Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
ก่อสร้างบ้าน Archives - Page 2 of 7 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
เหล็กแผ่นรีดร้อน หรือเหล็กแผ่นดำ หรือที่เรียกว่า Steel Plate

เหล็กแผ่นรีดร้อน หรือเหล็กแผ่นดำ หรือที่เรียกว่า Steel Plate

เหล็กแผ่นรีดร้อน หรือเหล็กแผ่นดำ หรือที่เรียกว่า Steel Plate

ทำจากเหล็กแผ่นม้วนคุณภาพสูง ควบคุมด้วยเครื่องจักรทันสมัยปราศจากเหล็กด้อยคุณภาพปลอมปน  เป็นชนิดหนึ่งของเหล็กแผ่น เหล็กแผ่นดำจะมีลักษณะเป็นแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ มีหลายขนาดและความหนา เหล็กแผ่นดำของวีซีเอสเอเชียจะเป็นเหล็กแผ่นรีดร้อน

การใช้งานเหล็กแผ่น
เหล็กแผ่น (สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป การปูพื้น การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ งานต่อเรือ สะพานเหล็ก) มีลักษณะเป็น แผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ นิยมใช้สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป การปูพื้น การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ งานต่อเรือ สะพานเหล็ก ฯลฯ มีหลายขนาดและความหนาตามแต่การใช้งาน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

การเลือกซื้อเหล็กแผ่น

                  ปัจจุบัน เหล็กแผ่นรีดร้อน ถือว่าเป็นสินค้าพื้นฐานที่เป็นเหมือนกลไกสำคัญในการตอบสนองการ เติบโตทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมต่อเรือ อุตสาหกรรมปิโตรเลียม ฯลฯ โดยในการ เลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อ นำมาใช้งาน ในแต่ละครั้งนั้น ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงปัจจัย ที่เกี่ยวข้องต่างๆ ดังนี้

 

      การนำไปใช้งาน
                       ในการซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนนั้น ผู้ซื้อควรคำนึงถึงการนำไปใช้งาน เพราะเหล็กแผ่นรีดร้อนแต่ละชนิด จะมีความแตกต่างกันในเรื่องค่าเคมี และองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการนำไปใช้ใน สภาวะที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น หากผู้ซื้อต้องการนำ เหล็กแผ่นรีดร้อนมาใช้ต่อเรือในส่วนที่ ต้องรับแรงสูงและต้องทนต่อแรงกระแทก ผู้ซื้อควรเลือกเหล็กแผ่นรีดร้อนเกรดพิเศษที่ใช้ใน การต่อเรือโดยเฉพาะ ดังนั้น ผู้ซื้อควรเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนที่มีมาตรฐานเหล็กเป็น ABS Gr.AH หรือ ABS Gr.DH (ขึ้นอยู่กับสภาพที่นำไปใช้งานเช่นอุณหภูมิหรือการรับแรง) เป็นต้น

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

     ขนาดของเหล็กแผ่นรีดร้อน
                  เพื่อให้การนำเหล็กแผ่นรีดร้อนไปใช้งานมีการสูญเสียน้อยที่สุด ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงขนาด เหล็กรีดร้อนที่ต้องใช้ให้มีความเหมาะสมกับงานนั้นๆ เพราะถ้าผู้ซื้อเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อน ขนาดใหญ่เกินความต้องการใช้จริงก็จะก่อให้เกิดความสูญเสียเป็น เศษเหล็กหรือหากเลือก เหล็กแผ่นรีดร้อนขนาดเล็กเกินไปก็จะเกิดความสูญเสียใน เรื่องของการเชื่อมต่อและเวลา ที่ต้องสูญเสียมากขึ้นได้

      คุณภาพ
               ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงคุณภาพของเหล็กแผ่นรีดร้อนโดยเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มี มาตรฐานเหล็ก ระดับสากลรองรับ เช่น มาตรฐานเหล็ก ASTM, DIN, JIS, EN, Lloyd’s, ABS, AS หรือ API เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานว่า จะได้รับชิ้นงานที่มี คุณภาพสูง เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อว่า เหล็กแผ่นรีดร้อนทุกแผ่นมีคุณภาพเป็นไปตามที่ ผู้ซื้อต้องการ 

ปัจจุบัน ในประเทศไทยก็ได้มีองค์กรอิสระต่างๆ ที่ก่อตั้งขึ้น เพื่อให้บริการทดสอบวิจัยโลหะ วิทยาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพของเหล็กแผ่นรีดร้อนให้แก่ผู้ ซื้อได้มากขึ้น

     ความสะดวกในการสั่งซื้อและการส่งมอบ
               นอกจากปัจจัย 3 ข้อ ดังข้างต้นแล้ว ผู้ซื้อควรพิจารณาเรื่องความสะดวกในการสั่งซื้อ โดยเลือก ซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนจากผู้ผลิตในประเทศ เพื่อประหยัดเวลาในการติดต่อ-สั่งซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังทำให้การส่งมอบสะดวกรวดเร็วมากกว่าการนำเข้าจาก ต่างประเทศ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://engineerknowledge.blogspot.com27/8/56

