โดย khwankaew | ส.ค. 1, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ใครๆ ก็กังวลเรื่อง สงครามการค้า หรือ Trade War จนเกิดผลกระทบเชิงลบมากมาย ตั้งแต่ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) ราคาตกวูบ ไหนจะผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าในกลุ่มซัพพลายเชนของประเทศจีน ทว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ

ธุรกิจเหล็กในสหรัฐ ยอดขาย-กำไรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
หลังจาก Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ จุดประกายสงครามการค้า โดยประกาศมาตรการทางภาษีการนำเข้าเหล็ก ก็ส่งผลให้ราคาเหล็กพุ่งสูงขึ้น ปัจจุบันราคาเหล็กของสหรัฐฯ อยู่ที่ 917 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี (ข้อมูลจาก S&P Global Platts)
ซึ่งผลดีไปตกอยู่กับธุรกิจเหล็ก อย่างบริษัท Reliance Steel & Aluminum (RS) ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น 18% (เพราะราคาเพิ่มสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่น) และ Nucor (NUE) บันทึกว่าไตรมาส 2 ปีนี้มีรายได้สูงสุด ซึ่งเติบโตเกือบเท่าตัว
ล่าสุดเมื่อเดือนก่อน John Ferriola CEO ของ Nucor ยังบอกกับนักวิเคราะห์ว่า เขามีความสุขมากๆ กับมาตรการทางภาษีที่ออกมา โดยเตรียมเงินอีก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อลงทุนขยายธุรกิจ
“อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศของเรา ถ้าระบบการค้ายังเดินหน้าต่อไปแต่เป็นการค้าที่ไม่สมดุล (Imbalance) เราเลยเห็นด้วยกับคณะรัฐบาลที่พยายามแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้” Ferriola บอก
ส่วนหลายคนก็จับตาดูผลประกอบการของบริษัท NUE, RS, AK Steel (AKS), และ US Steel (X) ที่จะออกมาภายในสัปดาห์นี้

บริษัทในสหรัฐฯ ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบจาก Trade War
แต่ไม่ว่าอย่างไร กำแพงภาษีของสหรัฐฯ ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทฯ กว่าร้อยบริษัท เช่น Harley-Davidson (HOG), General Motors (GM), General Electric (GE), 3M (MMM) ฯลฯ ที่ต้องเร่งปรับตัวทั้งเรื่องราคา และโครงสร้าง ซัพพลายเชนที่มีอยู่
ส่วนบริษัท FJM Ferro (อยู่ที่บลูคลิน) ที่ใช้เหล็กแปรรูปในการสร้างตึกสูงใน Manhattan ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบด้านเหล็กเพิ่มสูงขึ้นกว่า 50% ซึ่งเขามองว่าผลกระทบส่วนใหญ่จะไปตกอยู่กับบริษัทขนาดเล็ก

ด้านบริษัทใหญ่ๆ อย่าง GM ถึงขนาดปรับลดคาดการณ์กำไรของปีนี้ลง และเตือนว่า ต้นทุนของสินค้าโภคภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับราคาเหล็ก และอลูมิเนียมที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Philip Gibbs นักวิเคราะห์ธุรกิจเหล็ก KeyBanc Capital Markets บอกว่า เราต้องระมัดระวังเรื่องภาษีมากๆ เพราะเป็นต้นทุนหลักที่เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจในสหรัฐฯ มีความสามารถในการแข่งขันลดลง และแน่นอนว่าหลายบริษัทจะหาลู่ทางนำเข้าเหล็กจากประเทศอื่น
“มันก็รู้สึกดีที่ระยะสั้นเราเห็นราคาขยับขึ้น แต่สุดท้ายเราก็ต้องเจอการบ่นของลูกค้าอยู่ดี”
ภาพจาก shutterstock
Cr. Chutinun.Liu
ที่มา CNNMoney
โดย khwankaew | ก.ค. 25, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ชูการอำนวยความสะดวกทางการค้า ยกระดับ MSME เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมย้ำดูแลไม่ให้เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนทะลักสู่อาเซียน
