล็กรูปพรรณในบ้านเราในรูปแบบต่างๆ มีให้ทางผู้บริโภคได้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ซึ่งมีทั้งเหล็กที่ผลิตในไทย และที่ผลิตจากเมืองนอกตามค่าของใบเซอร์ต่างๆ ที่มี ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานญี่ปุ่น JIS หรือมาตรฐานอเมริกา ASTM ส่วนมาตรฐานของไทยคือ มอก.
ซึ่งเหล็กต่างๆ จะมีการผสมที่แตกต่างกันเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่ที่จะพูดถึงนี้ก็คือ การยืดอายุการใช้งานของเหล็ก กล่าวคือ
ทาสีกันสนิมพลายเมอร์เรทออกไซด์ จะเป็นสีกันสนิมสีแดงและสีเทาที่เราพบเห็นกันได้บ่อยในบ้านเรา ซึ่งกรรมวิธีในการทำก็คือจะเอามาผสมกับส่วนผสมต่างๆ เช่น ทินเนอร์ หรือน้ำมันสน (ข้อควรระวัง : หากใช้สีกันสนิมชนิดใดชนิดหนึ่ง ควรเลือกใช้ทั้งสีกันสนิมและสีจริง ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีเหมือนหนังเหี่ยวย่นได้ ทำให้เกิดความไม่สวยงามและส่งงานไม่ผ่านกับลูกค้า)
ซึ่งเหล็กต่างๆ จะมีการผสมที่แตกต่างกันเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่ที่จะพูดถึงนี้ก็คือ การยืดอายุการใช้งานของเหล็ก กล่าวคือ
เราใช้สีกันสนิม คุณภาพสูงยิ่ง
ทาสีกันสนิม พลายเมอร์เรทออกไซด์ จะเป็นสีกันสนิมสีแดงและสีเทาที่เราพบเห็นกันได้บ่อยในบ้านเรา ซึ่งกรรมวิธีในการทำก็คือจะเอามาผสมกับส่วนผสมต่างๆ เช่น ทินเนอร์ หรือน้ำมันสน (ข้อควรระวัง : หากใช้สีกันสนิมชนิดใดชนิดหนึ่ง ควรเลือกใช้ทั้งสีกันสนิมและสีจริง ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีเหมือนหนังเหี่ยวย่นได้ ทำให้เกิดความไม่สวยงามและส่งงานไม่ผ่านกับลูกค้า)
เราใช้อัตราส่วนที่เหมาะสม อย่างชำนาญกว่า
เช็คดูส่วนผสมข้างกระป๋องทั้งสีและน้ำมัน ว่าควรจะใช้เพื่อให้เข้ากันในอัตราส่วนเท่าไหร่บ้าง จากนั้นเราจะมีวัสดุที่ใช้ในการกระทำลงบนชิ้นงาน ซึ่งมีอยู่สองอย่างที่นิยมใช้ในบ้านเรา คือ การพ่นโดยใช้กา ซึ่งอาจจะใช้เครื่องหรือใช้คนก็ได้เช่นกัน
การทาสีอย่างมืออาชีพ ไม่เกิดปัญหาตามมา
การทาโดยใช้แปลงหรือลูกกลิ้งทาสี เป็นวิธีนึงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งจะต้องมีทักษะฝีมือในการทำงานทั้งสองขั้นตอนนี้
ในอะไหล่ Australian Style ทางบริษัทเราใช้เพลาและฉากรับม้วนเคลือบด้วยกัลวาไนซ์อย่างดี ซึ่งทนต่อการเกิดสนิทได้มากกว่า สนิมนั้นเกิดขึ้นง่ายแต่ก็ดูแลไม่ยากที่จะป้องกันไม่ให้เกิดสนิม คุณผู้อ่านอาจจะนำไปใช้ประโยชน์กับตัวเองได้จริง ทั้งเจ้าของบ้านที่มีรั้วเหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกิดสนิม ก็สามารถลองนำไปใช้งานดูได้นะครับ
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์https://.dusitshutter.com/
โดย saweang | ก.พ. 7, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
“อุตตม” ประสานเอกชนเร่งทำแผนแม่บทอุตสาหกรรมเหล็กไทย หนุนผลิตเหล็กเกรด พิเศษรองรับอุตสาหกรรมชั้นสูง เล็งพื้นที่ “โคราช-ขอนแก่น” ส่งเสริมลงทุนสร้างผลิตรถไฟ รองรับการขยายตัวระบบราง
ด้าน“โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล” ลงทุน 6.7 พันล้านบาท ผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษรายแรกของไทย ชี้อีอีซีหนุนความต้องการใช้เหล็กสูงขึ้น ตั้งเป้าปีหน้ากำลังการผลิต 3.5 แสนตันต่อปี
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมโรงงาน บริษัท โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล จำกัด ผู้ผลิตเหล็กเกรดพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมชั้นสูง ว่า อุตสาหกรรมเหล็กเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ เป็นวัตถุดิบสำคัญทั้งในอุตสาหรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมยานยนต์ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่รัฐบาลส่งเสริมไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ชั้นสูง จึงจำเป็นต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตวัสดุชั้นสูงควบคู่กันไปด้วย