ความแตกต่างระหว่างบ้านเหล็กและบ้านปูน

ความแตกต่างระหว่างบ้านเหล็กและบ้านปูน

ไม่ว่าจะเป็นบ้านเหล็กหรือบ้านปูนย่อมมีเสน่ห์ในตัวเอง แต่มีหลายคนยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับการก่อสร้างว่าควรจะเลือกใช้โครงสร้างชนิดใดดีระหว่างโครงสร้างเหล็กที่สามารถก่อสร้างได้รวดเร็วหรือโครงสร้างคอนกรีตที่มีการก่อสร้างอยู่ทั่วไป ซึ่งการเลือกใช้เหล็กหรือคอนกรีตในการสร้างอาคารนั้น นอกจากเรื่องของความชอบส่วนตัวแล้ว ยังมีข้อพิจารณาอื่นๆ อีก เพื่อให้ชนิดของโครงสร้างที่ใช้เหมาะกับอาคารและฟังก์ชั่นภายในอาคารให้มากที่สุด

1. โครงสร้างช่วงพาดกว้าง (Long span)

หากคุณต้องการ Space ภายในอาคารที่สามารถสร้างความต่อเนื่องสำหรับกิจกรรมต่างๆ ได้ เช่น โถงสำหรับจัดนิทรรศการหรือบ้านที่มีแปลนแบบ open plan การเลือกใช้โครงสร้างเหล็กจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการเรื่องของการใช้พื้นที่ได้ดีกว่าโครงสร้างคอนกรีต เนื่องโครงสร้างเหล็กสามารถก่อสร้างให้มีช่วงพาดระหว่างเสาได้กว้างกว่าโครงสร้างคอนกรีตได้หลายเท่าโดยคานจะมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปและอาจจะไม่ต้องมีเสามาคั่นกลางเพื่อรับน้ำหนัก 

2. โครงสร้างยื่นจากตัวอาคาร (Cantilever structure)

หนึ่งในเสน่ห์ของงานสถาปัตยกรรมคือรูปทรงของอาคาร บ่อยครั้งที่โครงสร้างอาคารจำเป็นต้องยื่นออกไปจากเสาที่รับน้ำหนักไปมากเพื่อให้ห้องเหมือนลอยอยู่ในอากาศ ทำให้โครงสร้างในส่วนนี้จำเป็นต้องใช้โครงสร้างยื่น (Cantilever structure) ที่ทำจากเหล็กเพราะด้วยคุณสมบัติที่เบาและแข็งแรงจึงทำให้เหมาะสำหรับทำโครงสร้างอาคารที่มีดีไซน์ได้ง่ายหรือสะดวกกว่าทำด้วยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก 

3. ขนาดของโครงสร้าง

นอกจากข้อดีของโครงสร้างเหล็กในด้านการรับแรงสั่นสะเทือนแล้ว อาคารที่มีเสาเป็นโครงสร้างเหล็กโดยทั่วไปจะสามารถรับแรงได้มากกว่าโครงสร้างคอนกรีตในกรณีที่เสานั้นๆมีขนาดที่เท่ากัน ซึ่งในทางกลับกัน เสาที่จะใช้หากเป็นเสาเหล็กรูปพรรณรีดร้อนก็มีโอกาสจะได้เสาที่มีขนาดที่เล็กกว่าเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก เนื่องจากกำลังรับแรงของตัววัสดุนั่นเอง 

4. ความรวดเร็วในการก่อสร้าง 

โครงสร้างเหล็กรูปพรรณรีดร้อนสามารถก่อสร้างได้เร็วกว่าโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กโดยประมาณ 2 – 3 เท่า เหมาะกับการก่อสร้างที่มีเรื่องเวลาเข้ามาเป็นปัจจัยหรืออาคารสาธารณะที่มีเรื่องขอระยะเวลาในการเช่าที่ดิน เนื่องจากโครงสร้างเหล็กสามารถติดตั้งและรื้อถอนง่าย ใช้แรงงานน้อยเพราะมีขั้นตอนในการใช้เครื่องจักรมาทำงานแทนแรงงานคน  จึงใช้เวลาก่อสร้างเร็วขึ้น  

   

5. จำนวนแรงงานช่าง 

การก่อสร้างอาคารแต่ละหลังนั้น การเลือกใช้ชนิดของโครงสร้างมีผลโดยตรงต่อจำนวนแรงงานที่ใช้ เนื่องจากหากคุณเลือกสร้างอาคารด้วยโครงสร้างคอนกรีตอาจต้องเสียงบประมาณเรื่องค่าแรงงานมากกว่าการก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็ก เนื่องจากโครงสร้างคอนกรีตมีขั้นตอนการก่อสร้างมากกว่า ทำให้ต้องใช้จำนวนของช่างมากกว่านั่นเอง ดังนั้นการเลือกใช้โครงสร้างเหล็กจึงทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ ยิ่งถ้าได้ช่างที่มีความเชี่ยวชาญงานเหล็กก็จะทำให้งานดำเนินไปได้อย่างมีคุณภาพเรียบร้อย

 

