โดย saweang | ก.พ. 26, 2020 | บทความบ้านๆๆ , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกับพวกเราทีมงาน “Homebuddy เพื่อนซี้เรื่องบ้าน” เจอกันเมื่อไหร่พวกเราก็จะมีความรู้ดีๆ ไอเดียเจ๋งๆมาฝากทุกท่านกันอีกเช่นเคยครับ ซึ่งพวกเราจะรวบรวมไอเดียตกแต่งบ้าน ห้องต่างๆ พร้อมทั้งเคล็ดลับดีๆเรื่องบ้านอีกมากมาย รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนครับ สำหรับวันนี้เราจะพูดถึงเพื่อนๆที่กำลังจะสร้างบ้าน ไม่ว่าออกแบบบ้านชั้นเดียว หรือ สองชั้น ก็ต้องกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ เสาปูน กันอยู่แน่ โดยวันนี้ไม่ควรพลาด เพราะพวกเราจะมาแนะนำการเลือกซื้อเสาปูน สร้างบ้าน ซื้อแบบไหนดี? ราคาเท่าไหร่? โดยขั้นตอนของการสร้างบ้านนั้น แทบจะทุกขั้นตอนเลยที่ละเลยไม่ได้ อีกสิ่งที่สำคัญนั่นก็คือ การเลือกใช้วัสดุที่จะสร้างบ้านอย่าง เสาปูน ซึ่งเสาปูนนั้นเกี่ยวของกับการสร้างบ้านได้อย่างไร? วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมๆกันกับ Homebuddy ครับ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ
แนะนำการเลือกซื้อเสาปูน สร้างบ้าน ซื้อแบบไหนดี?
Credit:http://mahacivil.com
รูปแบบของ เสาปูนมีแบบไหน?บ้าง
ก่อนที่จะทราบราคา เราต้องรู้จักรูปแบบของเสาปูนกันก่อนครับ ว่า มีกี่แบบกัน โดยเสาปูนนั้นจะแยกออกเป็นเสา 4 แบบ โดยรายละเอียดของแต่ละแบบนั้นก็แตกต่างกันไป เราไปเริ่มกันที่เสาแบบแรกกันเลยครับ กับ เสารั้ว
เสาปูนรั้ว
Credit:https://pantip.com/topic/32289967
สำหรับเสาปูนรั้วนั้น เป็นเสาที่เราใช้ประกอบเป็นฐานในการสร้างรั้วของบ้านนั่นเอง โดยขนาดของเสารั้วทั่วไปนั้นจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่เท่าไหร่ครับ เพราะเราใช้เสาปูนประเภทนี้ในการเป็นฐานประกอบของรั้วเท่านั้น
เสาบ้าน
Credit:https://www.leearchitect.co.th
สำหรับเสาปูนประเภทนี้เป็นเสาที่มีขนาดใหญ่ครับ เพราะว่าเสาบ้านจะต้องใช้เป็นฐานในการสร้างบ้าน ยิ่งบ้านไหนที่มีขนาดใหญ่ ก็จะใหญ่ตามครับ หรือว่าใช้วัสดุในการสร้างที่มีน้ำหนักมากด้วยแล้วล่ะก็เพื่อนๆก็จะต้องเลือกเสาบ้านที่มีขนาดใหญ่ตาม เพราะเสาจะเป็นตัวช่วยยึดน้ำหนักของวัสดุในการสร้างบ้านไม่ให้พังลงมาครับ อีกทั้งจะทำให้บ้านนั้นมีความสมดุลมากขึ้น
เสาเข็ม
Credit:https://www.btcwiremesh.com
สำหรับเพื่อนๆ มีการสร้างบ้านหรือว่าสร้างอาคารที่ใหญ่โตนั้นเสาเข็มเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าเป็นเสาปูนชนิดหนึ่งที่จะสร้างฝังลงไปใต้ดินเพื่อให้เสาของตัวอาคารสามารถรองรับน้ำหนักของอาคารได้เป็นอย่างดีมากเลยทีเดียวครับ ซึ่งถ้าหากว่าบ้าน หรืออาคารไหนที่มีขนาดใหญ่ หลายชั้น มีขนาดที่สูง ก็จะต้องใช้เสาเข็มที่มีขนาดใหญ่ มีความแข็งแรงทนทานที่ดี เพราะถ้าหากว่าเสาเข็มนั้นไม่แข็งแรงพอก็จะทำให้บ้านทรุดได้ครับ
เสาตอม่อ
Credit:http://lansaimaejo.tarad.com
สำหรับเสาตอม่อนั้น เป็นเสาที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างเสาเข็ม และเสาบ้านนั่นเอง โดยเสาปูนชนิดนี้มีความสำคัญไม่น้อยเพราะว่าถ้าเจ้าของบ้านไม่สร้างเสาตอม่อที่ดีอาจจะทำให้เสาบ้านไม่สามารถทรงตัวได้ดีเท่าที่ควร
ลักษณะของ เสาปูนสําเร็จรูป
Credit:http://www.rc-con.co.th
สำหรับลักษณะของเสาปูนสำเร็จรูปต่าๆงนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ลักษณะสี่เหลี่ยมเท่านั้นครับ แต่ว่าเสาปูนยังมีลักษณะเป็นทรงกระบอก หรืออาจจะเป็นทรงกระบอกกลวงก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของบ้านว่าต้องการสร้างบ้านแบบไหน สไตล์ไหน ซึ่งเสาปูนที่ใช้ในการสร้างบ้านหรืออาคารนั้นจะต้องเป็นลักษณะที่สามารถช่วยในเรื่องของการสร้างความแข็งแรง ค้ำจุน ให้กับตัวบ้านได้เป็นอย่างดีที่สุดครับ
