โดย khwankaew | ธ.ค. 3, 2025 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
สำนักงานดับเพลิงท้องถิ่นของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่โรงงานแห่งหนึ่งของบริษัทนิปปอน สตีล (Nippon Steel) ในเมืองมุโระรัน จังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น ในช่วงเช้ามืดวันที่ 1 ธ.ค.2025 ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่และเศษซากคอนกรีตกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
รายงานระบุว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงงานนอร์ทเจแปนเวิร์ก (North Japan Works) ของนิปปอน สตีล ได้โทรแจ้งเหตุฉุกเฉินเมื่อเวลาประมาณ 00.55 น. ตามเวลาท้องถิ่น (02.55 น. ตามเวลาไทย) โดยระบุว่าบ้านเรือนของพวกเขาสั่นสะเทือน และอาจมีเพลิงไหม้เกิดขึ้นที่โรงงานดังกล่าว ก่อนที่ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงซึ่งเดินทางถึงที่เกิดเหตุจะยืนยันว่า เตาหลอมความร้อนสูงเกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ภายในโรงงาน
สำนักงานดับเพลิงเปิดเผยว่า คนงานประมาณ 10 คนที่ปฏิบัติงานอยู่ในขณะนั้นได้รับการอพยพออกไปแล้ว และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ไฟยังคงลุกไหม้อย่างรุนแรง และเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการควบคุมเพลิงให้สงบ
ขณะนี้ บริษัทได้สั่งระงับการทำงานของเตาหลอม และอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายของอุปกรณ์ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อห่วงโซ่อุปทานและการขนส่ง ส่วนสาเหตุของการระเบิดยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
แหล่งที่มา ryt9.com/
โดย saweang | ก.ย. 1, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ในหน่วยงานก่อสร้างนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีวัสดุวางตามจุดต่างๆ เพื่อเตรียมการก่อสร้างซึ่งมีทั้งวัสดุที่กำลังรอนำไปใช้และวัสดุที่เหลือเพื่อรอนำไปทิ้ง ทำให้การจัดการพื้นที่เก็บวัสดุมีสำคัญ โดยเฉพาะเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนซึ่งเป็นหนึ่งในวัสดุที่มีความสำคัญกับโครงสร้างของอาคาร จึงควรมีการบริหารการจัดเก็บที่ดีพอสมควร แต่ก็ไม่ได้เป็นวิธีที่ยุ่งยากเกินไปทั้งนี้เพื่อให้เหล็กดังกล่าวอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน

1.การเตรียมพื้นที่จัดเก็บ
สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่เลือกใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนในโครงการนั้นๆ และมีปริมาณที่มาก จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมพื้นที่จัดเก็บทั้งก่อนใช้งานและเหล็กที่เหลือจากการใช้งาน โดยสามารทำโรงเก็บแบบชั่วคราวไว้ในพื้นที่โครงการ โดยทำการเทพื้นคอนกรีตชั่วคราวหนาประมาณ 15 – 20 ซม. และควรมีวัสดุเช่นไม้หมอน หรือ เศษเหล็กที่เหลือจากการใช้งาน มาทำการรองไว้ด้านล่างของกองเหล็กดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงให้เหล็กสัมผัสความชื้นจากพื้นดินซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสนิม

2.ทาสีกันสนิม
มีหลายกรณีที่ผู้รับเหมาเลือกที่จะนำเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนมาทาสีที่หน่วยงานก่อสร้างเอง ซึ่งวิธีนี้หากงานก่อสร้างที่กินเวลายาวนานหรือก่อสร้างในช่วงฤดูฝนจะทำให้เหล็กนั้นๆ มีโอกาสที่จะเกิดสนิมขึ้นแทบจะ 100% ดังนั้นควรทาหรือพ่นสีกันสนิมตั้งแต่เหล็กดังกล่าวมาถึงหน่วยงานก่อสร้าง หรือเลือกวิธีสั่งเหล็กที่มีการทาหรือพ่นกันสนิมมาจากโรงงานของผู้ผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพของเหล็กให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน ทั้งยังเพิ่มความมั่นใจให้เจ้าของโครงการมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

3.การจัดเก็บให้ถูกประเภท
ในบางโครงการนั้น ผู้ออกแบบวิศวกรมีการเลือกใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนทั้ง 2 เกรด คือ SS400 และ SM520 ซึ่งในด้านต้นทุนค่าก่อสร้างนั้น ในบางโครงการสามารถช่วยให้ประหยัดต้นทุนงานโครงสร้างได้ถึง 20% แต่การจัดเก็บเหล็กทั้ง 2 เกรด ควรแยกให้ชัดเจนไม่นำมาวางกองรวมกัน หากวางใกล้กันควรมีป้ายหรือสัญลักษณ์บอกอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการเลือกไปใช้งานตามแบบที่กำหนดมา

