โดย khwankaew | ก.ค. 22, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ราคาสปอตของ HRC ในเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อวันที่ 17 ก.ค. เนื่องจากผู้ซื้อในเวียดนามปรับขึ้นราคาเสนอซื้อ ท่ามกลางราคาเสนอขายของการนำเข้าที่สูงขึ้น แม้แต่ผู้ผลิต HRC ท้องถิ่นอย่าง Formosa Ha Tinh Steel (FHS) ก็ได้ปรับขึ้นราคาเสนอขายรายเดือนของตัวเอง
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. Platts ประเมินราคา HRC เกรด SAE1006 ราคาอยู่ที่ $467/ตัน FOB China ปรับเพิ่มขึ้น $9/ตัน จากวันก่อนหน้า ในขณะที่เหล็กเกรดเดียวกัน CFR Southeast Asia ราคาประเมินอยู่ที่ $456/ตัน ปรับเพิ่มขึ้น $8/ตัน จากวันก่อนหน้า
ในเวียดนาม ราคาเสนอซื้อปรับขึ้นมาอยู่ที่ $455/ตัน ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้ยินราคาเสนอขายของสินค้านำเข้า โดยราคาเสนอขายสินค้าจากอินเดีย เกรด SAE1006 ได้ยินราคาอยู่ที่ $475/ตัน สำหรับจัดส่งในเดือนกันยายน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก FHS เสนอราคาให้กับลูกค้าเป็นรายบุคคลในวันที่ 17 ก.ค. ซึ่งคล้ายกับการปฏิบัติมาตั้งแต่เดือน เม.ย.ของปีนี้
ผู้ค้าในตลาดพบข้อเสนอที่ “ยุติธรรม” และ “สมเหตุสมผล” เนื่องจากราคาข้อเสนอขายของการนำเข้าสูงกว่ามาก
ผู้ผลิตในเวียดนามกล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ตอนนี้และคุณภาพที่ดีเมื่อเทียบกับอินเดียและรัสเซีย เราคิดว่า ราคาของ FHS สมเหตุสมผล แต่ผู้ซื้อหลายๆรายยังคงถามถึงราคาที่ต่ำกว่า $450/ตัน CFR. คำถามคือ โรงเหล็กโรงใดที่ต้องการจะขาย ณ ระดับราคาดังกล่าว
ราคาเสนอขายของเกรด HRC เกรด SAE1006 ของโรงเหล็กท้องถิ่น ทราบมาว่าราคาอยู่ที่ $462-$469/ตัน สำหรับการส่งมอบในเดือนกันยายน ราคาได้ปรับเพิ่มขึ้น $12-$15/ตัน จากเดือนก่อน
มีข่าวลือในตลาดมาว่า FHS จะมีการจัดสรรเพื่อเพิ่มการส่งออกในเดือนนี้ เพื่อที่จะสรุปยอดการจองที่ส่งไปในจีน
“ข้อเสนอใหม่ของ FHS มีความระมัดระวังในขณะนี้ ได้ยินมาว่าโรงงานตั้งเป้าจะเก็บรวบรวมยอดสั่งซื้อให้ได้ 200,000 ตัน เทรดเดอร์ชาวเวียดนามกล่าว
ในขณะเดียวกัน Hyundai Steel ของเกาหลี ยังคงราคาเสนอขายในวันนี้ไว้ หลังจากสรุปการซื้อขาย 20,000 ตัน ในจีนไปเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า
Platts ประเมินราคา HRC เกรด SS400 หนา 3 mm. ราคาอยู่ที่ $460/ตัน FOB China (เมื่อวันที่ 17 ก.ค.) ปรับเพิ่มขึ้น $3/ตัน จากวันที่ 16 ก.ค. สำหรับสินค้าเกรดเดียวกัน CFR Southeast Asia ประเมินราคาอยู่ที่ $455/ตัน ปรับเพิ่มขึ้น $1/ตัน
โรงเหล็กของจีนมีข้อเสนอที่มั่นคง ถึงแม้ว่าจะเห็นความสนใจในการซื้อที่ดีขึ้นจากผู้ซื้อจากปากีสถาน ที่ระดับราคาพื้นฐานที่ $490-$500 CFR ซึ่งบางข้อตกลงซื้อขายในปริมาณไม่มากได้ทำการสรุปไปแล้ว
