Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
เหล็ก Archives - Page 11 of 29 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
อุตสาหกรรมเหล็กเฮ รัฐบาลขานรับจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐใช้เหล็กในประเทศ

อุตสาหกรรมเหล็กเฮ รัฐบาลขานรับจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐใช้เหล็กในประเทศ

อุตสาหกรรมเหล็กเฮ รัฐบาลขานรับจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐใช้เหล็กในประเทศ Made in Thailand กลุ่มอุตฯเหล็ก ส.อ.ท. ชี้รัฐมาถูกทาง หลังเสนอเรื่องและรอมาหลายปี
             นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าตามที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศ ได้เสนอเรื่องตั้งแต่ปี 2558 ให้รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พิจารณาส่งเสริมการใช้สินค้าเหล็กที่ผลิตในประเทศไทย และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กได้ติดตามเรื่องอย่างต่อเนื่องกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ จนกระทั่งในปี 2563 นี้ กระทรวงคมนาคม ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้สินค้าเหล็กที่ผลิตในประเทศ ภายใต้นโยบาย“Thai First ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นการนำร่องและได้ข้อมูลสนับสนุนการผลักดันให้เป็นนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล   อีกทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำโดยประธานสภาฯ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ได้ผลักดันเสนอให้รัฐบาลใช้นโยบาย Made in Thailand เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย
            ล่าสุดรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เห็นความสำคัญและจำเป็นของ Made in Thailand โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 ได้มีมติอนุมัติหลักการให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของพัสดุที่จะใช้สำหรับงานก่อสร้างกำหนดให้ใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศก่อน โดยต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าหรือปริมาณเหล็กหรือเหล็กกล้าที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดในครั้งนั้นเช่น เหล็กเส้น เหล็กลวด ท่อเหล็ก เหล็กแผ่น
ร่างกฎกระทรวงการคลัง เรื่อง “กำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ภาครัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน” เป็นช่วงเวลาที่ถูกต้องและเหมาะสมยิ่ง เพราะหลายปีนี้จากนี้ไป จะเป็นช่วงที่ประเทศไทยมีการลงทุนด้านโครงสร้างและระบบสาธารณูปโภคมากสุด การส่งเสริมให้ใช้สินค้าเหล็กที่ผลิตในประเทศจะช่วยสร้างงาน และการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในประเทศไทยได้มหาศาล และจะเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด
s__14827537
            นายนาวา มั่นใจว่าการขับเคลื่อนส่งเสริมสินค้า Made in Thailand ของรัฐบาล หากหน่วยงานภาครัฐต่างๆ นำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง จะช่วยให้อุตสาหกรรมภายในประเทศในภาพรวม สามารถฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากผลกระทบโควิด และใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่ได้มากขึ้น แม้ว่าต้นทุนของการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ อาจจะสูงกว่าสินค้าทุ่มตลาดจากต่างประเทศบ้าง แต่ถ้าพิจารณาในภาพรวมของการจ้างงานและการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศไทย ย่อมให้ผลเชิงบวกต่อเนื่องมากกว่าแน่นอน
            โดยเฉพาะมีงานวิจัยโดยศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ศึกษาผลเชิงบวกจากการใช้สินค้าในประเทศโดยการใช้เครื่องมือตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต หรือ Input-Output Table (I-O Table) ซึ่งเป็นตารางที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างการผลิตและ การใช้ผลผลิต ทั้งที่ใช้ไปในขั้นสุดท้าย และที่ใช้ไปเพื่อการอุปโภคขั้นกลาง สำหรับข้อมูลโครงการก่อสร้างของกระทรวงคมนาคม 44 โครงการ โดยได้มีการประเมินจากผู้ผลิตสินค้าเหล็กในประเทศว่าสามารถใช้สินค้าเหล็กในประเทศได้เป็นมูลค่าถึงประมาณ 110,000 ล้านบาท และจากมูลค่าดังกล่าวเมื่อนำไปวิเคราะห์โดย I-O table พบว่าจะช่วยให้เกิดการจ้างงานทั้งทางตรง และทางอ้อมกว่า 139,000 คน และช่วยให้ GDP ของประเทศปรับตัวดีขึ้นขึ้นอย่างแน่นอน มิฉะนั้น หากปล่อยให้สินค้าต่างชาติทุ่มตลาดมายังประเทศไทย มากเกินไปจนอุตสาหกรรมพื้นฐานภายในประเทศไม่สามารถอยู่รอดได้ ประเทศไทยต้องพึ่งพิงสินค้านั้นจากต่างชาติเป็นหลัก ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและความมั่นคงแห่งชาติ
             “ประเทศไทยเคยเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมเหล็กในอาเซียน แต่เผชิญวิกฤติเหล็กทุ่มตลาดจากต่างชาติปริมาณมากในระยะหลังจนการใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมเหล็กไทย ลดต่ำเหลือเพียง 30% ซึ่งถือว่าเป็นภาวะวิกฤติแล้ว แม้ความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทย ในปี 2563 นี้ จะมีปริมาณราว 16 ล้านตัน ลดลง 9% จากปี 2562 การขับเคลื่อนตามนโยบาย Made in Thailand จะช่วยให้อัตราการใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมเหล็กไทยปรับตัวสูงขึ้น อุตสาหกรรมเหล็กเป็นเป็นอุตสาหกรรมหนักที่มีมูลค่าการลงทุนสูง และเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานสำคัญของประเทศไทย แต่ปัจจุบัน ประเทศไทยพึ่งพิงการนำเข้าสินค้าเหล็กมากถึงสองในสามของการบริโภคเหล็กของประเทศอยู่แล้ว หากประเทศไทยยิ่งต้องพึ่งพาเหล็กนำเข้ามากขึ้น ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืนและความมั่นคงแห่งชาติ ในนามกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขอแสดงความชื่นชมต่อรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่ได้ขับเคลื่อนการส่งเสริมพัสดุ Made in Thailand  นี้ โดยอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจะเดินหน้าทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และควบคุมต้นทุนโดยเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง” นายนาวา กล่าวทิ้งท้าย 

แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ทำความรู้จักเหล็กกล้ากำลังสูง เอชบีม SM520

ทำความรู้จักเหล็กกล้ากำลังสูง เอชบีม SM520

ปัจจุบันวงการอุตสาหกรรมการก่อสร้างของไทย มีแนวโน้มการเลือกใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการก่อสร้างอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เหล็กเอชบีม SM520 ในรูปแบบของ เหล็กกล้ากำลังสูง (High Strength Steel) มีคุณสมบัติการรับแรงดึงที่สูงขึ้น(High Yield Strength) สามารถลดปริมาณการใช้เหล็กลงได้ ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างลงจึงได้ถือกำเนิดขึ้นและกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้

SM520 เหล็กกล้ากำลังสูง (High Strength Steel) คือเหล็กกล้าคุณภาพสูงที่วงการอุตสาหกรรมก่อสร้างค้นคว้าวิจัยและพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่องจนได้เหล็กคุณภาพสูงในขั้นตอนการผลิตเหล็ก SM520 นั้นต้องควบคุมส่วนผสมทางเคมีอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้เหล็กโครงสร้างที่มีกำลังรับแรงดึงที่สูงขึ้น (High Yield Strength) มีความสามารถในการเชื่อมได้ดี (Good Weldability) ทั้งยังคงคุณสมบัติความเหนียวในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิต่ำ (Toughness at low temperature) ได้อีกด้วย

เหล็ก SM520 ที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือ TIS ต้องมีคุณสมบัติเหล็กดังต่อไปนี้

1. ส่วนประกอบทางเคมีของเหล็ก SM520 (คิดเป็นร้อยละโดยน้ำหนัก)

  • คาร์บอนสูงสุด 0.20%
  • ซิลิคอนสูงสุด 0.55%
  • แมงกานีสสูงสุด 1.60%
  • ฟอสฟอรัสสูงสุด 0.035%
  • กำมะถันสูงสุด 0.035%

2. คุณสมบัติของเหล็กเส้นตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)

