โดย saweang | เม.ย. 21, 2023 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กเอชบีม H Beam steel แข็งแรงไหม ?
เหล็กเอชบีมเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ วัสดุที่มีความแข็งสูงมาก สามารถนำไปประกอบโครงสร้างงานที่ต้องรับน้ำหนักได้ดี แต่ว่าอาจจะไม่เหมาะกับงานที่ต้องรับแรงกระแทกเยอะ

เหล็กไอบีมและเหล็กเอชบีม เหล็กทั้ง 2 ถ้าหากมอง อาจจะรู้สึกว่ามีลักษณะคล้ายกัน และน่าจะใช้งานทดแทนกันได้ แต่ความจริงแล้วไม่สามารถใช้งานแทนกันได้ เนื่องจากเหล็กเอชบีมนั้นจะเหมาะกับงานก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่
โดยจะนำไปประกอบเป็นเสา คาน และโครงหลังคา ส่วนเหล็กไอบีมจะนิยมนำไปทำรางเคน (Crane Girder) สำหรับยกสิ่งของที่มีน้ำหนักเยอะๆ และจะใช้ประกอบรางเลื่อนในโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงไม่ควรทำเหล็กทั้งสองชนิดนี้มาใช้งานทดแทนกันเด็ดขาด
ขนาดความยาวของเหล็กไอบีม เหล็กเอชบีม 6เมตร ,9เมตรและ 12เมตร
เหล็กเอชบีม H-beam ไอบีม I-beam ต่างกันอย่างไร? เหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ
ด้านการนำไปใช้งาน
เหล็กเอชบีม H-beam ไวด์แฟรงค์ Wide Flange และ จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก
ด้านลักษณะรูปร่าง
จุดแตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด เป็นรูปตัว H เท่ากันทั้งปีกและส่วนเสา ส่วนเหล็กเสาไวด์แฟรงค์ Wide Flange จะ มีความหนาเท่ากันตลอดเช่นกัน
แต่ส่วนปีก จะมีความกว้างไม่เท่ากับความกว้างเสา ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน
โดย saweang | เม.ย. 21, 2023 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กเอชบีม คือ เหล็กที่มีขนาดขาสองมีความยาวเท่ากัน รูปตัวเอช (H) จึงอาจจะมีคนเรียกชื่อเหล็กเอชบีม เป็น เหล็กตัวเอช เหล็กบีม เสาเอช เหล็กปีกไอ เสาบีม ซึ่งทุกชื่อนั้นหากได้ยินที่ไหนให้ระลึกไว้เลยว่าทั้งหมดคือเหล็กชนิดเดียวกัน เหล็กบีมเป็นเหล็กที่มีเกิดจากเหล็กรูปพรรณรีดร้อนในลักษณะหน้าตัดของเหล็กเป็นรูปตัวเอช (H) ที่มีขนาดความสูง-กว้างทุกด้านเท่ากัน มีจุดเด่นตรงที่สามารถทนรับแรงกดทับ และรับน้ำหนักในงานโครงสร้างใหญ่มากๆ ได้ดี
ข้อดีของเหล็กเอชบีม
-
ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างช่วยให้ขึ้นโครงสร้างได้รวดเร็ว ลดการใช้แรงงานน้อยกว่า
-
ช่วยให้การออกแบบโครงสร้างง่ายกว่า เนื่องจากการใช้เหล็กบีมจะช่วยให้ช่วงเสามีพื้นที่กว้าง กว่า และออกแบบได้หลากหลายรูปร่างมากกว่า
-
เหล็กบีมมีน้ำหนักเบา ช่วยลดภาระการขนส่ง
-
มีความแข็งแรง ทนทานสูง
-
สามารถดัดแปลง ต่อเติม ได้ง่าย โดยที่ไม่ต้องทุบรื้อโครงสร้างเติม
-
ระหว่างการก่อนสร้างไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง
เหล็กเอชบีม ใช้ทําอะไร เหมาะกับงานชนิดไหน
การใช้เหล็กเอชบีมนิยมใช้ในงานก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือขึ้นโครงหลังคาของอาคาร โรงงาน บ้านพักอาศัยที่มีขนาดใหญ่
ขนาดเหล็กเอชบีมมีขนาดเท่าไรบ้าง
เหล็กเอชบีมโดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 Grade คือ
-
