Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
เหล็กม้วน Archives - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
การนำเข้าและส่งออก เหล็กกล้าไร้สนิมของจีน ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนตุลาคม

การนำเข้าและส่งออก เหล็กกล้าไร้สนิมของจีน ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนตุลาคม

ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมของจีน มีจำนวนทั้งสิ้น 2.7566 ล้านตัน และส่งออกทั้งสิ้น 3.7599 ล้านตัน

ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 310,900 ตัน เพิ่มขึ้น 38,700 ตัน หรือ 14.23%  เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 48,600 ตัน มีอัตราการเติบโต 18.53%

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 2.7566 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 337,400 ตัน โดยมีอัตราการเติบโตที่ 13.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน

ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนจากอินโดนีเซียอยู่ที่ 272,000 ตัน เพิ่มขึ้น 37,200 ตัน โดยเพิ่มขึ้น 15.84% เทียบจากเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 57,600 ตัน ขยายตัว 26.87%

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 จีนนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมจากอินโดนีเซียทั้งหมด 2.3384 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 501,700 ตัน หรือ 27.32% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในเดือนตุลาคม 2022 การส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมของจีนจะอยู่ที่ 295,800 ตัน เพิ่มขึ้น 14,900 ตันหรือ 5.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนก่อน  และลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 22,200 ตัน หรือ 6.99%

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 ปริมาณการส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีน สูงถึง 3.7599 ล้านตัน โดยเพิ่มขึ้น 136,100 ตันหรือ 3.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมสุทธิของจีนอยู่ที่ 15,100 ตัน

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 ยอดส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมสุทธิของจีนอยู่ที่ 1.0033 ล้านตัน ลดลง 20.14 ล้านตัน หรือ 16.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

แหล่งที่มา : Steelhome, CISA

วัสดุหลังคาโรงรถมีอะไรบ้าง

วัสดุหลังคาโรงรถมีอะไรบ้าง

วัสดุสำหรับมุงหลังคาโรงรถมีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละประเภทก็มีความสวยงามและมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป เราจึงควรรู้ถึงจุดเด่นและจุดด้อยของวัสดุแต่ละประเภท เพื่อจะได้เลือกใช้ให้ตรงตามความต้องการได้มากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ ส่วนที่มักจะถูกติดตั้งเพิ่มหรือต่อเติมออกมาโดยขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ “หลังคาโรงรถ” เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับบ้าน และกันแดดกันฝนให้กับรถที่เรารัก วัสดุสำหรับทำหลังคาโรงรถนั้นมีหลากหลายให้เลือกใช้ ซึ่งวัสดุแต่ละประเภทก็มีความสวยงามและมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

วัสดุแบบทึบแสง

1. หลังคาเหล็กรีดลอน (Metal Sheet) ข้อดีคือ ติดตั้งง่าย ราคาถูก มีความทนทานสูง เคลือบสารทนการกัดกร่อนและสนิม อีกทั้งยังดัดโค้งได้ง่าย สามารถทำหลังคากว้างๆ ได้โดยที่มีรอยต่อน้อย จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการรั่วซึม แต่จะร้อนในช่วงเวลากลางวัน และหากฝนตกจะมีเสียงดัง

textภาพ: มุมมองด้านบนและด้านล่างของหลังคาเหล็กรีดลอนหรือหลังคาเมทัลชีท

textภาพ: หลังคาโรงจอดรถเมทัลชีทแบบโชว์ท้องวัสดุ ดูดิบเท่เข้ากันดีกับงานโครงสร้างเหล็ก

