Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
เหล็กเส้น Archives - Page 18 of 26 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ปลัดก.อุตฯให้นโยบาย7 สมาคมเหล็ก ฝ่าวิกฤตอุตสาหกรรมเหล็กไทยเร่งเดินหน้าหาตลาดเพื่อนบ้านเพิ่มปริมาณการส่งออกให้มากขึ้น

ปลัดก.อุตฯให้นโยบาย7 สมาคมเหล็ก ฝ่าวิกฤตอุตสาหกรรมเหล็กไทยเร่งเดินหน้าหาตลาดเพื่อนบ้านเพิ่มปริมาณการส่งออกให้มากขึ้น

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ มอบนโยบายให้ 7 สมาคมเหล็ก ผู้แทนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศกว่า 470 ราย เดินหน้าสู้วิกฤตอุตสาหกรรมเหล็กไทย พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ เร่งเดินหน้าหาตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน หวังพึ่งพาการส่งออก

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้ 7 สมาคมเหล็ก ซึ่งเป็นผู้แทนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศกว่า 470 ราย ในการประชุมหารือระหว่างสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และ 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น รับรู้ถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการในประเทศที่มีปริมาณการใช้เหล็กเพียง 19.3 ล้านตัน เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ 7.3 ล้านตัน และมีกำลังการผลิตเพียง 33% ถูกสินค้านำเข้าแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด ทำให้อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศซบเซาลงเป็นอย่างมาก กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตอุตสาหกรรมเหล็กที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ไปให้ได้ โดยได้มอบหมายให้ สมอ. เป็นหน่วยงานหลักในการประสานดำเนินการอย่างใกล้ชิดร่วมกับ 7 สมาคมเหล็ก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล็กของไทยให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมเหล็กโดยเพิ่มปริมาณการส่งออก ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้มีการใช้เหล็กภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นในโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ เพื่อลดอัตราการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามแนะนำให้ผู้ประกอบการมองหาลู่ทางการขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ซึ่งมีกำลังซื้อเป็นอย่างมาก กระทรวงอุตสาหกรรมยินดีให้การสนับสนุนและมีโครงการที่จะโรดโชว์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้วเพื่อหาตลาดใหม่ๆ ให้ภาคอุตสาหกรรมของไทย

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. ได้ดำเนินงานภายใต้นโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม และได้สนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศมาอย่างต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล และภายใต้กฎระเบียบขององค์การการค้าโลก รวมทั้ง ควบคุมการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กเป็นพิเศษ ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งได้มีการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมมือกันสนับสนุนและผลักดันให้มีการใช้สินค้าภายในประเทศ รวมทั้งอุตสาหกรรมเหล็กของไทยด้วยเพื่อให้มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น สำหรับการดำเนินงานของ สมอ. ขณะนี้ได้เร่งรัดแก้ไขมาตรฐานและกำหนดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีมาตรฐานที่อยู่ในขั้นตอนการประกาศบังคับใช้ อีกจำนวน 7 มาตรฐาน ได้แก่
1. มอก. 50-2561 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสี โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน แผ่นม้วน แผ่นแถบ
แผ่นตัด และแผ่นลูกฟูก
2. มอก. 528-25xx เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานทั่วไปและงานดึงขึ้นรูป
3. มอก. 1228-25xx เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป
4. มอก. 1390-2560 เข็มพืดเหล็กกล้ารีดร้อน
5. มอก. 1999-2560 เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างรถยนต์
6. มอก. 2060-2560 เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานถังก๊าซ
7. มอก. 2140-2560 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น สำหรับงานรถยนต์
และคาดว่าจะมีการประกาศมาตรฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล็กเพิ่มในปี 2563 อีก 12 มาตรฐาน  ได้แก่
1. มอก. 349 เหล็กลวดคาร์บอนสูง
2. มอก. 801 นั่งร้านท่อเหล็กกล้าแบบโครงสำเร็จรูป
3. มอก. 427 ท่อเหล็กกล้าสำหรับส่งน้ำ
4. มอก. 276 ท่อเหล็กกล้าคาร์บอนชนิดทนความดัน
5. มอก. 16 เหล็กแผ่นเคลือบดีบุก
6. มอก. 1279 เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียมปลอดดีบุก
7. มอก. 2183 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเดี่ยว สำหรับเคลือบดีบุก เคลือบโครเมียม/โครเมียมออกไซด์
8. มอก. 2184 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นซ้ำ สำหรับเคลือบดีบุก เคลือบโครเมียม/โครเมียมออกไซด์
9. มอก. 2817 เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นเคลือบโลหะ สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป
10. มอก. 2985 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น เคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อนสำหรับงานรถยนต์
11. มอก. 2981 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น เคลือบสังกะสี ผสมอะลูมิเนียม 59% ถึง13% และแมกนีเซียม 2% ถึง 4% โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน
12. มอก. 2984 เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน ที่ต้านการกัดกร่อนในบรรยากาศ สำหรับงานโครงสร้างเชื่อมประกอบ

