โดย khwankaew | ก.ย. 7, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ข้อเสียของโครงสร้างเหล็กกับการสร้างบ้าน
ข้อเสีย ที่เห็นเด่นชัด ก็คือ ปัจจุบันโครงสร้างเหล็กยังมีราคาค่อนข้างแพง (ประมาณ 10-15%) หากเปรียบเทียบกับโครงสร้างคอนกรีต และนอกจากนั้น ช่างเหล็กที่มีความชำนาญจริงๆ ยังมีน้อย และปัญหาการกันสนิม และกันไฟ โครงสร้างเหล็กจะแพ้ 2 อย่างนี้ คือสนิมกับไฟครับ แต่ว่าอนาคต เหล็กจะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน และข้อได้เปรียบเรื่องเวลาในการก่อสร้างที่รวดเร็ว ส่วนในเรื่องที่เกี่ยวกับความแข็งแรงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แข็งแรงดีครับ

Cr.ภาพ scgbuildingmaterials.com
นอกจาก นั้นสิ่งที่ผู้อ่านควรรู้ เกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างเหล็กก็คือ
– บ้านโครงสร้างเหล็กต้องใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนเป็นโครงสร้างหลักคือเสาและคาน
– บ้านโครงสร้างเหล็กต้องระวังปัญหาเรื่องการแตกร้าวโดย
1) ต้องเชื่อมเหล็กกลม (เหล็ก 2 หุน) ติดกับเสาเหมือนหนวดกุ้งเป็นระยะ
2) ผสมปูนกับน้ำยาเชื่อมประสาน (พวก Bonding Agent) เพื่อสลัดดอกบนผิวหน้าสัมผัสของ เสา/คาน ให้ผิวขรุขระ เพิ่มการยึดเกาะให้ดียิ่งขึ้น
3) ใช้ตะแกรงลวดปิดทับบริเวณรอยต่อของเสากับผนัง
Cr. homeloverthai
โดย admin_sale | ส.ค. 24, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ดุ้งเหล็ก
ดุ้งเหล็ก คือ การดัดเหล็กเส้นกลมหรือเหล็กข้ออ้อยที่ใช้เป็นเหล็กเสริมในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้งอแคบลง ตามขนาดหน้าตัดโครงสร้างที่เปลี่ยนไป มักใช้กับเหล็กยืนในเสาที่มีหน้าตัดเสา เล็กลงในพื้นชั้นบน เช่น เสาชั้นล่างมีขนาดหน้าตัด 0.20×0.20 ม.
ส่วนเสาชั้นบนมีขนาดหน้าตัด 0.15×0.15 ม. เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้การดุ้งเหล็กในการทาบเหล็ก เสริมภายในคานเพื่อให้คงตำแหน่งเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเสริมอีกด้วย รูปแบบในการดุ้งเหล็กควรอยู่ภายใต้การออกแบบและคำแนะนำจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อให้โครงสร้างอาคารมีความปลอดภัยและถูกต้องตามมาตรฐาน

ภาพ: ลักษณะการดุ้งเหล็กที่เสา
Cr: https://www.scgbuildingmaterials.com
โดย chirawat | ก.ค. 31, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก, ไม่มีหมวดหมู่
อุตสาหกรรมเหล็กโล่ง! เริ่มเห็นแสงสว่าง
ปี 2560 เหมือนจะเป็นปีที่ทำให้ผู้ประกอบการในแวดวงอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ มีความหวังมากขึ้น วัดจากภาพรวมของราคาเหล็กในตลาดโลกเริ่มขยับราคาสูงขึ้น
อีกทั้งมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติกฎหมายป้องกันการหลบเลี่ยงพิกัดเหล็ก คาดว่าภายในปี2560 น่าจะปฏิบัติได้ จะทำให้ผู้นำเข้าเหล็กที่ชอบหลบเลี่ยงภาษี เลี่ยงพิกัดมีความยากลำบากในการนำเข้าแบบผิดกฎหมายมากขึ้น อีกทั้งถือเป็นการทิ้งทวนข่าวดีปลายปี ที่กระทรวงพาณิชย์ ลงนามให้มีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด(เอดี) สำหรับสินค้าหลอดและท่อทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐเกาหลีเป็นการชั่วคราวแล้ว รวม 26 พิกัดเป็นเวลา 4 เดือน(กลางพ.