ขอบคุณภาพ: www.q-chang.com

2. หลังคาไวนิล ข้อดีคือ ติดตั้งง่ายเพราะมีลิ้นเข้าล็อกกันระหว่างแผ่น กันรังสี UV และความร้อนได้ดี ช่วยซับเสียง หากฝนตกเสียงจะไม่ดังเท่าเมทัลชีท มีอายุการใช้งานยาวนาน แต่มีสีให้เลือกน้อย และสีอาจจะหมองลงตามอายุการใช้งาน

textภาพ: หลังคาโรงจอดรถไวนิล ดูเรียบร้อย สวยงาม

textภาพ: มุมมองจากด้านบนของหลังคาโรงจอดรถไวนิล

ขอบคุณภาพ: www.q-chang.com

3. uPVC / APVC / SPVC มีลักษณะเป็นแผ่นลอน (รูปลอนใกล้เคียงกับลอนเมทัลชีท) เนื้อวัสดุแข็งแรง เหนียว ดัดโค้งได้ และมีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังมีความหนา สี และรูปลอนให้เลือกใช้หลากหลาย เมื่อฝนตกเสียงไม่ดังรบกวนมากนัก แต่เมื่อใช้ไปนานๆ สีของวัสดุอาจเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ และตัวแผ่นอาจแอ่นตัวตกท้องช้างได้เนื่องจากความร้อน (ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความหนาของแต่ละยี่ห้อ)

textภาพ: มุมมองด้านบนของหลังคา uPVC สีเขียว

วัสดุแบบโปร่งแสง

1. อะคริลิก (Acrylic) คุณสมบัติเด่นคือมีความใสเทียบเท่ากระจกแต่น้ำหนักเบากว่ามาก เนื้อเหนียว ดัดโค้งได้ ไม่กรอบหรือแตกลายงา ไม่เป็นฝ้า มีทั้งรุ่นธรรมดาที่กรองแสงแดดได้ระดับหนึ่ง และรุ่นที่กรองรังสี UV และรังสีอินฟาเรดได้มากขึ้น แผ่นโปร่งแสงอะคริลิกราคาจะค่อนข้างสูง และมีข้อควรระวังคือ ต้องติดตั้งตามมาตรฐานตามระยะโครงสร้างที่บริษัทกำหนดเท่านั้น และควรระวังรอยขีดข่วนจากของมีคมช่วงการติดตั้งด้วย

textภาพ: ต่อเติมหลังคาที่จอดรถด้วยหลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite ช่วยกันแดดกันฝนให้กับรถ และด้วยดีไซน์ที่สวยงาม จึงช่วยเพิ่มลุคที่ทันสมัยให้กับบ้านอีกด้วย

textภาพ: หลังคาโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite ช่วยลดความร้อน กันแดดกันฝน และยังคงให้ความรู้สึกที่โล่ง โปร่ง สบาย

ขอบคุณภาพ: www.q-chang.com

2. ไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) มีน้ำหนักเบาและมีความยืดหยุ่น สามารถดัดโค้งได้ มีทั้งแผ่นแบบลอนลูกฟูกและแบบเรียบ มีสีสันหลากหลายทั้งสีใสและสีขุ่น แสงส่องผ่านพอสบายตา บางรุ่นมีการเคลือบด้วยฟิล์มป้องกันรังสี UV เพื่อให้ใช้งานได้ยาวนาน และยังมีรุ่นที่ช่วยป้องกันความร้อนเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อาจมีเสียงฝนตกกระทบรบกวนอยู่บ้าง และสีอาจซีดจางได้ตามกาลเวลา

textภาพ: เพิ่มร่มเงาให้กับบริเวณที่จอดรถ ด้วยแผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนกันสาด ที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV และช่วยลดปริมาณแสงที่ส่องผ่านได้ดี แต่ไม่ทำให้พื้นที่นั้นมืดทึบจนเกินไป

textภาพ: แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนกันสาด สีขาว ตัดกับโครงสีดำ ด้วยรูปแบบที่เรียบง่าย จึงเข้ากับบ้านได้ทุกสไตล์