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://homebuddy.in.th
โดย saweang | ก.พ. 24, 2020 | บทความบ้านๆๆ , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
มีพื้นที่อยู่นิดหน่อยข้างบ้านญาติมีช่องพอจะสร้างบ้านให้กับลูกสาว ลองไปวัดดูหน้ากว้าง 7 เมตรกว่าๆ ส่วนด้านลึกได้เกือบ 20 เมตร จึงได้ถางหญ้าและตัดต้นไม้ที่ปลูกขวางไว้ออกและได้สั่งหินคลุกมาลงเพื่อปรับหน้าดิน 3 คันรถหกล้อ คันละ 1300 บาท รวม 3,900 บาท
ลองวาดแบบบ้านเองโดยอาศัยจากในห้องนี้ล่ะ ลอกการบ้านเอาคิดว่าพอกับพื้นที่ที่เรามีอยู่และไม่ใหญ่โตจนเกินไปให้สามารถอยู่ได้ 3 คน พ่อแม่ลูก ก็เพียงพอแล้วแบบบ้านจึงออกมาตามที่เห็น แต่มีแก้ไขพื้นที่ห้องนอนขยายเพิ่มเป็น 4 x 3 เมตร เพราะมีพื้นที่ด้านหลังว่างมากเลยอยากให้ห้องนอนเท่ากันทั้ง 2 ห้อง (ลูกสาวแอบบนอยด์เมื่อเห็นแบบบอกว่าทำไมห้องหนูเล็กกว่าห้องแม่อีกล่ะ) 555
หลังจากพอใจในแบบบ้านแล้วจึงไปติดต่อช่างประจำหมู่บ้าน ซึ่งก็คือลุงนั่นเองให้คิดค่าแรงแบบเหมาและแบบถูกๆ เคาะออกมาที่ 55,000 บาท ทำจนเข้าอยู่ได้รวมเบ็ดเสร็จทุกอย่างที่เป็นงานช่าง
ยกเว้นวัสดุการก่อสร้างและตกแต่ง เป็นอันตกลงลงมือสั่งของตีผังโดยใช้เหล็กแปมาแทนไม้หน้าสามในการตีผังเพื่อประหยัดเงินในการซื้อไม้ส่วนเสาใช้ไม้ค้ำเสาเอามาใช้ก่อนเสร็จแล้วค่อยรื้อถอน
สั่งซื้อของเรียบร้อยไปหาฤกษ์กับพระอาจารย์ที่วัดได้ฤกษ์ดี วันที่ 10 สิงหาคม 2561 เวลา 09.09 น. จึงจัดพิธียกเสาเอกโดยจัดทำเองทั้งหมดไม่ได้จ้างใครใดๆทั้งสิ้น อาศัย อากู๋ ในการค้นหาจังหวะดีมีหลวงลุงมาเยี่ยมญาติพอดีเลยนิมนต์ให้มาชยันโตตอนยกเสาเอกจะได้เป็นศิริมงคลกับบ้านและคนอาศัย
หลังจากยกเสาเอกเป็นที่เรียบร้อย โดนเงินติดหัวเสาให้กับช่างไป 1 พัน เพราะความที่ไม่รู้ว่าเมื่อติดยอดเสาเอกแล้วต้องยกให้ช่างด้วยความที่อยากให้มีเงินไหลมาเทมามากๆเลยติดแบงค์พัน พอไปลาเจ้าที่เจ้าทางเท่านั้นล่ะจะเป็นลมช่างมารอรับเงินเลย 555 แต่ก็คุ้มจากการทำงานด้วยช่าง 2 คน ผู้ช่วยกรรมกร 1 คน ช่วยกันแบกเสาหน้า 5 ยาว 8 ศอก แบบสบายๆแค่มีแผลพองที่หลังนิดหน่อย และช่วยกันนำเสาลงหลุมจำนวน 12 ต้น ครบทุกต้นพร้อมไม้ค้ำยัน วันรุ่งขึ้นรอตั้งเสาให้ได้ที่อีกทีหนึ่ง
พอดีติดธุระนิดหน่อย หลังจากตั้งเสา โดยการดิ่งและขึงเอ็นจากล่างไปบนเรียบร้อยแล้ว ช่างก็ได้เทปูนกลบตีนช้างเสาและกลบดินเรียบร้อย
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้ผูกเหล็กทำคานและก่ออิฐบล็อคทำเป็นแบบโดยไม่ต้องรื้อออกประหยัดไม้ทำแบบและน่าจะแข็งแรงมากขึ้น เพื่อรอปูแผ่นพื้นสำเร็จ ที่สั่งเข้ามาวันนี้ สรุป 1 สัปดาห์เสร็จถึงการเทคานเรียบร้อยโดยใช้ช่างแค่ 2 คน ถือว่างานเร็วใช้ได้เพราะเป็นงานเหมา มีความคืบหน้าจะมาต่อให้จนบ้านเสร็จนะครับ อย่าเพิ่งเบื่อล่ะ
ตอนนี้ใช้เงินไปแล้วประมาณ 123,741 บาท โดยซื้อไปแล้วทั้งหมดยกเว้น ฝ้า กระเบื้อง แผ่นเมทัลชีท ปูนฉาบ สี ประปา ไฟฟ้า ประมาณการส่วนที่เหลือไม่น่าจะเกิน 80,000 บาท และค่าแรงอีก 50,000 บาท (เบิกไปแล้ว 5,000 บาท) รวมทั้งสิ้นไม่น่าจะเกิน 250,000 บาท ห มายเหตุ ฝ้าใช้แบบฝ้าแขวนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
หลังจากกลับไปดูเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ช่างได้ปูพื้นสำเร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังขึ้นโครงหลังคา แต่ติดปัญหาที่น้องฝนผ่านมาพอดีทำให้ทำงานล่าช้าไปบ้าง เพราะงานเชื่อมกับน้องน้ำเข้ากันไม่ได้จริงๆ ได้ทำงานแค่วันละ 2-3 ชม. แต่วันนี้ให้แฟนถ่ายรูปส่งมาให้ดูก็จะเห็นว่าโครงหลังคาใกล้เสร็จแล้วติดแปเรัยบร้อยเหลือแค่ติดซอยสำหรับติดไม้เฌอร่าเท่านั้น คาดว่าวันนี้คงจะมุงหลังคาเมทัลชีทได้เนื่องจากสั่งมาแล้วเมื่อวานนี้ ต่อไปคงจะเริ่มทำแบบเทพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปพร้อมทั้งก่อผนังกั้นห้องตามแบบต่อไป
