Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
เหล็ก Archives - Page 22 of 29 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
การผลิตเหล็กของเยอรมันค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่อง

การผลิตเหล็กของเยอรมันค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่อง

อ้างอิงจากสหพันธ์เหล็กเยอรมันนี (German steel federation : WV Stahl) การผลิตเหล็กดิบของเยอรมันนีในเดือนตุลาคมคงที่ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยอยู่ที่ 3.57 ล้านตัน ถึงแม้ว่าจะมีการปรับจำนวนของวันทำงานลง 3%

การผลิตในเดือนตุลาคมได้เพิ่มขึ้น 3.49 ล้านตันจากเดือนกันยายน โดยที่ตลอดทั้งปีตั้งแต่เดือนมกราคม- ตุลาคม การผลิตได้ลดลง 2.5% อยู่ที่ 35.52 ล้านตัน

สำหรับการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนในเดือนตุลาคมลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อยู่ที่ 3.01 ล้านตัน โดยช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมการผลิตลดลง 2.1%. และในเดือนกันยายนเหล็กแผ่นรีดร้อนมียอดการผลิตอยู่ที่ 3.15 ล้านตัน

โดยสหพันธ์เหล็กเยอรมันนี (German steel federation : WV Stahl) กล่าวว่าการผลิตมีทิศทางลดลงต่อเนื่องจากช่วงเดือนก่อนหน้า โดยมีข้อสังเกตุว่าเป็นการลดลงจากระดับสูงในปีที่ผ่านมา โดยที่ยอดการผลิตเหล็กดิบอยู่ในจุดสูงสุดในปี 2011 อยู่ที่ 43.3 ล้านตัน

โรงงานเหล็กในเยอรมันนีที่ตั้งอยู่ในแถบแม่น้ำ Rhine กำลังได้รับผลกระทบจากการจัดหาวัตถุดิบเนื่องมาจากระดับน้ำที่ลดต่ำลง ตั้งแต่เดือนสิงหาคมซึ่งทำให้เกิดวิกฤตขึ้นในเดือนตุลาคม ส่งผลให้ Thyssenkrupp และArcelorMittal Ruhrort ได้ออกมาแถลงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นเหตุสุดวิสัย

ซีอีโอของ Thyssenkrupp นาย Guido Kerkhoff กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ผลกระทบที่คั่งค้างอยู่นี้คาดการณ์ว่าจะยังคงมีต่อไปจนถึงต้นปีหน้า

— Laura Varriale
แหล่งที่มา : Steel BB

การผลิตเหล็กของโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง

การผลิตเหล็กของโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สมาคมเหล็กโลก (World Steel Association) กล่าวว่า การผลิตเหล็กดิบของโลกในเดือนกันยายน รวมทั้งหมด อยู่ที่ 151.7 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ผลผลิตเหล็กของเอเชียในเดือนกันยายนอยู่ที่ 107.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยที่จีนผลิตเหล็กดิบในเดือนกันยายนอยู่ที่ 80.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนของปี 2017

กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) มียอดผลิตเหล็กดิบในเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 13.95 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในขณะที่กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) มีผลผลิตลดต่ำลง 2.6% อยู่ที่ 8.39 ล้านตัน

ในอเมริกาเหนือมีการผลิตเหล็กดิบในเดือนกันยายนอยู่ที่ 10 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.2%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  เป็นผลมาจากการขยายตัวของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้น 9% มีผลผลิตอยู่ที่ 7.25 ล้านตัน

การผลิตเหล็กดิบของตุรกีในเดือนกันยายน อยู่ที่ 2.8 ล้านตัน ลดลง 5.9% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนของปี 2017
ตลอดระยะเวลา 9 เดือนของปีนี้ การผลิตเหล็กดิบของโลกขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที 1.35  พันล้านตัน

การผลิตเหล็กของเอเชียสะสม 9 เดือน อยู่ที่ 946.8 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยที่จีนมีการผลิตทั้งหมดอยู่ที่ 699.42 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน

การผลิตเหล็กดิบของกลุ่มสหภาพยุโรปใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2018 อยู่ที่ 128 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

การผลิตเหล็กดิบในอเมริกาเหนือสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 89.7 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่สหรัฐอเมริกา

มีการผลิตสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 64.17 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) มีการผลิตเหล็กดิบสะสม 9 ดือนอยู่ที่ 76.2 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2017
การผลิตเหล็กดิบของตุรกีสะสม 9 เดือน อยู่ที่ 28.0 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
Cr. Wojtek Laskowski
แหล่งที่มา : Steel BB

การผลิตเหล็กของโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง

การผลิตเหล็กของโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สมาคมเหล็กโลก (World Steel Association) กล่าวว่า การผลิตเหล็กดิบของโลกในเดือนกันยายน รวมทั้งหมด อยู่ที่ 151.7 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ผลผลิตเหล็กของเอเชียในเดือนกันยายนอยู่ที่ 107.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยที่จีนผลิตเหล็กดิบในเดือนกันยายนอยู่ที่ 80.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนของปี 2017

 

กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) มียอดผลิตเหล็กดิบในเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 13.95 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในขณะที่กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) มีผลผลิตลดต่ำลง 2.6% อยู่ที่ 8.39 ล้านตัน

ในอเมริกาเหนือมีการผลิตเหล็กดิบในเดือนกันยายนอยู่ที่ 10 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.2%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  เป็นผลมาจากการขยายตัวของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้น 9% มีผลผลิตอยู่ที่ 7.25 ล้านตัน

การผลิตเหล็กดิบของตุรกีในเดือนกันยายน อยู่ที่ 2.8 ล้านตัน ลดลง 5.9% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนของปี 2017
ตลอดระยะเวลา 9 เดือนของปีนี้ การผลิตเหล็กดิบของโลกขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที 1.35  พันล้านตัน

การผลิตเหล็กของเอเชียสะสม 9 เดือน อยู่ที่ 946.8 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยที่จีนมีการผลิตทั้งหมดอยู่ที่ 699.42 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน

การผลิตเหล็กดิบของกลุ่มสหภาพยุโรปใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2018 อยู่ที่ 128 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

การผลิตเหล็กดิบในอเมริกาเหนือสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 89.7 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่สหรัฐอเมริกา

มีการผลิตสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 64.17 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) มีการผลิตเหล็กดิบสะสม 9 ดือนอยู่ที่ 76.2 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2017
การผลิตเหล็กดิบของตุรกีสะสม 9 เดือน อยู่ที่ 28.0 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
— Wojtek Laskowski
แหล่งที่มา : Steel BB

“พาณิชย์” พร้อมตอบโต้! เหล็กจีนหนี “สหรัฐฯ” หันมาถล่มตลาดไทย

“พาณิชย์” พร้อมตอบโต้! เหล็กจีนหนี “สหรัฐฯ” หันมาถล่มตลาดไทย

“พาณิชย์” จับตาเหล็กจีนทะลักเข้าไทย เหตุรัฐบาลจีนเพิ่มอัตราการคืนภาษีส่งออกให้ผู้ส่งออกเหล็กในประเทศ หลังเหล็กจีนส่งออกไปสหรัฐฯไม่ได้ เผยผู้ผลิตไทยได้รับผลกระทบ ร้องพาณิชย์ให้ใช้มาตรการสกัดได้ พร้อมจับตาเป็นการอุดหนุนส่งออกหรือไม่ ถ้าใช้ผิดดับบลิวทีโอแน่ เล็ง ขอหารือหาทางแก้ไข

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ผลิตเหล็กของไทยเป็นห่วงสินค้าเหล็กจากจีนอาจทะลักเข้าไทยจำนวนมากหลังจากที่รัฐบาลจีนเพิ่มอัตราการคืนภาษีส่งออกให้กับผู้ส่งออกเหล็กจีน และเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์หามาตรการแก้ปัญหาว่า กรม ได้ติดตามสถานการณ์เหล็กอย่างใกล้ชิด เพราะทราบดีว่า หลังจากที่สหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม ตามมาตรา 232 กฎหมายการค้า Trade Expansion Act 1962 ไปแล้ว อาจทำให้เหล็กจากจีนส่งออกไปสหรัฐฯไม่ได้ และต้องส่งออกมาประเทศอื่นแทน และยิ่งมีการเพิ่มอัตราการคืนภาษีส่งออกให้อีก ก็ยิ่งเป็นแรงจูงใจให้มีการส่งออกเพิ่มขึ้น