4.พื้นที่จัดเก็บสำหรับโครงการขนาดเล็ก
สำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มักทำโรงเก็บแบบชั่วคราวอยู่แล้ว ส่วนในกรณีโครงการขนาดเหล็ก การสร้างโรงเก็บแบบชั่วคราวอาจทำให้งบประมาณบานปลายเกินความจำเป็น สามารแก้ปัญหาได้ด้วยการแบ่งพื้นที่ขนาดเล็กเอาไว้แล้วปูด้วยผ้าใบหรือพลาสติกบนพื้น แทนการเทพื้นคอนกรีตเพื่อกันความชื้นจากดิน จากนั้นจึงนำไม้หมอน หรือเศษเหล็กที่เหลือจากการใช้งาน มาทำการรองไว้ด้านล่างของกองเหล็กดังกล่าวและปิดคลุมด้วยพลาสติกอีกทีนึง เผื่อกรณีฝนตกและกันน้ำค้างในตอนเช้า เพียงเท่านี้โครงการขนาดเล็กก็สามารถมีที่เก็บเหล็กและป้องกันเหล็กจากสนิมได้โดยไม่ยุ่งยากแล้ว
–ขอบคุณข้อมูลhttps://www.hbeamconnect.com/
หากต้องการใช้เหล็กเป็นโครงก่อสร้างบ้านด้วยเหล็ก H Beam เหล็กก่อสร้างรูปพรรณทุกชนิด สามารถโทรมาสอบถามข้อสงสัยการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างเฮชบีม สามารถติดต่อที่ 02 749 1007-14 ได้ในเวลาทำการครับ

โดย saweang | ส.ค. 4, 2020 | บทความบ้านๆๆ
เหล็กแผ่นรีดร้อน หรือเหล็กแผ่นดำ หรือที่เรียกว่า Steel Plate
ทำจากเหล็กแผ่นม้วนคุณภาพสูง ควบคุมด้วยเครื่องจักรทันสมัยปราศจากเหล็กด้อยคุณภาพปลอมปน เป็นชนิดหนึ่งของเหล็กแผ่น เหล็กแผ่นดำจะมีลักษณะเป็นแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ มีหลายขนาดและความหนา เหล็กแผ่นดำของวีซีเอสเอเชียจะเป็นเหล็กแผ่นรีดร้อน

การใช้งานเหล็กแผ่น
เหล็กแผ่น (สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป การปูพื้น การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ งานต่อเรือ สะพานเหล็ก) มีลักษณะเป็น แผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ นิยมใช้สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป การปูพื้น การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ งานต่อเรือ สะพานเหล็ก ฯลฯ มีหลายขนาดและความหนาตามแต่การใช้งาน

การเลือกซื้อเหล็กแผ่น
ปัจจุบัน เหล็กแผ่นรีดร้อน ถือว่าเป็นสินค้าพื้นฐานที่เป็นเหมือนกลไกสำคัญในการตอบสนองการ เติบโตทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมต่อเรือ อุตสาหกรรมปิโตรเลียม ฯลฯ โดยในการ เลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อ นำมาใช้งาน ในแต่ละครั้งนั้น ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงปัจจัย ที่เกี่ยวข้องต่างๆ ดังนี้
การนำไปใช้งาน
ในการซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนนั้น ผู้ซื้อควรคำนึงถึงการนำไปใช้งาน เพราะเหล็กแผ่นรีดร้อนแต่ละชนิด จะมีความแตกต่างกันในเรื่องค่าเคมี และองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการนำไปใช้ใน สภาวะที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น หากผู้ซื้อต้องการนำ เหล็กแผ่นรีดร้อนมาใช้ต่อเรือในส่วนที่ ต้องรับแรงสูงและต้องทนต่อแรงกระแทก ผู้ซื้อควรเลือกเหล็กแผ่นรีดร้อนเกรดพิเศษที่ใช้ใน การต่อเรือโดยเฉพาะ ดังนั้น ผู้ซื้อควรเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนที่มีมาตรฐานเหล็กเป็น ABS Gr.AH หรือ ABS Gr.DH (ขึ้นอยู่กับสภาพที่นำไปใช้งานเช่นอุณหภูมิหรือการรับแรง) เป็นต้น