หมายเหตุ ที่เห็นคานหน้ายังไม่ทำเพราะรอให้รถขนแผ่นพื้นเข้าไปส่งด้านในได้เนื่องจากพื้นที่จำกัดไม่สามารถขยับได้
หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ ทำการเททับหน้าแผ่นพื้นสำเร็จรูป รอปูนแห้งและเซ็ตตัว 2-3 วัน จึงได้เริ่มทำการก่ออิฐบล๊อกทำผนังกั้นห้องต่างๆตามแบบที่วางไว้ แต่ก็มีปัญหากับช่างตลอดเพราะช่างอยากให้ห้องนอนอยู่ทางเดียวกันแต่เราอยากได้คนละฝั่งอยากให้มีสเต็ปในการแบ่งห้อง แต่ช่างบอกจะได้มีพื้นที่กว้างๆทะลุจากห้องรับแขกไปยังห้องครัว ต้องใช้ ม.44 ช่างถึงจะยอมทำต่อ คืออารมย์เราอยากได้อะไรที่มันลึกลับซับซ้อนหน่อยเวลาเข้ามาในบ้านไม่อยากให้ใครเห็นอะไรๆจนทะลุประตูหลัง ยอมเสียงบเพิ่มอีกนิดหน่อยแต่ได้ความพึงพอใจ ซึ่งเราก็ยอมลดงบประมาณจากฝ้าแผ่นเรียบมาเป็นฝ้าแขวนแล้ว (สาเหตุเพราะช่างไม่ถนัดฝ้าเรียบ 555) และเราเห็นดีด้วยจะได้ไม่มีปัญหาในการเดินระบบไฟฟ้าในภายหลัง
หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ งานก่อสร้างยังไม่คืบหน้าเท่าไหร่เนื่องจากติดช่วงเทศกาลหวยออก ช่างผู้รับเหมาโชคดีถูกเลขท้าย 2 ตัว เลยหยุดไปใช้เงินซะ 3 วัน คาดว่าเงินหมดคงจะมาเริ่มทำงานต่อได้ ดังนั้นจึงได้แค่การกั้นห้องต่างๆและเทคานเอ็นไว้รอติดตั้งหน้าต่างเท่านั้น ซึ่งเมื่อวานก็ได้แวะเข้าไปบอกช่างเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ เช่นในห้องน้ำ
เคาน์เตอร์ครัว ฯลฯ ซึ่งต้องแจ้งด้วยปากเปล่าห้ามทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพราะช่างจะไม่อ่านอย่างเด็ดขาด เฮ้อ… ถูกและดีไม่มีในโลก แต่ก็เอาเถอะทนทำกันมาจนใกล้จะเสร็จล่ะ ช่างแจ้งว่าไม่เกินวันที่ 20 เดือนกันยายน ย้ายเข้าอยู่ได้เลย แอบบ…ไม่เชื่อ แต่ไม่เป็นไรเพราะไม่ได้รีบร้อนเนื่องจากลูกสาวยังไม่ปิดเทอมรอต้นเดือนหน้าก็ไม่มีปัญหา
ช่วงนี้เลยไปติดต่อ อบต.ขออนุญาติก่อสร้างบ้าน เพื่อขอเลขที่บ้านเอาไว้ไปขอมิเตอร์ไฟฟ้า วันนี้เลยมีรูปไม่มากเท่าไหร่ซ้ำๆกันเพียงแค่อยากให้เห็นการก่ออิฐบล็อคที่ช่างก่อจนสุดปลายเสาทุกห้อง แถมมีบางช่องเล่นหวาดเสียวก่ออิฐบล็อคลงมาด้วยโดยวางอยู่ที่คานเอ็นและเสียบเหล็กเท่านั้น ซึ่งจริงๆต้องการให้เปิดโล่งแต่ด้วยความหวังดีของช่างบอกว่าสวยดี …อีกล่ะ…
เพิ่มเติม งานขุดหลุมฝังบ่อบำบัดและบ่อรองซึม สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ด้วยความลึกบ่อบำบัด 125 ซม. บ่อรองลึก 4 ปอก ปรับระดับลาดเอียงเรียบร้อย สามารถไปแจ้งที่สาธารณสุขตำบลเพื่อประกอบการขอเลขที่บ้านได้ล่ะ
ผ่านไปอีกสัปดาห์ได้งานฉาบปูนมาบ้างแล้ว ด้านข้างนอกบ้านเรียบร้อยล่ะเหลือด้านหน้ากับด้านหลัง และในส่วนห้องนอนอีก 1 ห้อง คาดว่าไม่เกินอีก 2 วัน งานฉาบปูนคงแล้วเสร็จ ทีนี้คงต่อด้วยงานติดไม้เฌอร่าและเตรียมงานทำฝ้าต่อไป เอาใจช่วยด้วยนะครับไม่ให้เกินงบ 250,000 บาท
สัปดาห์นี้งานก่อสร้างไม่ค่อยคืบหน้าเพราะช่างที่รับเหมาเทงานไม่ยอมทำงาน เลยต้องจ้างช่างเป็นจ๊อบๆ เช่น ตีไม้เฌอร่ากับใส่ครอบหลังคา ราคาค่าแรง 1,500 บาท ทำ 2 วันเสร็จ ก็ต้องยอมจ่ายเพื่อให้บ้านเสร็จที่เหลือก็งานเดินไฟฟ้า ฝ้า ปูกระเบื้อง และทาสี ได้ติดต่อผู้รับเหมาเป็นงานๆไปแล้ว โดยได้ราคาค่าแรง ดังนี้
1. เดินไฟฟ้าภายในคิดจุดละ 200 บาท
2. ฝ้าฉาบเรียบ ตรม.ละ 220 บาท ด้านในและชายคาราคาเท่ากัน
3. ปูกระเบื้อง ตรม.ละ 100 บาท ห้องน้ำ ตรม.ละ 120 บาท
4. ทาสียังหาช่างไม่ได้อาจจะต้องทาเอง อันนี้ไม่ซีเรียสตกลงกับลูกสาวว่าห้องใครอยากได้สีอะไรก็ทาเอาเอง 555