เพื่อให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ สามารถยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และเพื่อป้องกันการนำเข้าเหล็กที่ด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ เลขาธิการ สมอ. กล่าว

อ่านต่อได้ที่ : https://gnews.apps.go.th/news?news=51634
แหล่งที่มา : สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

5 วิธีกำจัดสนิม และน่าลองทำเองได้

5 วิธีกำจัดสนิม และน่าลองทำเองได้

     5 วิธีกำจัดสนิม และน่าลองทำเองได้

เมื่อวัสดุโลหะโดนน้ำ และเราปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นเพียงไม่กี่วัน กระบวนการแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ก็จะเกิดขึ้น และผลก็คือการเกิดสนิม แต่เมื่อเครื่องมือเครื่องใช้ของเรามีสนิม ก็ไม่ใช่ว่าเราจะต้องเลิกใช้ หรือโยนทิ้งเสมอไป หากรู้วิธีที่ถูกต้องในการขจัดสนิม ดังต่อไปนี้

1.เบกกิ้งโซดา : ให้นำเอาอุปกรณ์โลหะที่ขึ้นสนิมนั้น ไปล้างน้ำ แล้วสะบัดให้แห้ง จากนั้นให้โรยเบกกิ้งโซดาลงไป เบกกิ้งโซดาจะติดอยู่กับบริเวณที่มีความชื้น ต้องแน่ใจว่า เบกกิ้งโซดา ปิดคลุมบริเวณที่เป็นสนิมไว้ทั้งหมดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยก่อนจะใช้แปรงขัดคราบสนิมนั้นออก ล้างด้วยน้ำเปล่า แล้วเช็ดให้แห้ง วิธีการนี้ ได้ผลดีกับวัสดุจำพวกกระทะ แหวนและโลหะบาง ๆ เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่ายมากเพราะใช้ของที่มีอยู่ในครัวเรือน แต่ก็มีข้อเสียคือ หลังโรยเบกกิ้งโซดาแล้ว ต้องทิ้งไว้นาน และต้องออกแรงขัด

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

2.น้ำส้มสายชู : นำอุปกรณ์ที่เป็นสนิม ไปแช่ในน้ำส้มสายชู แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นนำขึ้นมาขัดด้วยแปรง ในกรณีที่วัสดุมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถนำลงไปแช่ได้ ให้ใช้ผ้าขี้ริ้วจุ่มลงในน้ำส้มสายชู จากนั้นเอามาห่อจุดที่เป็นสนิม วิธีการนี้เป็นวิธีง่าย ๆ แต่ต้องแช่ทิ้งไว้นานข้ามคืนจึงจะให้ผลที่ดี

 

3.มันฝรั่งและน้ำยาล้างจาน : ฟังดูเหมือนไม่น่าเชื่อว่าของพวกนี้จะใช้ขจัดสนิมได้ แต่จริง ๆ แล้ว สามารถใช้ได้ดีเสียด้วย ให้ผ่าครึ่งมันฝรั่ง จากนั้นก็นำน้ำยาล้างจานทาลงไป ให้ใช้มันฝรั่งเสมือนเป็นอุปกรณ์ในการขัด วิธีนี้ให้ผลดีกับการขจัดสนิมในบริเวณที่ไม่มากนัก บนพื้นผิวที่ขัดง่าย เช่นพวกเครื่องครัว แต่วิธีนี้ ค่อนข้างจะทำให้เลอะเทอะ ควรทำในอ่างน้ำ หรือบริเวณนอกบ้านที่ทำความสะอาดง่าย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กรดซิตริก

4.กรดซิตริก : วิธีการคือ ให้นำน้ำร้อนใส่ลงในถ้วย แล้วใส้กรดซิตริกใส่ลงไป 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วนำอุปกรณ์ที่เลอะสนิม ลงไปแช่ทิ้งไว้ทั้งคืน พอตอนเช้าให้ใช้แปรงขัดออกแล้วล้างด้วยน้ำเปล่า เช็ดให้แห้ง แต่ทั้งนี้กรดซิตริกนี้ อาจจะหาซื้อได้ไม่ง่ายนัก ต้องเลือกซื้อจากร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อการดูแลสุขภาพ หรือตามร้านค้าออนไลน์