ขอบคุณภาพ: www.q-chang.com

3. กระจกลามิเนต กระจกลามิเนตจะประกอบด้วยกระจก 2 แผ่นประกบกันแบบแซนวิสโดยมีฟิล์มกัน UV อยู่ตรงกลาง หากเกิดการกระแทกจนกระจกแตก กระจกจะเกาะกับชั้นฟิล์ม ไม่ร่วงหล่นลงมาทำอันตราย ข้อดีคือ เวลาฝนตกจะไม่ค่อยมีเสียงรบกวนมากนัก มีหลายสีให้เลือกใช้ เนื้อกระจกใสมองเห็นบรรยากาศภายนอกชัดเจน แต่ก็ควรหมั่นทำความสะอาดเป็นประจำ เพราะจะสกปรกได้ง่าย สิ่งสำคัญคือ ต้องติดตั้งให้ถูกวิธีโดยช่างผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ มีโครงสร้างรองรับที่แข็งแรง ใช้ยาแนวซิลิโคนให้ถูกประเภทและมีคุณภาพ

textภาพ: ตัวอย่างหลังคากระจกลามิเนต

4. โพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate) จะมีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่น สามารถขึ้นรูปดัดโค้งได้ตามทรงที่ต้องการ หากนำมามุงหลังคาควรเลือกรุ่นที่ผ่านการเคลือบผิวกันแสง UV ด้วย ปัจจุบันมีหลายเกรด หลายราคา ตามคุณภาพและความแข็งแรง สำหรับแผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบลอนลูกฟูกซึ่งมีช่องว่าง และแบบลอนซึ่งมีช่วงที่แต่ละแผ่นซ้อนทับกัน จึงเป็นจุดที่น้ำหรือความชื้นสะสมจนทำให้เกิดตะไคร่และคราบสกปรกได้ง่าย เมื่อใช้งานไปนานๆ พื้นผิวแผ่นจะขุ่นมัว และสีอาจซีดจางไปตามอายุการใช้งาน และด้วยความบางและแข็งของแผ่นจึงมีเสียงดังพอสมควรเมื่อฝนตก

textภาพ: มุมมองจากด้านล่างของหลังคาโพลีคาร์บอเนต

textภาพ: โพลีคาร์บอเนตมีหลายสีสันให้เลือกใช้ และดัดโค้งได้ตามทรงที่ต้องการ

5. uPVC (Unplasticized Polyvinyl Chloride) จะมีคุณสมบัติหมือน uPVC แบบทึบแสงที่กล่าวไปแล้วข้างต้น แต่สำหรับแบบโปร่งแสงจะมีสีขาวขุ่นเพียงสีเดียว และแสงสามารถผ่านได้

textภาพ: ตัวอย่างหลังคาโปร่งแสงวัสดุ uPVC

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://scghome.com/

เลือกสีห้องนอนตาม 12 ราศี   ทาสีผนังให้เข้ากับบุคลิกส่วนตัว

เลือกสีห้องนอนตาม 12 ราศี ทาสีผนังให้เข้ากับบุคลิกส่วนตัว

       แต่งห้องนอนตามราศี ถ้าอยากให้ชีวิตมีแต่เรื่องดี ๆ ผ่านเข้ามา มาเช็กดูว่าราศีของเราควรจะแต่งห้องนอนอย่างไร ด้วยวิธีแต่งห้องนอนตามราศีเหล่านี้เลย ห้องนอนถือว่าเป็นห้องที่บอกความเป็นตัวตนของเราได้มากที่สุด ฉะนั้นการตกแต่งห้องนอนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หากใครยังไม่มีไอเดียสำหรับการตกแต่ง วันนี้กระปุกดอทคอมเลยอาสารวบรวมสไตล์การตกแต่งห้องนอนตามราศีมาฝากกันค่ะ แถมยังช่วยเสริมดวงชะตาและเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นได้ด้วยนะคะ q5_13 
  1. ราศีมังกร   
      ชาวราศีมังกรเป็นคนที่มีบุคลิกดูน่าเกรงขาม น่าหลงใหล มีเหตุผล และมีความเป็นผู้ใหญ่ แนวสีเอิร์ธโทน เช่น สีดำ สีน้ำตาล สีเทา สีเขียว และขาว จึงเป็นโทนสีที่เหมาะกับการแต่งห้องนอนสำหรับชาวราศีมังกรมากที่สุด
        เน้นใช้ไม้และหนังเป็นวัสดุหลัก เลือกชุดเครื่องนอนที่ดูนุ่มสบาย หรือวางหมอนไว้บนเตียงหลาย ๆ ใบด้วยก็ได้ค่ะ
2. ราศีกุมภ์ 
     พื้นฐานของชาวราศีกุมภ์มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบตามใคร รักอิสระ มองหาความทันสมัย และชอบช่วยเหลือผู้อื่น
   