หลังจากหายไป 2 สัปดาห์ กว่าจะหาช่างมาทำงานจนแล้วเสร็จทั้งฉาบทั้งทำฝ้า จึงได้ฤกษ์ทาสีฝ้าและสีรองพื้น ซึ่งคิดว่าเป็นงานง่ายๆเลยไม่ได้จ้างช่างสีมาทำรอจ้างตอนทำสีจริงทีเดียวเลยจะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย ที่ไหนได้ทาสีฝ้าเป็นอะไรที่ทรมานสังขารมากเนื่องจากต้องแหงนหน้าตลอดเวลาทำให้ปวดเมื่อยบริเวณต้นคอเป็นอย่างมาก
ส่วนสีรองพื้นก็กินกำลังแขนเป็นที่สุด ดีน่ะที่ ผบทบ.มาช่วยไม่งั้นถูกหามส่งโรงพยาบาลแน่ๆ แต่ก็ดีช่วยประหยัดค่าจ้างไปได้เยอะเลยใช้เวลาแค่ 1 วันทาสีฝ้าพื้นที่ 63 ตรม.และผนังภายใน 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องน้ำ เป็นผลสำเร็จ ช่วงนี้ก็รอช่างที่จะมีคิวว่างมาปูกระเบื้องให้เสร็จแล้วก็คงจะจ้างช่างทาสีเป็นจริงเป็นจังสักที มือสมัครเล่นไม่ไหวไม่คุ้มค่ายากับค่านวด ความฝันใกล้เป็นจริงล่ะบ้านหลังน้อยให้ลูกสาวที่เริ่มโต
และแล้วก็ถึงวันอันสำเร็จตั้งแต่เริ่มยกเสาเอกวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ย้ายเข้าบ้านวันที่ 29 ตุลาคม 2561 รวมระยะการสร้าบ้านด้วยตนเองประมาณ 2 เดือน กับ 19 วัน ถือว่าไม่เร็วและไม่ช้าเนื่องจากมีเวลาทำแค่สัปดาห์ละ 1-2 วันในวันหยุดทำงานเท่านั้น ยกเว้นงานที่ต้องจ้างช่าง เช่น งานโครงสร้าง ตั้งเสา เทคาน ก่ออิฐบล๊อค ฉาบปูน โครงหลังคา ฝ้า ปูกระเบื้อง ส่วนงานสีทำเองทั้งหมดทั้งภายใน ภายนอก รวมถึงระบบประปา ส่วนงานไฟฟ้าจ้างช่างผู้ชำนาญการครับ สรุปรวมยอดค่าใช้จ่ายประมาณ 3 แสนกว่าไม่เกิน 3 แสนห้าหมี่นบาท คำว่าบ้าน มันคือบานของจริงครับตั้งใจคุมงบแค่ 250,000 บาท แต่ไม่สามารถทำได้จริงๆเนื่องจากช่างที่รับเหมาครั้งแรกที่เป็นญาติกันเทงานไม่ยอมทำต่อหลังจากก่ออิฐเสร็จ ทำให้ต้องจ้างช่างรายวันบ้างรับเหมาบ้างทำให้งบบานปลายครับ แต่ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีมีความสุขกับการสร้างบ้านให้ลูกสาวด้วยมือตัวเองตั้งแต่การออกแบบ สั่งซื้อของต่างๆ รวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการทำงาน ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาเป็นระยะนะครับ
ขอบคุณข้อมุลจากhttps://pantip.com/topic/37966992
โดย saweang | ก.พ. 14, 2020 | บทความบ้านๆๆ , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
หากถามว่า ต้องการสร้างบ้าน ผนังสำเร็จรูป VS ผนังก่ออิฐ แบบไหนดีกว่ากันคงไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากปัจจัยของคุณภาพอยู่ที่การควบคุมคุณภาพของแต่ละโรงงานการผลิตที่เรานำมาใช้สร้างบ้านให้แข็งแรงเพื่อให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ดังนั้นก่อนจะสร้างบ้านการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับผนังจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องรู้ บทความนี้เราจะมาเปรียบเทียบระหว่างผนังสำเร็จรูป VS ผนังก่ออิฐ ให้เพื่อนๆได้ลองคิดพิจารณาดูกันว่าควรเลือกผนังแบบไหนมาใช้ในบ้านของเรา
ขอบคุณรูปภาพจาก oknation.nationtv.tv
จุดเด่นของระบบผนังสำเร็จรูป คือ ต้นทุนการก่อสร้างอาคารที่ลดลงหากเทียบจากระบบการก่อสร้างแบบปกติ ส่งผลให้ระยะเวลาในการก่อสร้างเร็วขึ้น จึงทำให้ค่าแรงช่างถูกลง คุณภาพงานก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานเนื่องจากชิ้นส่วนงานมีคุณภาพ เพราะผลิตในโรงงาน จึงไม่ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ที่จะส่งผลต่อคุณภาพงานก่อสร้าง โดยเฉพาะมาตรฐานงานคอนกรีตเสริมเหล็ก รวมไปถึงงานที่เกี่ยวข้องกับปูนซีเมนต์ ได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น เพราะชิ้นส่วนของผนังสำเร็จรูป จะผ่านการออกแบบมาให้เหมาะกับพื้นที่ของอาคารนั้นๆ โดยคำนึงถึงเหลี่ยมมุมของผนัง จึงไม่เสียพื้นที่ให้กับโครงสร้างเสา คาน และด้วยชิ้นส่วนผนังสำเร็จรูป เป็นคอนกรีตโครงสร้างเสริมเหล็กที่ทำหน้าที่เป็นทั้งโครงสร้างอาคารและผนังอาคาร จึงทำให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