ขนาดของเหล็กแผ่นรีดร้อน
เพื่อให้การนำเหล็กแผ่นรีดร้อนไปใช้งานมีการสูญเสียน้อยที่สุด ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงขนาด เหล็กรีดร้อนที่ต้องใช้ให้มีความเหมาะสมกับงานนั้นๆ เพราะถ้าผู้ซื้อเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อน ขนาดใหญ่เกินความต้องการใช้จริงก็จะก่อให้เกิดความสูญเสียเป็น เศษเหล็กหรือหากเลือก เหล็กแผ่นรีดร้อนขนาดเล็กเกินไปก็จะเกิดความสูญเสียใน เรื่องของการเชื่อมต่อและเวลา ที่ต้องสูญเสียมากขึ้นได้
คุณภาพ
ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงคุณภาพของเหล็กแผ่นรีดร้อนโดยเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มี มาตรฐานเหล็ก ระดับสากลรองรับ เช่น มาตรฐานเหล็ก ASTM, DIN, JIS, EN, Lloyd’s, ABS, AS หรือ API เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานว่า จะได้รับชิ้นงานที่มี คุณภาพสูง เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อว่า เหล็กแผ่นรีดร้อนทุกแผ่นมีคุณภาพเป็นไปตามที่ ผู้ซื้อต้องการ
ปัจจุบัน ในประเทศไทยก็ได้มีองค์กรอิสระต่างๆ ที่ก่อตั้งขึ้น เพื่อให้บริการทดสอบวิจัยโลหะ วิทยาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพของเหล็กแผ่นรีดร้อนให้แก่ผู้ ซื้อได้มากขึ้น
ความสะดวกในการสั่งซื้อและการส่งมอบ
นอกจากปัจจัย 3 ข้อ ดังข้างต้นแล้ว ผู้ซื้อควรพิจารณาเรื่องความสะดวกในการสั่งซื้อ โดยเลือก ซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนจากผู้ผลิตในประเทศ เพื่อประหยัดเวลาในการติดต่อ-สั่งซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังทำให้การส่งมอบสะดวกรวดเร็วมากกว่าการนำเข้าจาก ต่างประเทศ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://engineerknowledge.blogspot.com27/8/56
โดย saweang | ส.ค. 3, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
โครงสร้างเสาไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) สำหรับสร้างโกง สร้างโรงงาน ขนาดใหญ่ดัง
เนื่องจากเราเป็นการสร้างโกดัง ในระบบ โกดังสำเร็จรูป ทำให้ เราจะทำการออกแบบ และผลิตโครงสร้างเสา ที่โรงงานทำให้เราสามารถที่จะควบคุมคุณภาพให้ได้ตามมาตรฐานวิศวกรรม ทั้งเรื่องการตัด การเชื่อม อีกทั้งยังทำให้เราสามารถใช้วัตถุดิบได้ตามต้นทุนที่เราออกแบบ ทำให้ลูกค้าได้งานที่ดีและราคาถูกการนำไปใช้งาน

เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ก่อสร้างโรงงาน สร้างโกดังขนาดใหญ่ และงานเชื่อม เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) จะมีชื่อเรียกคล้ายกับเหล็กเอชบีม คือ ตัวเฮช เหล็กเสา เหล็กปีก เสาบีม โดยเหล็กไวด์แฟรงค์ จัดเป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (Hot rolled structural steel) ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 1227-2539 แบ่งเป็น Grade SS400, SS490, SS540, SM400, SM490, SM520 มีความยาวให้เลือกตั้งแต่ 1 เมตร, 6 เมตร, 9 เมตร และ 12 เมตร มีลักษณะรูปทรงที่คล้ายกับเหล็กเอชบีม และเหล็กไอบีม แต่เหล็กไวด์แฟรงค์ จะมีความกว้างของแผ่นตรงกลาง มากกว่าปีกทั้ง 2 ข้าง และมีขนาดบางกว่า แต่ยังคงความแข็งแรง ทนทาน สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี

การนำไปใช้งาน เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ก่อสร้างอาคาร โรงงานขนาดใหญ่ และงานเชื่อม
ขนาดเหล็กไวด์แฟรงค์
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 150 x 75 x 5 x 7 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 84.00 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 148 x 100 x 6 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 126.60 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 200 x 100 x 5.5 x 8 มม.X 6 ม. น้ำหนัก 127.80 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 194 x 150 x 6 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 183.60 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 250 x 125 x 6 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 177.60 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 300 x 150 x 6.5 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 220.20 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 244 x 175 x 7 x 11 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 264.60 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 350 x 175 x 7 x 11 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 297.60 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 294 x 200 x 8 x 12 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 340.80 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 400 x 200 x 8 x 13 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 396.00 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 450 x 200 x 9 x 14 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 456.00 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 500 x 200 x 10 x 16 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 537.60 กก./เส้น

