google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ญี่ปุ่นจี้รัฐปฏิรูปกฎหมาย สกัดสินค้าจีนทะลักหนีภาษี

ญี่ปุ่นจี้รัฐปฏิรูปกฎหมาย สกัดสินค้าจีนทะลักหนีภาษี

ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กกล้าแห่งญี่ปุ่นได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาลในวันนี้ (18 ส.ค.) ให้เร่งออกมาตรการเพื่อสกัดกั้นการหลบเลี่ยงภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด อันเป็นมาตรการเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการนำเข้าอันไม่เป็นธรรม

สมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมอีก 4 แห่ง ชี้แจงว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน เนื่องจากประเทศอย่างจีนพยายามหลบเลี่ยงภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด โดยใช้วิธีส่งสินค้าผ่านประเทศที่สาม หรือนำไปแปรรูปเพียงเล็กน้อยพอเป็นพิธีเพื่อหลบเลี่ยงภาษีศุลกากร

ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้น ในขณะที่การส่งออกเหล็กกล้าของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้พุ่งขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน และได้จุดชนวนให้ชาติต่าง ๆ ทั่วโลกหันมาใช้นโยบายกีดกันทางการค้าเพื่อปกป้องตนเอง โดยมีถึงเกือบ 40 ประเทศที่ได้ริเริ่มการไต่สวนเพื่อตอบโต้การทุ่มตลาดนับตั้งแต่เดือนม.ค. ของปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ ทางการญี่ปุ่นเพิ่งเปิดฉากการไต่สวนข้อกล่าวหาที่ว่าสินค้าเหล็กกล้าจากจีนและเกาหลีใต้ถูกส่งเข้ามาตีตลาดในราคาที่ต่ำกว่าปกติอย่างไม่เป็นธรรม หลัง 4 ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเหล็กกล้าในประเทศยื่นเรื่องร้องเรียน

กลุ่มบริษัทผู้ผลิตเหล็กกล้าของญี่ปุ่นชี้ว่า สินค้าเหล็กกล้าที่ทะลักเข้ามานั้นเป็นผลมาจากการผลิตที่ล้นตลาดในจีนและภูมิภาคอื่น ทำให้ถูกนำมาขายตัดราคาในญี่ปุ่นอย่างหนัก จนส่งผลให้บริษัทท้องถิ่นต้องยอมลดราคาลงเพื่อความอยู่รอด

ทาคานาริ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการสมาพันธ์เหล็กกล้าฯ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวว่า ถึงแม้จะบังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดได้ แต่หากไม่มีมาตรการป้องกันการหลบเลี่ยงภาษี ประสิทธิผลของมาตรการก็จะด้อยลงไปอย่างมาก พร้อมเน้นย้ำว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการทำให้ระบบตอบโต้การทุ่มตลาดมีความรัดกุมและประกันให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ใช่การมุ่งไปสู่ลัทธิกีดกันทางการค้า

ตามข้อมูลของสมาพันธ์ฯ ในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 20 ชาติ (G20) มีถึง 18 ประเทศที่มีระบบป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีอยู่แล้ว คงเหลือเพียงญี่ปุ่นและอินโดนีเซียเท่านั้นที่ยังไม่มีกฎหมายในลักษณะดังกล่าว

ที่เป็นอยู่ปัจจุบัน หากญี่ปุ่นประสงค์จะจัดการกับการหลบเลี่ยงภาษี ก็จำต้องเริ่มต้นกระบวนการไต่สวนเพื่อตอบโต้การทุ่มตลาดใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมจึงเรียกร้องให้รัฐบาลบัญญัติกฎเกณฑ์ทางภาษีขึ้นมาเป็นการเฉพาะ แยกจากภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดที่มีอยู่ ภายใต้การปฏิรูปภาษีซึ่งจะมีขึ้นในปีงบประมาณหน้า ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังมีข้อเรียกร้องให้เพิ่มจำนวนพนักงานสอบสวนทางการค้าและปรับปรุงระบบการไต่สวนให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

แหล่งที่มา : https://www.ryt9.com/

มั่นใจยอดขายเหล็กครึ่งปีหลังฟื้นรับงบรัฐ-ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม

มั่นใจยอดขายเหล็กครึ่งปีหลังฟื้นรับงบรัฐ-ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม

นายตารุณ คูมาร์ ดากา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทาทา สตีล (ประเทศไทย) (TSTH) กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 67/68 (ต.ค. 67 – มี.ค. 68) ในส่วนของปริมาณการขายเหล็กที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกที่ทำได้ 589,000 ตัน จากอานิสงส์ของยอดขายเหล็กในประเทศไทย คาดหวังจะเริ่มเห็นการผลักดันการลงทุนของโครงการภาครัฐออกมามากจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีจากครึ่งปีแรกที่ชะลอการเบิกจ่าย

ขณะเดียวกัน พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมาคาดว่าจะเห็นการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารบ้านเรือน ทำให้มีความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้น และภาครัฐได้มีการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และใช้งบประมาณปรับปรุงถนนและสิ่งปลูกสร้างที่พังเสียหาย ส่งผลบวกต่อความต้องการใช้เหล็กที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

img_1442

“ปัจจัยในประเทศเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักที่เข้ามาช่วยชดเชยการชะลอตัวของความต้องการใช้เหล็กในประเทศจีนที่ปรับตัวลง จากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ฟื้นกลับมา” กรรมการผู้จัดการใหญ่ TSTH กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยังมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอกอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งเข้ามากระทบภาพรวมของเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศ แต่บริษัทยังมั่นใจว่าปริมาณการขายเหล็กในปี 67/68 จะยังทำได้ตามเป้าหมายที่ 1.12 ล้านตัน แต่อาจจะมีปัจจัยกดดันในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนหลังจากเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ผลการดำเนินงานในรูปของเงินบาทที่ได้รับผลกระทบอยู่บ้าง

ขณะที่ในปี 68 ยังคงต้องรอติดตามในส่วนของภาพเศรษฐกิจโดยรวม แม้ว่าปัจจุบันทิศทางดอกเบี้ยจะเริ่มเห็นการปรับตัวลดลง แต่ภาพของการบริโภคยังไม่ฟื้นกลับมา โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่าง จีน ที่เศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ส่งผลต่อกำลังซื้อชะลอตัว และมีผลต่อการลงทุนที่ชะลอตามไปด้วย ประกอบกับยังต้องรอติดตามการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งมีผลต่อนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และมีผลต่อการเตรียมกลยุทธ์ของบริษัทในปีหน้าด้วยเช่นกัน

แหล่งที่มา: https://www.ryt9.com

ป้องกันทุ่มตลาด ต่ออายุเก็บภาษี AD เหล็กแผ่นรีดร้อนจากจีน-มาเลเซีย อีก 5 ปี

ป้องกันทุ่มตลาด ต่ออายุเก็บภาษี AD เหล็กแผ่นรีดร้อนจากจีน-มาเลเซีย อีก 5 ปี

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดฯ ต่ออายุเก็บภาษี AD เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน จากจีนและมาเลเซีย อีก 5 ปี ถึงปี 2571 เหตุหากยกเลิกเก็บ จะทำให้การทุ่มตลาดกลับมา และผู้ผลิตในประเทศเสียหายอีก

วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศ คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) เรื่อง ผลการพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการใช้บังคับอากรตอบโต้การทุ่มตลาดต่อไป ตามมาตรา 57 พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542

กรณีสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน ที่มีแหล่งกำเนิดจากจีนและมาเลเซีย โดยให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) เหล็กดังกล่าวจาก 2 ประเทศต่อไปในอัตราเดิม เป็นระยะเวลา 5 ปี รวมทั้งสิ้น 162 รายการ โดยสินค้าจากจีน ให้เรียกเก็บในอัตา 30.91% ของราคา CIF (ราคาสินค้ารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัย) ส่วนมาเลเซีย เก็บที่ 23.57-42.51% เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2566-10 ก.ค. 2571

ทั้งนี้ สาเหตุที่คณะกรรมการทุ่มตลาดฯ ให้เรียกเก็บภาษีเอดีต่ออีก 5 ปี เนื่องจากพิจารณาแล้ว พบว่า การยุติการเรียกเก็บภาษี AD จะทำให้สินค้าดังกล่าวจาก 2 ประเทศ เข้ามาทุ่มตลาดในไทย (ขายสินค้าราคาต่ำกว่าราคาขายในประเทศผู้ผลิต) และอาจทำให้ผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันของไทยได้รับความเสียหายต่อไป หรือฟื้นคืนมาอีก

ดังนั้น การยกเว้นการเก็บ หรือเก็บในอัตรา 0% สำหรับการนำเข้าเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ ปริมาณรวมไม่เกิน 1,000 ตันต่อปี เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ ปริมาณรวมไม่เกิน 1,000 ตันต่อปีเช่นกัน รวมถึงการนำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกภายใต้กฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน และกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