  • เหล็กเอชบีม SM520 มาตรฐาน มอก.1227-2539
  • เหล็กเอชบีม SM520 มีความต้านทานแรงดึงที่จุดครากอยู่ ( Yield Strength ) ที่ 3600 ksc.
  • เหล็กเอชบีม SM520 สามารถ ความต้านแรงดึง 520-640 MPa
  • เหล็กเอชบีม SM520 สามารถ ความต้านการกระแทกต่ำสุด 27 จูล
  • เหล็กเอชบีม SM520 สามารถด้านแรงดึงที่จุดครากต่ำสุด 355-365 MPa

การตรวจสอบคุณภาพเหล็ก SM520

 

ชั้นคุณภาพ ความต้านทานแรงดึงที่จุดคราก ( Yield Strength ) ต่ำสุด ความต้านทานแรงดึงที่จุดสูงสุด ( Ultimate Strength ) ความยืดต่ำสุด ความต้านทานการกระแทก
ความหนาไม่เกิน 16 มม. ความหนาเกิน 16 มม. ความหนาไม่เกิน 5มม. ความหนาเกิน 5- 16 มม. ความหนาเกิน 16 มม.
SM520 365 MPa 355 MPa 520 – 640 MPa 19% 15% 19% 27 J

 

เหล็กเอชบีม SM520 นั้นคือเหล็กชั้นคุณภาพตัวใหม่ของวงการก่อสร้าง แน่นอนว่ามีคุณสมบัติที่ดีกว่าเหล็กเอชบีมที่มีมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะ เหล็กเอชบีม SS400 ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน แต่เหล็กเอชบีม SM520 มีความโดดเด่นกว่า คุณสมบัติโดดเด่นที่เห็นได้ชัดก็คือน้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดต้นทุนได้มากกว่า และยังช่วยย่นระยะเวลาการก่อสร้างได้ด้วย ดังนี้

1. เหล็กเอชบีม SM520 มีน้ำหนักเบา ช่วยลดต้นทุนได้มากกว่าเหล็กเอชบีม SS400

เหล็กเอชบีม SM520 นั้นมีหน้าตัดที่เล็กกว่าเมื่อรับน้ำหนักโครงสร้างที่เท่ากับเหล็กเอชบีม SS400 จึงทำให้ปริมาณการใช้เหล็กของโครงการรวมเบากว่าซึ่งคุณสมบัติข้อนี้เองทำให้ประหยัดค่าขนส่ง, ค่าติดตั้ง, ค่าแรง, ค่าแปรรูป รวมไปถึงต้นทุนที่ใช้ในระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection) ซึ่งต้นทุนเหล่านี้รวมกันได้สูงสุด 20%

2. เหล็กเอชบีม SM520 ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้มากกว่าเหล็กเอชบีม SS400

เนื่องจากโครงสร้างเหล็กเอชบีม SM520 มีขนาดทั้งความกว้าง ความยาว ความหนาลดลง ทำให้พื้นที่ต่างๆ ที่มีโครงสร้างเหล็ก SM520 ดูโล่งโปร่งตามากขึ้น เช่น ช่วยให้คานเล็กลง ทำให้ระยะห่างระหว่างคานและเพดานสูงขึ้น เสาต้นเล็กลง ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น หรือโครงสร้างหลังคาที่ทำจากเหล็ก SM520 ก็เล็กลงจึงช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของด้านบนได้มากขึ้น

3. ประหยัดเวลาในการก่อสร้างได้มากกว่าเหล็กเอชบีม SS400

โครงสร้างเหล็กเอชบีม SM520 มีขนาดทั้งความกว้าง ความยาว ความหนาลดลงช่วยให้ระยะเวลาในการเชื่อมเหล็ก ขึ้นรูปเหล็ก (Fabrication), ขัดผิวเหล็ก ทา สีกันสนิม สีกันไฟ นั้นลดลงตามไปด้วย เช่นเดียวกับขั้นตอนการติดตั้ง (Erection) การยกเหล็กขึ้นลงโดยใช้เครน ก็ลดลงไปด้วย

4. สร้างสรรค์ผลงานได้หลากหลายกว่าเหล็กเอชบีม SS400

งานโครงสร้างที่ต้องการออกแบบ Long Span หรือ Cantilever ที่โครงสร้างต้องรับน้ำหนักตัวเองอย่างมาก (Self-Weight) เหล็ก SM520 ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าจะช่วยให้สถาปนิกออกแบบโครงสร้างอาคารได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น