           เมื่อดูจากเครื่องหมายรูปกระแสน้ำและกระแสลมแล้ว ชาวราศีกุมภ์จึงเหมาะกับการแต่งห้องนอนด้วยโทนสีฟ้า สีเขียว ดำ และสีเทา ซึ่งเป็นโทนที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากนี้การจัดห้องนอนด้วยต้นไม้เล็ก ๆ แต่งพื้นด้วยพรมสีสันสดหรือจะเพ้นท์ผนังด้วยวลีเด็ด ๆ โดน ๆ ก็ช่วยเสริมดวงได้เช่นเดียวกัน
3. ราศีมีน ราศีมีนเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และยังมีอารมณ์ศิลปินอีกต่างหาก ชาวราศีนี้จึงเหมาะที่จะตกแต่งห้องนอนด้วยโทนสีม่วงหรือโทนหวาน ๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วชาวราศีมีนมักจะเก็บกดอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้
            ฉะนั้นห้องนอนจึงต้องมีบรรยากาศที่แสนผ่อนคลายและสะดวกสบาย โดยการประดับผนังด้วยรูปภาพหรืองานศิลปะสุดครีเอท แต่งห้องนอนด้วยน้ำพุเล็ก ๆ อีกหนึ่งของตกแต่งห้องนอนที่จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แถมยังมีความเชื่อมโยงกับสัญลักษณ์ของราศีที่เกี่ยวข้องกับน้ำ q1_13 
4. ราศีเมษ   ชาวราศีเมษส่วนใหญ่เป็นคนกล้าหาญ มีความหลงใหลในสิ่งที่ปรารถนาสูง มองโลกในแง่ดี และที่สำคัญเป็นคนมีไฟในการทำสิ่งต่าง ๆ
         ดังนั้นจึงเหมาะกับการตกแต่งห้องนอนที่ใช้โทนสีแดงเป็นหลัก แต่ต้องมีสีดำ สีขาว และสีเทาเข้ามาตัดด้วย มิเช่นนั้นบรรยากาศในห้องจะดูร้อนจนเกินไป แต่งด้วยเทียนหอมบ้างก็จะช่วยผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี
5. ราศีพฤษภ   ชาวราศีพฤษภมีบุคลิกน่าเชื่อถือ มีความรับผิดชอบสูง จริงจังกับสิ่งที่ทำ และรักความสุนทรียะ จึงเหมาะกับการตกแต่งห้องนอนด้วยโทนสีเอิร์ธโทน เนื่องจากโลกเป็นสัญลักษณ์ประจำราศีนี้
        ดังนั้นห้องนอนต้องเปิดโล่งให้แสงและลมผ่านเข้ามา มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่ถ้าหากชาวราศีพฤษภคนไหนไม่ค่อยชอบแนวธรรมชาติอย่างที่ว่าไว้ ก็สามารถเลือกสไตล์คลาสสิกมาแต่งห้องนอนแทนได้ค่ะ
6. ราศีเมถุน ชาวราศีเมถุนเป็นคนที่ปรับตัวง่าย ชอบใฝ่หาความรู้ แต่เป็นคนที่ละเอียดรอบคอบในการตัดสินใจ จึงส่งผลให้ชาวราศีเมถุนมีรสนิยมที่เป็นตัวเองของตัวเองสูง สีที่เหมาะกับการแต่งห้องก็คือสีเหลือง
         แนะนำให้ใช้โทนสีน้ำตาลเข้ามาตัดจะได้ไม่ดูสว่างจ้าจนเกินไป แล้วเลือกใช้สีเหลืองแต่งตามจุดเด่นต่าง ๆ ในห้องก็พอค่ะ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่นำมาใช้ควรเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่มีความเป็นโมเดิร์นอาร์ต q2_13
 7. ราศีกรกฎ  ชาวราศีกรกฎคนอารมณ์อ่อนไหว เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และซื่อสัตย์เป็นที่หนึ่ง และโทนสีที่เหมาะกับการแต่งห้องนอนของชาวราศีกรกฎนั่นก็คือ สีส้ม สีเหลือง และสีขาว อาจจะเลือกที่นอน หมอน และผ้าห่มสีขาวล้วน
     ให้ตัดกันกับพรมหรือผนังห้องที่มีโทนสีส้ม แต่งด้วยไฟประดับอีกเล็กน้อย จัดมุมแฮงก์เอาท์เล็ก ๆ ในห้องด้วยก็ได้ค่ะ หากยังมีพื้นที่ว่างมากพอ