ย.2559-กลางมี.ค.2560) ก่อนที่จะประกาศใช้ต่อไป หลังพบว่าทั้ง 2 ประเทศส่งสินค้าดังกล่าวมาทุ่มตลาดและก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยเฉพาะจีนที่ส่งสินค้าเหล็กเกือบทุกประเภทเข้ามาตีตลาดอย่างรุนแรงในช่วง2-3ปีมานี้ ล่าสุด”ฐานเศรษฐกิจ”สัมภาษณ์พิเศษนายฐิติกร ทรัพย์บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แอล พี เอ็น เพลทมิล จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ประกอบการผลิตเหล็กแผ่นที่ได้รับผลกระทบ เปิดใจถึงทิศทางอุตสาหกรรมเหล็ก ความหวัง และโอกาสที่จะเกิดขึ้นในปี2560
ทิศทางอุตสาหกรรมเหล็กปี 2560
นายฐิติกร ฉายภาพใหญ่ก่อนถึงต้นเหตุที่ทำให้ผู้ผลิตทุกรายในประเทศไทยน้ำตาร่วงว่า จีนตัวการใหญ่ที่ทำให้วงการเหล็กปั่นป่วนมาต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากจีนเป็นประเทศเดียวที่มีกำลังผลิตจริงกว่า 800 ล้านตัน เกินครึ่งของกำลังผลิตโลกที่มี 1,300-1,400 ล้านตัน จากกำลังผลิตปัจจุบัน จีนใช้สำหรับบริโภคภายในประเทศ 600 ล้านตัน และอีกกว่า 200 ล้านตันเป็นส่วนเกินที่ส่งออกมาขายทั่วโลกและเวลานี้เชื่อว่า จีนกำลังได้รับผลกระทบจากการทุ่มราคาเหล็กออกมานอกบ้านแล้ว และเห็นแล้วว่าเมื่อปลายปีที่ผ่านมาโรงงานผลิตเหล็กจากจีนก็ได้รับผลกระทบจากการทุ่มราคาเหล็กออกมา สะท้อนภาพ ขาดทุนไปหลายหมื่นล้านบาท ทั้งที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล “ขณะนี้รัฐบาลจีนเข้าใจแล้วว่าการทุ่มตลาดไม่ได้ทำให้ธุรกิจจีนเจริญเติบโตได้ ก็เลยหันมาใช้มาตรการตัดกำลังการผลิตลงไป จึงทำให้ราคาปรับขึ้นมาเล็กน้อย พอราคาดีทุกคนก็กลับมาผลิตใหม่ ทำให้ราคายังไม่ปรับอย่างถาวรเท่าที่ควร” อีกทั้งช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาจีนก็มีการลดกำลังการผลิต ทำให้ราคาเหล็กกลับมากระเตื้องขึ้นอีก รวมถึงราคาวัตถุดิบ เช่นโค้ก ถ่านหินที่ใช้ในการถลุงเหล็ก ที่ปรับราคาขึ้นจากจากกว่า 60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันขึ้นมาเป็นกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งปรับขึ้นเยอะ หรือราคา บิลเล็ต(วัตถุดิบสำหรับผลิตเหล็กเส้น) ราคาขยับจาก 300 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันมาเป็น400 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน สแลป(วัตถุดิบสำหรับผลิตเหล็กแผ่น)จาก 380 ดอลลาร์สหรัฐฯมาเป็น 450 ดอลลาร์สหรัฐฯจากที่ราคาวัตถุดิบยังไม่นิ่งและมีราคาสูงขึ้นทำให้ผู้ผลิตเหล็กยังไม่กล้าสั่งซื้อ ส่วนราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นนั้น จะส่งผลมาถึงราคาเหล็กชนิดต่างๆที่สูงขึ้นตามมา เช่น ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในตลาดโลกขยับขึ้นจาก450 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันเป็น550 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ถ้าคิดเป็นกิโลกรัมเท่ากับว่าราคาขึ้นมาอยู่ที่ 19,000 บาทต่อตัน
ราคาในไทยจะปรับขึ้นช้ากว่าตลาดโลก