6. ความแข็งแรงต้านทานภัยธรรมชาติ 

สถานการณ์แผ่นดินไหวเริ่มใกล้ตัวเรามากกว่าอดีตที่ผ่านมา โครงสร้างที่สามารถออกแบบให้เหมาะและง่ายต่อการก่อสร้างและสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้ดีคือโครงสร้างเหล็กรูปพรรณรีดร้อน เนื่องจากเหล็กรูปพรรณรีดร้อนมีความยืดหยุ่นและรับการบิดได้มากกว่าโครงสร้างคอนกรีต เช่นสะพานเหล็กและสะพานแขวนต่างๆ ที่เวลาถูกพายุหรือเกิดแผ่นดินไหว ถึงจะมีแกว่งตัวก็ยังคืนตัวและแข็งแรงดังเดิม 

7. มลพิษที่เกิดจากการก่อสร้าง 

งานก่อสร้างคอนกรีตถือเป็นการก่อสร้างแบบระบบเปียก หรือ Wet Process เนื่องจากในกระบวนการจะมีเรื่องของน้ำปูน ฝุ่นผงและเศษปูนที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มจนจบกระบวนการ บ่อยครั้งที่พบปัญหามลพิษที่กระทบพื้นที่รอบข้าง ส่วนงานเหล็กรูปพรรณรีดร้อนนั้นถือเป็นงานระบบแห้ง หรือ Dry Process ทำให้มีมลพิษที่เกิดจากการก่อสร้างน้อยจึงลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพและรบกวนบริเวณรอบพื้นที่ก่อสร้างได้ดีกว่า 

8. การตรวจเช็คคุณภาพโครงสร้าง 

งานเหล็กรูปพรรณรีดร้อนสามารถตรวจเช็คคุณภาพงานได้ง่ายกว่าเพราะปราศจากสิ่งที่ปกคลุม อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบคุณภาพของเหล็กได้ตั้งแต่โรงงานที่ผลิต โดยเฉพาะงานโครงสร้างเหล็กที่เป็นชิ้นส่วนประกอบมาจากโรงงานยิ่งสามารถไว้ใจและตรวจสอบคุณภาพได้ง่ายกว่างานโครงสร้างคอนกรีต ที่ต้องมีการตรวจสอบ สัดส่วนการผสมคอนกรีตในงานลักษณะต่างๆให้เหมาะสม และมีโอกาสไม่ได้มาตรฐานมากกว่างานเหล็ก

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.hbeamconnect.com

ส่งออกเหล็กราคาแผ่นรีดเย็น(CRC)ของจีนเพิ่มขึ้นจากสัญญาณการซื้อที่สูงขึ้น

ส่งออกเหล็กราคาแผ่นรีดเย็น(CRC)ของจีนเพิ่มขึ้นจากสัญญาณการซื้อที่สูงขึ้น

ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็น (CRC) ของจีน เพิ่มขึ้นจากสัญญาณการซื้อที่สูงขึ้น

ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็น (CRC) ของจีน ในวันที่ 16 มิถุนายน เพิ่มขึ้นอีกจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปในทางเดียวกันกับการเพิ่มขึ้น เห็นได้จากสัญญาณราคาซื้อและดีลการเสนอขายของโรงงานเหล็ก และในตลาดในประเทศจีน

Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดเย็นเกรด SPCC ความหนา 1 mm ราคา อยู่ที่ $493/ตัน FOB China ในวันที่ 16 ราคาเพิ่มขึ้น $22/ตัน จากสัปดาห์ที่ผ่านมา

683_20160816130507

ส่วนต่างระหว่างราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (CRC) และ ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (HRC) ที่เป็น commercial-grade มีราคาอยู่ที่ $54/ตัน เพิ่มขึ้น $19/ตัน จากสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรงงานจีนเสนอขาย CRC ที่ราคาคงที่ อยู่ที่ราคา $505-$510/ตัน FOB สำหรับล็อตส่งมอบเดือนสิงหาคม ในวันที่ 16 มิถุนายน หลังจากเพิ่มราคาเสนอขายประมาณ $20/ตัน ในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อเร็วๆนี้ การสอบถามราคามีความคึกคักมากขึ้นจากทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาใต้ เทรดเดอร์จีนเหนือกล่าว ผู้ซื้อบางรายที่มีการรีสต็อกต้องการเพิ่มสัญญาณราคาขายเป็น $490/ตัน FOB ในขณะนี้ ถึงแม้ว่ากิจกรรมการซื้อจะยังคงมีไม่มากนัก

ดีลที่แน่นอนมีการรายงานว่า มีราคาอยู่ที่ประมาณ $500/ตัน FOB โดยผู้ซื้อฝั่งอเมริกาใต้และแอฟริกา แต่รายละเอียดไม่ชัดเจน

โรงงานเหล็กบางโรงเสนอราคาซื้อแก่ผู้ซื้อชาวเกาหลีใต้ที่ราคาต่ำกว่า $500/ตัน FOB เทรดเดอร์จีนตะวันออกอีกรายกล่าว

ตลาดเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (CRC) ในประเทศจีน กำลังปรับตัวดีขึ้นในเรื่องความต้องการและราคา ซึ่งน่าจะดูดีในเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคม โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังฟื้นตัว

การผลิตและการขายรถยนต์นั่งในจีน ฟื้นตัวกลับมาด้วยอัตราการเติบโตเป็นบวกในเดือนพฤษภาคมเป็นครั้งแรกในปี 2563 จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีนที่ Platts รายงาน

