google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
“ธุรกิจเหล็กสหรัฐ” ผู้ชนะใน Trade War เพราะยอดขาย-กำไรพุ่งเกือบเท่าตัว

“ธุรกิจเหล็กสหรัฐ” ผู้ชนะใน Trade War เพราะยอดขาย-กำไรพุ่งเกือบเท่าตัว

ใครๆ ก็กังวลเรื่อง สงครามการค้า หรือ Trade War จนเกิดผลกระทบเชิงลบมากมาย ตั้งแต่ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) ราคาตกวูบ ไหนจะผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าในกลุ่มซัพพลายเชนของประเทศจีน ทว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ

shutterstock_152105888

ธุรกิจเหล็กในสหรัฐ ยอดขาย-กำไรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

หลังจาก Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ จุดประกายสงครามการค้า โดยประกาศมาตรการทางภาษีการนำเข้าเหล็ก ก็ส่งผลให้ราคาเหล็กพุ่งสูงขึ้น ปัจจุบันราคาเหล็กของสหรัฐฯ อยู่ที่ 917 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี (ข้อมูลจาก S&P Global Platts)

ซึ่งผลดีไปตกอยู่กับธุรกิจเหล็ก อย่างบริษัท Reliance Steel & Aluminum (RS) ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น 18% (เพราะราคาเพิ่มสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่น) และ Nucor (NUE) บันทึกว่าไตรมาส 2 ปีนี้มีรายได้สูงสุด ซึ่งเติบโตเกือบเท่าตัว

ล่าสุดเมื่อเดือนก่อน John Ferriola CEO ของ Nucor ยังบอกกับนักวิเคราะห์ว่า เขามีความสุขมากๆ กับมาตรการทางภาษีที่ออกมา โดยเตรียมเงินอีก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อลงทุนขยายธุรกิจ

“อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศของเรา ถ้าระบบการค้ายังเดินหน้าต่อไปแต่เป็นการค้าที่ไม่สมดุล (Imbalance) เราเลยเห็นด้วยกับคณะรัฐบาลที่พยายามแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้” Ferriola บอก

ส่วนหลายคนก็จับตาดูผลประกอบการของบริษัท NUE, RS, AK Steel (AKS), และ US Steel (X) ที่จะออกมาภายในสัปดาห์นี้

shutterstock_699521812

บริษัทในสหรัฐฯ ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบจาก Trade War

แต่ไม่ว่าอย่างไร กำแพงภาษีของสหรัฐฯ ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทฯ กว่าร้อยบริษัท เช่น Harley-Davidson (HOG), General Motors (GM), General Electric (GE), 3M (MMM) ฯลฯ ที่ต้องเร่งปรับตัวทั้งเรื่องราคา และโครงสร้าง ซัพพลายเชนที่มีอยู่

ส่วนบริษัท FJM Ferro (อยู่ที่บลูคลิน) ที่ใช้เหล็กแปรรูปในการสร้างตึกสูงใน Manhattan ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบด้านเหล็กเพิ่มสูงขึ้นกว่า 50% ซึ่งเขามองว่าผลกระทบส่วนใหญ่จะไปตกอยู่กับบริษัทขนาดเล็ก

shutterstock_318330188

ด้านบริษัทใหญ่ๆ อย่าง GM ถึงขนาดปรับลดคาดการณ์กำไรของปีนี้ลง และเตือนว่า ต้นทุนของสินค้าโภคภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับราคาเหล็ก และอลูมิเนียมที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Philip Gibbs นักวิเคราะห์ธุรกิจเหล็ก KeyBanc Capital Markets บอกว่า เราต้องระมัดระวังเรื่องภาษีมากๆ เพราะเป็นต้นทุนหลักที่เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจในสหรัฐฯ มีความสามารถในการแข่งขันลดลง และแน่นอนว่าหลายบริษัทจะหาลู่ทางนำเข้าเหล็กจากประเทศอื่น

“มันก็รู้สึกดีที่ระยะสั้นเราเห็นราคาขยับขึ้น แต่สุดท้ายเราก็ต้องเจอการบ่นของลูกค้าอยู่ดี”

ภาพจาก shutterstock
Cr. Chutinun.Liu
ที่มา CNNMoney

สหรัฐประกาศยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กบางส่วนจากญี่ปุ่น,จีน,สวีเดน,เบลเยียม,เยอรมนี

สหรัฐประกาศยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กบางส่วนจากญี่ปุ่น,จีน,สวีเดน,เบลเยียม,เยอรมนี

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ประกาศยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กบางส่วนจากญี่ปุ่น และอีก 4 ประเทศ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การยกเว้นภาษีนำเข้า 25% นั้น มีผลบังคับใช้กับบริษัทในสหรัฐ 7 แห่งที่นำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กจากญี่ปุ่น สวีเดน เบลเยียม เยอรมนี และจีน

ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่สหรัฐได้ตัดสินใจยกเว้นการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กบางส่วนจากประเทศเหล่านี้ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอลูมิเนียม 10% ในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่า บริษัทใดได้รับการยกเว้นจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าในครั้งนี้