เหล็ก เอชบีม เฮชบีม H-beam ไวด์แฟรงค์ Wide Flange ไอบีม I-beam ต่างกันอย่างไร? เหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ
1 ด้านการนำไปใช้งาน
เหล็กเอชบีม H-beam ไวด์แฟรงค์ Wide Flange และ จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก
2 ด้านลักษณะรูปร่าง
จุดแตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด เป็นรูปตัว H เท่ากันทั้งปีกและส่วนเสา ส่วนเหล็กเสาไวด์แฟรงค์ Wide Flange จะ มีความหนาเท่ากันตลอดเช่นกัน แต่ส่วนปีก จะมีความกว้างไม่เท่ากับความกว้างเสา ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน
โดย saweang | ก.ค. 23, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
สั่งซื้อเหล็กก่อสร้าง ให้ช่วยลดต้นทุน 3 วิธี ได้รวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดมลภาวะ และสำคัญที่สุดคือสามารถช่วยลดต้นทุนได้มากกว่าวัสดุอื่นเมื่อเปรียบเทียบกัน ในหลายๆ ประการ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่จะช่วยลดต้นทุนได้ดีที่สุดสำหรับการก่อสร้างนั้นคือการวางแผนที่ดีตั้งแต่ขั้นตอนแรกเริ่ม อย่างการเลือกและสั่งซื้อโครงสร้างเหล็ก ที่จะนำไปสู่โครงสร้างที่ตอบโจทย์และค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า
วิธีที่ 1 สั่งซื้อเหล็กง่ายๆ ใกล้แค่เอื้อม
เพราะ SYS ได้จำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จึงทำให้ผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการสามารถสั่งซื้อเหล็กได้อย่างสะดวกขึ้น ตอบโจทย์กับทุกไซต์งานไม่ว่าจะอยู่ภาคไหน จังหวัดไหน ก็สามารถสั่งกับตัวแทนได้ใกล้ๆ ลดค่าใช้จ่ายการขนส่ง อีกทั้งยังสามารถค้นหาตัวแทนจำหน่ายใกล้ท่านได้อย่างรวดเร็ว ผ่านลิงค์เว็บไซต์ https://www.hbeamconnect.com/th/community/blog/VSCh20191219225529170/ หรือ https://www.syssteel.com/dealer_list/ อีกด้วย สะดวกสบาย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้มากเลยทีเดียว

วิธีที่ 2 วางแผนการจัดส่งร่วมกับวัสดุอื่น
แน่นอนว่าการก่อสร้างในแต่ละครั้งนอกจากการเลือกใช้โครงสร้างเหล็กแล้ว ก็ยังคงต้องมีวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งในส่วนของการวางแผนการขนส่งร่วมกับวัสดุอื่นนี้ เป็นการวางแผนในส่วนของการช่วยลดความซ้ำซ้อนในการจัดส่งวัสดุ อย่างการลดเที่ยวการเดินทางของรถขนส่ง และยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้อีกเช่นเดียวกัน เพราะมีการขนวัสดุอื่นมาพร้อมกันด้วย ซึ่งขั้นตอนนี้สามารถขนเหล็กรูปพรรณมาพร้อมกับวัสดุอื่นๆ เช่นเหล็กเส้นที่ต้องใช้ในโครงสร้างฐานรากหรือโครงสร้างพื้นอยู่แล้ว มาพร้อมกันในคราวเดียว จากตัวแทนจำหน่าย ของ SYS ได้ทั่วประเทศ

วิธีที่ 3 เลือกใช้ Customize Length เหล็กความยาวพิเศษ
เพราะเหล็กความยาวพิเศษ เป็นเหล็กที่ได้ความยาวตามต้องการ จึงทำให้ลดกระบวนการทำงานในหน้างาน แน่นอนว่าก็จะส่งผลให้สามารถช่วยลดค่าเศษเหล็กเหลือทิ้ง ค่าใช้จ่ายในส่วนของ ค่าแรง ทั้งการตัดหรือต่อเหล็ก รวมถึงค่าวัสดุอื่นๆเช่น เพลท หรือลวดเชื่อม ตามไปด้วย ซึ่ง Customize Length มีราคาที่ไม่ได้ต่างจากเหล็กความยาวทั่วไป ที่มีความยาว 6 และ 9 เมตร อีกทั้ง Customize Length ยังสามารถสั่งเพิ่มได้ทุกๆ 10 เซนติเมตร เพิ่มความคุ้มค่าให้กับการลงทุนในวัสดุก่อสร้างด้วย
ขอบคุณข้อมูลhttps://www.hbeamconnect.com/
หากต้องการใช้เหล็กเป็นโครงก่อสร้างบ้านด้วยเหล็ก H Beam เหล็กก่อสร้างรูปพรรณทุกชนิด สามารถโทรมาสอบถามข้อสงสัยการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างเฮชบีม สามารถติดต่อที่ 02 749 1007-14 ได้ในเวลาทำการครับ