ในตลาดค้าปลีกของเซี่ยงไฮ้ Platts ได้ประเมิน ราคาเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (CRC) เกรดเดียวกัน มีราคาที่ 4,070 หยวน/ตัน ($575/ตัน) ณ ราคาหน้าโรงงาน ซึ่งรวมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยราคาเพิ่มขึ้น 20 หยวน/ตัน จากสิ้นสุดสัปดาห์ ในวันที่ 13 มิถุนายน

— Analyst Yuelin Dai
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing

รู้จักเหล็กให้ลึก ก่อนนึกสร้างบ้านโครงสร้างเหล็ก H-Beam Steel

รู้จักเหล็กให้ลึก ก่อนนึกสร้างบ้านโครงสร้างเหล็ก H-Beam Steel

วันก่อนมีโอกาสไปฟังเสวนา “ปลูกบ้านด้วยโครงสร้างปูน หรือโครงสร้างเหล็ก เรื่องไม่เล็กที่ต้องเรียนรู้และตัดสินใจ” ที่ SCG Experience จัด วิทยากร 2 ท่านที่มาให้ความรู้ คุณศักดา ประสานไทย จากฝั่งของบ้านโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และคุณสุทธิสร สุทธิไชยากุล จากบริษัท Siam Yamato  steel ตัวแทนจากฝั่งบ้านโครงสร้างเหล็ก มาถกกันในหัวข้อที่ว่าความแตกต่างระหว่างบ้านโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กกับบ้านโครงสร้างเหล็ก

วิทยากรทั้งสองท่านก็สรุปประเด็นออกมาคล้ายคลึงกับเรื่องที่ AKANEK เคยนำเสนอไปแล้ว  โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก กับโครงสร้างเหล็ก อะไรเหมาะกับบ้านคุณ   แต่ก็จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เกี่ยวกับฝั่งของของบ้านโครงสร้างเหล็กที่น่าสนใจ ก็เลยเก็บมาฝากกันเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคนที่กำลังเก็บข้อมูลเกี่ยวกับบ้านโครงสร้างเหล็กกันอยู่

 เหล็กเหมือนกัน แต่ใช้ต่างกัน  
ไม่ว่าคุณจะเลือกสร้างบ้านด้วยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กหรือบ้านโครงสร้างเหล็ก ก็ต้องใช้เหล็กเหมือนกัน คุณศักดา วิทยากรจากฝั่งบ้านโครงสร้างคอนกรีตอธิบายให้ฟังว่า จริงๆ แล้วตัวคอนกรีตแข็งแรงอยู่แล้ว รับแรงอัด แรงกดได้ดี แต่ขาดความยืดหยุ่นตัว บ้านที่สร้างด้วยคอนกรีตอย่างเดียว ถ้าเจอแผ่นดินไหวหนักๆ ลมพายุแรงๆ บ้านก็อาจจะถล่มลงมาได้เพราะรับแรงสั่นไหวไม่ได้  จำเป็นต้องเอาเหล็กที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นตัวสูงเข้ามาเสริม เพื่อให้ตัวคอนกรีตมีการยืดหยุ่นตัวได้ดีขึ้น (เคยเห็นคุณสมบัติความยืดหยุ่นตัวสูงของเหล็กจากสารคดีที่เกี่ยวกับวิศวกรรมการออกแบบสะพานเหล็กหลายๆ แห่ง เวลาที่มีลมแรงๆ พัดมาสะพานจะมีการบิดตัวหรือแกว่งไปมาจนน่ากลัว  แต่สุดท้ายสะพานก็ไม่ได้หักหรือพังถล่มลงมา)

เหล็กที่เราจะเห็นบ่อยๆ ตามงานคอนกรีตทั่วไป คือเหล็กที่ใช้สำหรับการเทพื้นปูน ซึ่งจะเป็นเหล็กเส้น หรือเหล็กข้ออ้อย เห็นกันบ่อยในงานเทพื้นที่คนงานจะนั่งผูกเหล็กตะแกรง วางบนลูกปูนแล้วเทคอนกรีตลงไป

ส่วนเหล็กที่ใช้ในงานโครงสร้างที่เป็นคอนกรีตก็จะใช้เหล็กข้ออ้อยเช่นเดียวกัน โดยจะใช้ในงานหล่อเสาที่จะใส่เหล็กข้ออ้อยลงในแบบหล่อเสาก่อนที่จะเทคอนกรีตตามไป

สำหรับงานโครงสร้างที่เป็นโครงสร้างเหล็กทั้งหมดโดยไม่ใช้คอนกรีตเลย จะใช้เหล็กรูปพรรณ ที่นอกจากจะมีความยืดหยุ่นแล้วยังมีความแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักได้มากมีขนาดใหญ่ สิ่งก่อสร้างที่ใช้เหล็กเป็นตัวโครงสร้างรับน้ำหนักก็มีตั้งแต่อาคารสูงอย่างตึก world trade center  ของอเมริกา (ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว) สะพาน Golden Gate Bridge  สะพานพุทธฯ  จนกระทั่งถึงบ้านอยู่อาศัย  เหล็กรูปพรรณในงานโครงสร้างพวกนี้ก็มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ตั้งแต่ H Beam, I Beam, cut beam, channel, angle, เป็นต้น