สำหรับการเก็บภาษี AD ดังกล่าว ไทยเรียกเก็บกับสินค้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน จากจีนและมาเลเซีย มาตั้งแต่ปี 2554 และพิจารณาทบทวนความจำเป็นของการเก็บภาษีมาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2559 และปี 2565

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 คณะกรรมการทุ่มตลาดฯ ได้ต่ออายุการเก็บภาษีเอดีเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน จากบราซิล อิหร่าน และตุรกี เป็นเวลา 5 ปีจนถึงเดือน มิ.ย. 2571 เพราะการยุติการเรียกเก็บภาษี AD จะทำให้สินค้าดังกล่าว เข้ามาทุ่มตลาดในไทย และอาจทำให้ผู้ผลิตของไทยได้รับความเสียหายต่อไป หรือฟื้นคืนมาอีก โดยสินค้าจากบราซิลถูกเก็บภาษี 34.40% ของราคา CIF, อิหร่าน 7.25-38.27% และตุรกี 6.88-38.23% โดยเหล็กดังกล่าวใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมก่อสร้าง

แหล่งที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

ไทยรับมือสินค้าเหล็กจากต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง

ไทยรับมือสินค้าเหล็กจากต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง

ไทยรับมือสินค้าเหล็กจากต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ให้ความเป็นธรรมต่อผู้นำเข้าเหล็ก หากมีการนำเข้าตามกลไกของราคาปกติ ไม่มีการทุ่มตลาดหรืออุดหนุนด้านราคา

นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า คต. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการปกป้องและรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของไทยที่คำนึงถึงทุกภาคส่วน ซึ่งในส่วนของการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า ไทยมีกฎหมายว่าด้วยการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (Anti – Circumvention : AC) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ได้รับความเสียหายจากการหลบเลี่ยงมาตรการ และใช้ในการแก้ไขปัญหาการเลี่ยงการชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti – Dumping : AD) และอากรตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD)

ข้อมูลสถิติจาก Worldsteel Association ได้รายงานว่า ในปี 2565 ประเทศที่มีการนำเข้าเหล็กสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ สหภาพยุโรป 48.1 ล้านตัน สหรัฐอเมริกา 28.9 ล้านตัน และ เยอรมัน 21 ล้านตัน สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้าเหล็กในปริมาณ 13.4 ล้านตัน เป็นอันดับที่ 8 ของโลก สำหรับสถานการณ์การนำเข้าเหล็กของไทยในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2566 ตามข้อมูลของ Global Trade atlas

พบว่าไทย มีปริมาณการนำเข้า 4.41 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 3 ประเทศหลักที่มีสัดส่วนการนำเข้าสูงสุด ได้แก่  จีน (42.76%) ญี่ปุ่น (37.31%) และ เกาหลีใต้ (12.15%) จากการนำเข้ารวมทั้งหมด สำหรับประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเหล็กรายใหญ่ของโลก ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 จีนมีการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งสิ้น 29.7 ล้านตัน โดย 5 ประเทศแรกที่จีนมีการส่งออกมากที่สุด ได้แก่  เกาหลีใต้ 3 ล้านตัน (10.10%)   เวียดนาม 2.7 ล้านตัน (9.26%)   ตุรกี 2.2 ล้านตัน (7.35%) ไทย 1.8 ล้านตัน (6.28%) และ สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ 1.3 ล้านตัน (4.54%) ของการส่งออกรวมทั้งหมด

ทั้งนี้สนับสนุนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบหรือข้อตกลงทางการค้า เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคให้ได้ของมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และปกป้องและรักษาผลประโยชน์ทางการค้า จะกำกับและดูแลให้มีการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย อย่างไรก็ดี หากผู้ประกอบการมีข้อกังวล หรือได้รับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเกิดจากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยอาจเป็นการทุ่มตลาดหรือมีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด สามารถขอคำปรึกษาเกี่ยวกับข้อกำหนดในการยื่นคำขอให้ คต. เปิดไต่สวนมาตรการ AD หรือ AC เพิ่มเติมได้