8. ราศีสิงห์    ชาวราศีสิงห์เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ทะเยอทะยาน และมีน้ำใจต่อผู้อื่น โทนสีที่เหมาะกับการตกแต่งห้องนอนของชาวราศีนี้ก็คือ สีแดงเข้ม สีทอง และสีขาว โดยลักษณะส่วนตัวชาวราศีนี้จะมีความเป็นผู้นำสูงต้องการให้คนรอบข้างรักและเคารพ ฉะนั้นควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีโทนสีทองและแดงเป็นหลัก เช่น กรอบรูปสีทอง เพ้นท์ผนังด้วยลายสีทอง ชุดเครื่องนอนสีแดงเข้ม หรือตกแต่งเพิ่มเติมด้วยกระจกรูปดวงอาทิตย์ เป็นต้น
9. ราศีกันย์    ชาวราศีกันย์มีความซื่อสัตย์ ทำงานหนัก แถมยังเป็นคนเก่งอีกด้วย โดยพื้นฐานของราศีมีความเป็นธรรมชาติดังนั้นโทนสีที่เหมาะกับชาวราศีนี้จะต้องเป็นโทนสว่าง อย่าง ขาว เขียว ฟ้า และน้ำตาล
        เน้นใช้ของแต่งบ้านที่ทำให้บรรยากาศในห้องดูผ่อนคลาย และดูโล่งสะอาดตาด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นที่เก็บของในตัวได้ด้วยก็จะดี ตกแต่งเพิ่มเติมอีกนิดด้วยแจกันดอกไม้ เชิงเทียน และของแต่งบ้านที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ
10. ราศีตุลย์  ชาวราศีตุลย์เป็นคนมีความยุติธรรม ให้ความร่วมมือกันผู้อื่นเป็นอย่างดี ที่สำคัญชอบเข้าสังคม ฉะนั้นการโทนสีหลักที่ใช้ในการแต่งห้องนอนควรจะเป็นโทนสีกรมท่า น้ำเงิน และสีเขียว จัดห้องให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
            เปิดช่องรับแสงและลมธรรมชาติหรือจะใช้ผ้าม่านแบบโปร่งแทนผ้าม่านหนา ๆ ก็ได้ เน้นของใช้และของแต่งห้องนอนในสไตล์โมเดิร์น ของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ ผลงานศิลปะ หรือเทียนหอมช่วยผ่อนคลาย 
q3_16 
11. ราศีพิจิก    ชาวราศีพิจิกเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน มุ่งมั่น กล้าหาญ และมีมนุษยสัมพันธ์ดี เหมาะกับการแต่งห้องด้วยโทนสีแดง สีส้ม สีชมพู แต่ถ้ามีน้ำพุเล็ก ๆ มาประดับตกแต่งด้วยดียิ่งขึ้น เน้นการแต่งห้องให้อยู่สบาย
          แม้จะต้องเปิดห้องให้โล่งและมีอากาศถ่ายเท แต่ตามพื้นราศีแล้วพิจิกชอบอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ดังนั้นควรจะจัดมุมนั่งเล่นเล็ก ๆ ที่มีแสงไฟสลัวด้วย ก็จะช่วยให้ผ่อนคลายได้ เลือกของแต่งห้องที่ดูมีเสน่ห์น่าหลงใหล หรือเสริมด้วยพรมกำมะหยี่ เป็นต้น
12. ราศีธนู    ชาวราศีธนูเป็นคนอารมณ์ดี ชอบความสนุกสนาน และใจกว้าง โทนสีที่เหมาะกับการแต่งห้องนอนของชาวราศีธนูนั่นก็คือ สีชมพู สีม่วง ด้วยพื้นราศีที่บ่งบอกว่าชาวราศีธนูเป็นนักเดินทาง
         ดังนั้นเลือกใช้ของแต่งห้องที่เกี่ยวกับความประทับใจในการเดินทางอย่างรูปถ่ายและอื่น ๆ ด้วยก็ได้ค่ะ เลือกชุดเครื่องนอนที่ทำให้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่และถูกสรีระ เสริมด้วยเทียนหอมและไฟประดับด้วยจะยิ่งดี หากใครที่กำลังมองหาไอเดียในการตกแต่งห้องนอนของตัวเองอยู่ ก็ลองนำไอเดียแต่งห้องนอนตามราศีเกิดไปเลยใช้กันดูนะคะ เพื่อให้ห้องนอนของคุณดูดีและเหมาะกับลักษณะความเป็นอยู่ของแต่ละราศีเพื่อเสริมสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตยังไงล่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก teentimes และ Astrotheme และhttps://pimangroup.com
การเชื่อมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนที่ควรรู้