SS400, SS490, SS540 มีค่าบ่งบอกคุณภาพของการรับแรงอยู่ที่ 235-245 N / mm2 (~2,400 ksc)
-
SM400, SM490, SM520 มีค่าบ่งบอกคุณภาพของการรับแรงอยู่ที่ 355-365 N / mm2 (~3,600 ksc)
มีความยาวให้เลือกใช้คือ 1 เมตร, 6 เมตร, 9 เมตร, 12 เมตร และมีขนาด น้ำหนักและราคาดังนี้
ตารางน้ำหนักเหล็กเหล็กเอชบีม H-Beam Steel
| ขนาดเหล็กเอชบีม |
น้ำหนักเหล็กเอชบีมต่อเส้น (กก.) |
|
| เหล็กเอชบีม 100x100x6x8mm ยาว 6ม. |
103.20 |
|
| เหล็กเอชบีม 100x100x6x8mm ยาว 6ม |
206.40 |
|
| เหล็กเอชบีม 125x125x6.5x9mm ยาว 6ม. |
142.80 |
|
| เหล็กเอชบีม 125x125x6.5×9มม. ยาว 12ม. |
285.60 |
|
| เหล็กเอชบีม 150x150x7x10มม. ยาว 6ม. |
189.00 |
|
| เหล็กเอชบีม 150x150x7x10มม. ยาว 9ม. |
283.50 |
|
| เหล็กเอชบีม 150x150x7x10มม. ยาว 12ม. |
378.00 |
|
| เหล็กเอชบีม 175x175x7.5×11มม. ยาว 6ม. |
241.20 |
|
| เหล็กเอชบีม 175x175x7.5×11มม. ยาว 12ม |
482.40 |
|
| เหล็กเอชบีม 200x200x8x12มม. ยาว 6ม. |
299.40 |
|
| เหล็กเอชบีม 200x200x8x12มม. ยาว 9ม. |
449.10 |
|
| เหล็กเอชบีม 200x200x8x12มม. ยาว 12ม. |
598.80 |
|
| เหล็กเอชบีม 250x250x9x14มม. ยาว 6ม. |
434.40 |
|
| เหล็กเอชบีม 250x250x9x14มม. ยาว 9ม. |
651.60 |
|
| เหล็กเอชบีม 250x250x9x14มม. ยาว 12ม. |
868.80 |
|
| เหล็กเอชบีม 300x300x10x15มม. ยาว 6ม. |
564.00 |
|
| เหล็กเอชบีม 300x300x10x15มม. ยาว 6ม. |
564.00 |
|
| เหล็กเอชบีม 300x300x10x15มม. ยาว 9ม. |
846.00 |
|
| เหล็กเอชบีม 300x300x10x15มม. ยาว 12ม. |
1,128.00 |
|
| เหล็กเอชบีม 350x350x12x19มม. ยาว 6ม. |
822.00 |
|
| เหล็กเอชบีม 350x350x12x19มม. ยาว 9ม. |
1,233.00 |
|
| เหล็กเอชบีม 350x350x12x19มม. ยาว 12ม. |
1,644.00 |
|
| เหล็กเอชบีม 400x400x13x21มม. ยาว 6ม. |
1,032.00 |
|
| เหล็กเอชบีม 400x400x13x21มม. ยาว 9ม. |
1,548.00 |
|
โดย saweang | เม.ย. 20, 2023 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กโครงสร้างขนาดใหญ่ ใช้สำหรับงานโครงสร้างเสาและโครงถักขนาดใหญ่ โดยเรียกชื่อว่าประเภทเหล็กว่า กลุ่มเหล็กเอชบีม ซึ้งจะแยกเป็น เหล็กเอชบีม เหล็กไอบีมและเหล็กไวค์แฟรงค์ข้อแตกต่างระหว่างเหล็ก เฮชบีม H-Beam ไอบีม I-Beam ไวด์แฟลงจ์ Wide-Flange
เหล็กเอชบีม (H-beam) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น
ลักษณะสำคัญของเหล็กเอชบีม H Beam
ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น เหล็กเอชบีม H-beam 100×100 ( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน ) เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.
การผลิตเหล็กเอชบีม
เหล็กเอชบีม (H-BEAM) คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก
การใช้งานเหล็กเอชบีม
เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)
ปัจจุบันเหล็กเอชบีม (H-BEAM) รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย

หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ
-
ด้านการนำไปใช้งานเหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น
-
H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.