ในตลาดมีการพูดคุยเรื่อง Posco ของเกาหลี ซึ่งได้มีการสรุปยอดขาย HRC ที่เบาบางไปยังประเทศจีนที่ราคา $472-$475/ตัน อย่างไรก็ยังไม่สามารถยืนยันได้
แหล่งข่าวจากโรงงานในจีนตะวันออกกล่าว “ว่าฉันไม่แน่ใจว่าการนำเข้า เป็นภัยคุกคามต่อยอดขายในประเทศจีนหรือไม่” “แต่ในช่วงฤดูฝนนี้เราอาจเห็นยอดขายภายในประเทศลดลง อาจฟื้นตัวหลังจากสิ้นเดือนสิงหาคม”
ที่เซี่ยงไฮ้ราคาสปอตของ HRC Q235 ขนาด 5.5 mm ราคาประเมินอยู่ที่ 3,890 หยวน/ตัน ($555.8/ตัน) ex-stock รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันที่ 16 ก.ค. ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนล่วงหน้าของเซี่ยงไฮ้ สัญญาที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุดของเดือนตุลาคม ปิดตลาดที่ราคา 3,752 หยวน/ตัน ปรับเพิ่มขึ้น 0.5% ในช่วงเวลาเดียวกัน
— Ashima Tyagi, Analyst Yuelin Dai
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย saweang | ก.ค. 16, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
โครงหลังคาเหล็ก หรือ โครงหลังคาสำเร็จรูป เป็นโครงหลังคาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถรองรับการมุงหลังคาวัสดุต่างๆ ได้ทุกประเภท แต่มีข้อแตกต่างบางประการ ไม่ว่าจะเป็น คุณสมบัติ ขั้นตอนการทำงานของช่างที่หน้างาน รวมถึงข้อจำกัดเรื่องรูปทรงหลังคา
การก่อสร้างบ้านสักหนึ่งหลังให้มีความแข็งแรงนั้น สิ่งสำคัญคงหนีไม่พ้นโครงสร้างบ้านที่แข็งแรง ซึ่งนอกจากงานโครงสร้างใต้ดิน งานโครงสร้างบนดินแล้ว งานโครงสร้างหลังคาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นส่วนที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักวัสดุมุงหลังคา (กระเบื้องหลังคา) และอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ทั้งหมด ให้สามารถปกป้องบ้านเราจากแดด ฝน ลมพัดแรงๆ ได้เป็นอย่างดี งานโครงสร้างหลังคาจึงต้องถูกออกแบบคำนวณมาอย่างเหมาะสม ติดตั้งอย่างถูกวิธี เชื่อมยึดอย่างแน่นหนา เพื่อให้มีความแข็งแรงและช่วยลดปัญหาหลังคารั่วซึม ปัจจุบันก็มีโครงสร้างหลังคาที่นิยมและมีความแข็งแรงคือ “โครงหลังคาเหล็ก” และ “โครงหลังคาสำเร็จรูป” ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งเรื่องคุณสมบัติ ลักษณะการใช้งาน ขั้นตอนการทำงานของช่างที่หน้างาน รวมถึงข้อจำกัดเรื่องรูปทรงหลังคา
โครงหลังคาเหล็ก หาซื้อง่าย ตอบโจทย์รูปทรงหลังคาได้หลากหลาย
สำหรับโครงหลังคาเหล็ก ประกอบจากเหล็กรูปพรรณที่มีหน้าตัดต่างๆ ตามที่วิศวกรออกแบบ ไม่ว่าจะเป็น เหล็กกล่อง และเหล็กรูปตัวซี เหล็กรูปพรรณสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าเหล็กรูปพรรณต่างๆ ขนาดความยาวเหล็กที่ขายตามร้านทั่วไปจะอยู่ที่ 6 เมตรเพื่อให้ขนส่งได้สะดวก หากต้องการความยาวมากกว่านี้ก็สามารถสั่งพิเศษได้ แต่มีข้อควรคำนึงคือเรื่องคุณภาพเหล็ก ควรเลือกเหล็กที่ได้มาตรฐาน หรือที่เรียกว่า “เหล็กเต็ม” ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรับแรงตามมาตรฐาน โดยสังเกตที่เครื่องหมายแสดงมาตรฐาน เช่น มอก., ASTM, BSI, JIS ฯลฯ ซึ่งจะระบุไว้ที่เหล็กแต่ละท่อน แต่หากเป็นเหล็กรีดซ้ำ หรือเหล็กที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลมาที่เรียกว่า “เหล็กเบา” ที่แม้จะมีราคาถูกกว่า แต่มีประสิทธิภาพในการรับแรงด้อยกว่าเหล็กเต็มพอสมควรเลย