5.มะนาวและเกลือ : ให้นำเกลือไปทาให้ทั่วบริเวณที่มีสนิม จากนั้นให้ผ่ามะนาว และบีบน้ำลงไป ทิ้งไว้สักพักหนึ่ง แล้วจึงขัดออก ถ้าหากขัดแล้ว ยังมีสนิมหลงเหลืออยู่ ก็ให้ทำซ้ำอีก โดยทิ้งไว้ให้นานขึ้นอาจจะเป็น 1-2 ชั่วโมง เมื่อขัดสนิมออกแล้วก็ให้ล้างและเช็ดให้แห้ง วิธีนี้ใช้กับเครื่องครัว เช่นมีด ได้ดี และเพื่อความปลอดภัย ควรสวมถุงมือ

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.sanook.com/home/13733/

“เหล็กเส้นข้ออ้อย” สิ่งที่คนสร้างบ้านต้องรู้

“เหล็กเส้นข้ออ้อย” สิ่งที่คนสร้างบ้านต้องรู้

“เหล็กเส้นข้ออ้อย” สิ่งที่คนสร้างบ้านต้องรู้

dsc01873
เหล็กข้ออ้อยมีความสำคัญต่อการสร้างบ้านเป็นอย่างมาก เพราะการสร้างบ้านต้องศึกษาเกี่ยวกับเรื่องวัสดุต่างๆ รวมถึงการหาผู้รับเหมาที่สามารถไว้ใจได้เพื่อมาสร้างบ้านที่มีคุณภาพ และป้องกันไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากการเลือกซื้อวัสดุของผู้รับเหมา ซึ่งต้องพิจารณาตั้งแต่การเลือกซื้อ และการเลือกใช้อย่างถูกวิธี เพื่อให้ได้เหล็กเส้นข้ออ้อยที่ได้มาตรฐาน มอก.

เหล็กเส้นข้ออ้อย (DEFORMED BARS DB)

เนื่องจากผิวของเหล็กมีลักษณะเป็นปล้องๆ คล้ายๆอ้อย จึงเรียกว่า เหล็กเส้นข้ออ้อย ตามมาตรฐาน มอก. 24-2536 กำหนดให้เหล็กเส้นข้ออ้อยมีชั้นคุณภาพหลายชั้น เช่น SD30, SD40, SD50 และ SD60 ซึ่ง SD30 จะหมายถึงเหล็กที่ต้องมีกำลังจุดคลากไม่ต่ำกว่า 3,000 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร หรือ SD40หมายถึงเหล็กที่ต้องมีกำลังจุดคลากไม่ต่ำกว่า 4,000 กิโลกรัม/เซนติเมตร ขนาดของเหล็กมีตั้งแต่ 10มม. ถึง 40 มม. ความยาวมาตรฐานคือ 10ม. และ 12มม. หรือสามารถสั่งดัดพิเศษตามต้องการได้ เหล็กเส้นข้ออ้อยจะใช้ในงานก่อสร้างที่ต้องรับน้ำหนักมากๆ

ในเสาแนวตั้ง จะใช้เหล็กข้ออ้อยเป็นเหล็กยืน (ตั้งตลอดแนวเสา) และใช้เหล็กเส้นกลมเป็นเหล็กปลอกรัดรอบเหล็กยืนเป็นระยะๆ ในคานแนวนอน จะใช้เหล็กข้ออ้อยเป็นเหล็กนอน (ยาวตลอดแนวคาน) และใช้เหล็กเส้นกลมเป็นเหล็ก ปลอกรัดรอบเหล็กนอกเป็นระยะๆ และเมื่อมาถึงคำถามที่ว่า

วิธีการตรวจสอบเบื้องต้น โดยวิธีการสังเกตเหล็กเส้นข้ออ้อย

เนื้อเหล็ก เหล็กข้ออ้อยต้องมีบั้งเป็นระยะเท่าๆ กันสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น บั้งและครีบต้องมีขนาดและรูปร่างเหมือนๆ กัน มีสัญลักษณ์ ตราสินค้า ชื่อยี่ห้อสินค้า ชั้นคุณภาพ ชนิดเหล็ก และขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ปั๊มมาบนผิวเหล็ก

ป้ายรายละเอียดเหล็ก มีรายละเอียดบนป้ายเหล็กที่สำคัญ อาทิ ชื่อบริษัท, ประเภทสินค้า (Type), ชั้นคุณภาพ (Grade), ขนาด (Size), ความยาว (Length), จำนวนเส้นต่อมัด (PSC : Bundle), เลขที่เตาหลอม (Batch,Head), วัน/เวลาที่ผลิต (Date/Time), เครื่องหมายและเลขที่ มอก.

