โดย khwankaew | ส.ค. 18, 2021 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ตามสถิติของกรมศุลกากร การส่งออกเหล็กของจีนในเดือนกรกฎาคม อยู่ที่ 5.669 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.493 ล้านตัน หรือ 35.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้านการนำเข้าเหล็กในเดือนกรกฎาคม มีจำนวนทั้งสิ้น 1.049 ล้านตัน ลดลง 1.557 ล้านตัน หรือ 59.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม การส่งออกเหล็กของจีนอยู่ที่ 43.051 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 10.174 ล้านตัน หรือ 30.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้าเหล็กในช่วงเวลาเดียวอยู่ที่ 8.397 ล้านตัน ลดลง 1.549 ล้านตั นหรือ 15.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
—steelhome
แหล่งที่มา : steelhome
โดย khwankaew | ม.ค. 19, 2021 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา มีการพิจารณาเรื่อง ร่างกฎกระทรวง กำหนดลักษณะ การทำ วิธีแสดง และการใช้เครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 2563 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอ ขยายระยะเวลาบังคับใช้ออกไปอีก 180 วัน
ทั้งนี้ ตามที่ได้มีกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ การทำ วิธีแสดง และการใช้เครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2563 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 และจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือวันที่ 21 มกราคม 2564
โดยมาตรา 5 วรรคท้าย แห่งกฎกระทรวงฯ บัญญัติให้การแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องหมายมาตรฐานรวมทั้งใบอนุญาตและข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (QR Code) ซึ่งทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกลุ่ม 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทยได้มีหนังสือถึง อก. เพื่อขอให้ อก.พิจารณาขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎกระทรวงดังกล่าวออกไปอีก 6 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีเวลาในการเตรียมความพร้อมได้มากยิ่งขึ้น
เนื่องจากการแสดงใบอนุญาตและข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (QR Code) ตามที่กำหนดในข้อ 5 วรรคท้ายของกฎกระทรวงดังกล่าว มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมในหลายผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถดำเนินการตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดได้ เช่น การปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต และการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ทาง อก.โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพิจารณาแล้วเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถเตรียมความพร้อมในการดำเนินการแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับใบอนุญาตและข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (QR Code) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อก.จึงได้ดำเนินการยกร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ การทำ วิธีแสดง และการใช้เครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดลักษณะ การทำ วิธีแสดง และการใช้เครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2563 เฉพาะการแสดงรายละเอียดใบอนุญาตและข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ 5 วรรคสุดท้าย ออกไปอีกหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนด ผู้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ใบอนุญาตทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ใบอนุญาตนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร จะต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องหมายมาตรฐาน รวมทั้งใบอนุญาตและข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (QR Code) ให้เห็นได้ง่ายและชัดเจนบนผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือสิ่งบรรจุ หีบห่อ สิ่งหุ้มห่อ หรือสิ่งผูกมัด