อาเซียนหารือจีน ยกระดับความตกลงอาเซียน – จีน ช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน พร้อมย้ำดูแลไม่ให้เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนทะลักสู่อาเซียน ส่วนการหารือกับญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เน้นสร้างความเข้มแข็งให้ MSMEs เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจของอาเซียน เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยอาเซียนได้พบหารือกับคู่เจรจา เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้น ในส่วนของการหารืออาเซียน-จีน ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับความตกลงอาเซียน – จีน ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถใช้ กฎถิ่นกำเนิดสินค้า และพิธีการศุลกากรที่ปรับปรุงใหม่
ซึ่งจะอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิกได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน อาเซียนได้ย้ำข้อเสนอของสมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าแห่งอาเซียน ในการประชุมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเหล็กระหว่างสมาคมอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าของจีน และสมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าแห่งอาเซียน เมื่อเดือนมีนาคม 2561 ณ เมืองซีอาน ประเทศจีน ที่ขอให้จีนช่วยดูแลไม่ให้เกิดการทะลักของเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนสู่อาเซียน
โดยขอให้คงมาตรการการยกเลิกการคืนภาษีส่งออก และเชิญชวนจีนเข้ามาลงทุนผลิตเหล็กที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในอาเซียน เพื่อให้เกิดการถ่ายโอนเทคโนโลยีให้แก่ผู้ผลิตในอาเซียน ตลอดจนการส่งเสริมให้ใช้เหล็กและผลิตภัณฑ์ของประเทศสมาชิกอาเซียน ในการดำเนินโครงการต่างๆ ภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (B&R) ของจีนในอาเซียน เป็นต้น
นางอรมน กล่าวว่า ในส่วนการหารือกับญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ย้ำเรื่องการสร้างความเข้มแข็งให้กับวิสาหิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดย่อย (MSMEs) การเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นแนวโน้มของโลก โดยไทยในฐานะประธานอาเซียนในปีหน้า ได้เชิญชวนให้ญี่ปุ่นร่วมจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบจากเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาใช้ในการผลิต โดยญี่ปุ่นแสดงความยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว
ทั้งนี้ อาเซียนจะนำผลประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส เสนอให้ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนและ 3 ประเทศคู่เจรจา ในเดือนกันยายนนี้ ณ ประเทศสิงคโปร์ ต่อไป โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2557-2560) การค้ารวมระหว่างอาเซียนกับประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีมูลค่าการค้าเฉลี่ยปีละ 802,067.81 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับปี 2560 การค้ารวมระหว่างอาเซียนกับ 3 ประเทศคู่เจรจา มีมูลค่า 874,622.55 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2559 คิดเป็นร้อยละ 15.3
แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
โดย pichaya | ก.ค. 9, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
วัสดุก่อสร้างขึ้นไม่หยุดทุบสถิติในรอบ 6 ปี