การเชื่อมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนที่ควรรู้

งานก่อสร้างอาคารโครงสร้างเหล็กรูปพรรณรีดร้อน ย่อมมาพร้อมกับวิธีการก่อสร้างที่จะขาดไปไม่ได้คือ “การเชื่อม” ในแง่หนึ่ง การเชื่อมเป็นเทคนิคด้านงานก่อสร้างที่ทำกันอยู่ทั่วไป เหมือนเป็นทักษะพื้นฐานที่ต้องติดตัวช่างก่อสร้าง การเชื่อมก็เป็นทักษะที่มีระดับความชำนาญหลายระดับ และต้องได้รับการฝึกฝนในระยะเวลาหนึ่ง เพราะในงานก่อสร้างอาคารโครงสร้างเหล็กใดๆ เรามักจะพบปัญหาจากการเชื่อมอยู่เสมอ ไม่มากก็น้อย

โดยหลักการทั่วไป คุณภาพการเชื่อมเหล็กที่ดี จะขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 อย่างด้วยกัน คือการควบคุมความสมดุลระหว่างกำลังไฟ และความเร็วในการลากผ่านการเชื่อม โดยทั้งหมดจะต้องคำนึงถึงความหนาของเหล็กที่ใช้ และวัตถุประสงค์ของการใช้งานต่อไป

เมื่อเป็นฝีมือคน จึงเป็นเรื่องท้าทายในการควบคุมปัจจัยทั้งสองให้สอดคล้องกันเพื่อให้ได้งานเชื่อมที่มีคุณภาพในตอนท้าย เพราะหากไม่แล้ว งานเชื่อมที่ด้อยคุณภาพก็อาจนำมาซึ่งความไม่สม่ำเสมอของรอยต่อ มีส่วนเว้าแหว่งที่เชื่อมไม่ติด ความเปราะของรอยเชื่อม อันจะทำให้ความสามารถในการรับน้ำหนักของงานโครงสร้าง ไม่ตรงตามที่วิศวกรคำนวณ และอาจนำมาซึ่งการพังทลายของโครงสร้างได้

