โดย khwankaew | ก.ย. 7, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (National Bureau of Statistics) ดัชนี PMI ของภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน (PMI of China’s manufacturing sector) ในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 49.4% เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนหน้า โดยที่ดัชนีการผลิต (production index) อยู่ที่ 49.8% ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ (new orders index) อยู่ที่ 49.2% เพิ่มขึ้น 0.7% ตามข้อมูล เศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการผลิตดีดตัวขึ้นในเดือนสิงหาคม แต่ยังต่ำกว่าจุดวิกฤติ
PMI ของวิสาหกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางเพิ่มขึ้น ในขณะที่วิสาหกิจขนาดเล็กลดลง 0.3% มาอยู่ที่ 47.6% ซึ่งบ่งชี้ว่าวิสาหกิจขนาดเล็กยังคงเผชิญกับแรงกดดันอย่างมาก
จากการสำรวจของ SteelHome ปริมาณการซื้อขายเหล็กของจีนยังคงดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลดลงของสินค้าคงคลังเหล็กชะลอตัวลง โดยที่สินค้าคงเหลือที่โรงงานเพิ่มขึ้น และขณะที่สินค้าคงเหลือในตลาดลดลง ด้านอัตราการดำเนินงานของเตา blast furnaces ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการลดการใช้กำลังไฟฟ้าสำหรับอุณหภูมิสูงขึ้นได้สิ้นสุดลง และเตา electrical furnaces ก็เริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง
ราคาเหล็กของจีนลดลงในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 2 กันยายน ตามรายงานของ SteelHome China Steel Price Index (SHCNSI) ดัชนีราคาเหล็กปิดที่ 104.09 จุด (4,502 หยวน) เมื่อวันที่ 2 กันยายน ลดลง 0.54% จากสัปดาห์ก่อนหน้า
แหล่งที่มา : SteelHome
โดย khwankaew | ก.ค. 9, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็น (CRC) ของจีน ในวันที่ 7 ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า สอดคล้องกับตลาดภายในประเทศที่แข็งแกร่งและข้อเสนอที่มั่นคงจากโรงงาน ในขณะที่ผู้ซื้อจากต่างประเทศยังคงนิ่งเงียบ
เมื่อวันที่ 7ก.ค. Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดเย็นเกรด SPCC ความหนา 1 mm. ราคาอยู่ที่ $491/ตัน FOB China ราคาปรับขึ้น $2/ตัน เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
ส่วนต่างระหว่างราคาส่งออกของเหล็กแผ่นรีดเย็น (CRC) และเหล็กแผ่นรีดร้อนเกรดพาณิชย์ (HRC commercial-grade) อยู่ที่ $50/ตัน เพิ่มขึ้น $2/ตัน จากสัปดาห์ก่อน

โรงงานเหล็กแห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เสนอราคาขายสำหรับที่เป็นม้วนอยู่ที่ $510/ตัน FOB และเสนอราคาขายสำหรับที่เป็นแผ่น อยู่ที่ $515/ตัน FOB ที่จะจัดส่งในเดือนกันยายน ราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน โรงงานเหล็กทางตะวันออกของจีนรายหนึ่งปรับขึ้นราคาเสนอขายสำหรับเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (CRC) $5/ตัน โดยราคาอยู่ที่ $515/ตัน FOB ที่จะส่งมอบในเดือนกันยายน