“กรมได้จับตามาตั้งแต่สินค้าจีนถูกสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าเรื่อยมาจนถึงการใช้มาตรการคืนภาษี เพราะอาจจะมีเหล็กจากจีนที่ไม่สามารถส่งออกไปสหรัฐฯ ทะลักเข้ามาในไทย หรืออาจจะมีการส่งเหล็กเข้ามาขายในราคาถูกกว่าขายในจีนแบบเป็นการทุ่มตลาด ซึ่งกรมพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ผลิตในประเทศ หากได้รับผลกระทบ โดยมีมาตรการที่จะใช้ได้ ทั้งการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) และการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (เซฟการ์ด)”

ทั้งนี้ ในปัจจุบันไทยใช้มาตรการเอดีกับเหล็กจากจีนอยู่แล้วถึง 12 รายการ เพราะมีการทุ่มตลาดในไทยจริง และได้เรียกเก็บภาษีเอดีกับเหล็กจากจีนเพิ่มขึ้น ซึ่งต่อไปหากเหล็กจากจีนเข้ามาทุ่มตลาด และเป็นสินค้าในกลุ่ม 12 รายการเดิม ผู้ผลิตก็สามารถร้องเรียนให้พิจารณาทบทวนอัตราอากรเอดีได้ ซึ่งอาจจะเก็บเพิ่มขึ้นเพื่อให้เท่ากับที่มีการทุ่มตลาด หรือใช้มาตรการเซฟการ์ดเพื่อสกัดการนำเข้า แต่ถ้าเป็นเหล็กรายการใหม่ ก็สามารถยื่นเรื่องเข้ามายังกรมฯ เพื่อให้พิจารณาใช้มาตรการได้

ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างการติดตามกรณีดังกล่าว และขอความร่วมมือสำนักพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ให้ตรวจสอบข้อมูล และรายงานกลับมาให้กรม ทราบด้วย คาดว่าจะทราบข้อมูลที่ชัดเจนในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเบื้องต้น การคืนภาษีส่งออก ไม่ถือว่าผิดกฎองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) หากคืนในอัตราเดียวกับอัตราที่จัดเก็บ แต่หากคืนเกินกว่าอัตราการจัดเก็บจะเป็นการอุดหนุนการส่งออก และทำให้ราคาเหล็กของจีนในตลาดโลกบิดเบือนไปจากความเป็นจริง ส่งผลให้ผู้ส่งออกจากประเทศอื่นแข่งขันไม่ได้ และได้รับผลกระทบ ซึ่งถือว่าผิดกฎดับบลิวทีโอ และกรมคงต้องขอหารือกับจีน เพื่อให้แก้ไขการใช้มาตรการดังกล่าวด้วย ขณะเดียวกัน หากจีนมีการส่งสินค้าเข้ามาในไทยจำนวนมาก จนผู้ผลิตเหล็กของไทยได้รับผลกระทบ ไทยก็สามารถใช้มาตรการป้องกันและแก้ไขอื่นๆได้อีก

“ไทยเองมีมาตรการคืนภาษีส่งออกให้ผู้ส่งออกเช่นกัน อย่างการคืนภาษีตามมาตรา 19 ทวิ ซึ่งไม่ถือว่าผิดกฎดับบลิวทีโอ แต่กรณีของจีนขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนรัฐบาลจีนคืนภาษีส่งออกอย่างไร หากคืนให้เกินกว่าที่จัดเก็บจริง ประเทศที่ได้รับผลกระทบสามารถฟ้องร้องดับบลิวทีโอได้ แต่สำหรับไทย คงจะขอหารือกับจีนก่อน คงไม่ถึงขั้นฟ้องร้อง เพราะใช้เวลานาน แต่หากมีการส่งออกมาไทยจำนวนมากจนผู้ผลิตเหล็กไทยได้รับผลกระทบ ผู้ผลิตเหล็กไทยก็สามารถร้องขอให้กระทรวงพาณิชย์เปิดการไต่สวนการตอบโต้”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า รัฐบาลจีนได้ปรับโครงสร้างการคืนภาษีส่งออกให้กับผู้ส่งออกในประเทศสำหรับสินค้า 397 รายการ โดยเป็นสินค้าเหล็กถึง 85 รายการ เช่น เหล็กแผ่นรีดเย็นที่ความหนามากกว่า 3 มิลลิเมตร (มม.) ที่คืนภาษีส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 9% เป็น 13%, เหล็กเคลือบสีที่มีความกว้างน้อยกว่า 600 มม. คืนภาษีจาก 0% เป็น 9% เป็นต้น และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.61 ถือเป็นแรงจูงใจให้มีการส่งออกเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดปัญหาเหล็กส่วนเกินในตลาดโลกเพิ่มขึ้น โดยเหล็กเหล่านี้อาจมีการส่งออกมาอาเซียนและไทย.