แต่ถ้าตัดให้เหลือเฉพาะงานบ้านแล้ว ก็จะเหลือเหล็กที่ใช้อยู่ 2 ประเภท คือ  เหล็ก H beam กับเหล็ก I beam ที่ใช้กับงานเสา-คาน (วิทยากรบอกว่า คนจะสับสนกับการเลือกใช้เหล็ก 2 ประเภทนี้กันมากที่สุด แต่เดี๋ยวค่อยมาดูกันว่า เหล็ก 2 ประเภทนี้ มันใช้งานต่างกันอย่างไร) ในงานวันนั้น นอกจากเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างบ้านแล้ว วิทยากรที่มาให้ความรู้ยังแนะนำให้รู้จักกับเหล็กชนิดอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามาด้วย เห็นว่ารู้เอาไว้ไม่เสียหาย ก็เลยถ่ายภาพเก็บมาให้ดูเป็นตัวอย่าง

H beam   เหล็กที่มองจากหน้าตัดแล้วจะเป็นรูปตัว เอช ตั้งตะแคง  จะใช้ทำเสา คานในงานบ้านพักอาศัย หรืองานก่อสร้างขนาดเล็ก  (ปีกเหล็กจะยาวและเป็นเส้นตรง)

เหล็ก H beam, เหล็กโครงสร้าง

I beam  มองจากหน้าตัด เหล็กจะเป็นรูปตัว ไอ นอกจากแข็งแรงทนทานแล้ว ยังรับแรงกระแทกได้ดี จึงนิยมนำไปทำเป็นรางวิ่งเครนยกของตามโรงงานอุตสาหกรรม

เหล็ก I beam, เหล็กโครงสร้าง

Cut beam  ใช้ในงานโครงหลังคาอาคารขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การประชุม หรืองานก่อสร้างขนาดใหญ่

เหล็ก cut beam, เหล็กโครงสร้าง

Channel  หน้าตัดเป็นรูปตัวซี  ส่วนใหญ่จะใช้กับงานแม่บันได

เหล็ก channel, เหล็กโครงสร้าง

Angle  หน้าตัดจะเป็นรูปตัว แอล  ใช้กับงานเสาสัญญาณสูง เช่น เสาสัญญาณโทรศัพท์ เสาวิทยุสื่อสารขนาดใหญ่

เหล็ก angle, เหล็กโครงสร้าง

Sheet pile  เอาไว้ใช้งานกันดินไหล ตามโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั่วไป เขาจะใช้มือตักรถแบคโฮลกดเหล็ก sheet pileปักลงไปในดิน เพื่อเป็นการกันดินรอบๆ โครงการไม่ให้สไลด์ออก หรือเมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่แล้วเขาก็เอาเหล็กประเภทนี้ไปปักกันดินริมตลิ่งแม่น้ำกันน้ำกัดเซาะ

เหล็ก sheet pile, เหล็กโครงสร้าง

 

 H beam หรือ I beam ? 

เรื่องการนำไปใช้ ทำความเข้าใจก่อนว่า เหล็ก H beam  กับ I beam นั้นเขาผลิตขึ้นมาเพื่อการใช้งานที่ต่างกัน  H beam  จะใช้กับงานเสา งานคานสำหรับโครงสร้างขนาดย่อมๆ เช่น งานบ้าน หรืออาคารขนาดเล็ก เพราะว่าให้ในเรื่องความแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี แต่อาจจะรับแรงกระแทกได้ไม่มากนัก ต่างกับเหล็ก I beam  ที่เขาผลิตขึ้นมาเพื่อให้รับแรงกระแทกหนักๆ โหดๆ อย่างรางเลื่อนตัวเครนยกของหนักๆ ตามโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือโครงสร้างขนาดใหญ่

แล้วถ้าเจ้าของบ้านจะเลือกเหล็ก I beam มาสร้างบ้านจะได้มั้ย?  อันนี้ก็ต้องลองถามตัวเองดูว่า จำเป็นมั้ย ที่เราต้องใช้เหล็กที่รับแรงกระแทกหนักๆ โหดๆ มาสร้างบ้าน?  มุมของคุณสุทธิสร วิศวกรโยธาที่จับงานเหล็กมานาน เห็นว่า เหล็ก H beam ก็แข็งแรงเพียงพอแล้วสำหรับการสร้างบ้าน เพราะว่าบ้านของเราคงไม่เจอแรงกระแทกหนักๆ อะไรมากมาย แต่ถ้าเจ้าของจะรู้สึกว่าอยากมั่นใจอีกสักนิดว่า บ้านโครงสร้างเหล็กที่สร้างไว้จะคงทน แข็งแรง เกิดแผ่นดินไหว เกิดพายุพัดมาไม่ถล่มลงมาแน่ๆ จะขอเลือกใช้เหล็ก I beam เพื่อความอุ่นใจขึ้นมาอีกนิดก็สามารถทำได้

