Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
ราคาเหล็ก Archives - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
เลือกเหล็กให้เป็น งานไหนก็มั่นใจ

เลือกเหล็กให้เป็น งานไหนก็มั่นใจ

เลือกเหล็กให้เป็น งานไหนก็มั่นใจ ดู 3 เคล็ดลับ จาก thanasarn แล้วจะรู้ว่า การสร้างงานคุณภาพ เริ่มจาก ‘เหล็ก’ ที่ใช่

1. ตรวจสอบมาตรฐาน มอก. และคุณภาพของเหล็ก
  • เหล็กที่นำมาใช้ในงานก่อสร้างหรือโครงสร้าง ต้องผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อรับรองว่ามีความแข็งแรงและคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด

  • การตรวจสอบทำได้โดยดูที่ สัญลักษณ์ มอก. บนเหล็ก หรือเอกสารรับรองจากโรงงาน

  • ควรหลีกเลี่ยงเหล็กที่ไม่มีมาตรฐาน เพราะอาจมีปัญหาด้านความแข็งแรง เสี่ยงต่อการแตกร้าวหรือรับน้ำหนักไม่ได้


2. เลือกชนิดและขนาดของเหล็กให้เหมาะสมกับโครงสร้างงาน

  • งานต่าง ๆ ต้องใช้เหล็กต่างชนิดกัน เช่น

    • งานโครงสร้างหลัก เช่น เสา คาน → ใช้เหล็ก H-Beam, I-Beam, รางน้ำ หรือเหล็กเส้น DB

    • งานทำโครงเบา เช่น หลังคา รั้ว → ใช้เหล็กกล่อง, ท่อเหล็ก, เหล็กตัวซี

    • งานที่ต้องการทนสนิม → เลือกเหล็กชุบกัลวาไนซ์ หรือสแตนเลส

  • ขนาดเหล็กต้องสัมพันธ์กับน้ำหนักที่โครงสร้างจะรับได้ ไม่เล็กเกินไป (เสี่ยงต่อการพัง) และไม่ใหญ่เกินไป (เปลืองต้นทุนโดยไม่จำเป็น)

  • ก่อนเลือกขนาด ควรปรึกษาวิศวกรหรือดูแบบก่อสร้างที่กำหนดไว้


3. เลือกซื้อเหล็กจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือ

  • ซื้อจากร้านหรือผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรอง และมีชื่อเสียงในด้านคุณภาพ

  • ผู้ขายที่เชื่อถือได้จะมีเอกสารรับรองมาตรฐาน (เช่น มอก. หรือใบ Certificate จากโรงงาน)

  • ป้องกันการถูกหลอกขายเหล็กไม่ได้คุณภาพ เช่น เหล็กบางกว่าที่แจ้ง ขนาดไม่ตรง หรือเป็นเหล็กรีไซเคิลที่ไม่ได้มาตรฐาน

  • ผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือมักมีบริการหลังการขาย เช่น การตัด การจัดส่ง การออกใบรับรองคุณภาพเหล็ก


👉 สรุปง่าย ๆ:

  • มาตรฐาน → มั่นใจได้ว่าเหล็กแข็งแรง

  • ขนาด/ชนิด → เหมาะสมกับโครงสร้างจริง

  • ผู้ขาย → ได้ของแท้ ไม่เสี่ยงถูกโกง

thanasarn4
ตลาดเหล็กเส้นในประเทศไทยมีสัญญาณที่ดี โดยยอดผลิตเหล็กเส้นทรงยาวเพิ่มขึ้น 18% ในช่วงต้นปี 2568

ตลาดเหล็กเส้นในประเทศไทยมีสัญญาณที่ดี โดยยอดผลิตเหล็กเส้นทรงยาวเพิ่มขึ้น 18% ในช่วงต้นปี 2568

ตลาดเหล็กเส้นในประเทศไทยมีสัญญาณที่ดี โดยยอดผลิตเหล็กเส้นทรงยาวเพิ่มขึ้น 18% ในช่วงต้นปี 2568 เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพเหล็กมากขึ้น โดยเฉพาะเหล็ก EAF (EAF steel) จากความต้องการเหล็กคุณภาพสูงอย่างเหล็ก EAF ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยังเผชิญความท้าทายจากการทะลักของเหล็กราคาถูกจากจีน และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อผู้ผลิตในประเทศ นอกจากนี้ ราคาเหล็กดิบในตลาดโลกผันผวนตามเศรษฐกิจจีน 