หลายคนคงคุ้นเคยกับผนังก่ออิฐเป็นอย่างดี เพราะวัสดุชนิดนี้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยอิฐที่นิยมนำมาใช้สร้างบ้านมี 2 ประเภท คือ อิฐมอญ VS อิฐมวลเบา หากถามว่าแบบไหนดีกว่ากัน ก็คงตอบไม่ได้เช่นกัน เพราะแต่อิฐทั้ง 2 ประเภทนี้ มีความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกัน บ้านแต่ละหลังในยุคปัจจุบัน สถาปนิกและวิศวกร จึงเลือกที่จะนำอิฐทั้ง 2 ประเภทนี้ มาใช้ร่วมกันอย่างเหมาะสม
อิฐมอญ
อิฐมอญหรืออิฐแดง ทำจากดินเหนียวผสมแกลบเผา ผลิตได้เองภายในประเทศ กระจายตามท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาค มีความคงทนในการใช้งานสูงมากจึงได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีต และเป็นที่คุ้นเคยกับช่างก่ออิฐทั่วไป นอกจากนี้อิฐมอญยังมีคุณสมบัติทนต่อความชื้น มีความหนาแน่นสูง และราคาถูกกว่าอิฐมวลเบา ส่วนข้อเสียของอิฐมอญ คือน้ำหนักที่มากกว่าอิฐมวลและใช้เวลาก่อผนังค่อนข้างมาก เป็นผลให้ค่าแรงเพิ่มขึ้น
อิฐมวลเบา
อิฐมวลเบา มีส่วนผสมหลักคือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ คุณสมบัติเด่น ให้น้ำหนักที่เบากว่าอิฐมอญ ขนาดของอิฐได้มาตรฐาน ลดการสูญเสียได้ดี เพราะมีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนได้มากกว่าอิฐชนิดอื่น เหมาะอย่างยิ่งกับผนังบ้านที่ต้องการลดน้ำหนักของโครงสร้าง เพราะอิฐมวลเบามีน้ำหนักน้อยกว่าอิฐมอญ ประมาณ 1 ใน 3 ของอิฐมอญเท่านั้น ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ผลิตอิฐมวลเบาจำนวนมาก แต่ก็มีข้อด้อยตรงที่ ราคาอิฐมวลเบา จะสูงกว่าอิฐชนิดอื่นๆ
ต้องการสร้างบ้าน ราคาถูก ปลอดภัย สวยงามและได้มาตรฐาน ทุกพื้นที่ใช้สอยคุ้มค่า แวะมาพูดคุยกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการรับออกแบบบ้านและสร้างบ้าน
ขอบคุณข้อมูลจากได้ที่ http://www.householder.co.th/
โดย saweang | ก.พ. 14, 2020 | บทความบ้านๆๆ , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เทคโนโลยี ผนังสำเร็จรูป Precast เป็นวิธีการสร้างบ้านในยุคใหม่ ที่สามารถช่วยให้สร้างบ้านได้อย่างรวดเร็ว ทันใจลูกค้า โดยเปลี่ยนจากผนังบ้านที่สร้างขึ้นมาจากการก่ออิฐฉาบปูน มาเป็นผนังคอนกรีตสำเร็จรูป
ในปัจจุบันมีโครงการหมู่บ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียมมากมายที่ก่อสร้างด้วย Precast ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงาน รวมไปถึงสามารถควบคุมงานก่อสร้างได้มีคุณภาพมากขึ้น
ผู้ที่ต้องการจะสร้างบ้านจึงควรรู้จักระบบ ผนังสำเร็จรูป เพื่อใช้เป็นข้อมูลในตัดสินใจเลือกสร้างบ้านที่มีคุณภาพ และตรงตามความต้องการที่สุด
การก่อสร้างในอดีตจะนิยมใช้ไม้เป็นวัสดุในการก่อสร้าง จนพัฒนามาเป็นการใช้คอนกรีตซึ่งใช้อย่างแพร่หลายมากในปัจจุบัน เพราะมีความแข็งแรง รวมไปถึงมีการพัฒนามาใช้คอนกรีตอัดแรง ในงานอาคารสูงเพื่อลดค่าใช้จ่าย และในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา ระบบการก่อสร้างแบบ Precast หรือผนังคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในประเทศไทย
VIDEO
เหตุผลที่ก่อสร้างด้วยผนังสำเร็จรูป (Precast) เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะต้นทุนการก่อสร้างอาคารลดลงเมื่อเทียบกับระบบการก่อสร้างแบบปกติ ด้วยระยะเวลาในการก่อสร้างที่เร็วขึ้น ส่งผลให้ค่าแรงช่างถูกลง