แหล่งที่มา : SMEs manager
โดย khwankaew | ม.ค. 13, 2021 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กกล้า เป็นเหล็กที่มีความเหนียวแน่นมากกว่าเหล็กหล่อ ทั้งสามารถขึ้นรูปด้วยวิธีทางกลได้ จึงทำให้เหล็กชนิดนี้ นิยมถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายและกว้างขวางมากขึ้น ตัวอย่างเหล็กกล้าที่มักจะพบได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน คือ เหล็กแผ่น เหล็กโครงรถยนต์หรือเหล็กเส้น เป็นต้น นอกจากนี้คาร์บอนก็สามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มย่อยๆ ดังนี้
เหล็กกล้าคาร์บอน จะมีส่วนผสมหลักเป็นคาร์บอนและมีส่วนผสมอื่นๆ ปนอยู่บ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจะมีธาตุอะไรติดมาในขั้นตอนการถลุงบ้าง ดังนั้นเหล็กกล้าคาร์บอน จึงสามารถแบ่งเป็นย่อยๆ ได้อีก ตามปริมาณธาตุที่ผสมดังนี้
- เหล็กคาร์บอนต่ำ มีคาร์บอนต่ำกว่า 0.2% และมีความแข็งแรงต่ำมาก จึงนำมารีดเป็นแผ่นได้ง่าย เช่น เหล็กเส้น เหล็กแผ่น เป็นต้น
- เหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง จะมีคาร์บอนอยู่ประมาณ 0.2-0.5% มีความแข็งแรงสูงขึ้นมาหน่อย สามารถนำมาใช้เป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักรกลได้
- เหล็กกล้าคาร์บอนสูง มีคาร์บอนสูงกว่า 0.5% มีความแข็งแรงสูงมาก นิยมนำมาอบชุบความร้อนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้น และสามารถต้านทานต่อการสึกหรอได้ดี จึงนิยมนำมาทำเครื่องมือเครื่องใช้ที่ต้องการผิวแข็ง
เหล็กกล้าผสม เป็นเหล็ก ที่มีการผสมธาตุอื่นๆ เข้าไปโดยเจาะจง เพื่อให้คุณสมบัติของเหล็ก เป็นไปตามที่ต้องการ โดยเหล็กประเภทนี้มักจะมีความสามารถในการต้านทานต่อการกัดกร่อนและสามารถนำไฟฟ้าได้ รวมถึงมีคุณสมบัติทางแม่เหล็กอีกด้วย ซึ่งก็จะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ เหล็กกล้าผสมต่ำและเหล็กกล้าผสมสูง นั่นเอง โดยเหล็กกล้าผสมต่ำ จะเป็นเหล็กกล้าที่มีการผสมด้วยธาตุอื่นๆ น้อยกว่า 10% และเหล็กกล้าผสมสูง จะเป็นเหล็กกล้าที่มีการผสมด้วยธาตุอื่นๆ มากกว่า 10%
เหล็ก เป็นแร่ธาตุที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันมากที่สุด และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการนำมาใช้งานในหลายๆ ด้าน แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง คือมีน้ำหนักมาก ทำให้เคลื่อนย้ายได้ไม่ค่อยสะดวกมากนัก อย่างไรก็ตาม เหล็ก ก็ยังคงเป็นที่นิยมและมีการนำมาใช้งานในอุตสาหกรรมหรือการผลิตเครื่องจักรกลต่างๆ รวมทั้งใช้ในการสร้างบ้านด้วย เพราะเป็นโลหะที่มีความแข็งแรงและทนทานมาก
โดย khwankaew | ธ.ค. 17, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. เหล็กแผ่นรีดร้อน (hot-rolled) ในเอเชียมีแนวโน้มที่หลากหลาย เนื่องจากราคาเสนอขายและราคาในประเทศของจีนยังคงมั่นคง ท่ามกลางราคาซื้อขายในตลาดล่วงหน้าที่แข็งแกร่ง ขณะที่กิจกรรมการซื้อขายในเวียดนามหยุดชะงักอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ผลิตท้องถิ่นอย่าง Formosa Ha Tinh Steel.
Platts ประเมินราคา HRC เกรด SS400 หนา 3 มม. ราคาอยู่ที่ $638/ตัน FOB จีน เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ราคาปรับขึ้น $2/ตัน จากวันก่อนหน้า และสำหรับการจัดส่ง CFR ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของเหล็กเกรดเดียวกัน ราคาประเมินอยู่ที่ $638/ตัน ปรับขึ้น $3/ตัน ในช่วงเวลาเดียวกัน.
