โดย khwankaew | ส.ค. 23, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
จากข่าวที่ว่ารัฐบาลจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะเวลาหนึ่งปีลง 0.05% เป็น 3.65% ในวันที่ 22 ส.ค เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์สามารถฟื้นตัวและกระตุ้นความต้องการเหล็กก่อสร้าง ส่งผลให้ราคาเหล็กเส้นในเอเชียปรับตัวสูงขึ้น

นักวิเคราะห์ในเซี่ยงไฮ้กล่าวว่าจีนปรับลด LPR หนึ่งสัปดาห์หลังจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยสองรายการซึ่งถูกมองว่าช่วยฟื้นอุปสงค์สินเชื่อและกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจของประเทศ
หลังจากข่าวการลด LPR ตลาดฟิวเจอร์สเหล็กเส้นของจีนได้ชดเชยการขาดทุนบางส่วนในสัปดาห์ที่แล้ว โดยเพิ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 ส.ค. สัญญาซื้อขายเหล็กเส้นในเดือนตุลาคม 2022 ในตลาด Shanghai Futures Exchange ปิดที่ 4,010 หยวนต่อตัน ($586/ตัน) ปรับเพิ่มขึ้น 81 หยวนต่อตัน จากวันก่อนหน้า
ด้วยความเชื่อมั่นในตลาดที่เพิ่มขึ้น กิจกรรมการค้าในปักกิ่งจึงเพิ่มขึ้น โดยข้อตกลงสูงสุดได้ข้อสรุปซื้อขายอยู่ที่ 4,020 หยวนต่อตัน ex-stock (theoretical weight) หรือ 4,144 หยวนต่อตัน (actual weight) การประเมินราคาสปอตเหล็กเส้น HRB400 ขนาด 18-25 มม. ภายในประเทศที่ปักกิ่งอยู่ราคาอยู่ที่ 4,144 หยวนต่อตัน ($608/ตัน) ex-stock (actual weight) ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 13% ราคาเพิ่มขึ้น 41 หยวน/ตัน จากในวันก่อนหน้า
เหล็กเส้นในตลาด seaborne ก็ขยับขึ้นท่ามกลางความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งขึ้นและส่งสัญญาณว่าระดับข้อเสนอขายของโรงงานจะไม่สามารถลดลงได้ ด้านผู้ค้าในสิงคโปร์รายหนึ่งกล่าวว่าข้อเสนอขายที่ต่ำที่สุดโดยโรงงานในมาเลเซียอยู่ที่ $620/ตัน CFR สิงคโปร์ และ “อาจจะไม่” ลงไปที่ $600/ตัน
Platts ประเมินราคาเหล็กเส้น BS4449 เกรด 500 ขนาด 16-32 มม. ที่ราคา $601/ตัน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราคาเพิ่มขึ้น $2/ตัน จากวันก่อนหน้า การส่งออกเหล็กเส้นเกรด BS500B เส้นผ่านศูนย์กลาง 16-20 มม. ของจีน ราคาส่งออกประเมินที่ $595/ตัน FOB ประเทศจีน ราคาเพิ่มขึ้น $2/ตัน
แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights.
โดย khwankaew | ก.ค. 11, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทย ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 มีปริมาณความต้องการ ใช้สินค้าเหล็กสำเร็จรูปทั้งหมด 8.78 ล้านตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2564 ประมาณ 13% จากภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนก่อสร้างในประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้การใช้กำลังการผลิตจริงของอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศไทยอยู่ที่เพียง 33.3% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ต่ำมากๆ
ในขณะที่ผู้ผลิตเหล็กในประเทศไทยต้องเผชิญกับต้นทุนที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจาก 1.ราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น 39.97% และ 2.ราคาวัตถุดิบที่ผู้ผลิตได้สั่งซื้อไปเมื่อช่วงเดือน เม.ย.- พ.ค.2565 แต่อย่างไรก็ตามผู้ผลิตในประเทศไทยได้ปรับราคาขายสินค้าเหล็กให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดเหล็กโลกซึ่งอ่อนตัวลงแล้ว ตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นมา
“สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว ภาวะเงินเฟ้อ ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดที่ยังไม่สงบและสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่มีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไป น่าจะส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กของโลกมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ดังนั้น ประเทศต่างๆที่รู้ทันสถานการณ์ได้ออกมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจากการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยการใช้มาตรการทางการค้าต่างๆ ได้แก่ การตอบโต้การทุ่มตลาด การตอบโต้การอุดหนุน การตอบโต้การหลบเลี่ยง ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว”
โดย khwankaew | ก.ค. 1, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ปีนี้สถานการณ์ราคาเหล็กในตลาดโลกเริ่มลดความผันผวน ขณะที่สงครามการค้าเหล็กในระดับภูมิภาคทวีความรุนแรง
โดยเมื่อช่วงต้นปี 2565 ราคาเหล็กโลกได้ปรับราคาสูงขึ้นลิ่วๆ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากวิกฤติสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่พอตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นมา ราคาเหล็กโลกได้อ่อนตัวและตลาดมีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากตลาดเหล็กโลกได้ปรับตัวในเชิงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และเน้นการค้าในระดับภูมิภาค (Region) เป็นหลัก เตือนภัยสัญญาณเหล็กทุ่มตลาดชัดเจน
นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยสถานการณ์ราคาเหล็กในตลาดโลกว่าได้ปรับลดลง โดยราคาสินค้าเหล็กสำเร็จรูปในภูมิภาคเอเชียปรับลดลง 3.2%-4.9% ในเดือน มิ.ย. 2565 และลดลงอีก 5.2%-16.3% ในเดือน ก.ค.
สาเหตุหลักมาจากการที่ประเทศจีนมีการล็อกดาวน์เมืองต่างๆที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กในประเทศจีนชะลอตัว โดยครึ่งแรกของปี 2565 ความต้องการใช้เหล็กของประเทศจีน ลดลง 6.9% เหลือ 501 ล้านตัน และมีการส่งออกสินค้าเหล็ก รวม 34.25 ล้านตัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการส่งออกในราคาต่ำมาก เพราะกำลังซื้อภายในประเทศจีนลดลง
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ประเทศรัสเซียมีการส่งออกสินค้าเหล็กสำเร็จรูปราคาต่ำเข้ามายังภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากถูกคว่ำบาตรไม่สามารถส่งสินค้าไปยังสหภาพยุโรปได้
แหล่งที่มา : thairath online
โดย khwankaew | มิ.ย. 10, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
การผลิตเหล็กดิบของอินเดียเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ระดับ 10.60 ล้านตัน ในเดือนพฤษภาคม ข้อมูลจาก Joint Plant Committee เผยวันที่ 4 มิถุนายน เนื่องจากกำลังการผลิตในประเทศที่เพิ่มขึ้น
การเพิ่มขึ้นได้เกิดขึ้นท่ามกลางความต้องการที่แข็งแกร่งจากภาคการผลิตของอินเดีย ดังที่แสดงโดย S&P Global India manufacturing purchasing managers’ index ซึ่งอยู่ที่ 54.6 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจาก 54.7 ในเดือนเมษายน
แม้จะขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ แต่ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ เช่น Maruti Suzuki มีความต้องการเหล็กกล้าสำหรับยานยนต์สูงขึ้น เนื่องจากการผลิตในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นกว่าสี่เท่า อยู่ที่ 164,859 คัน จาก 40,924 คัน ในเดือนพฤษภาคม 2021
“การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อการผลิตรถยนต์ในช่วงเดือน” Maruti Suzuki กล่าวเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน โดยเสริมว่าตัวเลขเดือนพฤษภาคมไม่สามารถเทียบได้กับตัวเลข “พฤษภาคม 2021 เนื่องจากการดำเนินงานของบริษัทในเดือนพฤษภาคม 2021 ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการหยุดชะงักที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19”
JSW Steel ยังได้เปิดเตาหลอมแห่งที่สองที่ Dolvi ในรัฐ Maharashtra เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2021 โดยเพิ่มกำลังการผลิต Dolvi Steel Works เป็นสองเท่า เป็นที่ 10 ล้านตันต่อปี และมีส่วนทำให้กำลังการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น
การผลิตโลหะร้อนเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ 6.88 ล้านตัน ในเดือนพฤษภาคม และการผลิตเหล็กสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 14.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในเดือนพฤษภาคม
การผลิตเหล็กดิบโดยรวมของอินเดียในช่วงสองเดือนแรกของปีงบการเงิน (เมษายน-มีนาคม) เพิ่มขึ้น 11.5% จากปีก่อนหน้า
การส่งออกเหล็กสำเร็จรูป (finished steel) ของอินเดียลดลง 39.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการที่ย่ำแย่ ในขณะที่การนำเข้าลดลง 3.6%
การส่งออกคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน เนื่องจากอินเดียได้ขึ้นภาษีส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กหลายชนิด เช่น แร่เหล็กและเหล็กกล้า มีผล 22 พ.ค. โดยผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนและเหล็กทรงยาวส่วนใหญ่ถูกเก็บภาษีที่ 15% ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีการใช้เลย
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย khwankaew | พ.ค. 12, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในเดือนพฤษภาคม 2565 ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น จากราคาสินค้าหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กที่ขยายตัวตามอุปทานเหล็กที่มีแนวโน้มตึงตัว อันเป็นผลจากปริมาณการผลิตเหล็กดิบโลกที่ปรับตัวลดลงถึงร้อยละ 6.8 เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกัน (มกราคม – มีนาคม) ของปีก่อน ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย – ยูเครน และมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมัน วัตถุดิบ อยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันการยกเลิกมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก มีผลให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งวัสดุก่อสร้างอื่น อาทิ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต อุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา วัสดุก่อสร้างอื่น ๆ (ยางมะตอย) สูงขึ้นตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม การระบาดของไวรัสโควิด – 19 ในจีน สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย – ยูเครน ตลอดจนราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่อยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยส่งผลต่ออุปสงค์ของภาคการก่อสร้างและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และเป็นแรงกดดันต่อดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างต่อไป
ที่มา: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์