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางต้องได้เกณฑ์ตามมาตรฐาน มอก. กำหนดที่เรียกว่า “เหล็กเต็ม” เช่น เหล็ก 9 มม. จะต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 9 มม. ขึ้นไป โดยเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบ คือ เวอร์เนีย หรืออุปกรณ์อื่นที่สามารถใช้วัดได้ เช่น ตลับเมตร หรือไม้บรรทัด เป็นต้น ขนาดต้องเท่ากันตลอดเส้น ความยาวเท่ากันทุกเส้น จำนวนเส้นในมัดครบถ้วน

เหล็กเส้นข้ออ้อยนั้นมีคุณภาพที่หลากหลายในตลาด เนื่องจากยังมีแบ่งเป็นเหล็กเต็ม และเหล็กเบาอีกด้วย ดังนั้นการสร้างบ้านจึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดจากผู้รับเหมาเพื่อให้แน่ใจว่าเหล็กเส้นข้ออ้อยที่นำมาใช้นั้นเป็นเหล็กที่ได้คุณภาพตรงตามาตรฐาน

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://informativebuilding.blogspot.com
ไขข้อข้องใจและข้อดีของ บ้านโครงสร้างเหล็ก

ไขข้อข้องใจและข้อดีของ บ้านโครงสร้างเหล็ก

             เทรนด์การสร้างบ้านสมัยใหม่ ที่เกิดขึ้นเพื่อการแก้ไขข้อจำกัดบางประการของการก่อสร้างบ้านในปัจจุบันโดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนแรงงาน ปัญหาค่าแรง รวมทั้งกระบวนการก่อสร้างที่ต้องแข่งขันกับเวลา ต้องการความรวดเร็วที่มากยิ่งขึ้น ก็คือ บ้านโครงสร้างเหล็ก ในอนาคตอันใกล้นี้เราจะได้เห็นบ้านโครงสร้างเหล็กเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่จะเพิ่มสูงจนกระทั่งมาทดแทนบ้านปูน (โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก) หรือไม่นั้น จำเป็นต้องดูสถานการณ์อื่น ๆ รอบด้านกันต่อไป

 

161101_nhc_gift_011_%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%82

.

เมื่อนึกถึงงานเหล็กเรามักนึกถึงปัญหาของสนิม ซึ่งเป็นอีกปัญหาหลักที่จะมาพร้อมกับเหล็ก สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือสภาพของเหล็กที่จะนำมาสร้าง ต้องเป็นเหล็กที่สะอาด ไม่เป็นสนิม หากมีสนิมผิวติดเล็กน้อยให้ทำความสะอาดโดยใช้แปลงหรือกระดาษทรายขัดก่อนทาสีกันสนิม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะคอยป้องกันให้เหล็กปลอดภัยจากสนิม ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบงานออกแบบลักษณะโครงสร้างเหล็ก ซึ่งจะให้ความแตกต่างของงานดีไซน์อย่างชัดเจน เหมาะกับผู้ที่ชอบงานสัจจะวัสดุ เปลือยโครงสร้าง ให้ความรู้สึกในสไตล์ Loft, Tropical, Industrial แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายถึงว่าสไตล์อื่น ๆ

ใช้งานเหล็กไม่ได้นะครับ ใช้ได้เช่นกัน โดยทำการออกแบบให้มีวัสดุอื่น ๆ มาปิดผิวอีกชั้นแต่ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น หรือผู้ที่มีงบประมาณในการก่อสร้างค่อนข้างสูงและความรวดเร็วในการก่อสร้าง โครงสร้างเหล็กมีระบบ ขั้นตอนการทำงานที่สะดวก เสมือนเป็นการประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของบ้านเข้าด้วยกัน แตกต่างจากงานปูน ที่ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าเนื่องด้วยปัจจุบันภาพรวมของบ้านโครงสร้างเหล็กยังมีราคาที่สูงกว่าบ้านปูน ราคาเหล็กที่เคยสูงมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันยังมีตัวเลขที่สูงมากขึ้นในไทย อนาคตภาพรวมอาจจะถูกลง ส่วนตลาดโลกเหล็กมีราคาถูกลง รวมถึงผู้ที่ต้องการบ้านดีไซน์แปลกใหม่ บางกรณีบ้านปูน หรือโครงสร้างอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้ อาทิ งานที่ต้องการคานยื่นยาว รูปทรงไม่ตั้งฉาก งานที่ต้องการลดเสา หากเป็นบ้านปูนจะมีข้อจำกัดในการออกแบบที่มากกว่า