Cr. iiu.isit.or.th

จีนเผยเดินหน้าคุมเข้มจำกัดการผลิตเหล็กส่วนเกิน

จีนเผยเดินหน้าคุมเข้มจำกัดการผลิตเหล็กส่วนเกิน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หน่วยงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนยังคงเดินหน้าจัดการและลงโทษผู้ที่ผลิตเหล็กคุณภาพต่ำ อันเป็นส่วนหนึ่งของการปรับลดกำลังการผลิตเหล็กที่เดิมมีมากเกินไป ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

คณะกรรมการพัฒนาและปฎิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. – 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ส่งทีมสำรวจจำนวน 8 ทีมไปยังพื้นที่และภูมิภาคต่างๆรวม 21 แห่ง เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามผลิตเหล็กคุณภาพต่ำหรือไม่

นางเมิ่ง เหวย โฆษก NDRC เปิดเผยว่า การปรับลดกำลังการผลิตเหล็กได้ก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีบางพื้นที่ที่มีการใช้โรงงานผลิตเหล็กที่ผิดกฎหมาย และการเพิ่มกำลังการผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต

นางเมิ่งกล่าวเพิ่มเติมว่า ทางหน่วยงานจะยกระดับการตรวจตาเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และลงโทษผู้ที่กระทำผิด
ทั้งนี้ จีนตั้งเป้าที่จะปรับลดกำลังการผลิตเหล็กคุณภาพต่ำให้ได้ 30 ล้านตัน และถ่านหินจำนวน 150 ล้านตันให้ได้ภายในปีนี้

วิเคราะห์ผลทางตรง-ทางอ้อม เมื่อทรัมป์เมินยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กอลูมิเนียมแก่ไทย

วิเคราะห์ผลทางตรง-ทางอ้อม เมื่อทรัมป์เมินยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กอลูมิเนียมแก่ไทย

นักวิเคราะห์แบงก์ไทยพาณิชย์ประเมินผลกระทบสหรัฐฯ เมินยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากไทย ชี้ผลทางตรงมีจำกัด เพราะกำลังผลิตภายในสหรัฐยังน้อย จับตาผลทางอ้อมเหล็กรัสเซีย-ตุรกี-จีนสบช่องตีตลาดในไทยประเทศ จากช่องโหว่ภายใน แนะผู้ประกอบการไทยขยายตลาดเหล็กเจาะฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมา ทดแทน

นายกณิศ อ่ำสกุล นักวิเคราะห์ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า กรณีที่สหรัฐอเมริกาปฏิเสธจะยกเว้นภาษีนำเข้าเป็นรายประเทศให้กับประเทศไทย กรณีเหล็กและอลูมิเนียมนั้น อีไอซี ประเมินว่า เหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะมีผลกระทบทางตรงต่ออุตสาหกรรมเหล็กและอลูมิเนียมไทยในวงจำกัด เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิต (capacity utilization) ภายในสหรัฐฯ ยังไม่สามารถปรับตัวได้สูงมากนัก

นอกจากนี้ แม้ผู้ส่งออกไทยต้องเสียภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมในอัตราร้อยละ 25 และร้อยละ 10 ตามลำดับ ซึ่งดูเหมือนจะส่งผลโดยตรงให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของผู้ประกอบการไทยลดลง และมีแนวโน้มที่จะทำให้สูญเสียตลาดส่งออกสหรัฐฯ ไป แต่ อีไอซีพบว่า ตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามอย่างเป็นทางการให้เรียกเก็บอัตราภาษีดังกล่าวในช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ผู้ผลิตเหล็กในสหรัฐฯ ได้ปรับราคาขายเหล็กโดยเฉลี่ยในประเทศขึ้นแล้วกว่าร้อยละ 30 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับราคาเหล็กและอัตราภาษีที่ส่งออกจากไทย อีไอซี มองว่าราคาส่งออกจากไทยยังสามารถแข่งขันกับราคาเหล็กในสหรัฐฯ ได้

ส่วนผลกระทบทางอ้อม อีไอซี มองว่าผลิตภัณฑ์เหล็กจากประเทศต่างๆ ที่ไม่สามารถนำเข้าสู่สหรัฐฯ มีโอกาสที่จะถูกส่งออกมาทำตลาดในไทย โดยเฉพาะเหล็กกึ่งสำเร็จรูปจากรัสเซีย เหล็กเส้นจากตุรกี และลวดเหล็กจากจีน ที่ปัจจุบันไทยยังไม่มีการใช้มาตรการป้องกันทางการค้ากับผลิตภัณฑ์เหล็กเหล่านี้ ส่วนผลิตภัณฑ์เหล็กอื่นๆ เช่น ท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บจากเกาหลีใต้ และเหล็กเคลือบจากเวียดนาม อีไอซี ประเมินว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะไม่ไหลเข้าไทยในปริมาณมากอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไทยมีการเรียกเก็บภาษีการทุ่มตลาด หรือ Anti Dumping อยู่แล้วในปัจจุบัน