รอยเชื่อมที่มีคุณภาพนั้น จะเป็นที่เข้าใจกันว่าตะเข็บต้องมีลักษณะสม่ำเสมอ ลากยาว และเป็นเนื้อเดียว (ภาษาช่างเรียกเหมือนเป็นเกล็ดปลา) แต่นอกจากนั้นก็จะขึ้นอยู่กับการใช้งาน และหน้าที่การรับน้ำหนักของแต่ละจุด ที่จะต้องผ่านการออกแบบการเชื่อม ที่สัมพันธ์กับการคำนวณจากวิศวกร

โดยจะมีจุดบกพร่องและปัญหาที่จะเกิดอยู่บ้างในระหว่างการเชื่อม ที่จะก่อให้เกิดงานที่ไม่ได้คุณภาพ ยกตัวอย่างเช่นอย่างแรกคือฟองอากาศ (Porosity)ที่อาจเกิดจากการเชื่อมที่ไม่ชำนาญ และความไม่สมดุลของกำลังไฟและกระบวนการเชื่อม ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องความเปราะฟองอากาศเพียงเล็กน้อยอาจไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างมาก แต่นั่นย่อมขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของฟองอากาศในแต่ละชิ้นงาน โดยป้องกันได้ด้วยหลายเทคนิควิธี คืออาจรักษาระยะอาร์คให้สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อป้องกันเปลวดับ และรักษาโลหะไม่ให้เย็นตัว รวมถึงเป็นการรักษาอัตราความเร็วของแก๊สให้สม่ำเสมอที่สุด

ข้อบกพร่องที่อาจเป็นปัญหาต่อมาคือ Slag หรือโลหะแปลกปลอมที่ฝังในรอยเชื่อม ซึ่งอาจเกิดจากทั้งความสกปรกของชิ้นงาน ความไม่เรียบร้อย รวมไปถึงสนิมในบริเวณรอยต่อที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการทาสีกันสนิม หาก Slag เปราะและหลุดจากรอยต่อนั้นๆ

วิธีการป้องกันปัญหาหรือข้อบกพร่องที่จะเกิดจากการเชื่อม รวมถึงการเพิ่มคุณภาพการเชื่อมเหล็กที่ได้ประสิทธิภาพที่สุด หนีไม่พ้นการทำความสะอาดชิ้นงานให้ปราศจากน้ำมัน และเศษสิ่งสกปรกก่อนทำงานเชื่อม ก็จะทำให้ได้คุณภาพงานเชื่อมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ขอขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.hbeamconnect.com/th/community/blog/

การออกแบบโครงสร้างเหล็ก มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

การออกแบบโครงสร้างเหล็ก มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

สำหรับเจ้าของบ้าน มีจินตนาการในใจว่าอยากจะมีบ้านสักหลังไว้อยู่อาศัย จะมองหาใครที่ให้คำตอบได้ว่าสิ่งที่มีอยู่ในใจนั้นมันเรียกว่าบ้านแบบไหน เป็นบ้านเหล็กหรือบ้านปูนดีกว่ากัน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านที่ต้องการนั้นมีขั้นตอนการออกแบบก่อสร้างยังไงบ้าง วันนี้ SYS จะขอมาแจกแจงขั้นตอนทั่วไปของงานออกแบบ ว่าเจ้าของบ้านควรทำอย่างไรบ้างเพื่อให้แบบที่มีในใจนั้นเป็นจริง

แรกสุด SYS แนะนำให้เจ้าของบ้านทุกท่านปรึกษา สถาปนิก ผู้ที่จะสามารถเปลี่ยนความต้องการของเจ้าของบ้านไปก่อร่างผ่านไอเดียให้เป็นจริงขึ้นมาในรูปแบบต่างๆ ได้ สถาปนิกจะเป็นผู้ที่จัดวางพื้นที่ใช้สอย รู้จักการเลือกใช้วัสดุ และการสร้างสรรค์หน้าตาของบ้าน จะเปลี่ยนความต้องการต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม ผ่านการแก้ปัญหาต่างๆ ตามสถานที่ตั้งและการเลือกวัสดุให้เหมาะสม ผ่านการใช้แบบทางสถาปัตยกรรมแสดงภาพให้เห็น และแบบก่อสร้างที่สถาปนิกจะนำไปสื่อสารกับวิศวกรและผู้รับเหมาก่อสร้างต่อไป