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาวัสดุก่อสร้างในประเทศเพิ่มขึ้นสูงมาก จากความต้องการใช้ทีมากขึ้น เพื่อเร่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ รวมถึงราคาวัตถุดิบ และราคานำเข้าที่สูงขึ้น โดยล่าสุด ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน มิ.ย.61 เท่ากับ 108.1 เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.60 เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 และเพิ่มสูงสุดในรอบ 6 ปี นับจากเดือน มิ.ย.55 ที่เพิ่มขึ้น 4.5% ส่วนเมื่อเทียบกับเดือน พ.ค.61 เพิ่มขึ้น 0.7% ขณะที่ดัชนีเฉลี่ย 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) ปี 61 เพิ่มขึ้น 3.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ดัชนีเดือน มิ.ย.61 สูงขึ้นถึง 4.4% เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.60 เป็นเพราะหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์ (เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ-ผิวข้ออ้อย, เหล็กรูปตัวซี,เหล็กฉาก,เหล็กรูปตัวไอ,เหล็กรูปตัวเอช,เหล็กรางน้ำ,ลวดเหล็กเสริมคอนกรีต ฯลฯ) สูงขึ้นถึง 15.5% จากราคาวัตถุดิบสูงขึ้น ทั้งแร่เหล็ก บิลเล็ต(เหล็กแท่ง) และเศษเหล็ก,หมวดซีเมนต์(ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม ปูนซีเมนต์ขาว) เพิ่มขึ้น 3.6% จากการปรับราคาสู่ภาวะปกติ เนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผู้ผลิตให้ส่วนลดสูงเพื่อเพิ่มยอดจำหน่าย ประกอบกับต้นทุนสูงขึ้นตามราคาถ่านหิน
นอกจากนี้ หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต (เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง พื้น-คานคอนกรีต สำเร็จรูปอัดแรง ถังซีเมนต์สำเร็จรูป ชีทไพล์คอนกรีต) สูงขึ้น 1.8% ตามราคาปูนซีเมนต์ และลวดเหล็กอัดแรง ขณะที่หมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ (ทรายถมที่ ดินถมที่ ดินลูกรัง หินคลุก ทรายหยาบ ทรายละเอียด หินย่อย อิฐมอญ) เพิ่มขึ้น 2.3% เพราะความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างถนนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน หมวดกระเบื้องสูงขึ้น 0.5% เพราะความต้องการฟื้นตัวจากการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ และหมวดไม้และผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น 0.3% จากไม้นำเข้าที่ปรับราคาขึ้น แต่หมวดวัสดุฉาบผิวและหมวดสุขภัณฑ์ลดลง 0.4% และ 0.6% ตามลำดับ
ขณะที่หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปาราคาไม่เปลี่ยนแปลง “แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง คาดว่าจะยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากโครงการก่อสร้างภาครัฐที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และอยู่ระหว่างดำเนินการเปิดประมูลอย่างต่อเนื่อง”.
แหล่งที่มา : iiu.isit.or.th
โดย pichaya | ก.พ. 2, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ราคาเหล็กเส้นตลาดเอเชียทรงตัว การซื้อขายยังคงเงียบ
ราคาเหล็กเส้นนำเข้าในตลาดเอเชียในวันจันทร์ที่ผ่านมาทรงตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากผู้ขายระงับการขาย ขณะที่ผู้ซื้อยังมีสต๊อกเพียงพอ
S&P Global Platts ประเมินราคาเหล็กเส้น rebar BS500 เส้นผ่านศูนย์กลาง 16-10 มม ส่งออก ณ ท่าเรือประเทศจีน อยู่ที่ $546 ต่อตัน ทรงตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
ราคาเสนอขายล่าสุดในตลาดฮ่องกงอยู่ที่ $565-$570 ต่อตัน CFR Hong Kong ซึ่งเท่ากับราคาส่งออก ณ ท่าเรือจีน $552-$557 ต่อตัน FOB China หากสมมติว่าค่าขนส่งสินค้าอยู่ที่ $13 ต่อตัน
อ้างถึงค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับค่าเงินหยวนของจีนน่าจะทำให้ราคาเหล็กเส้นในตลาดสูงขึ้นเล็กน้อยประมาณ $5-$6 ต่อตัน และน่าจะส่งผลต่อราคาเสนอซื้อขายกันในวันอังคาร อย่างไรก็ตามผู้ค้าในฮ่องกงกล่าวว่า ผู้ซื้อในตลาดต่างเฝ้ารอให้ราคาลดลงมาต่ำกว่า $555 ต่อตัน CFR ภายในสัปดาห์นี้
ด้านตลาดสิงคโปร์ยังคงเงียบเหงา มีข้อเสนอซื้อและข้อเสนอขายจำนวนน้อย พ่อค้ารายย่อยกล่าวว่าไม่ใครอยากเสนอขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด
Cr.iiu.isit.or.th