เทรดเดอร์ในเซี่งไฮ้กล่าวว่า “ในตอนนี้มันค่อนข้างเงียบมากๆ เนื่องจากคนซื้อไม่ยอมรับราคาที่ปรับสูงขึ้น โดยตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมดกำลังลดลงเร็วๆนี้ แต่ในจีนกำลังเพิ่มขึ้น”
ลูกค้าบางส่วนในยุโรปก็ซื้อจากตลาดท้องถิ่น ตอนนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ $510/ตัน เขากล่าว
แต่แนวโน้มของตลาดในประเทศจีนยังคงเป็นบวกในระยะสั้น โดยได้รับการสนับสนุนจากความต้องการของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนเพิ่มขึ้น และสภาพคล่องที่เพียงพอ
จากข้อมูลล่าสุดจากสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ของจีน (China Association of Automobile Manufacturers) แสดงให้เห็นว่ายอดขายรถยนต์ของจีนในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 2.28 ล้านหน่วย
ส่งผลให้ยอดขายในช่วงระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน อยู่ที่ 10.24 ล้านหน่วย ลดลง 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดแคบลงที่ได้เห็นจากในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมที่ลดลง 24%
ในวันที่ 7 ก.ค. ตลาดค้าปลีกในเซี่ยงไฮ้ Platts ประเมินราคาของเหล็กแผ่นรีดเย็นเกรดเดียวกันราคาอยู่ที่ 4,140 หยวน/ตัน ($589/ตัน) ex-stock ซึ่งเป็นราคาที่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ปรับขึ้น 20 หยวน/ตัน เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน เป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน
— Analyst Yuelin Dai
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย saweang | มิ.ย. 1, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
สำหรับขั้นตอนการทำโครงหลังคาบ้าน จะต้องทำการติดตั้งเพลทหัวเสาเพื่อเป็นตัวเชื่อมยึดเข้ากับอเสเหล็ก ซึ่งเหล็กเพลทที่นำมาใช้ในการเชื่อมปิดหัวเสานี้ ควรจะมีขนาดของแผ่นเหล็กเพลทเล็กกว่าพื้นที่หน้าตัดเสา เนื่องจากการอุดหัวเสาใต้เพลทนั้นจะต้องเทกรอกปูนลงไปภายในช่องว่างที่เหลืออยู่ ถ้าหากแผ่นเหล็กเพลทมีขนาดเท่ากับพื้นที่หน้าตัดเสา จะส่งผลให้การกรอกปูนเพื่ออุดใต้เพลททำได้ยาก รวมทั้งอาจทำให้คอนกรีตหัวเสาที่อยู่บริเวณใต้แผ่นเหล็กเพลทเกิดเป็นโพรงได้
วิธีการติดตั้งเพลทหัวเสาสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่นำเหล็กเส้นมาดัดให้มีลักษณะเป็นรูปตัวเชื่อมเหล็กตัวยูทั้ง 2 ตัว ซึ่งเหล็กเส้นที่ใช้จะต้องมีขนาดเท่ากับรูของเหล็กเพลท เมื่อดัดเสร็จแล้วจึงจะนำเหล็กเส้นติดไว้บริเวณใต้แผ่นเพลทไว้ก่อนเพื่อรอเข้าสู่ขั้นตอนการเชื่อม โดยในขั้นตอนการเชื่อมนั้น จะต้องทำการเชื่อมให้เต็มขนาดความกว้างของรูปตัวยูเพื่อให้เหล็กเพลทยึดติดได้แน่นและจะไม่สามารถหลุดได้ในภายหลัง
เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเชื่อม จะต้องทำการกำหนดระดับความสูงของเพลทรวมทั้งทำการจัดตำแหน่งเพลท โดยให้บริเวณจุดศูนย์กลางเพลทอยู่ตรงกับกับจุดศูนย์กลางของเสาหรือ Grid line เมื่อกำหนดความสูงและจัดตำแหน่งได้เรียบร้อยแล้วจึงทำการเชื่อมยึด โดยการประคองเพลทไว้กับเหล็กแกนเสา ซึ่งการป้องกันเพลทเอียงระหว่างการเชื่อมนั้น สามารถใช้ระดับน้ำเข้ามาช่วยในการเช็คระดับหลังเพลทให้ตรงได้
เหล็กเพลทหัวเสาจำเป็นต้องมีไหม?