“คาดว่าผลกระทบจากการที่สหรัฐฯ ปฏิเสธการยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมไทย จะไม่กระทบต่อประมาณการส่งออกในปี 2561” นายกณิศ กล่าว

พร้อมกับอธิบายปัจจัยสนับสนุนการประเมินว่า หนึ่ง แม้ผู้ประกอบการไทยจะถูกเรียกเก็บภาษี แต่ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นยังคงอยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการไทยสามารถทำการแข่งขันได้ สอง แม้ผู้ประกอบการไทยจะสูญเสียตลาดส่งออกไปยังสหรัฐฯ แต่ผู้ประกอบการไทยก็สามารถหาตลาดส่งออกอื่นๆ ทดแทนได้ เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพิงการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กไปยังสหรัฐ สัดส่วนราวร้อยละ 17 ของการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กทั้งหมดเท่านั้น

ทั้งนี้ ปี 2560 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมไปยังสหรัฐฯ ประมาณ 4 แสนตัน และ 4 หมื่นตัน คิดเป็นมูลค่าราว 13,000 ล้านบาท และ 7,600 ล้านบาท หรือเพียง ร้อยละ 0.12 และร้อยละ 0.07 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยในปีดังกล่าว อีกทั้งปริมาณเหล็กและอะลูมิเนียมที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17 และร้อยละ 10 ของปริมาณเหล็กและอะลูมิเนียมที่ส่งออกทั้งหมดจากไทย

“ดังนั้น โอกาสในการส่งออกเหล็กจากไทยสู่สหรัฐฯ ยังไม่ได้หมดไป แต่ผู้ประกอบการไทยควรหาตลาดส่งออกใหม่ เพื่อชดเชยปริมาณการส่งออกเหล็กสู่สหรัฐฯ หากผู้ผลิตเหล็กในสหรัฐฯ สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากขึ้นในอนาคต”

สำหรับผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บที่ใช้ในงานก่อสร้าง ผู้ประกอบการควรมองหาโอกาสในการขยายตลาดไปยังฟิลิปปินส์และกัมพูชา ซึ่งมีปริมาณการนำเข้ารวมกันสูงถึง 2.4 แสนตัน ในปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มการนำเข้าขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของภาคก่อสร้าง ขณะที่ผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นเคลือบ อีไอซี มองว่าผู้ประกอบการควรพิจารณาหาโอกาสส่งออกไปยังเมียนมา และลาว ที่มีปริมาณนำเข้าในระดับสูงถึง 5 แสนตันต่อปี และมีความต้องการเติบโตอย่างต่อเนื่องกว่าร้อยละ 10 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

Cr. iiu.isit.or.th

สัญญาซื้อขายเหล็กตลาดล่วงหน้าจีนร่วงเนื่องจากอุปสงค์ชะลอตัว

สัญญาซื้อขายเหล็กตลาดล่วงหน้าจีนร่วงเนื่องจากอุปสงค์ชะลอตัว

ราคาเหล็กและวัตถุดิบลดลง

ความต้องการเหล็กอ่อนตัวลงก่อนวันปีใหม่จีน

การนำเข้าสินแร่เหล็กลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 1.068 พันล้านตัน

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงาน การซื้อขายเหล็กในตลาดล่วงหน้าจีน Shanghai Futures Exchange ปรับตัวลดลงในวันพุธที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นกระทบความต้องการของผู้ผลิตเหล็กชั้นนำของโลก

หิมะที่ตกลงมาอย่างหนักในประเทศจีนทำให้กิจกรรมการก่อสร้างในจีนลดลง ประกอบกับกิจกรรมทางอุตสาหรรมชะลอตัวก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีนส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กของจีนในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ชะลอตัว

นาย Zhou Tao นักวิเคราะห์จาก Citic Futures ในเซี่ยงไฮ้ กล่าววว่า ในช่วงเทศกาลวันหยุด ผู้ซื้อและผู้ขายในจีนจะระงับการซื้อขายประมาณสองสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว

การซื้อขายเหล็กเส้นในตลาด Shanghai Futures Exchange ลดลง 0.6% อยู่ที่ 3,899 หยวนต่อตัน

ราคาสินแร่เหล็กในตลาดล่วงหน้า Dalian Commodity Exchange ลดลง 2% อยู่ที่ 507 หยวนต่อตัน

ราคาถ่าน Coke ร่วง 1.8% อยู่ที่ 1,988 หยวนต่อตัน ส่วนราคา coking coal ลดลง 0.7% อยู่ที่ 1,283.5 หยวนต่อตัน ตามลำดับ

ราคาสินแร่เหล็ก ณ ท่าเรือชิงเต่าของจีนลดลง 1.36 ดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ที่ 72.97 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ข้อมูลจาก Metal Bulletin

ราคานำเข้าสินแร่เหล็กของจีนคาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในปี 2018 โดยการนำเข้าลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 1.068 พันล้านตัน สถาบันวิจัยอุตสาหกรรมและโลหการแห่งประเทศจีน (MIPRI) เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
แหล่งที่มา : Reuters

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า