และคุณภาพงานก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน สามารถเปิดโครงการได้รวดเร็วทันความต้องการของตลาด และยังนำระบบวิธีการไปใช้กับโครงการอื่น ๆ ต่อได้อีกด้วย
Time (ลดระยะเวลาการก่อสร้าง)
Cost (ลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง)
Quality (สามารถควมคุมคุณภาพการก่อสร้างได้ดีกว่า)
สารบัญ ( ยาวไปเลือกอ่านได้นะ )
1. ระยะเวลาการก่อสร้าง
การก่อสร้างด้วยระบบ Precast สามารถก่อสร้างได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับการก่อสร้างในระบบแบบปกติ โดยในบ้าน 1 หลังหากก่อสร้างด้วยระบบเสา-คาน ที่มีการก่ออิฐฉาบปูนจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 8-12 เดือน
แต่เมื่อเทียบกับระบบ Precast สามารถทำได้ภายใน 3-4 เดือน (เร็วกว่าประมาณ3เท่า) สาเหตุที่ระบบ Precast สร้างได้เร็วกว่าเนื่องจากผนังจะถูกหล่อมาเป็นชิ้นจากโรงงานไม่ต้องเสียเวลาก่ออิฐฉาบปูน
2. ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง
แม้ว่าวัสดุแล้วชิ้นส่วน Precast จะมีราคาแพงกว่าอิฐ แต่ระบบ Precast จะใช้แรงงานน้อยกว่า และไม่ต้องเสียค่าไม้แบบ
นอกจากนี้การก่อสร้างที่เร็วยังลดค่าดำเนินการลงด้วย
เมื่อเทียบโดยรวมแล้วทำให้ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างด้วยระบบ Precast จึงมีราคาค่าก่อสร้างที่ถูกกว่า และค่าแรงในปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้น การก่อสร้างด้วย Precast จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
3. คุณภาพการก่อสร้าง
เนื่องจากชิ้นส่วนต่างๆ จะถูกผลิตมาจากโรงงานเป็นไปตามมาตรฐาน ทำให้การควบคุมคุณภาพทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะไม่ถูกรบกวนจากสภาพอากาศ เช่นแดดหรือฝน และไม่ขึ้นกับฝีมือแรงงานมากนัก
เพราะถ้าเป็นการก่อสร้างด้วยระบบเสา-คานที่มีการก่ออิฐฉาบปูนจะต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญมากในการก่ออิฐและฉาบผนังเพื่อให้ออกมาดีและสวยงาม แต่หากเป็นชิ้นส่วน Precast จะสามารถควบคุมการผลิตชิ้นงานให้มีคุณภาพสม่ำเสมอและง่ายต่อการตรวจสอบ
สรุป
นอกจากนี้ระบบ Precast ยังมีข้อได้เปรียบระบบเสา-คาน อีกหลายด้าน เช่น ความสามารถในการป้องกันเสียงรบกวน ความแข็งแรงของผนัง ความทนทานต่อความร้อนและช่วยลดความร้อน
แม้ว่าการก่อสร้างด้วยระบบ Precast จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีผู้บริโภคบางส่วน ไม่มั่นใจในระบบนี้ ทั้งในเรื่องการรั่วซึม และปัญหารอยร้าว โดยปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น อาจจะมาจากการก่อสร้างด้วยระบบ Precast ของประเทศไทยในช่วงแรกๆที่ยังขาดความชำนาญและความรู้ในการก่อสร้าง เพราะแม้ระบบนี้จะใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศมานานแล้วก็ตาม
แต่ในประเทศไทยนั้นถือเป็นระบบใหม่ จึงอยู่ในช่วงเรียนรู้ เช่น นำวิธีการ Joint จากต่างประเทศมาใช้ แต่เนื่องจากประเทศไทยมีฝนตกชุกมากกว่าทำให้วิธีการป้องกันน้ำแบบเดิมจึงใช้ไม่ได้ผล หรือบ้านที่เกิดรอยร้าวขึ้น
เพราะผู้ออกแบบและผู้รับเหมาในช่วงแรกๆ ยังไม่มีความชำนาญที่เพียงพอ ซึ่งในปัจจุบันวิธีการก่อสร้างด้วยระบบ Precast ได้มีการพัฒนาปรับปรุงจนสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้แล้ว
ข้อมูลอ้างอิง at home with precast concrete
โดย saweang | ก.พ. 12, 2020 | ข่าวสาร , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
การจะสร้างบ้านสักหลังหนึ่งนั้น ขั้นตอนสำคัญขั้นตอนหนึ่งนั้นที่เจ้าของบ้านส่วนใหญ่ในบ้านเราให้ความสำคัญกันมาก ก็คือขั้นตอนของพิธียกเสาเอก โดยเจ้าของบ้านส่วนใหญ่มีความเชื่อว่า