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการไต่สวนเพื่อกำหนดใช้มาตรการ AD หรือ AC เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนตามที่ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฯ กำหนด ซึ่งเป็นกระบวนการที่โปร่งใส รับฟังข้อมูลข้อคิดเห็นจากทุกฝ่าย และข้อมูลที่นำมาใช้พิจารณามีการตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดรอบคอบ สำหรับในขั้นตอนการเปิดไต่สวนนั้น เมื่อคต. ได้ตรวจสอบข้อมูลคำขอของผู้ยื่นคำขอแล้วพบว่าครบถ้วนถูกต้อง คต. จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาด (ทตอ.) เพื่อพิจารณาเปิดไต่สวนต่อไป ดังนั้นจึงขอให้ภาคเอกชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ความเชื่อมั่นในการกระบวนการไต่สวนและการดำเนินการกรม
แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

SYS PRIMERBOND (ไพรเมอร์บอนด์) เหล็กพร้อมทำสีรองพื้นกันสนิมจากโรงงาน

SYS PRIMERBOND (ไพรเมอร์บอนด์) เหล็กพร้อมทำสีรองพื้นกันสนิมจากโรงงาน

SYS PRIMERBOND (ไพรเมอร์บอนด์)

เหล็กพร้อมทำสีรองพื้นกันสนิม เรียบร้อยมาจากโรงงาน ช่วยรักษาเนื้อเหล็กให้ทนทานแข็งแรง แม้ต้องเจอกับอากาศหน้าฝนที่มีความชื้นสูง อีกทั้งยังช่วยลดการสร้างฝุ่นละอองหรือ PM 2.5 ที่หน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เราก่อสร้างอาคารโครงสร้างเหล็กได้อย่างมั่นคงแข็งแรงและรวดเร็ว โดยไม่รบกวนคุณภาพของอากาศรอบข้าง

การเลือกใช้ SYS PRIMERBOND ช่วยปกป้องโครงสร้างได้ดีกว่าหากเทียบกับการใช้เหล็กโครงสร้างทั่วไป นั่นเพราะเมื่อเราสั่งเหล็กทั่วไปมาใช้ ในขณะที่กองเก็บเอาไว้เพื่อรอการทำความสะอาดและทำสี เหล็กโครงสร้างอาจสัมผัสกับความชื้นและฝุ่น จนทำให้เกิดสนิมหรือมีฝุ่นเกาะจนทำให้การลงสีไม่ได้มาตรฐานได้ นอกจากนี้การเตรียมผิวและพ่นสีเองที่หน้างานยังทำให้เกิดฝุ่นละอองรบกวนพื้นที่รอบข้างด้วย ซึ่งส่งผลให้คุณภาพอากาศแย่ลงได้

แตกต่างกับ SYS PRIMERBOND ที่เป็นวัสดุเหล็กที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วมาจากที่โรงงาน ทั้งการแปรรูปขนาดชิ้นส่วนและการทำสีกันสนิม ทำให้ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองในอากาศได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำมากองเก็บที่หน้างานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้น รวมถึงสามารถยกติดตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมผิว เพราะ SYS PRIMERBOND ผ่านการทำความสะอาดผิวเหล็กด้วยวิธีการพ่นทราย ที่เป็นการทำความสะอาดที่ดีที่สุด ทั้งยังผ่านขั้นตอนการพ่นสีที่ได้มาตรฐานมาแล้ว

การเลือกใช้งานวัสดุก่อสร้างที่มีการปกป้องเนื้อเหล็กและคุณภาพอากาศที่ดี อย่าง SYS PRIMERBOND จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เราได้ทั้งคุณภาพงานก่อสร้างและคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นได้จริง ไม่ว่าจะฤดูกาลหรือสภาพอากาศแบบไหน ก็ใช้งานได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องสนิมและฝุ่นละอองอีกต่อไป

black-i-beam-1-150x150 black-h-beam-1-150x150 black-cut-beam-2-150x150

black-channel-3-150x150 black-angle-2-150x150

SYS PRIMERBOND (ไพรเมอร์บอนด์) ช่วยปกป้องโครงสร้างได้ดีกว่าหากเทียบกับการใช้เหล็กโครงสร้างทั่วไป เพราะระหว่างการเก็บรอเพื่อใช้งาน เหล็กอาจสัมผัสกับความชื้นและฝุ่น จนทำให้เกิดสนิม หรือฝุ่นเกาะ จนทำให้การลงสีไม่ได้มาตรฐาน การเลือกใช้ SYS PRIMERBOND ไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้น รวมถึงสามารถยกติดตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมผิว จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ได้งานก่อสร้างที่มีคุณภาพ แม้ต้องเจอกับอากาศในหน้าฝน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า