อุตสาหกรรมเหล็กไทยยังคงเผชิญความท้าทายทั้งการทะลักเข้ามาของเหล็กจีน และนโยบาย Trump 2.0 ที่มีการเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กเป็น 25% 
SCB EIC ประเมินว่าสินค้าเหล็กจากจีนจะยังคงถูกระบายเข้ามายังไทยต่อเนื่องในปี 2025 โดยเฉพาะการเข้ามาของสินค้าเหล็กปลายน้ำ เช่น เหล็กเคลือบหรือชุบสังกะสี (Galvanized steel) เหล็กทาสี ที่มีสัดส่วนการนำเข้ามาใช้งานมากขึ้น ส่งผลต่อความต้องการใช้งานเหล็กกลางน้ำที่ผลิตในประเทศเพื่อนำไปผลิตต่อเป็นสินค้าเหล็กปลายน้ำลดลง รวมไปถึงผู้ผลิตสินค้าเหล็กปลายน้ำของไทยที่ต้องแข่งขันกับสินค้าเหล็กปลายน้ำนำเข้าดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น

การขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กของสหรัฐอเมริกาเป็น 25% จะส่งผลโดยตรงต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกเหล็กไทยไม่มาก เนื่องจากสินค้าเหล็กจากไทยถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าไปยังสหรัฐอเมริกาในอัตรา 25% มาตั้งแต่ปี 2018 อยู่ก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเหล็กไทยยังมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบทางอ้อม จากการทะลักเข้ามาของเหล็กนำเข้าจากประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากจีน โดยเฉพาะประเทศในเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่เคยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กไปยังสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2018 โดยประเทศเหล่านั้นจะเริ่มถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ส่งผลให้อาจมีการระบายสินค้ามายังไทยแทน ซ้ำเติมผู้ผลิตเหล็กของไทยให้ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม

มิลล์คอน สตีล กลับมาผลิตเหล็กอีกครั้งตั้งเป้ากว่า 800,000 ตันต่อปี

มิลล์คอน สตีล กลับมาผลิตเหล็กอีกครั้งตั้งเป้ากว่า 800,000 ตันต่อปี

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การกลับมาผลิตในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นตัวของมิลล์คอน แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับอุตสาหกรรมเหล็กและคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ ว่าบริษัทมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี และคุณภาพการผลิต เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่

ซึ่งผลประกอบการไตรมาส 2/2568 ได้สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณบวกที่ชัดเจน โดยกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรืออีบิทด้า (EBITDA) ได้พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 159 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน และเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต

ทั้งนี้ มิลล์คอนฯมีแผนที่จะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากหนึ่งโรงงาน และเตรียมขยายสู่การผลิตที่จังหวัดระยองและมิลล์คอน บูรพา ในระยะถัดไป รองรับความต้องการใช้เหล็กมาตรฐานคุณภาพของตลาดที่เพิ่มขึ้น

สำหรับการกลับมาผลิตในครั้งนี้ มิลล์คอนฯยังได้พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตด้วย เทคโนโลยีเตาหลอมไฟฟ้า Electric Arc Furnace (EAF) ที่สามารถหลอมเศษเหล็กได้ทุกประเภท ควบคุมคุณภาพได้แม่นยำ มีความบริสุทธิ์สูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับการผลิตเหล็กตามมาตรฐานอุตสาหกรรมของไทย (มอก.) โดยบริษัทวางเป้าหมายกลับมาผลิตเหล็กอีกครั้งในปริมาณกว่า 800,000 ตันต่อปี

อย่างไรก็ตาม มิลล์คอนฯย้ำจุดยืนในการ “ฟื้นคืนชีพ” สู่อุตสาหกรรมเหล็ก พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทเหล็กชั้นนำที่แข็งแกร่งอีกครั้ง และสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/economy/news-1867848

ญี่ปุ่นจี้รัฐปฏิรูปกฎหมาย สกัดสินค้าจีนทะลักหนีภาษี

ญี่ปุ่นจี้รัฐปฏิรูปกฎหมาย สกัดสินค้าจีนทะลักหนีภาษี

ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กกล้าแห่งญี่ปุ่นได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาลในวันนี้ (18 ส.ค.) ให้เร่งออกมาตรการเพื่อสกัดกั้นการหลบเลี่ยงภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด อันเป็นมาตรการเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการนำเข้าอันไม่เป็นธรรม

สมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมอีก 4 แห่ง ชี้แจงว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน เนื่องจากประเทศอย่างจีนพยายามหลบเลี่ยงภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด โดยใช้วิธีส่งสินค้าผ่านประเทศที่สาม หรือนำไปแปรรูปเพียงเล็กน้อยพอเป็นพิธีเพื่อหลบเลี่ยงภาษีศุลกากร

ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้น ในขณะที่การส่งออกเหล็กกล้าของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้พุ่งขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน และได้จุดชนวนให้ชาติต่าง ๆ ทั่วโลกหันมาใช้นโยบายกีดกันทางการค้าเพื่อปกป้องตนเอง โดยมีถึงเกือบ 40 ประเทศที่ได้ริเริ่มการไต่สวนเพื่อตอบโต้การทุ่มตลาดนับตั้งแต่เดือนม.ค. ของปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ ทางการญี่ปุ่นเพิ่งเปิดฉากการไต่สวนข้อกล่าวหาที่ว่าสินค้าเหล็กกล้าจากจีนและเกาหลีใต้ถูกส่งเข้ามาตีตลาดในราคาที่ต่ำกว่าปกติอย่างไม่เป็นธรรม หลัง 4 ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเหล็กกล้าในประเทศยื่นเรื่องร้องเรียน

กลุ่มบริษัทผู้ผลิตเหล็กกล้าของญี่ปุ่นชี้ว่า สินค้าเหล็กกล้าที่ทะลักเข้ามานั้นเป็นผลมาจากการผลิตที่ล้นตลาดในจีนและภูมิภาคอื่น ทำให้ถูกนำมาขายตัดราคาในญี่ปุ่นอย่างหนัก จนส่งผลให้บริษัทท้องถิ่นต้องยอมลดราคาลงเพื่อความอยู่รอด

ทาคานาริ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการสมาพันธ์เหล็กกล้าฯ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวว่า ถึงแม้จะบังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดได้ แต่หากไม่มีมาตรการป้องกันการหลบเลี่ยงภาษี ประสิทธิผลของมาตรการก็จะด้อยลงไปอย่างมาก พร้อมเน้นย้ำว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการทำให้ระบบตอบโต้การทุ่มตลาดมีความรัดกุมและประกันให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ใช่การมุ่งไปสู่ลัทธิกีดกันทางการค้า

ตามข้อมูลของสมาพันธ์ฯ ในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 20 ชาติ (G20) มีถึง 18 ประเทศที่มีระบบป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีอยู่แล้ว คงเหลือเพียงญี่ปุ่นและอินโดนีเซียเท่านั้นที่ยังไม่มีกฎหมายในลักษณะดังกล่าว

ที่เป็นอยู่ปัจจุบัน หากญี่ปุ่นประสงค์จะจัดการกับการหลบเลี่ยงภาษี ก็จำต้องเริ่มต้นกระบวนการไต่สวนเพื่อตอบโต้การทุ่มตลาดใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมจึงเรียกร้องให้รัฐบาลบัญญัติกฎเกณฑ์ทางภาษีขึ้นมาเป็นการเฉพาะ แยกจากภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดที่มีอยู่ ภายใต้การปฏิรูปภาษีซึ่งจะมีขึ้นในปีงบประมาณหน้า ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังมีข้อเรียกร้องให้เพิ่มจำนวนพนักงานสอบสวนทางการค้าและปรับปรุงระบบการไต่สวนให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

แหล่งที่มา : https://www.ryt9.com/

รู้หรือไม่ เหล็กสามารถสั่งตัดได้

รู้หรือไม่ เหล็กสามารถสั่งตัดได้ ว่าด้วยเรื่องขนาดของเหล็กในหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น H-Beam, WF, เหล็กแผ่น และเหล็กอีกหลายๆประเภทที่ถูกผลิตออกมาตามขนาดมาตรฐาน แต่ในบางครั้งขนาดตามมาตรฐานโดยทั้วไปก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์กับผู้รับเหมาและลูกค้าได้ในทุกๆราย จึงเป็นปัญหาให้กับทางผู้รับเหมาต้องวิ่งดิ้นรนหาขนาดให้ได้ตามต้องการ ในเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด ในปัจจุบันจึงมีบริการตัดเหล็กตามขนาดที่ผู้รับเหมาต้องการ เพื่อช่วยลดปัญหาในด้านของการสั่งซื้อสินค้าแล้วไม่มีขนาดตามที่ต้องการ ในสิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยให้สินค้าเหล็กสามารถตอบโจทย์ผู้รับเหมาได้ตามความต้องการ 

การตัดเหล็กด้วยใบเลื่อย (Band Saw) 

การตัดเหล็กด้วยใบเลื่อย ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ภายในโรงงาน ซึ่งเป็นใบเลื่อยที่มีขนาดใหญ่พิเศษเพื่อให้สามารถตัดเหล็กจำนวนหลายๆท่อน ได้ในเวลาเดียวกัน และมีความรวดเร็วกว่าอุปกรณ์ตัดเหล็กประเภทอื่นๆ แต่โรงงานต้องมีการวาแผนในการปฏิบัติงานอย่างถี่ถ้วน สมควรนำเหล็กประเภทไหน ขนาดเท่าไหร่ และนำไปใช้กับอุปกรณ์ประเภทไหนจึงจะมีความเหมาะสม

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า