ด้วยความที่ I beam รับแรงกระแทกหนักๆ ได้ดีกว่า ราคาก็จะแพงกว่าตามไปด้วย  ถ้าเจ้าของบ้านที่จะสร้างบ้านด้วยโครงสร้างเหล็กแล้วรู้สึกว่าทำไมราคาเหล็กที่ผู้รับเหมาประเมินมาสูงกว่าที่ตั้งเอาไว้  อาจจะลองสอบถามดูว่า เหล็กที่ใช้เป็นเหล็ก I beam หรือ H beam. เพราะว่าผู้รับเหมาที่ไม่ชำนาญงานโครงสร้างเหล็กอาจจะประเมินราคาด้วยเหล็ก I beam ก็เป็นได้

แพงวัสดุ แต่ลดค่าใช้จ่ายอื่น 
คุณศักดาให้ตัวเลขค่าก่อสร้างบ้านกรณีบ้านโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (หลังปรับค่าแรง 300บาท)ว่า ตอนนี้ ราคาต่อสร้างบ้าน ตอนนี้จะอยู่ราวๆ 17,000-30,000บ./ตร.ม. แบ่งเป็น 30%  (งานโครงสร้างใต้ดิน+งานโครงสร้างบนดิน)  กับอีก 70% (งานตกแต่ง ความสวยงาม)

ส่วนบ้านโครงสร้างเหล็ก ค่าวัสดุในส่วนของงานโครงสร้างใต้ดิน+งานโครงสร้างบนดิน เฉลี่ยแล้วจะสูงขึ้นกว่าวัสดุคอนกรีตประมาณ 30% เพราะเหล็กเป็นวัตถุดิบที่มีราคา  แต่เจ้าของบ้านก็จะไปประยัดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ เพราะเหล็กเป็นวัสดุก่อสร้างที่ติดตั้งง่าย พึ่งพาแรงงานน้อยลงเพราะเอาเครื่องจักรมาทำงานแทน  ใช้เสาเข็มน้อยลงเพราะเหล็กมีน้ำหนักเบา  ใช้เวลาก่อสร้างเร็วขึ้นเพราะเป็นการประกอบติดตั้ง  เพราะฉะนั้นค่าวัสดุที่เพิ่มขึ้นนี้  ก็อาจจะทำให้ค่าก่อสร้างของบ้านทั้งหลังสูงขึ้นไม่เกิน 10% ก็เป็นไปได้

ตรงนี้เจ้าของบ้านก็ต้องลองเอาไปพิจารณากันเอง คิดเล่นๆ ว่าในอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า ถ้าค่าแรงปรับจาก 300 เป็น 500 หรือ 1,000บ. การสร้างบ้านด้วยโครงสร้างเหล็กก็อาจจะคุ้มกว่าบ้านโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กก็ได้  (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับบ้านโครงสร้างเหล็กได้ที่นี่  บ้านโครงสร้างเหล็ก ทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับยุคค่าแรงแพง)

หลายคนคุ้นเคยกับการอยู่บ้านโครงสร้างที่เป็นปูน เป็นคอนกรีตมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่เมื่อราคาบ้านสูงขึั้น จะด้วยช่างหายาก วัสดุแพงขึ้น ค่าแรงแพงขึ้นหรือปัจจัยอื่นๆ   แต่ละคนก็ต้องมองหาทางออกที่เหมาะกับตัวเองกัน บ้านโครงสร้างเหล็กก็ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่อาจจะเก็บไปพิจารณา หรือบ้านไทยนาโน ของอาจารย์ชาติชาย ที่เปลี่ยนแปลงวัสดุก่อสร้าง วิธีก่อสร้าง แนวคิดการก่อสร้างใหม่เพื่อให้ได้บ้านที่มีคุณภาพในราคาที่เจ้าของบ้านจ่ายไหว หรือบ้านknock-down ของบ้านและสวน  แต่ไม่ว่าจะเลือกทางเลือกไหน  ถ้าเราได้ผู้ออกแบบที่ดี (สถาปนิกและวิศวกร) ได้แบบบ้านที่ดี แข็งแรง ปลอดภัย ได้ผู้รับเหมาที่ชำนาญในงานก่อสร้าง ก่อสร้างได้ถูกต้องตามแบบ และเทคนิคก่อสร้างที่วิศวกรออกแบบมา และสุดท้าย ได้ผู้ตรวจสอบที่ดีเข้ามาช่วยเราตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างอีกครั้ง  เราก็จะได้บ้านที่ให้ทั้งความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย สวยงาม คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://community.akanek.com/th/content/