โรงงานเหล็กทางตะวันออกของจีนได้ปรับขึ้นราคาเสนอขาย $10/ตัน ราคาอยู่ที่ $650/ตัน FOB เพื่อไล่ตามราคาในประเทศที่สูงขึ้นและราคาบ่งชี้ในการซื้อที่เพิ่มขึ้น ความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดในประเทศจีนทำให้ผู้ซื้อบางรายระงับการซื้อขาย โดยผู้ในบางภูมิภาค อย่างเช่น ในอเมริกาใต้ยังคงไล่ตามราคา
Platts ประเมินราคา HRC เกรด SAE1006 อยู่ที่ $660/ตัน FOB จีน ราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน และสำหรับการจัดส่ง CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของสินค้าเกรดเดียวกัน ราคาประเมินอยู่ที่ $662/ตัน ลดลง $2/ตัน จากช่วงเวลาเดียวกัน
ในเวียดนาม ผู้ซื้อได้หันกลับไปที่ผู้ผลิตท้องถิ่น อย่าง FHS เนื่องจากราคาเสนอขายใหม่สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับราคาของจีน โดยราคาเสนอขายของ FHS ที่ได้รายงานจากแหล่งข่าวท้องถิ่น มีราคาอยู่ที่ระหว่าง $652-$665/ตัน ดังนั้นสัญญาณบ่งชี้การซื้อสินค้านำเข้าของผู้ซื้อในท้องถิ่นจึงลดลง เนื่องจากพวกเขาไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินให้สูงกว่าราคาของ FHS
ในเซี่ยงไฮ้ ราคาสปอตของ HRC (Q235) ขนาด 5.5 มม. ราคาประเมินอยู่ที่ 4,510 หยวน/ตัน ($691/ตัน) ex-stock โดยได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ราคาปรับขึ้น 10 หยวน/ตัน จากวันก่อน
ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนล่วงหน้าที่เซี่ยงไฮ้ สัญญาที่มีความเคลื่อนไหวสูงสุดในเดือนพฤษภาคม ปิดราคาที่ 4,418 หยวน/ตัน ปรับเพิ่มขึ้น 44 หยวน/ตัน หรือ 1% ในช่วงเวลาเดียวกัน และแตะระดับสูงสุดใหม่ นับตั้งแต่ตลาดฟิวเจอร์สของ HRC เปิดตัวในเดือนมีนาคม 2014
ในอีกด้านหนึ่ง Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นหนา (plate) เกรด Q235/SS400 ความหนา 12-25 มม. อยู่ที่ $605/ตัน CFR เอเชียตะวันออก ราคาปรับขึ้น $35/ตัน จากสัปดาห์ก่อน
โรงงานเหล็กในจีน เสนอราคาขายอยู่ $610-$620/ตัน FOB สำหรับการจัดส่งเดือนมีนาคม โดยข้อตกลงซื้อขายล่าสุดสรุปราคากันที่ $615/ตัน FOB ราคาตลาดภายในประเทศของเกาหลีใต้ ราคาได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ $620-$630/ตัน ตามข้อเสนอขายที่สูงขึ้นจากโรงงานในประเทศ
ในตลาดภายในประเทศที่เซี่ยงไฮ้ มีการซื้อขายสินค้าเกรดเดียวกันที่ราคา 4,350 หยวน/ตัน ex-stock ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ราคาเพิ่มขึ้น 230 หยวน/ตัน จากสัปดาห์ก่อน
— Analyst Yuelin Dai, Ashima Tyagi
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย khwankaew | พ.ย. 9, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนพฤศจิกายน ปี 2563
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนพฤศจิกายน ปี 2563 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก จากโครงการก่อสร้างของภาครัฐ รวมถึงราคาเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กในตลาดโลก ซึ่งมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการเร่งลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนเป็นสำคัญ ขณะที่การก่อสร้างของภาคเอกชนยังคงชะลอตัว ส่งผลให้ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้าง และราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นไม่มากนัก แม้จะมีต้นทุนที่สูงขึ้น ประกอบกับปริมาณผลผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างที่ยังคงมีมากกว่าความต้องการ

สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งความกังวลต่อการแพร่ระบาดระลอกสองของไวรัสโควิด-19 ความขัดแย้งทางการเมือง และมาตรการของสถาบันการเงินที่เข้มงวด เป็นปัจจัยกดดันให้ธุรกิจการก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังมีโอกาสฟื้นตัวจากผู้บริโภคในตลาดบน ที่ยังคงมีกำลังซื้อ และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจีน ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่ราคาปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก แม้จะยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศ ประกอบกับแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ และมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ น่าจะเป็นปัจจัยที่สามารถส่งเสริมความต้องการก่อสร้างภายในประเทศให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ที่มา: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์