การทำพิธียกเสาเอกจะทำให้งานก่อสร้างมีความราบรื่นไม่มีปัญหาและอุปสรรคและ เมื่อได้เข้าอยู่บ้านหลังที่สร้างแล้วจะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งเป็นความเชื่อและเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมา และจากประสบการณ์การก่อสร้างบ้านของผู้เขียนเองที่ผ่านมาเป็นสิบปีก็พบว่าบ้านทุกหลังที่มีการก่อสร้าง มักจะทำพิธียกเสาเอกเพื่อเป็นสิริมงคลต่อการอยู่อาศัย
แต่พิธีการ และขั้นตอนอาจแตกต่างกันในรายละเอียด บ้านบางหลังจะทำพิธียกเสาเอก โดยพระอาจารย์ที่เคารพนับถือ บางหลังทำพิธีโดยพราหมณ์ และบางหลังทำพิธีโดยผู้ใหญ่หรือบุคคลที่เคารพนับถือ ดังนั้นหากท่านกำลังจะสร้างบ้าน
โดยเลือกแบบบ้านและบริษัทรับสร้างบ้านที่มีคุณภาพแล้ว ก่อนที่ท่านลงมือก่อสร้างถ้าท่านเชื่อเรื่องโชคลาง ก็คงจะเตรียมหาฤกษ์หาเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นในการสร้างบ้าน แม้จะดูเหมือนหลงงมงายแต่ถ้าทำแล้วเกิดความสบายใจ และไม่เดือดร้อนใคร ก็น่าจะเตรียมให้พร้อมก่อนลงมือก่อสร้าง แต่ทั้งนี้ต้องดูความสะดวกความเหมาะสม ของการก่อสร้างร่วมกับบริษัทรับสร้างบ้านที่ท่านเลือกด้วย
การกำหนดฤกษ์เสาเอก
การกำหนดฤกษ์เสาเอกนั้น ส่วนใหญ่ก็คงต้องให้ผู้ที่เรานับถือ เช่น พระอาจารย์ พราหมณ์ หรือผู้ใหญ่ที่เรานับถือ ดูฤกษ์ดูยามในการทำพิธียกเสาเอกให้ โดยท่านเหล่านั้นก็จะหาวันและเวลาที่เป็นมงคลให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่เราสะดวกที่จะสร้างด้วย
ถ้าหากไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกในการตามหาพระอาจารย์ทั้งหลายมาให้ฤกษ์ให้ยาม คุณอาจจะหาฤกษ์ด้วยตนเองก็ได้ โดยอาจจะดูจากปฏิทิน 100 ปี หรือหาซื้อหนังสือโหราศาสตร์ ประเภทสรุปรวมฤกษ์ประจำทั้งปี ซึ่งหนังสือพวกนี้จะออกวางตลาดตอนปลายปีทุกปี ลองอ่านและหาฤกษ์ด้วยตนเองได้
การทำพิธียกเสาเอกกับขั้นตอนการสร้างบ้าน ในสมัยโบราณ การก่อสร้างบ้านส่วนใหญ่เป็นการสร้างบ้านไม้ เสาบ้านก็เป็นเสาไม้ ดังนั้นฤกษ์ลงเสาเอกก็คือ ฤกษ์เวลาที่เรานำเสาหลักของบ้านหย่อนลงสู่หลุมที่เตรียมเอาไว้ จัดเสาให้ตั้งตรง และเอาไม้ค้ำยันค้ำไว้ เอาดินกลบหลุมทั้งหมด
แต่ในปัจจุบัน ขั้นตอน และวิธีการก่อสร้างได้เปลี่ยนไป อาคารปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วแต่เป็นอาคารโครงสร้าง อนกรีตเสริมเหล็ก ต้องมีการตอกเสาเข็ม ต้องมีการเทฐานราก ทำตอม่อ แล้วจึงจะขึ้นเสาโผล่พื้นดินได้ ดังนั้นก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจว่าพิธียกเสาเอกกับการสร้างในปัจจุบันที่เป็นโครงสร้างคอนกรีตนั้น เขาทำกันในช่วงไหนของการก่อสร้าง
ซึ่งจากประสบการณ์ในการก่อสร้างที่ผ่านมา พิธียกเสาเอก จะทำกันได้ใน 3 ลักษณะดังนี้
1. ยึดเวลาที่ตอก (เจาะ) เสาเข็มต้นแรก หรือเวลาที่ตอก (เจาะ) เสาเข็มต้นที่กำหนดให้เป็นเสาเอก (น่าจะเรียกว่า “ฤกษ์” เข็มเอก)
2. ยึดเวลาที่ยกเสาเหล็กเสริม เทคอนกรีตฐานราก (จะเทคอนกรีตฐานรากพร้อมกับการตั้งเหล็กเสาต้นที่เป็นเสาเอก)
3. ยึดเวลาที่มีการเทคอนกรีตหล่อเสาอาคารจริงๆ (ซึ่งอาจจะตั้งหลังจากเริ่มทำการก่อสร้างแล้วเป็นเดือน) แต่ในที่นี้เราจะกล่าวถึงเฉพาะการเตรียมการ เตรียมของใช้และขั้นตอนในการยกเสาเอกแบบ ที่ยึดเวลาที่ยกเสาเหล็กเสริมขึ้นตั้งและเทคอนกรีตฐานราก ซึ่งเป็นลักษณะที่การสร้างบ้านในส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้กัน
การเตรียมการหน้างานในพิธียกเสาเอก
การเตรียมหน้างานก่อสร้างให้พร้อมก่อนการทำพิธียกเสาเอกถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าฤกษ์ ในพิธียกเสาเอก เป็นฤกษ์เวลาที่แน่นอน เช่นบางหลังกำหนดที่เวลา 9.09 น. ดังนั้นการเตรียมการหน้างานที่ไม่พร้อมอาจทำให้เกิดปัญหาขลุกขลัก ทำให้เกิดความผิดพลาดไม่ตรงกัน ฤกษ์ที่กำหนดไว้ เกิดความไม่สบายใจได้ ดังนั้นการเตรียมการหน้างานให้มีความพร้อมนั้นจะต้องจัดเตรียมงานดังนี้