สำหรับราคาเหล็กในประเทศ เวลานี้ยังไม่ปรับขึ้น ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนยังคงยืนอยู่ที่1.7-1.8 หมื่นบาทต่อตัน โดยราคาจะปรับขึ้นช้ากว่าราคาในตลาดโลกอยู่ราว 1-2 เดือน และคาดว่าราคาเหล็กในประเทศจะปรับสูงขึ้นในต้นปีหน้าอีกราว 1-2 บาทต่อกิโลกรัม แต่ก็ยังยืนอยู่ที่ความยากลำบาก เพราะ 1.เหล็กภายในประเทศไทยยังมีสต็อกเหล็กเก่าอยู่ 2.จีนเปิดหน่วยลงทุนเรื่องโลหะ เหล็กในตลาดหุ้น ดังนั้นชาวบ้านที่ไม่มีส่วนร่วมในธุรกิจก็มาแห่ซื้อไว้ ทำให้ราคาสูงกว่าตลาด พอเหล็กในตลาดหุ้นสูงเกินตลาดจริงโรงงานเลยต้องขยับราคาตาม ทำให้ราคาเหล็กดังกล่าวไม่สะท้อนความเป็นจริงของดีมานด์ซัพพาย คนซื้อก็ไม่อยากซื้อเหล็กในราคาสูง เพราะราคายังแกว่งอยู่มีขึ้น มีลง อยากรอจังหวะให้ราคาถูกที่สุด อย่างไรก็ตามถือว่าปี 2558 ปี2559 ยังเป็นปีที่ผู้ผลิตเหล็กในประเทศอยู่ในสภาพที่ต้องบริหารความเสี่ยงด้านการผลิต และบริหารราคาได้ยากเนื่องจากราคาวัตถุดิบไม่นิ่ง ฉะนั้นการกำหนดราคาอาจจะกำไรหรือขาดทุนจะไม่รู้ล่วงหน้า แต่ก็ยังดีกว่าปี2556-2557 ที่จะเห็นว่าราคาถอยลงมาจาก 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ลงมาเหลือ300ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งไม่มีโอกาสทำกำไร ขาดทุนอย่างเดียว “ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเรียกว่าผู้ประกอบการเหล็กไม่มีโอกาสทำกำไรเลย ซึ่งตอนนั้นบรรดาเทรดเดอร์นำเข้าเหล็กมาจากจีนจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการนำเข้ามาแบบเลี่ยงพิกัด จนทำให้ไม่มีการเสียภาษีทุกอย่างทั้งภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดหรือเอดี ภาษีอากรขาเข้า ขณะที่ไทยก็ยังไม่มีมาตรการรับมือที่รวดเร็วโดยจะเห็นว่าประเทศไทยใช้เหล็กทุกชนิดรวมกัน 17 ล้านตัน แต่เป็นการใช้จากกำลังผลิตในประเทศเพียง3-4 ล้านตัน ที่เหลือเป็นการบริโภคจากการนำเข้าทั้งหมด ทำให้ผู้ผลิตเหล็กในประเทศกระทบมาก รวมถึงบริษัทด้วย”
แอล พี เอ็น เพลทมิลต้องปรับตัว ธุรกิจแอลพีเอ็น เพลทมิล ความจริงโรงงานเรามีขีดความสามารถในการผลิตได้ 4-5 แสนตันต่อปี แต่ด้วยการแข่งขันที่สูงมาก จากการมาทุ่มตลาดของจีนทำให้บริษัทผลิตเหล็กได้เพียง 1 แสนตันต่อปีเท่านั้น หนีการแข่งขันโดยมุ่งผลิตไปยังเหล็กที่เจาะเฉพาะตลาดมากขึ้น และเป็นเหล็กชนิดที่มีคู่แข่งจากการนำเข้าน้อย โดยป้อนเหล็กให้กับโรงงานอุตสาหกรรม หรือสำหรับสร้างโรงไฟฟ้า และระบบโครงสร้างพื้นฐานรัฐเป็นหลัก เช่น งานก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ “ปี2556-2557 ที่เราขายขาดทุน บางปีผลิตได้เพียง 5-6 หมื่นตันเท่านั้น มาปี2559 ถือว่ายังโชคดีที่ราคาเหล็กไม่ลดลงตลอดทั้งปี ยังมีช่วงให้ทำกำไรได้ เราสามารถนำเงินไปใช้หนี้ได้ และยังสามารถดูแลพนักงานร่วม 300 คนได้ ปีหน้าหวังว่า บริษัทจะสามารถทำกำไรได้ จากฐานลูกค้าหลายร้อยรายในกทม.และปริมณฑลที่มีอยู่แล้ว”
ปี 2560 พบสัญญาณใช้เหล็ก