เหล็กเพลทหัวเสาในงานก่อสร้างนั้นจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้าหากมีก็จะสามารถดำเนินงานได้สะดวกมากกว่า เพราะนอกจากเหล็กเพลทจะเป็นตัวช่วยสำหรับการทำระดับโครงหลังคาและช่วยกระจายแรงได้แล้ว ยังเป็นตัวช่วยที่ทำให้ช่างสามารถทำการเชื่อมเหล็กเส้นติดกับเหล็กกล่องได้ง่าย เรียบร้อยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
บ้านในสมัยก่อนนั้น มักถูกออกแบบให้โครงสร้างเหล็กสามารถรับกับกระเบื้อง รวมทั้งทำการติดตั้งคานคอนกรีตรัดหัวเสาทุกต้นไว้เพื่อป้องกันการแยกออกจากกัน แต่ต่อมางานก่อสร้างบ้านได้ถูกพัฒนาขึ้น โดยการนำเหล็ก double c เข้ามาทำหน้าที่เป็นคานแทนคานคอนกรีตรูปแบบเก่า ซึ่งวิธีการดังกล่าวเป็นวิธีที่อาจมองดูแล้วไม่มีปัญหา แต่ในความเป็นจริงนั้นการใช้เหล็ก double c มาแทนคานคอนกรีต สามารถส่งผลให้ผนังที่ถูกก่อขึ้นจากอิฐเกิดการแตกที่บริเวณมุมต่อเสากับผนังได้ เนื่องจากการต่อเชื่อมกันระหว่างเหล็กกับเสาคอนกรีตไม่สามารถถูกเชื่อมให้เป็น rigid เมื่อจั่วรับน้ำหนักมากขึ้นจึงเกิดแรงกระทำทางด้านข้างจนส่งผลให้ปลายเสาแยกออกจากกัน
ในกรณีดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ โดยหากเป็นคานเหล็กควรทำการเสียบเหล็กฉากไว้ในเสา 2-3 ท่อน ให้มีความลึกระดับหนึ่งขณะที่ทำการเทใหม่ แล้ววาง plate ลงสำหรับเชื่อมเข้ากับเหล็กฉาก สุดท้ายจึงจะวางคานหรือเหล็กจันทัน

หลังจากเสร็จสิ้นการติดตั้งเพลท
หลังจากที่เพลทถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว จะต้องทำการเข้าแบบและอุดเสาโครงสร้างบ้านด้วยวิธีการเทปูนลงให้เต็มบริเวณใต้เพลท ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้จะสามารถทำได้โดยการเทกรอกปูนลงให้เต็มบริเวณขอบแผ่นเพลทจากด้านบนที่มีช่องว่างด้วยปูนเกราท์ หรือ Non-Shrink Grout จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้ปูนแข็งตัวแล้วจึงจะสามารถแกะไม้แบบออกได้ โดยเมื่อไม้แบบถูกแกะออกมาแล้ว ปูนที่หล่อไว้จะต้องถูกอุดเต็มเพลทและไม่มีโพรงเกิดขึ้น
เหตุผลที่ปูน Non-Shrink ถูกเลือกมาใช้ เนื่องจากเป็นปูนชนิดผงสำเร็จรูปที่สามารถนำมาใช้งานได้ง่าย เพียงแค่ผสมปูนผงเข้ากับน้ำเปล่า และยังเป็นปูนที่ให้เนื้อที่มีความเหลวค่อนข้างมาก จึงสามารถใช้เทลงไปบริเวณใต้แผ่นเพลทได้อย่างทั่วถึง โดยไม่มีรูโพรงเกิดขึ้น มากกว่านั้นปูน Non-Shrink ยังมีคุณสมบัติที่สามารถรับแรงกดอัดได้มากกว่าคอนกรีตธรรมดาทั่วไป อีกทั้งเป็นปูนชนิดที่ไม่หดตัว ช่วยลดการแตกร้าวในการเทปูนได้อีกด้วย
ส่วนเหตุผลที่คอนกรีตแบบปกติไม่ถูกผสมมาใช้สำหรับงานอุดหัวเสา เนื่องจากคอนกรีตมีลักษณะเนื้อที่ไม่เหลว ทำให้เมื่อเทลงไปบริเวณใต้เพลทแล้ว คอนกรีตไม่สามารถไหลเข้าไปในช่องว่างที่มีพื้นที่คับแคบได้อย่างทั่วถึงจนอาจมีรูโพรงเกิดขึ้นได้ และถ้าหากผสมคอนกรีตให้มีลักษณะเนื้อที่เหลวมาก ก็จะเป็นการลดความสามารถและประสิทธิภาพในการรับแรงกดอัดของคอนกรีตให้ต่ำลง
วิธีการทั่วไปในการใช้แผ่นเพลทหรือเพลทหัวเสา
- สำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรง หรืองานที่ต้องรับน้ำหนักและแรงกดค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่มักนำ J-Bolt มาทำการฝังลงไปในเสา ตัวอย่างเช่น เสาในอาคารสูงหรืออาคารโรงงาน เป็นต้น ซึ่งเสาที่ถูกนำมาติดตั้งโครงหลังคาต้องมีขนาดพื้นที่หน้าตัดกว้างมากพอที่จะติดตั้งเพลทได้ แล้วจึงทำการอัดปูนเกร๊าท์ลงไปบริเวณช่องใต้เพลท โดยแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมด เสาคอนกรีตเสริมเหล็กจะไม่ทำการรับแรงเหล่านั้นโดยตรง แต่จะรับต่อมาจากตัว J-Bolt ที่ถูกฝังเอาไว้อีกทีหนึ่ง