เลือกสีห้องนอนตาม 12 ราศี   ทาสีผนังให้เข้ากับบุคลิกส่วนตัว

เลือกสีห้องนอนตาม 12 ราศี ทาสีผนังให้เข้ากับบุคลิกส่วนตัว

       แต่งห้องนอนตามราศี ถ้าอยากให้ชีวิตมีแต่เรื่องดี ๆ ผ่านเข้ามา มาเช็กดูว่าราศีของเราควรจะแต่งห้องนอนอย่างไร ด้วยวิธีแต่งห้องนอนตามราศีเหล่านี้เลย ห้องนอนถือว่าเป็นห้องที่บอกความเป็นตัวตนของเราได้มากที่สุด ฉะนั้นการตกแต่งห้องนอนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หากใครยังไม่มีไอเดียสำหรับการตกแต่ง วันนี้กระปุกดอทคอมเลยอาสารวบรวมสไตล์การตกแต่งห้องนอนตามราศีมาฝากกันค่ะ แถมยังช่วยเสริมดวงชะตาและเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นได้ด้วยนะคะ q5_13 
  1. ราศีมังกร   
      ชาวราศีมังกรเป็นคนที่มีบุคลิกดูน่าเกรงขาม น่าหลงใหล มีเหตุผล และมีความเป็นผู้ใหญ่ แนวสีเอิร์ธโทน เช่น สีดำ สีน้ำตาล สีเทา สีเขียว และขาว จึงเป็นโทนสีที่เหมาะกับการแต่งห้องนอนสำหรับชาวราศีมังกรมากที่สุด
        เน้นใช้ไม้และหนังเป็นวัสดุหลัก เลือกชุดเครื่องนอนที่ดูนุ่มสบาย หรือวางหมอนไว้บนเตียงหลาย ๆ ใบด้วยก็ได้ค่ะ
2. ราศีกุมภ์ 
     พื้นฐานของชาวราศีกุมภ์มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบตามใคร รักอิสระ มองหาความทันสมัย และชอบช่วยเหลือผู้อื่น
   