“การยกระดับอุตสากรรมภายในประเทศ จะต้องเชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนวัตถุดิบชั้นสูงไปจนถึงผู้ผลิตปลายน้ำที่ต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยควบคู่กันไปด้วย ซึ่งจะต้องยกระดับห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดไปสู่ระบบดิจิทัล ให้เติบโตขึ้นไปได้ โดยรัฐบาล และภาคเอกชนจะเร่งเดินหน้าดึงนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”
ดึง ส.อ.ท. วางแผนระยะยาว
ส่วนการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กนั้น ได้มอบหมายให้กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดทำร่างแผนแม่บทอุตสาหกรรมเหล็กของไทย เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะต้องมองทั้งระยะสั้น กลาง และยาว 5-10 ปี และจะต้องลงลึกในรายละเอียดว่าในแต่ละปีจะทำอะไร รวมทั้งจะต้องมุ่งสู่การวิจัยใช้เทคโนโลยีภายในประเทศมากขึ้น คาดว่าจะภายใน 2 สัปดาห์จะเห็นแนวทางของแผนแม่บทนี้
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตรถไฟ เพื่อรองรับการขยายตัวของระบบขนส่งทางรางในประเทศไทย โดยกำหนดพื้นที่ให้การส่งเสริมจะอยู่ในบริเวณจ.นครราชสีมา ไปจนถึงขอนแก่น ซึ่งจะเร่งแผนแม่บทการผลิตหัวจักรรถไฟ รถไฟฟ้า และโบกี้ ให้เสร็จภายในรัฐบาลนี้
“โคเบลโก้” ชี้อีอีซีหนุนใช้เหล็ก
นายมาซาทาคะ ชิโมซึซะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล จำกัด หรือ KMS กล่าวว่า ภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจเหล็กลวดเกรดพิเศษ เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในประเทศไทย จึงไม่มีปัญหาด้านการแข่งขันราคาภายในประเทศ มีความได้เปรียบ และสามารถแข่งขันการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศในประเภทเดียวกัน เนื่องจากบริษัทสามารถผลิตและจำหน่ายได้ในราคาที่ต่ำกว่าการนำเข้า รวมทั้งบริษัทยังได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ด้วย ส่งผลให้บริษัทมีศักยภาพในการขยายกำลังการผลิต และตลาดได้อย่างเต็มที่
ประกอบกับการที่รัฐบาลมีนโยบายผลักดันอีอีซี เพื่อดึงดูดการลงทุน สนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากทางผู้ผลิต อุตสาหกรรมยานยนต์ ขยายการลงทุนมาลงในพื้นที่ อีอีซีมากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิต 160,000 ตันต่อปี ส่วนใหญ่กว่า 70% เป็นการผลิตเหล็กเหล็กลวดเกรดธรรมดา และราว 20-30% เป็นการผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษ โดยปีหน้าตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตเป็น 350,000 ตันต่อปี พร้อมกับการเพิ่มสัดส่วนการผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษกว่า 30% หรือประมาณ 10,000 ตันต่อเดือน และคาดว่าจะขยายกำลังการผลิตเป็น 400,000 ตันต่อปีได้ภายในปี 2563
เน้นผลิตเหล็กเกรดพิเศษ
นอกจากนี้ KMS เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทมิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) และบริษัท โกเบ สตีล จำกัด ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กลวดเกรดพิเศษรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย จากในอดีตนำเข้าจากต่างประเทศ 100% โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ อาทิ ยางรถยนต์ เครื่องยนต์ สปริง น็อต สกรู โชคอัพ suspension เป็นต้น
“ปีนี้การผลิตของบริษัทยังเป็นเหล็กลวดเกรดธรรมดา สำหรับเหล็กลวดเกรดพิเศษได้ผลิตและส่งให้ลูกค้าทดลองสินค้าแล้วเฉลี่ย 3,000 ตันต่อเดือน ซึ่งนับว่าได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี บริษัทฯจึงได้มีแผนที่ขยายสัดส่วนการผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม เป็นต้น รวมถึงประเทศจีนที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาตลาดและความเป็นไปได้”