-
I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%
-
ด้านลักษณะรูปร่าง แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก
ข้อดีของการใช้เหล็กรูปพรรณรีดร้อน
- ลดระยะเวลาการก่อสร้าง ทำให้ลดภาระดอกเบี้ยของโครงการ เปิดใช้งานได้รวดเร็ว
- เตรียมงานจากโรงงานได้ และใช้แรงงานน้อยกว่าการก่อสร้างด้วยระบบอื่น
- ออกแบบโครงสร้างให้มีช่วงเสากว้าง กว่าโครงสร้างระบบอื่น ไม่เปลืองพื้นที่ใช้งาน
- ออกแบบงานสถาปัตยกรรมได้หลากหลายเช่น ตัดโค้ง ทำใครงสร้างโปร่ง หรือทำส่วนยื่่นได้มาก
- โครงสร้างมีน้ำหนักเบา ทำให้ประหยัดฐานราก ลดการขนส่ง และพื้นที่กองเก็บวัสดุ
- ตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพ และบำรุงรักษาได้สะดวกกว่าโครงสร้างอื่น
- มีความแข็งแรง สามารถรับแรงสั่นสะเทือนและแผ่นดินไหว ได้ดีกว่าโครงสร้างระบบอื่น
- ก่อสร้างในที่จำกัดได้สะดวก ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะฝุ่น
- ดัดแปลง ต่อเติม หรือรื้อไปสร้างใหม่ได้ ไม่ต้องทุบทิ้ง
- สามารถนำวัสดุมาหมุนเวียนได้ 100%
ขั้นตอนการผลิตโดยสังเขปเนื่องจากผลิตโดยการหลอมและรีดร้อนขึ้นเป็นท่อน เหล็กโครงสร้างชนิดนี้จึงมีเนื้อเดียวกัน ไม่มีรอยเชื่อมระหว่างส่วนต่างๆ ดังนั้นคุณสมบัติของหน้าตัดจึงสม่ำเสมอกว่าเหล็กโครงสร้างชนิดอื่นเช่น เหล็กรูปพรรณกลวงซึ่งทำจากเหล็กม้วนและเชื่อมตามยาว กับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณเชื่อมประกอบที่ทำจากเหล็กแผ่นสามชิ้นเชื่อมเข้าด้วยกัน
เหล็ก เอชบีม H-Beam ต่างกับ I-Beam อย่างไร? เหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ ด้านการนำไปใช้งาน เหล็กเอชบีม H-beamเหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบินเหล็กไอบีม I-beam เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น H 300x150x6.5x9mm. นน. 36.7 กก./ม. I 300x150x8x13mm. นน. 48.3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%ด้านลักษณะรูปร่าง จุดแตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน
โดย khwankaew | ธ.ค. 21, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมของจีน มีจำนวนทั้งสิ้น 2.7566 ล้านตัน และส่งออกทั้งสิ้น 3.7599 ล้านตัน
ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 310,900 ตัน เพิ่มขึ้น 38,700 ตัน หรือ 14.23% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 48,600 ตัน มีอัตราการเติบโต 18.53%
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 2.7566 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 337,400 ตัน โดยมีอัตราการเติบโตที่ 13.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน
ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนจากอินโดนีเซียอยู่ที่ 272,000 ตัน เพิ่มขึ้น 37,200 ตัน โดยเพิ่มขึ้น 15.84% เทียบจากเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 57,600 ตัน ขยายตัว 26.87%
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 จีนนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมจากอินโดนีเซียทั้งหมด 2.3384 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 501,700 ตัน หรือ 27.32% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในเดือนตุลาคม 2022 การส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมของจีนจะอยู่ที่ 295,800 ตัน เพิ่มขึ้น 14,900 ตันหรือ 5.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนก่อน และลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 22,200 ตัน หรือ 6.99%
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 ปริมาณการส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีน สูงถึง 3.7599 ล้านตัน โดยเพิ่มขึ้น 136,100 ตันหรือ 3.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมสุทธิของจีนอยู่ที่ 15,100 ตัน
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 ยอดส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมสุทธิของจีนอยู่ที่ 1.0033 ล้านตัน ลดลง 20.14 ล้านตัน หรือ 16.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แหล่งที่มา : Steelhome, CISA