           เมื่อดูจากเครื่องหมายรูปกระแสน้ำและกระแสลมแล้ว ชาวราศีกุมภ์จึงเหมาะกับการแต่งห้องนอนด้วยโทนสีฟ้า สีเขียว ดำ และสีเทา ซึ่งเป็นโทนที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากนี้การจัดห้องนอนด้วยต้นไม้เล็ก ๆ แต่งพื้นด้วยพรมสีสันสดหรือจะเพ้นท์ผนังด้วยวลีเด็ด ๆ โดน ๆ ก็ช่วยเสริมดวงได้เช่นเดียวกัน
3. ราศีมีน ราศีมีนเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และยังมีอารมณ์ศิลปินอีกต่างหาก ชาวราศีนี้จึงเหมาะที่จะตกแต่งห้องนอนด้วยโทนสีม่วงหรือโทนหวาน ๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วชาวราศีมีนมักจะเก็บกดอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้
            ฉะนั้นห้องนอนจึงต้องมีบรรยากาศที่แสนผ่อนคลายและสะดวกสบาย โดยการประดับผนังด้วยรูปภาพหรืองานศิลปะสุดครีเอท แต่งห้องนอนด้วยน้ำพุเล็ก ๆ อีกหนึ่งของตกแต่งห้องนอนที่จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แถมยังมีความเชื่อมโยงกับสัญลักษณ์ของราศีที่เกี่ยวข้องกับน้ำ q1_13 
4. ราศีเมษ   ชาวราศีเมษส่วนใหญ่เป็นคนกล้าหาญ มีความหลงใหลในสิ่งที่ปรารถนาสูง มองโลกในแง่ดี และที่สำคัญเป็นคนมีไฟในการทำสิ่งต่าง ๆ
         ดังนั้นจึงเหมาะกับการตกแต่งห้องนอนที่ใช้โทนสีแดงเป็นหลัก แต่ต้องมีสีดำ สีขาว และสีเทาเข้ามาตัดด้วย มิเช่นนั้นบรรยากาศในห้องจะดูร้อนจนเกินไป แต่งด้วยเทียนหอมบ้างก็จะช่วยผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี
5. ราศีพฤษภ   ชาวราศีพฤษภมีบุคลิกน่าเชื่อถือ มีความรับผิดชอบสูง จริงจังกับสิ่งที่ทำ และรักความสุนทรียะ จึงเหมาะกับการตกแต่งห้องนอนด้วยโทนสีเอิร์ธโทน เนื่องจากโลกเป็นสัญลักษณ์ประจำราศีนี้
        ดังนั้นห้องนอนต้องเปิดโล่งให้แสงและลมผ่านเข้ามา มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่ถ้าหากชาวราศีพฤษภคนไหนไม่ค่อยชอบแนวธรรมชาติอย่างที่ว่าไว้ ก็สามารถเลือกสไตล์คลาสสิกมาแต่งห้องนอนแทนได้ค่ะ
6. ราศีเมถุน ชาวราศีเมถุนเป็นคนที่ปรับตัวง่าย ชอบใฝ่หาความรู้ แต่เป็นคนที่ละเอียดรอบคอบในการตัดสินใจ จึงส่งผลให้ชาวราศีเมถุนมีรสนิยมที่เป็นตัวเองของตัวเองสูง สีที่เหมาะกับการแต่งห้องก็คือสีเหลือง
         แนะนำให้ใช้โทนสีน้ำตาลเข้ามาตัดจะได้ไม่ดูสว่างจ้าจนเกินไป แล้วเลือกใช้สีเหลืองแต่งตามจุดเด่นต่าง ๆ ในห้องก็พอค่ะ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่นำมาใช้ควรเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่มีความเป็นโมเดิร์นอาร์ต q2_13
 7. ราศีกรกฎ  ชาวราศีกรกฎคนอารมณ์อ่อนไหว เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และซื่อสัตย์เป็นที่หนึ่ง และโทนสีที่เหมาะกับการแต่งห้องนอนของชาวราศีกรกฎนั่นก็คือ สีส้ม สีเหลือง และสีขาว อาจจะเลือกที่นอน หมอน และผ้าห่มสีขาวล้วน
     ให้ตัดกันกับพรมหรือผนังห้องที่มีโทนสีส้ม แต่งด้วยไฟประดับอีกเล็กน้อย จัดมุมแฮงก์เอาท์เล็ก ๆ ในห้องด้วยก็ได้ค่ะ หากยังมีพื้นที่ว่างมากพอ
8. ราศีสิงห์    ชาวราศีสิงห์เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ทะเยอทะยาน และมีน้ำใจต่อผู้อื่น โทนสีที่เหมาะกับการตกแต่งห้องนอนของชาวราศีนี้ก็คือ สีแดงเข้ม สีทอง และสีขาว โดยลักษณะส่วนตัวชาวราศีนี้จะมีความเป็นผู้นำสูงต้องการให้คนรอบข้างรักและเคารพ ฉะนั้นควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีโทนสีทองและแดงเป็นหลัก เช่น กรอบรูปสีทอง เพ้นท์ผนังด้วยลายสีทอง ชุดเครื่องนอนสีแดงเข้ม หรือตกแต่งเพิ่มเติมด้วยกระจกรูปดวงอาทิตย์ เป็นต้น
9. ราศีกันย์    ชาวราศีกันย์มีความซื่อสัตย์ ทำงานหนัก แถมยังเป็นคนเก่งอีกด้วย โดยพื้นฐานของราศีมีความเป็นธรรมชาติดังนั้นโทนสีที่เหมาะกับชาวราศีนี้จะต้องเป็นโทนสว่าง อย่าง ขาว เขียว ฟ้า และน้ำตาล
        เน้นใช้ของแต่งบ้านที่ทำให้บรรยากาศในห้องดูผ่อนคลาย และดูโล่งสะอาดตาด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นที่เก็บของในตัวได้ด้วยก็จะดี ตกแต่งเพิ่มเติมอีกนิดด้วยแจกันดอกไม้ เชิงเทียน และของแต่งบ้านที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ
10. ราศีตุลย์  ชาวราศีตุลย์เป็นคนมีความยุติธรรม ให้ความร่วมมือกันผู้อื่นเป็นอย่างดี ที่สำคัญชอบเข้าสังคม ฉะนั้นการโทนสีหลักที่ใช้ในการแต่งห้องนอนควรจะเป็นโทนสีกรมท่า น้ำเงิน และสีเขียว จัดห้องให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
            เปิดช่องรับแสงและลมธรรมชาติหรือจะใช้ผ้าม่านแบบโปร่งแทนผ้าม่านหนา ๆ ก็ได้ เน้นของใช้และของแต่งห้องนอนในสไตล์โมเดิร์น ของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ ผลงานศิลปะ หรือเทียนหอมช่วยผ่อนคลาย 
q3_16 
11. ราศีพิจิก    ชาวราศีพิจิกเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน มุ่งมั่น กล้าหาญ และมีมนุษยสัมพันธ์ดี เหมาะกับการแต่งห้องด้วยโทนสีแดง สีส้ม สีชมพู แต่ถ้ามีน้ำพุเล็ก ๆ มาประดับตกแต่งด้วยดียิ่งขึ้น เน้นการแต่งห้องให้อยู่สบาย
          แม้จะต้องเปิดห้องให้โล่งและมีอากาศถ่ายเท แต่ตามพื้นราศีแล้วพิจิกชอบอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ดังนั้นควรจะจัดมุมนั่งเล่นเล็ก ๆ ที่มีแสงไฟสลัวด้วย ก็จะช่วยให้ผ่อนคลายได้ เลือกของแต่งห้องที่ดูมีเสน่ห์น่าหลงใหล หรือเสริมด้วยพรมกำมะหยี่ เป็นต้น
12. ราศีธนู    ชาวราศีธนูเป็นคนอารมณ์ดี ชอบความสนุกสนาน และใจกว้าง โทนสีที่เหมาะกับการแต่งห้องนอนของชาวราศีธนูนั่นก็คือ สีชมพู สีม่วง ด้วยพื้นราศีที่บ่งบอกว่าชาวราศีธนูเป็นนักเดินทาง
         ดังนั้นเลือกใช้ของแต่งห้องที่เกี่ยวกับความประทับใจในการเดินทางอย่างรูปถ่ายและอื่น ๆ ด้วยก็ได้ค่ะ เลือกชุดเครื่องนอนที่ทำให้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่และถูกสรีระ เสริมด้วยเทียนหอมและไฟประดับด้วยจะยิ่งดี หากใครที่กำลังมองหาไอเดียในการตกแต่งห้องนอนของตัวเองอยู่ ก็ลองนำไอเดียแต่งห้องนอนตามราศีเกิดไปเลยใช้กันดูนะคะ เพื่อให้ห้องนอนของคุณดูดีและเหมาะกับลักษณะความเป็นอยู่ของแต่ละราศีเพื่อเสริมสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตยังไงล่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก teentimes และ Astrotheme และhttps://pimangroup.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า