สำหรับปี2560 เริ่มมองเห็นสัญญาณบวก เพราะมองเห็นว่าการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐเริ่มขยับได้มากขึ้น มากกว่าปี2559 อีกทั้งมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติกฎหมายป้องกันการหลบเลี่ยงพิกัด คาดว่าภายในปี2560 น่าจะปฏิบัติได้ จะทำให้ผู้นำเข้าเหล็กที่ชอบหลบเลี่ยงภาษี เลี่ยงพิกัดนำเข้ายากขึ้น รวมถึงจะมีการลงทุนภาครัฐ ตรงนี้จะเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นในปีหน้าส่วนการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคอสังหาฯหลายค่ายยังไม่มั่นใจจะเปิดโครงการใหม่ๆ แต่ต้องการระบายสต็อกเก่าเร่งขายให้หมดก่อน เช่นคอนโดมิเนียมที่สร้างแล้ว ยังไม่ปิดโครงการทำให้การบริโภคเหล็กเพื่อไปสู่ภาคที่อยู่อาศัยยังขยายตัวได้ไม่มากนัก อีกทั้งการบริโภคเหล็กยังเกิดขึ้นได้ไม่เต็มที่ เช่นเดียวกับความต้องการใช้เหล็กในตลาดโลกยังไม่น่าจะเพิ่มขึ้นมากด้วย
“ถ้ามองในทางกลับกัน ในภาคพื้นเอเชีย เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา ระบบโครงสร้างพื้นฐานยังต้องขยายตัว ตรงนี้ยังถือว่าเป็นข้อดี ” แนะผู้ใช้เหล็กในงานโครงสร้างรวมกลุ่มก่อนตาย
นายฐิติกร กล่าวอีกว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้หารือกับ 7 สมาคมผู้ประกอบการเหล็ก ประกอบด้วย 1.สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย 2.สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย 3.สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น 4.สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า 5.สมาคมการค้าเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี 6.สมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน 7.กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กแผ่นเคลือบดีบุก เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม ซึ่งมีสมาชิกรวมกันกว่า 470 บริษัท ว่าที่ผ่านมาใครกระทบเรื่องเหล็ก พอร้องเข้าไปคนนั้นได้รับการช่วยเหลือ และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ ที่ลงทุนตั้งแต่หลายพันล้านบาทไปถึงหลักหมื่นล้านบาท แต่เวลานี้มีกลุ่มผู้ใช้เหล็กที่มีการนำเข้าเหล็กที่ใช้ในงานโครงสร้างและเป็นบริษัทขนาดเล็กๆระดับหลักร้อยล้านบาทขึ้นไป ที่ไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกระบวนการร้องเรียนเหล่านี้ด้วย ทั้งที่กำลังเผชิญปัญหาสู้กับเหล็กที่นำเข้าสำเร็จรูปมาจากต่างประเทศไม่ได้ และเริ่มเห็นว่ามีการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม โดยการนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปมาประกอบมากขึ้นเมื่อมาถึงไทยก็แค่ขันนอตอย่างเดียว ทำให้ผู้ใช้เหล็กที่ทำงานโครงสร้างเหล็กกระทบ จนบางรายต้องปิดกิจการไปแล้ว
“เวลานี้จะเห็นคนที่สร้างโรงงานที่เป็นกลุ่มผู้รับเหมาเหล็กไม่มีธุรกิจ ไม่มีงานทำ ปิดตัวไปมาก เพราะสามารถนำเข้าเหล็กมาประกอบได้เลย โดยเหล็กนำเข้าเหล็กโครงสร้างสำเร็จรูปเพราะไม่เสียภาษี ในขณะที่เหล็กแผ่นรีดร้อน ยังมีภาษีเอดีบางรายนำเข้ามาก็ปลอดภาษีเพราะได้รับการส่งเสริม ซึ่งจะเห็นว่ากลุ่มผู้ใช้เหล็ก หรือผู้รับจ้างสร้างโรงงานจะไม่มีแอกชันตรงนี้เลย”
จากกรณีดังกล่าวได้เสนอแนะไปในที่ประชุมสมาคมว่า เขาน่ารวมกลุ่มกัน แล้วร้องเรียนไปยังภาครัฐ ที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีแต่บริษัทใหญ่ๆทำ เพราะมีความพร้อมด้านข้อมูลสนับสนุน แต่บริษัทเล็กๆอย่างกลุ่มผู้รับจ้างทำโรงงาน ทำงานโครงสร้างเหล็ก มีความไม่พร้อมสูง พอมีปัญหาก็ไปต่อไม่ได้ ต้องปิดกิจการมองว่าถ้ารัฐจะปกป้องธุรกิจในประเทศ ก็ต้องคุ้มครองทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เราถึงจะรอดไปด้วยกัน