1. การเตรียมพื้นที่ โดยรอบของบริเวณที่จะทำพิธีให้เรียบร้อย เพื่อสะดวกในการทำพิธี
2. ขุดหลุมฐานรากที่จะทำพิธี ให้มีขนาดความลึกและความกว้างตามแบบ
3. ปรับพื้นที่ก้นหลุมให้เรียบร้อย เก็บเศษปูนเศษไม้ให้หมด ปรับระดับให้เรียบด้วยทรายหยาบ
4. เตรียมผูกเหล็กเสริมฐานรากไว้ด้านบน พร้อมที่จะยกลงตอนทำพิธี
5. เตรียมผูกเหล็กเสาที่จะทำการยกเสาเอกวางพาดไว้ ตรงปากหลุมโดยยกหัวเสาให้สูงขึ้นกว่าโคนเสา
6. เตรียมคอนกรีตให้พร้อมเพื่อเตรียมเทหลังจากที่ยกเสาเหล็กขึ้นตั้งแล้ว
การเตรียมของใช้ในพิธียกเสาเอก การเตรียมของใช้ในพิธียกเสาเอกนั้นมีอยู่หลายตำราด้วยกัน แล้วแต่ผู้ที่เรานับถือที่จะดำเนินการทำพิธีให้เป็นผู้กำหนด แต่ในที่นี้เราจะอ้างอิงจาก “ศาสนพิธี” ในหนังสือพุทธศาสตร์ ปีที่ 43 อันดับที่ 1/2543 โดยการเตรียมของใช้ในพิธียกเสาเอกมีดังนี้
1. จัดโต๊ะหมู่บูชา 1 ชุด พร้อมเครื่องสักการะ (ถ้าประสงค์)
2. จตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระ 1 ชุด (กรณีนิมนต์พระมาประพรมน้ำมนต์ที่หลุม และเจริญชัยมงคลคาถา)
3. เครื่องบูชาฤกษ์หรือสังเวยเทวดา (จัดย่อส่วนก็ได้ ดูพิธีวางศิลาฤกษ์)
4. ใบทอง นาก เงิน อย่างละ 3 ใบ
5. ทอง เงิน อย่างละ 9 เหรียญ
6. ทรายเสก 1 ขัน
7. น้ำมนต์ 1 ขัน (พร้อมกำหญ้าคา 1 กำ)
8. ด้ายสายสิญจน์ 1 ม้วนเล็ก
9. ทองคำเปลว 3 แผ่น
10. ผ้าแพรสีแดง ห่มเสา หรือผ้าขาวม้า 1 ผืน
11. หน่อกล้วย อ้อย อย่างละ 1 หน่อ
12. ไม้มงคล 9 ชนิด ได้แก่ กันเกรา ทรงบาดาล ชัยพฤกษ์ ราชพฤกษ์ ขนุน สักทอง ทองหลาง ไผ่สีสุก พยุง
13. แผ่นทอง นาก เงิน อย่างละ 1 แผ่น
14. ข้าวตอกดอกไม้ 1 ขัน
ลำดับพิธีในการยกเสาเอก
การทำพิธียกเสาเอกก็มีหลายตำรา แล้วแต่ผู้ดำเนินพิธี แต่ในที่นี้เราก็จะอ้างอิงจาก “ศาสนพิธี” ในหนังสือพุทธศาสตร์ ปีที่ 43 อันดับที่ 1/2543 เช่นกัน โดยลำดับพิธีขอบงการยกเสาเอกมีดังนี้
1. วางสายสิญจน์ เริ่มจากโต๊ะบูชาไปโต๊ะสังเวยขวา บริเวณสถานที่ก่อสร้างเข้าสู่เสาเอก (ก่อนเวลาฤกษ์พอสมควร)
2. จุดเทียนธูปที่โต๊ะหมู่บูชา อธิษฐานเพื่อเกิดสิริมงคล กราบพระ
3. จุดเทียนธูปที่โต๊ะสังเวย บูชาเทวดาให้คุ้มครอง
4. กล่าวสังเวยเทวดา
5. โปรยดอกไม้มงคล 9 ชนิด ลงในหลุมเสาเอก (ถ้ามี)
6. วางแผ่นทอง นาก เงินในหลุมเสาเอก (ถ้ามี)
7. นำใบทอง นาก เงิน และเหรียญทอง เงิน ลงก้นหลุมแล้วนิมนต์พระสงฆ์ประพรมน้ำมนต์โปรยทรายเสกที่หลุมเสา
8. เจิมและปิดทองเสาเอก
9. ผูกหน่อกล้วย อ้อย และผ้าสีแดงหรือผ้าขาวม้าที่เสาเอก
10. ถือด้ายสายสิญจน์ พร้อมทั้งญาติมิตรผู้ร่วมพิธี
11. ช่วยกันยกเสาเอก จนตั้งเรียบร้อย (ขณะยกเสานั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา) (ถ้ามี)
12. โปรยข้าวตอกดอกไม้ลงหลุมเสาเอก พร้อมทั้งญาติมิตรผู้ร่วมพิธีเสร็จพิธี
– ถ้ายกเสาเอกในเดือนอ้าย ยี่ สาม เสาเอก อยู่ทิศอีสาน
– ถ้ายกเสาเอกในเดือน 4 – 5 – 6 เสาเอก อยู่ทิศอาคเนย์
– ถ้ายกเสาเอกในเดือน 7 – 8 – 9 เสาเอก อยู่ทิศหรดี
– ถ้ายกเสาเอกในเดือน 10 – 11 – 12 เสาเอก อยู่ทิศพายัพ
13. เมื่อธูปที่โต๊ะสังเวยไหม้หมดดอก ให้ลาเครื่องสังเวยได้ว่า “เสสัง มังคะลัง ยาจามิ”
14. หน่อกล้วย อ้อย เมื่อช่างเอาลงจากเสาแล้ว ให้นำไปปลูกไว้ในที่ต้องการ เพื่อเสี่ยงทายว่าจะงอกงามเพียงใด
– ถ้าจัดโต๊ะสังเวยไม่ได้ จะจัดเป็นสำรับบูชาพระภูมิเจ้าที่ธรรมดาก็ได้ และสิ่งประกอบอื่นๆ ก็เลือกเอาเท่าที่จำเป็นและหาได้ง่าย
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก www.89homebuilder.com (NewDesign V.1)