- การติดตั้งเพลท เริ่มจากการเจาะรูเพื่อให้เหล็กเส้นสามารถโผล่ออกมาได้ ก่อนที่จะกำหนดระดับของเพลทรวมทั้งหาระดับของเสาทุกต้น เชื่อมยึดเหล็กเส้นติดกับเพลท แล้วอัดปูนเกร๊าท์ลงไปบริเวณช่องว่างใต้เพลท จากนั้นนำเหล็กรูปตัวซีมาเชื่อมรวมติดกันให้พออยู่ตัวและนำเหล็กฉากสั้นๆมาวางทางด้านข้าง สุดท้ายจึงจะทำการเชื่อมยึดให้แน่นต่อไป
Plate โดยทั่วไปจะมีขนาดและความหนา ดังนี้
- ขนาด 4 x 4 นิ้ว หนา 4.0 หรือ 6.0 มิลลิเมตร
- ขนาด 6 x 6 นิ้ว หนา 4.0, 0 มม. หรือ 9.0 มิลลิเมตร
- ขนาด 8 x 8 นิ้ว หนา 4.0, 0 , 9.0 มม. หรือ 12.0 มิลลิเมตร
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.chi.co.th/article/article-1150/
โดย pichaya | ก.ค. 9, 2018 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
วัสดุก่อสร้างขึ้นไม่หยุดทุบสถิติในรอบ 6 ปี
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาวัสดุก่อสร้างในประเทศเพิ่มขึ้นสูงมาก จากความต้องการใช้ทีมากขึ้น เพื่อเร่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ รวมถึงราคาวัตถุดิบ และราคานำเข้าที่สูงขึ้น โดยล่าสุด ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน มิ.ย.61 เท่ากับ 108.1 เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.60 เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 และเพิ่มสูงสุดในรอบ 6 ปี นับจากเดือน มิ.ย.55 ที่เพิ่มขึ้น 4.5% ส่วนเมื่อเทียบกับเดือน พ.ค.61 เพิ่มขึ้น 0.7% ขณะที่ดัชนีเฉลี่ย 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) ปี 61 เพิ่มขึ้น 3.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ดัชนีเดือน มิ.ย.61 สูงขึ้นถึง 4.4% เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.60 เป็นเพราะหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์ (เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ-ผิวข้ออ้อย, เหล็กรูปตัวซี,เหล็กฉาก,เหล็กรูปตัวไอ,เหล็กรูปตัวเอช,เหล็กรางน้ำ,ลวดเหล็กเสริมคอนกรีต ฯลฯ) สูงขึ้นถึง 15.5% จากราคาวัตถุดิบสูงขึ้น ทั้งแร่เหล็ก บิลเล็ต(เหล็กแท่ง) และเศษเหล็ก,หมวดซีเมนต์(ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม ปูนซีเมนต์ขาว) เพิ่มขึ้น 3.6% จากการปรับราคาสู่ภาวะปกติ เนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผู้ผลิตให้ส่วนลดสูงเพื่อเพิ่มยอดจำหน่าย ประกอบกับต้นทุนสูงขึ้นตามราคาถ่านหิน
นอกจากนี้ หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต (เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง พื้น-คานคอนกรีต สำเร็จรูปอัดแรง ถังซีเมนต์สำเร็จรูป ชีทไพล์คอนกรีต) สูงขึ้น 1.8% ตามราคาปูนซีเมนต์ และลวดเหล็กอัดแรง ขณะที่หมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ (ทรายถมที่ ดินถมที่ ดินลูกรัง หินคลุก ทรายหยาบ ทรายละเอียด หินย่อย อิฐมอญ) เพิ่มขึ้น 2.3% เพราะความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างถนนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน หมวดกระเบื้องสูงขึ้น 0.5% เพราะความต้องการฟื้นตัวจากการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ และหมวดไม้และผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น 0.3% จากไม้นำเข้าที่ปรับราคาขึ้น แต่หมวดวัสดุฉาบผิวและหมวดสุขภัณฑ์ลดลง 0.4% และ 0.6% ตามลำดับ
ขณะที่หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปาราคาไม่เปลี่ยนแปลง “แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง คาดว่าจะยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากโครงการก่อสร้างภาครัฐที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และอยู่ระหว่างดำเนินการเปิดประมูลอย่างต่อเนื่อง”.
แหล่งที่มา : iiu.isit.or.th