 

ข้อดีบ้านโครงสร้างเหล็ก

  1. ระยะเวลาก่อสร้างรวดเร็วและเมื่อระยะเวลาก่อสร้างลดลง ค่าแรงจึงลดลง
  2. เหล็กมีความยืดหยุ่นตัวสูง ช่วยให้บ้านรองรับแผ่นดินไหวรวมทั้งมีความแข็งแรง ทนทาน รับน้ำหนักได้มาก
  3. โครงสร้างเหล็กน้ำหนักเบากว่าคอนกรีต ช่วยลดการใช้เสาเข็ม
  4. งานต่อเติมทำได้สะดวกเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน (ลดขนาดเสา และคาน)
  5. ออกแบบรูปทรงแปลกใหม่ เช่น ลักษณะคานยื่นยาว รูปทรงเอียง

 

ขอคุณข้อมุลจากhttp://www.nhconcept.com

การใช้ประโยชน์จากแร่เหล็ก

การใช้ประโยชน์จากแร่เหล็ก

แร่เหล็กประมาณร้อยละ 98  ใช้ประโยชน์เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรม เป็นการใช้ประโยชน์จากแร่เหล็กและโลหะเหล็ก ดังนี้

1. ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมถลุงเหล็ก ได้เหล็กถลุงหรือเหล็กดิบ สำหรับเป็นวัสดุตั้งต้น ในอุตสาหกรรมการผลิตเหล็กกล้า หรือเหล็กเหนียว เหล็กหล่อ และผลิตภัณฑ์เหล็กชนิดต่างๆ เหล็กเป็นวัตถุดิบสำคัญในการก่อสร้าง


2. เหล็กผงใช้ทำผลิตภัณฑ์ทางโลหกรรมแม่เหล็ก ชิ้นส่วนรถยนต์ และสารเร่งปฏิกิริยา ส่วนเหล็กกัมมันตรังสีใช้ในทางการแพทย์ การวิจัยทางโลหกรรมและชีวเคมี  เหล็กที่หล่อขึ้นรูปเป็นวัตถุดิบ  ในอุตสาหกรรมต่างๆ

 

3. แร่เหล็กชนิดแร่ฮีมาไทต์ที่มีสีแดงตามธรรมชาติใช้ในการผลิตสี

เหล็กคืออะไร? ความรู้เรื่องเหล็ก และประเภทของเหล็กที่น่าสนใจ

4. ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไอเอิร์นออกไซด์สีต่างๆ เช่น สีดำ สีแดง สีเหลือง สีน้ำตาล สีม่วง ไอเอิร์นออกไซด์สีน้ำเงินใช้ในอุตสาหกรรมผลิตสี พลาสติก เครื่องสำอาง (เขียนขอบตา) สีย้อมผ้า สีรถยนต์ สีกระดาษ สีสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ สีสำหรับงานจิตรกรรม หมึกพิมพ์ ส่วนประกอบของปุ๋ยเคมี ไอเอิร์นออกไซด์สีดำใช้ในการผลิตแม่สี น้ำยาขัดงานโลหกรรม การผลิตยา หมึกพิมพ์ชนิดแม่เหล็ก และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

ล้ำหน้าโชว์ “อยากรู้..ต้องได้รู้” แร่ rare-earth สำคัญอย่างไร อเมริกาถึงต้องหยุดเมื่อจีนขยับ

5. ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตปูนซีเมนต์ โดยนำไปเผารวมกันกับหินปูนและหินดินดาน เพื่อให้ได้ปูนเม็ด แล้วนำไปบดให้ละเอียด และเติมแร่ยิปซัมผงก็จะได้ปูนซีเมนต์สำหรับใช้งานด้านต่างๆ

 

6. ใช้เป็นส่วนผสมของคอนกรีต สำหรับการพอกหรือหุ้มท่อส่งแก๊สและท่อส่งน้ำมันในทะเล เพื่อเพิ่มน้ำหนักท่อให้จมอยู่ใต้ทะเลได้ดี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า