วางแผนส่งออกเหล็กปีหน้า
นายธีรยุทธ เลิศศิรรังสรรค์ ประธานกรรมการบริหารร่วม บริษัท โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล จำกัด กล่าวว่า จากการเร่งขยายกำลังการผลิตทั้งเหล็กลวด และเหล็กลวดเกรด พิศษ ทำให้คาดว่ารายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2561 คาดว่าจะมีรายได้ 3,000 ล้านบาท ปี 2562 คาดว่าจะอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท และในปี 2563 จะเพิ่มไปที่ 8,000 ล้านบาท
โดย KMS มีเป้าหมายที่จะให้ไทยลดการนำเข้าเหล็กลวดเกรดพิเศษให้ได้ 100% และเป็นฐานการผลิตส่งไปยังประเทศต่างๆ ในอาเซียน คาดว่าจะเริ่มส่งออกได้ในช่วงกลางปีหน้า โดยจะเริ่มส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซียก่อน จากนั้นจะขยายไปยังเวียดนาม และมาเลเซีย เนื่องจากประเทศเหล่านี้เป็นลูกค้าของบริษัท โกเบ สตีล จำกัด มานาน จึงขยายตลาดไปสู่ประเทศเหล่านี้ได้ไม่ยาก
นอกจากนี้ การที่โครงการ อีอีซี เกิดขึ้น ทำให้ยอดขายเหล็กของ KMS เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 10% โดยก่อนหน้าที่โครงการ อีอีซี จะเกิด คาดว่าจะมียอดขายเดือนละ 1.5-1.8 หมื่นตันต่อเดือน แต่จากการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมในอีอีซี ทำให้ปรับประมาณการณ์ใหม่เป็น 2 หมื่นตันต่อเดือน ซึ่งปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะเกิดอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
สำหรับ บริษัท โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) ผู้ชำนาญในการผลิตเหล็กและเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีผลิตเหล็กที่คำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และคุณภาพเหล็กที่ได้มาตรฐาน และ บริษัท โกเบ สตีล จำกัด ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น มีความชำนาญในการผลิตเหล็กเกรดพิเศษ เพื่อจำหน่ายให้กับบริษัทยานยนต์ชั้นนำ ทุนจดทะเบียน 2.83 พันล้านบาท เงินลงทุน 6.79 พันล้านบาท เริ่มดำเนินการผลิตเหล็กลวดเกรดธรรมดาตั้งแต่ปี 2559 และเริ่มผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษในปี 2561
แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
โดย khwankaew | พ.ย. 26, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
การผลิตเหล็กดิบของโรงงานที่ดำเนินการโดยบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมเหล็กและเหล็กกล้าของจีน (China Iron and Steel Association: CISA) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน หลังจากร่วงลงจากช่วงกลางเดือนตุลาคม โดยผลผลิตที่เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่าโรงงานจะขาดทุนจากการลดการผลิตลงในช่วงฤดูหนาว และอุปสงค์ที่ลดลง จะส่งผลให้ราคาภายในประเทศของจีนมีแนวโน้มจะลดลงตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน
การผลิตเหล็กดิบรายวันของ China Iron and Steel Association : CISA เฉลี่ยอยู่ที่ 1.916 ล้านตัน/วัน ในช่วงวันที่ 1-10 พฤศจิกายน เพิ่มขึ้นจากปลายเดือนตุลาคม 0.6% และเพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งตัวเลขดังกล่าวลดลงจากช่วงกลางถึงปลายเดือนตุลาคม 2.3%
China Iron and Steel Association: CISA ประมาณการผลิตเหล็กดิบในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เฉลี่ยอยู่ที่ 2.445 ล้านตัน/วัน เพิ่มขึ้น 0.4% จากช่วงปลายเดือนตุลาคม และเพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
China Iron and Steel Association: CISA มีการรายงานสต็อคของเหล็กสำเร็จรูปในวันที่ 10 พฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 12.23 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.1% จากวันที่ 31 ตุลาคม และ และขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ผู้สังเกตุการณ์ของอุตสาหกรรมบางรายเชื่อว่า การขาดทุนจากการผลิตเหล็กทั้งหมดในช่วงฤดูหนาว ของปี 2018-2019 จะลดลงจากช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา โดยผลผลิตเหล็กดิบจะลดลงโดยไม่มีนัยสำคัญ และจะลดลงจนกระทั่งถึงช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน
เมื่อวันที่ 20 พฤจิกายน ราคาของเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนของจีนในตลาดเซี่ยงไฮ้ และราคาเหล็กเส้นในปักกิ่ง อยู่ที่ 3,795 หยวน/ตัน ($547/ตัน) และ 4,095 หยวน/ตัน ตามลำดับ ซึ่ง ลดลง 7% และ 12% จากช่วงปลายเดือนตุลาคม ตามลำดับ
— Lucy Tang
แหล่งที่มา : Steel BB
โดย khwankaew | ต.ค. 5, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
เมื่อวันอังคารได้มีการเปิดเผย รายงานของ Australia’s Department of Industry, Innovation and Science ได้คาดการณ์ว่าในปี 2018 การผลิตเหล็กของจีนจะอยู่ในระดับสูงสุด ก่อนที่จะลดระดับลงในปี 2019 เนื่องจากความต้องการในประเทศที่ลดลง
จากรายงานดังกล่าว ได้ประเมินการผลิตของจีนอยู่ที่ 886 ล้านตัน ในปีนี้ และจะลดลงอยู่ที่ 861 ล้านตัน ในปี 2019 และอยู่ที่ 842 ล้านตัน ในปี 2020
การผลิตของประเทศถูกขับเคลื่อนจากความต้องการที่แข็งแกร่งจากภาคการก่อสร้าง และส่วนที่รองลงมาคือการผลิตยานยนต์ การบริโภคเหล็กของจีนคาดว่าจะลดลง 1.9% ในปี 2019 และจะลดลง 2.3% ในปี 2020 อยู่ที่ 776 ล้านตัน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการก่อสร้างที่อยู่อาศัย และการลงทุนภาครัฐที่ล่าช้า
โดยที่การคาดการณ์ของ Australia’s Department of Industry, Innovation and Science สอดคล้องกับการคาดการณ์ของChina Iron and Steel Association (CISA )โดยระบุว่าปัจจัยสำคัญคือความพยายามในการลดมลพิษของจีน
Jim Su Chang Yong, director of CISA’s international company department. ได้กล่าวว่า ณ ตอนนี้ เศรษฐกิจของจีนได้ก้าวสู่ยุคใหม่และอุตสาหกรรมเหล็กของจีนได้ก้าวเข้าสู่ฉากใหม่ของอุตสาหกรรมได้ก็ต่อเมื่อการผลิตและการบริโภคอยู่ในระดับสูงสุด และมีความขัดแย้งของโครงสร้างอุปสงค์-อุปทานที่ไม่สมดุลในระยะยาว
Jim Su กล่าวว่า “การผลิตที่ลดลงในช่วงheating seasonของปีที่แล้ว ที่มีผลต่อการผลิตเหล็กในเขตBeijing-Tianjin Hebei มาในปีนี้ผลกระทบจากการควบคุมการผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อมซึ่งขยายไปยังYangtze River Deltaและ Fenwei Plain อย่างรวดเร็ว” กระทรวงการคลังจีนได้กล่าวเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน การผลิตภายในประเทศดูเหมือนเผชิญกับแรงกดดัน จากการที่จีนได้ปรับลดภาษีนำเข้าโลหะหลายชนิดซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์เหล็ก โดยลดลง จาก 11.5% เหลือเพียง8.4% ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน โดยการลดภาษีเป็นส่วนหนึ่งในการพยายามที่จะเพิ่มการนำเข้าของปี 2018 โดยจะมีผลกับการนำเข้าเครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งทอ
ทางด้านรัฐบาลของออสเตรเลียกล่าวว่า มาตราการที่จะใช้ในช่วงในฤดูหนาวของปี 2018–19 มีเป้าหมายที่จะลดกำลังการผลิตของเตา blast furnace (BF) ในเมืองที่ได้ระบุไว้แล้ว คาดว่าการควบคุมด้านมลพิษดังกล่าวจะมีผลต่อการผลิตเหล็กมากกว่า 440 ล้านตันของกำลังการผลิต ซึ่งคล้ายกับการลดอุปสงค์สำหรับวัตถุดิบในการผลิตเหล็ก เช่น สินแร่เหล็กและmetallurgical coal
หน่วยงานของออสเตรเลีย กล่าวว่า 8 เดือนแรกของปี 2018 การส่งออกเหล็กของจีนลดลง 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปริมาณอยู่ที่ 47 ล้านตัน ซึ่งความต้องการภายในประเทศที่แข็งแกร่งจะเป็นตัวดูดซับผลผลิตภายในประเทศที่มากขึ้น
โดยคาดว่าการส่งออกจะเพิ่มมากขึ้น จะเป็นผลโดยตรงจากตลาดเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม การผลิตที่ลดลงจะมีผลต่อศักยภาพในการผลิตเพื่อการส่งออก
— Clement Choo
แหล่งที่มา : Steel BB
Cr. iiu.isit.or.th