Cr: http://www.thansettakij.com
โดย chirawat | ก.ค. 18, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
งานก่อสร้างต้องรอบด้าน ลดความซ้ำซ้อนงานก่อสร้าง ด้วยนวัตกรรม
แม้ว่ากิจการรับเหมาก่อสร้างในประเทศไทยยังมีลักษณะการใช้แรงงานเข้มข้น แต่กระนั้นการบริหารธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ต้องหมั่นพิจารณาการเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลแรงงาน รวมทั้งการแสวงหา คิดค้น สร้างสรรค์ เทคโนโลยี จนถึงนวัตกรรมต่าง ๆ ทั้งทางด้านเทคนิคการก่อสร้าง และการบริหารจัดการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเพื่อประสบความสำเร็จทั้งด้านงานช่างทำงานเสร็จตามเวลาตรงสเปคและด้านธุรกิจ มีผลกำไรที่พึงได้ประเด็นที่ขอกล่าวในที่นี้คือ เรื่องเกี่ยวกับเหล็กเส้นก่อสร้าง
ความชำนาญโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
สิ่งปลูกสร้างในประเทศไทยนิยมใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก วัสดุก่อสร้างที่เป็นวัสดุโครงสร้างหลัก ๆ คือ เหล็กเสริมคอนกรีต และคอนกรีต (ปูนซิเมนต์ หินและทรายที่ผสมกับปูนซิเมนต์) การเทคอนกรีตในส่วนโครงสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ต้องมีการขึ้นโครงเหล็ก ผูกเหล็ก ดัดเหล็ก ประกอบไม้ใบ และมีการค้ำยัน เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงเทคอนกรีตและบ่มคอนกรีตตามระยะเวลาที่กำหนด
ในอดีตการตัดเหล็กให้ได้ความยาวตามต้องการ การดัดเหล็ก ผูกเหล็ก ต่าง ๆ ทำที่หน้างาน แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน แรงงานพื้นฐานขาดแคลน อีกทั้งจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลการทำงานให้สูงขึ้นนี่เป็นด้านแรงงาน ทางด้านสถานที่ก่อสร้างบางแห่งคับแคบไม่มีบริเวณกว้างขวางเพียงพอในการกองเหล็ก การตัดและดัดเหล็ก รวมทั้งการดูแลเรื่องเศษเหล็กต่าง ๆ และที่สำคัญคือมีบริการตัดและดัด (Cut and Bend) ตาม Bar Cut List จากโรงงานเหล็กต่าง ๆ จากนั้นจัดส่งถึงหน้างานตามเวลานัดหมาย ตามตารางการทำงานก่อสร้าง วงการอุตสาหกรรมเหล็กเรียกขานบริหารตัดและดัดนี้ว่านวัตกรรม เน้นการบริการใหม่ให้ผู้รับเหมาก่อสร้างให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้าง ประหยัดเวลา และลดต้นทุนรวมในการก่อสร้าง
นอกจากนี้โรงงานเหล็กยังได้ผลิตเหล็กปลอกสำเร็จรูปบรรจุถุงสำเร็จมีขนาดความกว้างยาวต่าง ๆ ตามต้องการ และมีการผลิตเหล็กปลอกด้วยเหล็กเต็ม 6 มิลลิเมตร เพื่อสร้างความแข็งแรงเต็มตามสเปคให้กับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก บริการตัดและดัด เหล็กปลอกสำเร็จรูปเปิดโอกาสให้กิจการรับเหมาก่อสร้างมีทางเลือกในการบริหารจัดการงานก่อสร้างของตนเองมากขึ้น ใช้นวัตกรรมจากโรงงานเหล็กมาเป็นประโยชน์กับกิจการของตนเอง
ก้าวต่อไปที่น่าสนใจคือ งานก่อสร้างพื้นฐาน เช่น อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่ใช้เป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้นสามารถออกแบบให้มีมาตรฐานร่วมกัน มีขนาดความกว้างยาวของแต่ละห้องแบบเดียวกัน ทางเลือกในการบริหารจัดการงานก่อสร้างย่อมมีมากขึ้น ไม่ว่าการใช้พื้นและผนังสำเร็จรูป หรือการเลือกใช้บริการเหล็กตัดและดัดที่มีความคลาดเคลื่อนของการตัดและดัดน้อยลง หรือไม่มีเลย