ในจุดนี้เองที่เจ้าของบ้านละสถาปนิกจะตกลงกันว่า จะเลือกใช้โครงสร้างปูนหรือเหล็กสำหรับบ้าน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการเป็นหลัก เช่น อาจเลือกใช้ปูนเพราะไม่กังวลเรื่องเวลาการก่อสร้าง รูปร่างโครงสร้างเป็นแบบเดิมๆ ไม่มีอะไรที่หวือหวา และคุ้นเคยกับบ้านปูนเป็นทุนเดิม ในขณะที่อาจเลือกใช้บ้านเหล็กเพราะต้องการการก่อสร้างที่รวดเร็ว เป็นระบบ ควบคุมมาตรฐานการก่อสร้างได้ง่าย ตอบโจทย์โครงสร้างในรูปแบบแปลกใหม่ได้ หรือเป็นที่ดินที่ค่อนข้างแคบ และต้องการสร้างผลกระทบต่อที่ตั้งให้น้อยที่สุด

เมื่อตัดสินใจเรื่องโครงสร้างได้แล้ว ในที่นี้ หากเจ้าของบ้านเลือกใช้บ้านโครงสร้างเหล็ก ผู้ที่จะคำนวณเพื่อยืนยันความแข็งแรง และออกแบบโครงสร้างโดยละเอียดอีกครั้ง จะเป็นหน้าที่ของวิศวกรโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดชนิดเหล็ก ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก H-Beam หรือเหล็กรูปแบบอื่นๆ กำหนดขนาดเหล็ก กำหนดรอยต่อของโครงสร้าง

ในจุดนี้ วิศวกรและสถาปนิก รวมถึงเจ้าของบ้าน จะตกลงกันเพื่อให้รูปแบบโครงสร้างนั้นไม่เบียดบังพื้นที่ใช้สอยหรือรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่จะตรงตามความต้องการของเจ้าของบ้าน รวมถึงจะแข็งแรงมากพอโดยไม่พังทลาย แต่มากกว่านั้น วิศวกรก็สามารถแนะนำเหล็กที่จะส่งเสริมไอเดียการออกแบบพื้นที่ รวมถึงอาจช่วยประหยัดงบประมาณลงได้ด้วย

เช่น เหล็กกำลังสูง SM520  ซึ่งจะช่วยให้โครงสร้างมีขนาดเล็กลง ตอบโจทย์เรื่องโครงสร้างเพรียวบาง ในขณะที่สามารถรับแรงได้เท่ากันเมื่อเทียบกับเหล็กเกรดปกติ เมื่อคำนวณโดยรวม ก็จะช่วยลดงบประมาณทั้งค่าเหล็กโครงสร้างที่น้ำหนักลดลง และในส่วนอื่นๆ เช่นค่าแรง ค่าขนส่ง รวมถึงลดภาระของเสาเข็มลงได้ด้วย

หรืออาจเป็นเหล็กประเภท Customized Length เหล็กผลิตความยาวพิเศษ โดยเฉพาะความยาวที่มากกว่า 6 เมตรขึ้นไป โดยอาจถูกเลือกใช้ในส่วนที่ถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้างช่วงเสากว้างพิเศษ ทั้งนี้การเลือกใช้เหล็ก Customized Length ก็จะช่วยลดการต่อโครงสร้างเหล็ก ซึ่งช่วยเพิ่มมาตรฐานด้านความแข็งแรง และไม่เกิดรอยต่อที่ไม่สวยงามด้วย

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.hbeamconnect.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า