Cr.ไทยรัฐ

ราคาเหล็กเส้นในเอเชียไม่มีการเปลี่ยน เนื่องจากผู้ซื้อมีสต็อคสินค้าอยู่จำนวนมาก

ราคาเหล็กเส้นในเอเชียไม่มีการเปลี่ยน เนื่องจากผู้ซื้อมีสต็อคสินค้าอยู่จำนวนมาก

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาราคาเหล็กเส้นในเอเชียไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากผู้ขายส่วนใหญ่ได้หยุดทำการแจ้งราคาให้กับผู้ซื้อที่ดูเหมือนว่าจะมีสต็อคของสินค้าที่มากเพียงพอแล้ว

Platts ประเมินราคาเหล็กเส้นที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 16-20 มิลลิเมตร อยู่ที่ $537/ตัน FOB China ตามน้ำหนักจริง ซึ่งราคาไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า

แหล่งข่าวจากผู้จำหน่ายสินค้า ทราบมาว่า ในฮ่องกงราคาขายที่ชั่งตามน้ำหนักจริงของเหล็กเส้นของตุรกีอยู่ที่ $542/ตัน CFR ซึ่งจะมีการส่งมอบกันในเดือนธันวาคม และราคาจะอยู่ที่ $539/ตัน FOB China โดยสมมติให้ราคาขนส่งสินค้าตามคุณภาพและระยะเวลาการส่งให้เป็นไปตามมาตรฐานของ Platts อยู่ที่ $13/ตัน

ผู้ค้ารายหนึ่งในเซี่ยงไฮ้รายงานว่า ผู้ซื้อผู้ขายในตลาดส่วนใหญ่ได้แจ้งว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมามีการตกลงราคากันที่ $540/ตัน CFR ซึ่งคาดว่าเป็นราคานี้อาจจะเป็นราคาที่ซื้อขายกันเมื่อหลายวันก่อน  โดยที่โรงงานเหล็กของตุรกีไม่น่าจะยอบรับที่จะขายราคา $540/ตัน CFR Hong Kong

ผู้ผลิตรายหนึ่งในสิงคโปร์ได้กล่าวถึงระดับราคาที่รวมค่าขนส่งไปยังฮ่องกงอยู่ที่ $540/ตัน (CFR Hong Kong) ซึ่งจะเท่ากับระดับราคาที่รวมค่าขนส่งไปยังสิงคโปร์530/ตัน (CFR Singapore) ซึ่งโรงงานเหล็กของตุรกีไม่เห็นด้วยโดยที่สินค้ามีแนวโน้มว่าจะขายและเป็นการขนส่งสินค้าของตัวเอง

ผู้จัดจำหน่ายในฮ่องกงกล่าวว่า ราคากลางที่ใช้ซื้อขายกันอยู่ที่ $540/ตัน CFR Hong Kong โดยที่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงราคาในวันและเทียบเท่ากับ $537/ตัน FOB China ที่วัดตามน้ำหนักจริง

ในสิงคโปร์ ผู้ผลิตกล่าวว่า เมื่อวันพฤหัสผ่านมา ราคาที่ได้เสนอขายออกไปมีการตอบรับมาน้อยมาก เนื่องจากในตลาดมีเหล็กเส้นเพียงพอในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยที่ทั้งผู้ซื้อในสิงคโปร์และในฮ่องกงไม่รีบร้อนที่จะซื่อสินค้าในขณะนี้ โดยยังกล่าวเสริมอีกว่า “เป็นธรรมดาเพราะราคาในตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก”

ผู้จำหน่ายในท้องถิ่น กล่าวว่า ราคาที่ใช้ซื้อขายกันในสิงคโปร์จะอยู่ที่ราวๆ $530-$535/ตัน CFR (ตามน้ำหนักโดยประมาณ) และไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคาภายในวัน

— Joy Zhuo and Dai Yuelin
แหล่งที่มา : SteeBB
Cr. iiu.isit.or.th/

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า