*การสั่งเหล็กควรมีการคำนวณความยาวให้พอดีตามการใช้งานให้มากที่สุด เพื่อให้เหลือเศษน้อยที่สุด โดยเศษเหล็กที่เหลือสามารถนำไปขายเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป (ราคาจะถูกลงเกินครึ่ง)

ควรเลือกใช้เหล็กโครงหลังคาที่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม
การติดตั้งโครงหลังคาเหล็กจะเป็นลักษณะการติดตั้งที่หน้างานทั้งหมด จึงต้องอาศัยช่างฝีมือที่มีประสบการณ์ โดยก่อนการติดตั้งต้องมีการทาสีกันสนิมให้ทั่วทุกด้านของผิวเหล็กก่อน (หากเป็นเหล็กกล่องต้องใช้วิธีการชุบสีกันสนิมเพื่อให้สีเคลือบผิวทั่วทั้งด้านในและด้านนอก) จากนั้นจึงติดตั้งและเชื่อมเหล็กตามวิธีมาตรฐาน (การเชื่อมเหล็ก ขั้นแรกจะเป็นลักษณะการเชื่อมแต้มเพื่อยึดเหล็กแต่ละท่อนไว้ก่อนเผื่อมีการแก้ไขหรือต้องขยับตำแหน่งบางจุด เมื่อติดตั้งได้ตรงตามแบบแล้ว จากนั้นจึงเชื่อมเต็มเพื่อความแน่นหนาและแข็งแรง) เมื่อติดตั้งและเชื่อมเหล็กทุกจุดเรียบร้อยแล้วก็ทาสีกันสนิมซ้ำอีกรอบ และเน้นบริเวณที่เป็นรอยเชื่อมเหล็กด้วย

การเชื่อมเหล็ก แนะนำให้เชื่อมเต็มแบบที่ได้มาตรฐาน
โครงหลังคาเหล็ก สามารถตอบโจทย์รูปทรงหลังคาได้ค่อนข้างอิสระ จึงเหมาะกับบ้านทุกสไตล์ เพราะคุณสมบัติเรื่องความยืดหยุ่น ดัดโค้งได้ และระยะของโครงสร้างเหล็กที่ยื่นได้ไกลตามความสามารถของเหล็กที่คำนวณไว้ ทำให้สามารถรองรับหลังคาทรงเหลี่ยม ทรงโค้ง รวมถึงรูปแบบหลังคาที่หวือหวาท้าทายได้ตามต้องการ ที่สำคัญควรให้วิศวกรโครงสร้างที่มีใบประกอบวิชาชีพเป็นคนออกแบบคำนวณโครงหลังคาเหล็กให้เพื่อความมีมาตรฐานและความปลอดภัย

บ้านที่มีหลังคาทรงโค้ง ชายคาที่ยื่นยาว รูปทรงโฉบเฉี่ยวจากโครงสร้างหลังคาเหล็ก
โครงหลังคาสำเร็จรูป ทนสนิม ติดตั้งง่าย ไม่มีเศษเหลือทิ้งที่หน้างาน
โครงหลังคาสำเร็จรูป หรือเรียกกันติดปากว่า “โครงหลังคากัลวาไนซ์” เป็นโครงที่ผลิตจากเหล็กที่มีกำลังดึงสูง และผ่านการเคลือบผิวป้องกันสนิมด้วยอะลูมิเนียมซิงค์ หรือแมกนีเซียมซิงค์ มีราคาสูงกว่าโครงหลังคาเหล็ก สามารถสั่งทำพิเศษให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมนั้นๆ ได้ เช่น สำหรับใช้ในพื้นที่ที่อยู่ใกล้ทะเลหรือบริเวณที่มีกรดเกลือสูง เป็นต้น โครงหลังคาสำเร็จรูปจะถูกผลิตและตัดขนาดแต่ละท่อนจากโรงงานให้ตรงตามแบบพอดีที่จะก่อสร้างที่หน้างานจริง แล้วจึงนำมาประกอบที่หน้างานก่อสร้างโดยช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งติดตั้งโดยใช้ตะปูเกลียว (สกรู) ยึดแต่ละท่อนเข้าด้วยกันตามแบบ จะไม่มีการเชื่อมเหล็กหรือเก็บงานกันสนิม จึงติดตั้งได้รวดเร็วและแม่นยำ ถือได้ว่าเป็นกระบวนการที่ช่วยลดปริมาณขยะจากงานก่อสร้างได้เป็นอย่างดี

ชิ้นส่วนโครงหลังคาสำเร็จรูปกัลวาไนซ์ตัดมาจากโรงงาน ติดตั้งโดยการยิงตะปูเกลียว
ด้วยความที่โครงหลังคาสำเร็จรูปมีลักษณะเป็นโครงถัก (โครง Truss) ซึ่งประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนของเหล็กกัลวาไนซ์หลายๆ ท่อน ไม่สามารถทำระยะยื่นชายคาได้มากนัก ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องรูปทรงหลังคา จึงเหมาะกับหลังคาที่มีรูปทรงที่เราพบเห็นกันได้ทั่วไป (ไม่เหมาะกับรูปทรงหลังคาที่หวือหวาหรือโฉบเฉี่ยว) เช่น หลังคาทรงจั่ว ทรงปั้นหยา ฯลฯ อีกทั้งงานออกแบบโครงหลังคาสำเร็จรูปจะต้องอาศัยวิศวกรที่มีความรู้เฉพาะและต้องใช้บริการจากผู้ผลิตเฉพาะรายเท่านั้น

*โครงหลังคาสำเร็จรูปมีข้อจำกัดเรื่องรูปทรงหลังคา จึงเหมาะกับรูปทรงหลังคาปั้นหยาและหน้าจั่วที่พบเห็นได้ทั่วไป *
สรุปแล้ว ถ้าเทียบโครงหลังคาเหล็กและโครงหลังคาสำเร็จรูป กับงานหลังคารูปทรงเดียวกันวัสดุเดียวกันแล้ว การเลือกใช้โครงหลังคาสำเร็จรูปจะมีราคาโดยรวม (ทั้งค่าของและค่าแรง) สูงกว่าโครงหลังคาเหล็กอยู่พอสมควร แต่สามารถมั่นใจได้ในเรื่องมาตรฐานและการรับประกันผลงานหลังการติดตั้ง ส่วนโครงหลังคาเหล็กนั้นจะสามารถตอบโจทย์งานออกแบบที่หลากหลายกว่า เมื่อมีการรื้อถอนโครงสร้างก็สามารถนำไปขายต่อได้ แต่ต้องควบคุมช่างให้ติดตั้งได้ตามมารตรฐาน ดังนั้น ในการเลือกใช้เราควรพิจารณาถึงความเหมาะสมและตอบโจทย์แต่ละบ้านให้ได้มากที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://scghome.com
โดย khwankaew | ก.ค. 9, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็น (CRC) ของจีน ในวันที่ 7 ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า สอดคล้องกับตลาดภายในประเทศที่แข็งแกร่งและข้อเสนอที่มั่นคงจากโรงงาน ในขณะที่ผู้ซื้อจากต่างประเทศยังคงนิ่งเงียบ
เมื่อวันที่ 7ก.ค. Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดเย็นเกรด SPCC ความหนา 1 mm. ราคาอยู่ที่ $491/ตัน FOB China ราคาปรับขึ้น $2/ตัน เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
ส่วนต่างระหว่างราคาส่งออกของเหล็กแผ่นรีดเย็น (CRC) และเหล็กแผ่นรีดร้อนเกรดพาณิชย์ (HRC commercial-grade) อยู่ที่ $50/ตัน เพิ่มขึ้น $2/ตัน จากสัปดาห์ก่อน

โรงงานเหล็กแห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เสนอราคาขายสำหรับที่เป็นม้วนอยู่ที่ $510/ตัน FOB และเสนอราคาขายสำหรับที่เป็นแผ่น อยู่ที่ $515/ตัน FOB ที่จะจัดส่งในเดือนกันยายน ราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน โรงงานเหล็กทางตะวันออกของจีนรายหนึ่งปรับขึ้นราคาเสนอขายสำหรับเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (CRC) $5/ตัน โดยราคาอยู่ที่ $515/ตัน FOB ที่จะส่งมอบในเดือนกันยายน
เทรดเดอร์ในเซี่งไฮ้กล่าวว่า “ในตอนนี้มันค่อนข้างเงียบมากๆ เนื่องจากคนซื้อไม่ยอมรับราคาที่ปรับสูงขึ้น โดยตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมดกำลังลดลงเร็วๆนี้ แต่ในจีนกำลังเพิ่มขึ้น”
ลูกค้าบางส่วนในยุโรปก็ซื้อจากตลาดท้องถิ่น ตอนนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ $510/ตัน เขากล่าว
แต่แนวโน้มของตลาดในประเทศจีนยังคงเป็นบวกในระยะสั้น โดยได้รับการสนับสนุนจากความต้องการของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนเพิ่มขึ้น และสภาพคล่องที่เพียงพอ
จากข้อมูลล่าสุดจากสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ของจีน (China Association of Automobile Manufacturers) แสดงให้เห็นว่ายอดขายรถยนต์ของจีนในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 2.28 ล้านหน่วย
ส่งผลให้ยอดขายในช่วงระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน อยู่ที่ 10.24 ล้านหน่วย ลดลง 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดแคบลงที่ได้เห็นจากในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมที่ลดลง 24%
ในวันที่ 7 ก.ค. ตลาดค้าปลีกในเซี่ยงไฮ้ Platts ประเมินราคาของเหล็กแผ่นรีดเย็นเกรดเดียวกันราคาอยู่ที่ 4,140 หยวน/ตัน ($589/ตัน) ex-stock ซึ่งเป็นราคาที่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ปรับขึ้น 20 หยวน/ตัน เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน เป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน
— Analyst Yuelin Dai
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย khwankaew | มิ.ย. 23, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็น (CRC) ของจีน เพิ่มขึ้นจากสัญญาณการซื้อที่สูงขึ้น
ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็น (CRC) ของจีน ในวันที่ 16 มิถุนายน เพิ่มขึ้นอีกจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปในทางเดียวกันกับการเพิ่มขึ้น เห็นได้จากสัญญาณราคาซื้อและดีลการเสนอขายของโรงงานเหล็ก และในตลาดในประเทศจีน
Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดเย็นเกรด SPCC ความหนา 1 mm ราคา อยู่ที่ $493/ตัน FOB China ในวันที่ 16 ราคาเพิ่มขึ้น $22/ตัน จากสัปดาห์ที่ผ่านมา

ส่วนต่างระหว่างราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (CRC) และ ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (HRC) ที่เป็น commercial-grade มีราคาอยู่ที่ $54/ตัน เพิ่มขึ้น $19/ตัน จากสัปดาห์ที่ผ่านมา
โรงงานจีนเสนอขาย CRC ที่ราคาคงที่ อยู่ที่ราคา $505-$510/ตัน FOB สำหรับล็อตส่งมอบเดือนสิงหาคม ในวันที่ 16 มิถุนายน หลังจากเพิ่มราคาเสนอขายประมาณ $20/ตัน ในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
เมื่อเร็วๆนี้ การสอบถามราคามีความคึกคักมากขึ้นจากทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาใต้ เทรดเดอร์จีนเหนือกล่าว ผู้ซื้อบางรายที่มีการรีสต็อกต้องการเพิ่มสัญญาณราคาขายเป็น $490/ตัน FOB ในขณะนี้ ถึงแม้ว่ากิจกรรมการซื้อจะยังคงมีไม่มากนัก
ดีลที่แน่นอนมีการรายงานว่า มีราคาอยู่ที่ประมาณ $500/ตัน FOB โดยผู้ซื้อฝั่งอเมริกาใต้และแอฟริกา แต่รายละเอียดไม่ชัดเจน
โรงงานเหล็กบางโรงเสนอราคาซื้อแก่ผู้ซื้อชาวเกาหลีใต้ที่ราคาต่ำกว่า $500/ตัน FOB เทรดเดอร์จีนตะวันออกอีกรายกล่าว
ตลาดเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (CRC) ในประเทศจีน กำลังปรับตัวดีขึ้นในเรื่องความต้องการและราคา ซึ่งน่าจะดูดีในเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคม โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังฟื้นตัว
การผลิตและการขายรถยนต์นั่งในจีน ฟื้นตัวกลับมาด้วยอัตราการเติบโตเป็นบวกในเดือนพฤษภาคมเป็นครั้งแรกในปี 2563 จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีนที่ Platts รายงาน
ในตลาดค้าปลีกของเซี่ยงไฮ้ Platts ได้ประเมิน ราคาเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (CRC) เกรดเดียวกัน มีราคาที่ 4,070 หยวน/ตัน ($575/ตัน) ณ ราคาหน้าโรงงาน ซึ่งรวมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยราคาเพิ่มขึ้น 20 หยวน/ตัน จากสิ้นสุดสัปดาห์ ในวันที่ 13 มิถุนายน
— Analyst Yuelin Dai
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย khwankaew | มิ.ย. 12, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
การส่งออกเหล็กของจีนในเดือนพฤษภาคม ลดลงร้อยละ 23.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
จากข้อมูลกรมศุลกากรจีน การส่งออกเหล็กของจีนในเดือนพฤษภาคม รวมอยู่ที่ 4.401 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 23.3 จากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา การนำเข้าเหล็กอยู่ที่ 1.28 ล้านตัน ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.6 จากปีที่ผ่านมา

ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม การส่งออกเหล็กสะสมอยู่ที่ 25.002 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 14 จากเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา และการนำเข้าเหล็กเท่ากับ 5.464 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีที่แล้ว
การลดลงอย่างมากของการส่งออกเหล็กในเดือนพฤษภาคม ได้สะท้อนถึงการมีอิทธิพลอย่างยิ่งของการระบาดของไวรัสโควิด-19 การส่งออกเหล็กรายเดือนมีมากกว่า 6 ล้านตัน ในช่วงเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน เนื่องจากความกังวลของผู้ค้าเกี่ยวกับโควิด-19 เนื่องจากการระบาดใหญ่ได้ขัดขวางห่วงโซ่อุปทานโลก และปริมาณนำเข้าแร่เหล็กของจีนก็ไม่เพิ่มขึ้นมากเท่าที่คาดไว้ ซึ่งปริมาณเหล็กทั่วโลกก็ลดลงมากอีกด้วย
แหล่งที่มา : Steelhome