 

จะเห็นได้ว่าเหล็กเอชบีม SM520 เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนที่มีคุณสมบัติเพรียบพร้อม เหมาะที่จะใช้ในงานก่อสร้างต่างๆ ที่มีความหลากหลาย ทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณทั้งต้นทุนการก่อสร้าง ค่าแรง ค่าขนส่ง และยังช่วยให้โครงสร้างอาคารโล่งโปร่งมากขึ้นอีกด้วย เหล็กเอชบีม SM520 เป็นเหล็กที่ได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มอก.1227-2539 รับรองได้ว่าคุณจะได้เหล็กชั้นคุณภาพในราคาประหยัด แต่ช่วยให้งานก่อสร้างเสร็จอย่างรวดเร็วและประหยัดต้นทุนลงถึง 41%

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.hbeamconnect.com

ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน(CRC)ของจีนปรับตัวสูงขึ้นจากตลาดในประเทศที่แข็งแกร่ง

ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน(CRC)ของจีนปรับตัวสูงขึ้นจากตลาดในประเทศที่แข็งแกร่ง

ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (CRC) ของจีน ยังเป็นทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ของวัน 4 ส.ค. เนื่องจากโรงงานยังคงเพิ่มราคาเสนอขาย เนื่องจากราคาต้นทุนวัตถุดิบที่แข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าผู้ซื้อยังตามราคาไม่ทันก็ตาม
          ในวันที่ 4 ส.ค. Platts ประเมินราคา CRC เกรด SPCC ความหนา 1 mm. ราคาอยู่ที่ $528/ตัน FOB China ปรับเพิ่มขึ้น $15/ตัน เมื่อเทียบจากสัปดาห์ก่อน และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ.ของปีนี้
          ส่วนต่างระหว่างราคาส่งออก CRC และเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนเกรดพาณิชย์ (HRC commercial-grade) อยู่ที่ $38/ตัน ลดลง $2/ตัน เมื่อเทียบจากสัปดาห์ก่อน
          บางโรงงานเหล็กของจีนได้ปรับขึ้นราคาเสนอขาย ในวันที่ 4 ส.ค. เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นในตลาดและเห็นถึงการปรับขึ้นของราคาเสนอขายของ HRC โดยโรงงานทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเสนอราคาขาย CR (coil) อยู่ที่ $545/ตัน FOB และ CR แบบแผ่น (sheet) อยู่ที่ $550/ตัน FOB สำหรับส่งมอบในเดือน ต.ค. ปรับเพิ่มขึ้น $10/ตัน จากสัปดาห์ก่อน โรงงงานเหล็กอีกรายหนึ่งทางตะวันออกของจีน ได้ปรับขึ้นราคา CRC $10/ตัน โดยมีราคาอยู่ที่ $550/ตัน FOB สำหรับส่งมอบในเดือนตุลาคม
          เทรดเดอร์กล่าวว่า โรงงานเหล็กไม่เต็มใจที่จะขายในราคาที่ต่ำกว่า $530/ตัน FOB แม้ว่ากิจกรรมการส่งออกจะเงียบมากหลังจากราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
          ราคาของจีนนั้นไม่สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับ CRC ของเกาหลีใต้ โดยราคา CRC ของเกาหลีนั้น อยู่ที่ราคาอยู่ที่ $525-$530/ตัน FOB.
          “แต่เราคิดว่าราคาจะไม่ลดลงในระยะสั้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งของราคาวัตถุดิบ” ยังมีโอกาสที่ราคาซื้อขายจะปรับขึ้นอีก เมื่อผู้ซื้อค่อยๆไล่ซื้อกัน เทรดเดอร์ทางตะวันออกของจีนกล่าว
          ในวันที่ 4 ส.ค. ตลาดค้าปลีกในเซี่ยงไฮ้ Platts ประเมินราคา CRC เกรดเดียวกัน ราคาอยู่ที่ 4,380 หยวน/ตัน ($627/ตัน) ex-stock  ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ราคาปรับเพิ่มขึ้น 80 หยวน/ตัน จากสัปดาห์ก่อนหน้า และเป็นราคาสูงสุด ตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. 2020
          ราคา CRC ยังได้รับแรงหนุนตราบใดที่ราคาของ HRC ที่ยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากส่วนต่างระหว่างราคา HRC และ CRC ที่แคบลงซึ่งจะเห็นถึงกำไรเพียงเล็กน้อยของโรงงาน และความต้องการที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
— Analyst Yuelin Dai

แหล่งที่มา : Steel Business Briefing

เสาไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) สำหรับสร้างโกดัง

เสาไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) สำหรับสร้างโกดัง

โครงสร้างเสาไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) สำหรับสร้างโกง สร้างโรงงาน ขนาดใหญ่ดัง

              เนื่องจากเราเป็นการสร้างโกดัง ในระบบ โกดังสำเร็จรูป ทำให้ เราจะทำการออกแบบ และผลิตโครงสร้างเสา ที่โรงงานทำให้เราสามารถที่จะควบคุมคุณภาพให้ได้ตามมาตรฐานวิศวกรรม ทั้งเรื่องการตัด การเชื่อม อีกทั้งยังทำให้เราสามารถใช้วัตถุดิบได้ตามต้นทุนที่เราออกแบบ ทำให้ลูกค้าได้งานที่ดีและราคาถูกการนำไปใช้งาน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

            เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ก่อสร้างโรงงาน สร้างโกดังขนาดใหญ่ และงานเชื่อม เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) จะมีชื่อเรียกคล้ายกับเหล็กเอชบีม คือ ตัวเฮช เหล็กเสา เหล็กปีก เสาบีม โดยเหล็กไวด์แฟรงค์ จัดเป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (Hot rolled structural steel) ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 1227-2539 แบ่งเป็น Grade SS400, SS490, SS540, SM400, SM490, SM520 มีความยาวให้เลือกตั้งแต่ 1 เมตร, 6 เมตร, 9 เมตร และ 12 เมตร มีลักษณะรูปทรงที่คล้ายกับเหล็กเอชบีม และเหล็กไอบีม แต่เหล็กไวด์แฟรงค์ จะมีความกว้างของแผ่นตรงกลาง มากกว่าปีกทั้ง 2 ข้าง และมีขนาดบางกว่า แต่ยังคงความแข็งแรง ทนทาน สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

             การนำไปใช้งาน เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ก่อสร้างอาคาร โรงงานขนาดใหญ่ และงานเชื่อม

ขนาดเหล็กไวด์แฟรงค์

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 150 x 75 x 5 x 7 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 84.00 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 148 x 100 x 6 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 126.60 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 200 x 100 x 5.5 x 8 มม.X 6 ม. น้ำหนัก 127.80 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 194 x 150 x 6 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 183.60 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 250 x 125 x 6 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 177.60 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 300 x 150 x 6.5 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 220.20 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 244 x 175 x 7 x 11 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 264.60 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 350 x 175 x 7 x 11 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 297.60 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 294 x 200 x 8 x 12 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 340.80 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 400 x 200 x 8 x 13 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 396.00 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 450 x 200 x 9 x 14 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 456.00 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 500 x 200 x 10 x 16 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 537.60 กก./เส้น

 

ทางรถไฟ, สะพาน, โครงสร้าง, โลหะ, เหล็ก, การก่อสร้างโลหะ

                 เหล็ก เอชบีม เฮชบีม H-beam ไวด์แฟรงค์ Wide Flange ไอบีม I-beam ต่างกันอย่างไร? เหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ

                1 ด้านการนำไปใช้งาน

                 เหล็กเอชบีม H-beam ไวด์แฟรงค์ Wide Flange และ จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก

               2 ด้านลักษณะรูปร่าง

                จุดแตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด เป็นรูปตัว H เท่ากันทั้งปีกและส่วนเสา ส่วนเหล็กเสาไวด์แฟรงค์ Wide Flange จะ มีความหนาเท่ากันตลอดเช่นกัน แต่ส่วนปีก จะมีความกว้างไม่เท่ากับความกว้างเสา ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน

สั่งซื้อเหล็กก่อสร้าง ให้ช่วยลดต้นทุน 3 วิธี

สั่งซื้อเหล็กก่อสร้าง ให้ช่วยลดต้นทุน 3 วิธี

            สั่งซื้อเหล็กก่อสร้าง ให้ช่วยลดต้นทุน 3 วิธี ได้รวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดมลภาวะ และสำคัญที่สุดคือสามารถช่วยลดต้นทุนได้มากกว่าวัสดุอื่นเมื่อเปรียบเทียบกัน ในหลายๆ ประการ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่จะช่วยลดต้นทุนได้ดีที่สุดสำหรับการก่อสร้างนั้นคือการวางแผนที่ดีตั้งแต่ขั้นตอนแรกเริ่ม อย่างการเลือกและสั่งซื้อโครงสร้างเหล็ก ที่จะนำไปสู่โครงสร้างที่ตอบโจทย์และค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า

 

วิธีที่ 1 สั่งซื้อเหล็กง่ายๆ ใกล้แค่เอื้อม 

         เพราะ SYS ได้จำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จึงทำให้ผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการสามารถสั่งซื้อเหล็กได้อย่างสะดวกขึ้น ตอบโจทย์กับทุกไซต์งานไม่ว่าจะอยู่ภาคไหน จังหวัดไหน ก็สามารถสั่งกับตัวแทนได้ใกล้ๆ ลดค่าใช้จ่ายการขนส่ง อีกทั้งยังสามารถค้นหาตัวแทนจำหน่ายใกล้ท่านได้อย่างรวดเร็ว ผ่านลิงค์เว็บไซต์ https://www.hbeamconnect.com/th/community/blog/VSCh20191219225529170/ หรือ https://www.syssteel.com/dealer_list/  อีกด้วย สะดวกสบาย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้มากเลยทีเดียว

วิธีที่ 2  วางแผนการจัดส่งร่วมกับวัสดุอื่น 

แน่นอนว่าการก่อสร้างในแต่ละครั้งนอกจากการเลือกใช้โครงสร้างเหล็กแล้ว ก็ยังคงต้องมีวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งในส่วนของการวางแผนการขนส่งร่วมกับวัสดุอื่นนี้ เป็นการวางแผนในส่วนของการช่วยลดความซ้ำซ้อนในการจัดส่งวัสดุ อย่างการลดเที่ยวการเดินทางของรถขนส่ง และยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้อีกเช่นเดียวกัน เพราะมีการขนวัสดุอื่นมาพร้อมกันด้วย ซึ่งขั้นตอนนี้สามารถขนเหล็กรูปพรรณมาพร้อมกับวัสดุอื่นๆ เช่นเหล็กเส้นที่ต้องใช้ในโครงสร้างฐานรากหรือโครงสร้างพื้นอยู่แล้ว มาพร้อมกันในคราวเดียว จากตัวแทนจำหน่าย ของ SYS ได้ทั่วประเทศ

วิธีที่ 3 เลือกใช้ Customize Length เหล็กความยาวพิเศษ 

เพราะเหล็กความยาวพิเศษ เป็นเหล็กที่ได้ความยาวตามต้องการ จึงทำให้ลดกระบวนการทำงานในหน้างาน แน่นอนว่าก็จะส่งผลให้สามารถช่วยลดค่าเศษเหล็กเหลือทิ้ง ค่าใช้จ่ายในส่วนของ ค่าแรง ทั้งการตัดหรือต่อเหล็ก รวมถึงค่าวัสดุอื่นๆเช่น เพลท หรือลวดเชื่อม ตามไปด้วย ซึ่ง Customize Length มีราคาที่ไม่ได้ต่างจากเหล็กความยาวทั่วไป ที่มีความยาว 6 และ 9 เมตร อีกทั้ง Customize Length ยังสามารถสั่งเพิ่มได้ทุกๆ 10 เซนติเมตร เพิ่มความคุ้มค่าให้กับการลงทุนในวัสดุก่อสร้างด้วย

ขอบคุณข้อมูลhttps://www.hbeamconnect.com/

 

หากต้องการใช้เหล็กเป็นโครงก่อสร้างบ้านด้วยเหล็ก H Beam เหล็กก่อสร้างรูปพรรณทุกชนิด สามารถโทรมาสอบถามข้อสงสัยการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างเฮชบีม สามารถติดต่อที่ 02 749 1007-14  ได้ในเวลาทำการครับ

qr-code-thanasarn

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า