โดย khwankaew | ธ.ค. 8, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ในวันที่ 6 ธันวาคม ราคาเหล็กเส้น (rebar) ในเอเชียผันผวน โดยราคาในตลาด seaborne แยกออกจากตลาดในจีนโดยที่เป็นการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ เนื่องจากราคาบ่งชี้การซื้อต่ำกว่าระดับข้อเสนอขายที่เพิ่มขึ้นในสิงคโปร์
ทราบมาว่ามีการเสนอขายเหล็กเส้นของมาเลเซียที่ราคา $575/ตัน CFR สิงคโปร์ ในขณะที่ผู้ค้ารายหนึ่งได้เสนอขายเหล็กเส้นจากแหล่งกำเนิดเดียวกันที่ราคา $570/ตัน FOB มาเลเซีย แต่ความต้องการนั้นเงียบเกินกว่าที่จะมีการสรุปข้อตกลงซื้อขายใด ๆ
“โรงงานกำลังผลักดันราคาให้สูงขึ้น แต่ข้อบ่งชี้ในการซื้อยังห่างไกลจากราคาเสนอขาย” แหล่งข่าวในสิงคโปร์กล่าว พร้อมเสริมว่าพวกเขาจะซื้อในราคา $550-$555 CFR สิงคโปร์ เท่านั้น
อุปสงค์ในสิงคโปร์ถูกระงับท่ามกลางสภาพอากาศที่ฝนตก และเน้นไปที่มาตรการความปลอดภัยที่ไซต์การผลิตและการก่อสร้าง “เราไม่ได้ซื้อสต็อกเพิ่มเนื่องจากฝนตกทุกวัน แต่ก็ไม่เป็นจริงเช่นกันที่คาดว่าจะซื้อที่ราคา 555-$560/ตัน CFR เนื่องจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น ผู้ค้าในสิงคโปร์กล่าว
ระดับการซื้อขายในฮ่องกงสำหรับการขนส่งสินค้าในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น $10/ตัน จากวันก่อน มีราคาที่ $575/ตัน CFR ฮ่องกง โดยอ้างถึงความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการ COVID-19 ของจีนที่ผ่อนคลายลง แหล่งข่าวยังอ้างถึงโครงการก่อสร้างที่ล่าช้าไปจนถึงช่วงหลังตรุษจีน ซึ่งส่งผลให้ความต้องการเหล็กเส้นในเดือนมกราคมถูกย้ายไปยังเดือนกุมภาพันธ์
Platts ประเมินราคาเหล็กเส้น BS4449 Grade 500 ขนาด 16-32 มม. ที่ $568/ตัน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราคาไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับส่งออกเหล็กเส้นเกรด BS500B ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16-20 มม. ของจีน ได้รับการประเมินที่ $556 /ตัน FOB ของจีน ซึ่งราคาไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเหล็กเส้นของจีนขยับขึ้นภายในวัน โดยสัญญาเหล็กเส้นที่มีการซื้อขายมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม 2023 ในตลาด Shanghai Futures Exchange ปิดที่ 3,808 หยวน/ตัน ($544/ตัน) ในวันที่ 6 ธ.ค. เพิ่มขึ้น 4 หยวน/ตัน ในช่วงเวลาดังกล่าว
ราคาสปอตของเหล็กเส้นในประเทศปักกิ่ง HRB400 ขนาด 18-25 มม. ได้รับการประเมินที่ราคา 3,835 หยวน/ตัน ex-stock ตามน้ำหนักจริงที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 13% ราคาเพิ่มขึ้น 21 หยวน/ตัน ในวันที่ 6 ธันวาคม
ในขณะเดียวกัน ในตลาดบิลเล็ต โรงงานรายใหญ่ของอินโดนีเซียได้เพิ่มระดับข้อเสนอขายสำหรับบิลเล็ต 3SP ขนาด 150 มม. ขึ้น $5/ตัน เป็น $520/ตัน FOB อินโดนีเซีย และเป็นราคาที่ $540/ตัน CFR มะนิลา
ได้ยินว่าบิลเล็ตขนาด 5SP ขนาด 130 มม. จากเตา blast furnace ของเวียดนาม ถูกเสนอขายในราคา $510/ตัน FOB เวียดนาม ปรับเป็นราคาที่ $540-$545/ตัน CFR มะนิลา แหล่งข่าวของโรงงานระบุว่า “ราคาเหล็กบิลเล็ตและเหล็กเส้นพุ่งสูงขึ้น
แหล่งข่าวโรงงานในฟิลิปปินส์กล่าวว่า “ได้ยินว่ามีการจองบิลเล็ตที่ราคา $525/ตัน และ $530/ตัน CFR มะนิลา…สินค้ารวม 40,000 ตัน” แต่ไม่ได้มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาการจัดส่ง แหล่งกำเนิดของบิลเล็ต เกรด เส้นผ่านศูนย์กลาง หรือ วันที่ของข้อตกลง
“ลูกค้ารายใหญ่อาจยอมรับข้อเสนอที่ราคา $530/ตัน CFR มะนิลาที่” ผู้ค้ารายหนึ่งในภาคตะวันออกของจีนกล่าว
ราคาประเมินของบิลเล็ต ขนาด 5SP 130 มม. บนพื้นฐาน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงทรงตัวที่ $530/ตัน ในขณะเดียวกันราคาสปอตของการนำเข้าบิลเล็ต 3SP ขนาด 150 มม. ของจีนได้รับการประเมินที่ $451/ตัน CFR ประเทศจีน ราคาเพิ่มขึ้น $4 /ตัน จากวันก่อน ในขณะที่การประเมินของ Platts สำหรับบิลเล็ต Q235 เพิ่มขึ้น 30 หยวน/ตัน เป็น 3,690 หยวน/ตัน
แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights