Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
จำหน่ายเหล็กก่อสร้าง Archives - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ยกระดับเหล็กเส้น ผุด มอก. ใหม่ เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย

ยกระดับเหล็กเส้น ผุด มอก. ใหม่ เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย

ประกาศใช้อย่างเป็นทางการสำหรับมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กเส้นกลม “มอก.20-2559” และ เหล็กเส้นข้ออ้อย “มอก.24-2559” หลังจากมีการปรับปรุงเนื้อหาและข้อบังคับ  หวังสร้างความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

i-2-500x500

           ตามที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้มีการปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้นก่อสร้างใหม่ จากเดิมเหล็กเส้นกลม มอก. ที่ 20-2543

          และเหล็กข้ออ้อย มอก. ที่ 24-2548 เป็น เหล็กเส้นกลม มอก. ที่ 20-2559 และเหล็กข้ออ้อย มอก.ที่ 24-2559  ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2561 ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเลือกใช้เหล็กเส้นก่อสร้างและเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยมีเนื้อหาที่สำคัญดังนี้

 

  1. การเพิ่มการตรวจสอบและควบคุมค่าเคมีในน้ำเหล็กอย่างเข้มงวดโดยเพิ่มค่าเคมีที่ต้องตรวจสอบและควบคุมจาก 5 ชนิดเป็น 19 ชนิด
  2. เพิ่มชื่อผู้นำเข้าเหล็กโดยการปั้มตัวนูนบนเนื้อเหล็ก เพื่อให้สามารถติดต่อโรงงานผู้ผลิตได้กรณีที่เกิดปัญหาการใช้งาน
  3. บังคับให้ผู้ผลิตแสดงชนิดของเตาหลอมเหล็ก (Billet) ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต โดยการปั้มตัวนูนบนเนื้อเหล็กทุกเส้น เช่น OH, BO, EF และ IF

 

เมื่อกล่าวถึงชนิดของเตาที่ใช้หลอมเหล็กในประเทศไทยมีเพียง 2 ชนิด ได้แก่

  1. Induction Furnace (IF) เป็นเตาที่ใช้กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำเพื่อหลอมเหล็ก ซึ่งเป็นเตาที่เพิ่มเข้ามาในมาตรฐานฉบับนี้
  2. Electric Arc Furnace (EF) เป็นเตาหลอมเหล็กด้วยวิธีการอาร์คไฟฟ้า

 

บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) นับเป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่มีโรงหลอมเหล็กโดยใช้เทคโนโลยี Electric Arc Furnace (EF)

            จุดเด่นของเตาชนิดนี้คือ สามารถขจัดสารปนเปื้อนในเนื้อเหล็กได้ดีทำให้เหล็กมีความบริสุทธิ์ สามารถควบคุมค่าเคมีที่ส่งผลต่อคุณภาพและความแข็งแรงของเหล็กได้ดี อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากปล่อยมลพิษน้อยกว่า

         รวมถึงใช้พลังงานในการหลอมน้อยกว่าเตาหลอมเหล็กบางชนิด ดังนั้นผู้บริโภคที่ใช้เหล็ก EF มั่นใจได้ว่าเป็นเหล็กที่มีคุณภาพ แข็งแรง ทนทาน

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.millconsteel.com/

 
ผลผลิตของเหล็กเสริมคอนกรีต(ReinforcingBars)ในเดือนเมษายน2020ปรับเพิ่มขึ้น1.1%

ผลผลิตของเหล็กเสริมคอนกรีต(ReinforcingBars)ในเดือนเมษายน2020ปรับเพิ่มขึ้น1.1%

ผลผลิตของเหล็กเสริมคอนกรีต (Reinforcing Bars) ในเดือนเมษายน 2020 ปรับเพิ่มขึ้น 1.1% YoY

          ตามที่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (National Bureau of Statistics) รายงานผลผลิตเหล็กเสริมคอนกรีต (reinforcing bars) ในเดือนเมษายน 2020 อยู่ที่ 21.116 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และในช่วงระหว่าง มกราคม-เมษายน 2020 มีผลผลิตเหล็กเสริมคอนกรีต ทั้งสิ้น 74.170 ล้านตัน ลดลง 1.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในเดือนเมษายน ผลผลิตเหล็กลวดอยู่ที่ 12.937 ล้านตัน ลดลง 3.1% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดสะสม 4 เดือนแรกของปี อยู่ที่ 46.416 ล้านตัน ลดลง 3.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

dsc01684

ใน 4 เดือนแรกของปี 2020 ผลผลิตเหล็กดิบเพิ่มขึ้น 1.3% เทียบจากปีก่อน และผลิตผลิตเหล็กพิก (pig iron) เพิ่มขึ้น 1.3% จากปีก่อนหน้า แต่ผลผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กที่ชะลอตัวลงเนื่องจาก COVID-19 และสินค้าคงคลังสูง

ในเดือนเมษายน  ยอดการผลิตรายวันของเหล็กดิบและเหล็กพิก เพิ่มขึ้น 11.3% และ 11.1% เทียบจากเดือนมีนาคม ตามลำดับ และผลผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น โดยในกลุ่มของผลผลิตเหล็กเสริมคอนกรีตเฉลี่ยต่อวัน อยู่ที่ 703,900 ตัน เพิ่มขึ้น 90,500 ตัน หรือ 14.75% จากเดือนมีนาคม 2020 การผลิตเฉลี่ยรายวันของเหล็กลวด อยู่ที่ 431,200 ตัน เพิ่มขึ้น 59,600 ตัน หรือ 16.0% จากเดือนมีนาคม 2020 บ่งบอกถึงความต้องการเหล็กก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการกลับมาผลิตอีกครั้ง

สินค้าเหล็กคงคลังในประเทศลดลอย่างต่อเนื่อง ในช่วงสิ้นสุดสัปดาห์ (ในวันที่ 15 พฤษภาคม) สินค้าคงคลังเหล็กห้ารายการมีจำนวนทั้งสิ้น 17.9576 ล้าน ลดลง 6.47% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งลดลงเป็นสัปดาห์ที่สิบติดต่อกัน ในขณะที่สินค้าคงเหลือที่อยู่ทั้งในตลาดและโรงงานลดลง แสดงถึงอุปสงค์และผลผลิตที่สูง

แหล่งที่มา : Steel Business Briefing

เสาและคาน: โครงสร้างหลักรับน้ำหนักตัวบ้าน

เสาและคาน: โครงสร้างหลักรับน้ำหนักตัวบ้าน

เสาและคาน เป็นโครงสร้างหลักสำคัญที่เปรียบเสมือนโครงกระดูกของบ้าน ซึ่งหมายถึงความแข็งแรงมั่นคงของบ้านทั้งหลัง การสร้างบ้านให้ประหยัดและถูกต้องตามหลักการก่อสร้าง จึงต้องพิจารณาในเรื่องของเสาและคานตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงกระบวนการก่อสร้าง โครงสร้างเสาและคานมีหลากหลายประเภท โดยที่นิยมกันในปัจจุบัน คือ โครงสร้างไม้ โครงสร้างเหล็ก และโครงสร้างคอนกรีต

สำหรับโครงสร้างไม้นั้น ปัจจุบันถูกลดความนิยมลง เพราะไม้โครงสร้างซึ่งต้องเป็นไม้ที่มีขนาดใหญ่และคุณภาพดีมีปริมาณลดลงทุกวัน ราคาจึงค่อนข้างสูง และยังต้องอาศัยการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ประกอบกับกระแสความคิดด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติด้วย

โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือที่เรียกโดยย่อว่า “โครงสร้าง ค.ส.ล.” คอนกรีตมีส่วนประกอบหลักคือ ปูนซีเมนต์ หิน กรวดหรือทราย และน้ำ มีคุณสมบัติในการรับแรงอัดได้ดี แต่รับแรงดึงได้ค่อนข้างต่ำมาก เมื่อนำไปทำเป็นโครงสร้างบ้าน จึงต้องมีการเสริมเหล็ก เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการรับแรงดึง  โครงสร้าง ค.ส.ล. เป็นที่นิยมในบ้านเรา เนื่องจากสถาปนิกและวิศวกรส่วนใหญ่มีความชำนาญในการออกแบบ ช่างก่อสร้างส่วนมากถนัดงานคอนกรีต ราคาทั้งค่าของและค่าแรงไม่สูง ให้ความรู้สึกแข็งแรงมั่นคง สามารถหล่อขึ้นรูปได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้ ต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างพอสมควร เพราะคอนกรีตต้องรอการเซ็ทตัวเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ถึงแม้ในปัจจุบันมีคอนกรีตสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมและกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐาน แต่ยังต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบในขั้นตอนการเทคอนกรีต และความรับผิดชอบของช่างผู้คุมงานและช่างก่อสร้างเป็นหลัก คอนกรีตมีคุณสมบัติเรื่องการสะสมความร้อนและการนำพาความชื้น จึงเป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึงและหาทางระวังป้องกันไว้ด้วย

สิ่งสำคัญสำหรับงานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก คือ การผูกเหล็กและทาบเหล็กต้องถูกต้องตามมาตรฐาน มีระยะคอนกรีตหุ้มเหล็กที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดสนิมที่เหล็ก เสาและคานต้องได้ระดับทั้งแนวนอนและแนวดิ่ง มีการถอดไม้แบบตามระยะเวลาที่เหมาะสมในแต่ละส่วน และที่ลืมไม่ได้คือการบ่มคอนกรีต เพื่อให้คอนกรีตแข็งแรงเต็มประสิทธิภาพ

โครงสร้างเหล็ก เหล็กที่นำมาทำเป็นโครงสร้างบ้านต้องเป็นเหล็กรูปพรรณ ซึ่งในอดีตต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศจึงทำให้ราคาสูง ปัจจุบันไทยเราผลิตเหล็กรูปพรรณได้เองมาสิบกว่าปีแล้ว เราจึงได้เห็นอาคารช่วงหลังๆ นี้สร้างด้วยโครงสร้างเหล็กกันมากขึ้น เหตุผลที่สนับสนุนการใช้โครงสร้างเหล็กนั่นก็คือ เหล็กรูปพรรณจะถูกผลิตจาก

โรงงานอุตสาหกรรมซึ่งมีการควบคุมมาตรฐานในการผลิต สามารถสั่งผลิตเตรียมชิ้นส่วนจากโรงงาน มาถึงหน้างานก็เชื่อมประกอบได้ทันที จึงใช้เวลาในการก่อสร้างน้อยกว่าโครงสร้าง ค.ส.ล. มาก ดังนั้นจึงลดต้นทุนเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกจากนี้ การออกแบบโครงสร้างที่รับน้ำหนักอาคารที่เท่ากัน โครงสร้างเหล็กจะมีขนาดเล็กและบางกว่าโครงสร้าง ค.ส.ล. จึงทำให้น้ำหนักโดยรวมเบากว่าด้วย และส่งผลให้ระบบฐานรากของอาคารมีขนาดเล็กกว่าและประหยัดกว่านั่นเอง แต่ที่เรายังไม่ค่อยพบการสร้างบ้านด้วยโครงสร้างเหล็กก็น่าจะมีสาเหตุในเรื่องแรงงานที่มีความชำนาญในการก่อสร้างยังมีไม่มาก อีกทั้งด้วยคุณสมบัติของวัสดุเองที่ไม่สามารถทนไฟและการกัดกร่อนได้ จึงต้องทำการป้องกันโดยการห่อหุ้มด้วยวัสดุทนไฟ ทาสีกันสนิม และต้องคอยดูแลรักษาตรวจสอบโครงสร้างเหล็กโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในสิ่งเหล่านี้พอสมควร เมื่อเทียบราคาค่าก่อสร้างแล้วจึงอาจจะสูงกว่าโครงสร้าง ค.ส.ล. เล็กน้อย

อย่างไรก็ดี โครงสร้างเหล็กก็ยังน่าใช้ ถ้ามองในเรื่องของการนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ไม่ว่าจะรื้อแล้วนำไปประกอบที่อื่นใหม่ หรือจะขายก็ยังมีราคา และที่สำคัญคือสามารถนำกลับเข้ากระบวนการผลิตซ้ำได้อีก

งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
ที่มาภาพ: http://www.bloggang.com/

 

TIPS: การใช้ปูนซีเมนต์กับงานโครงสร้าง
ต้องแน่ใจว่าปูนซีเมนต์ที่ใช้หล่อเสาและคานเป็นปูนที่ใช้ทำโครงสร้างบ้าน คือ “ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์” ไม่ควรนำปูนสำหรับงานฉาบมาใช้กับงานโครงสร้างเป็นอันขาด เนื่องจากไม่สามารถรับน้ำหนักที่มากได้

การผูกเหล็ก ทาบเหล็กต้องถูกต้องและแข็งแรง
สิ่งที่เจ้าของบ้านทำได้คือ การตรวจเช็คกับวิศวกรหรือสถาปนิกที่คุมงานว่า บ้านที่กำลังสร้างอยู่นั้นมีการผูกเหล็กและเทคอนกรีตได้ตรงตามแบบ ได้มาตรฐานและระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่

เสาและคานต้องได้แนว
การได้แนวดิ่งของเสาและคานเป็นเรื่องสำคัญ ขั้นแรกอาจสังเกตด้วยสายตาก่อนว่าต้องไม่บิดเบี้ยว เอียง ขั้นต่อมาอาจต้องใช้ “ลูกดิ่ง” (เครื่องมือสำหรับงานช่างชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นตุ้มน้ำหนักที่มีปลายด้านหนึ่งแลมและปลายอีกด้านถูกยึดไว้ด้วยเชือก ใช้สำหรับหาแนวดิ่งที่ตั้งฉากกับพื้นโลกเพื่อเป็นเส้นอ้างอิงสำหรับงานก่อสร้าง) เพื่อความแม่นยำและเที่ยงตรง โดยค่าเบี่ยงเบนของเสานั้นไม่ควรเกิน 1 เซนติเมตร ต่อช่วงความยาวเสา 3-4 เมตร ถ้ามากกว่านี้ การรับน้ำหนักของเสาอาจได้น้อยกว่ากำหนด

อย่าลืมบ่มคอนกรีต
งานคอนกรีตเสริมเหล็กนั้น ช่วงที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษคือ ช่วงที่เสาและคานของบ้านได้หล่อคอนกรีตและแกะแบบออกมา ต้องมีกระบวนการ “บ่มคอนกรีต” โดยการทำพื้นผิวให้ชุ่มชื้น ด้วยการหากระสอบคลุมและรดน้ำให้ชุ่ม หรือใช้พลาสติกคลุมรอบเสาและคานคอนกรีต เพื่อไม่ให้ความชื้นในคอนกรีตระเหยเร็วเกินไปจนอาจเกิดการแตกร้าว (crack) คอนกรีตจะมีความแข็งแรงเต็มประสิทธิภาพ

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.scgbuildingmaterials.com/th/LivingIdea/NewBuild

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า