การเลือกใช้เหล็กที่เหนียวมากขึ้น
โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นการผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งของคอนกรีต และความแข็งแรงเหนียวไม่หักเปราะง่ายของเหล็ก เพื่อให้โครงสร้างอาคารมีความแข็งแรง แข็งแกร่ง เหนียวแน่น สามารถรับน้ำหนักบรรทุกจากโครงสร้าง และน้ำหนักจรได้ตามแบบก่อสร้าง
อุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ได้ปูนซิเมนต์ให้เพิ่มความแข็งแกร่ง อุตสาหกรรมเหล็กได้พัฒนาการของเหล็กที่เพิ่มความเหนียว ในกรณีเหล็กเส้นก่อสร้าง มีการผลิตถึงชั้นมาตรฐาน SD 50 ที่มีความเหนียวแข็งแรงกว่า SD40 หมายความว่า เมื่อต้องการความแข็งแรงมีศักยภาพรับน้ำหนักรวมเท่ากันแล้วการใช้เหล็กเส้นก่อสร้างเกรด SD50 ใช้ปริมาณเหล็กน้อยกว่า SD40 และจากการใช้งานจริงสรุปได้ว่าลดปริมาณการใช้เหล็กลงประมาณ 15-20 % อีกทั้งยังมีความสะดวกในการเทคอนกรีต เพราะเมื่อใช้เหล็กชั้น SD50 ทำให้ปริมาณเหล็กลดลง การใช้เหล็ก SD50 ให้ได้ประโยชน์เต็มที่ต้องเริ่มจากความต้องการของเจ้าของโครงการที่กำหนดให้มีการออกแบบโดยใช้เหล็ก SD50 หรือสถาปนิกที่ออกแบบมีความรู้เกี่ยวกับ SD50 และเสนอต่อเจ้าของโครงการ ซึ่งยังเกิดประโยชน์ให้สามารถออกแบบได้ยืดหยุ่นมากขึ้น มีข้อจำกัดจากเรื่องคุณสมบัติการรับน้ำหนักรวมและขนาดของโครงสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้าง เช่น เสาและคานลดลง
นอกจากนี้ในพื้นที่มีความเสียงภัยแผ่นดินไหว หรือการออกแบบสร้างอาคารให้มีความสามารถต้านแรงสั่นสะเทอืนแผ่นดินตามกฎหมายกำหนดหรือตามต้องการนั้นสามารถเลือกใช้เหล็กต้านแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว SD40 S มาตอบสนองความต้องการได้ เช่น การก่อสร้างในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย เป็นต้น การบริหารกิจการรับเหมาก่อสร้าง จำเป็นต้องติดตามความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่อุตสาหกรรมเหล็กอุตสาหกรรมปูนซิเมนต์อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลหนักในงานก่อสร้าง อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานระบบ และ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
การติดตามความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ และนำมาใช้ประโยชน์ย่อมเกื้อหนุนให้กิจการรับเหมาก่อสร้างประสบความสำเร็จ ลดปัญหาต่าง ๆ ทั้งปัญหาเกี่ยวกับช่างก่อสร้าง ปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการ
โดย chirawat | มิ.ย. 27, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก, บทความเกี่ยวกับเหล็ก, ไม่มีหมวดหมู่
กระทรวงพาณิชย์ ประกาศใช้เซฟการ์ดเก็บอากรขาเข้าเหล็ก H-Beam เจืออัลลอย
พาณิชย์ ประกาศใช้มาตรการเซฟการ์ด เรียกเก็บอากรขาเข้าเหล็ก H-Beam เจืออัลลอย ที่ 31.43% และ 31.05% จากทุกประเทศเป็นเวลา 2 ปี หลังอุตสาหกรรมภายในร้องเรียน มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอุตสาหกรรมเสียหาย …

กระทรวงพาณิชย์ ประกาศใช้เซฟการ์ดเก็บอากรขาเข้าเหล็ก H-Beam เจืออัลลอย
วันที่ 24 ม.ค. 60 นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะกรรมการคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง (คปป.) เปิดเผยว่า ในการประชุม คปป. เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาผลการไต่สวนชั้นที่สุด กรณีการพิจารณาใช้มาตรการปกป้อง (เซฟการ์ด) จากการนำเข้าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนเจืออัลลอยหน้าตัดรูปตัว H (H-Beam เจืออัลลอย) ที่เพิ่มขึ้นมาก โดยมีมติให้ประกาศเรียกเก็บอากรขาเข้าสินค้าดังกล่าว ที่ไทยนำเข้าจากทุกประเทศ เป็นระยะเวลา 2 ปี ในอัตรา ปีที่ 1 ที่ 31.43% ของราคานำเข้าแบบซี ไอ เอฟ (ราคาสินค้าที่รวมค่าประกันภัย และค่าระวางเรือ) และปีที่ 2 ที่ 31.05%
อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นไม่เรียกเก็บอากรขาเข้าดังกล่าวสำหรับสินค้าที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออก และสินค้าที่มีความจำเป็นในการใช้งานที่มีข้อจำกัดและมีลักษณะเฉพาะตามคุณสมบัติความทนทานต่อแรงดึง และความหนาของหน้าแปลน รวมถึงเหล็กที่มีความสูงเกิน 912 มิลลิเมตร (มม.) ขึ้นไป โดยการประกาศใช้มาตรการเซฟการ์ด เพราะพบว่า ไทยได้นำเข้าสินค้าดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่คุกคามอุตสาหกรรมภายในของไทย
สำหรับการไต่สวนดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากอุตสาหกรรมการผลิตเหล็กชนิดดังกล่าวของไทย ได้ร้องเรียนมายังกระทรวงพาณิชย์ว่า มีการนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากต่างประเทศเข้ามาในปริมาณมาก และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีน จนทำให้อุตสาหกรรมภายในของไทยได้รับความเสียหายจากยอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากเปิดการไต่สวนแล้ว คปป. ได้ประกาศผลการไต่สวนขั้นต้น โดยกำหนดใช้มาตรการปกป้องเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในไม่ให้ได้รับความเสียหาย และเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมภายในของไทยได้ปรับตัวรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้น
แต่ในการประชุม เพื่อพิจารณาประกาศผลการไต่สวนขั้นที่สุด ที่ประชุมได้พิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องการแก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ควบคุมเรื่องการเจือธาตุอัลลอยเพิ่มเติมจากมาตรฐานเดิม ที่จะมีผลควบคุมถึงสินค้าเหล็ก H-Beam เจืออัลลอย และจะมีผลใช้บังคับในเร็วๆ นี้ คปป. จึงเห็นควรให้กำหนดมาตรการปกป้องเพียงเท่าที่จำเป็น ดังนั้น จึงลดระยะเวลาการใช้มาตรการเซฟการ์ดเหลือเพียง 2 ปีเท่านั้น
Cr: www.thairath.co.th
โดย admin_sale | มิ.ย. 20, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
มาตรฐาน มอก. ของเหล็กเส้นก่อสร้างใหม่
มาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต (ทั้งเหล็กเส้นกลมและ เหล็กข้ออ้อย) มีการปรับปรุงใหม่ เพื่อให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น ดังนี้
– เหล็กเส้นกลม มอก. 20-2543 เปลี่ยนเป็น มอก. 20-2559
– เหล็กข้ออ้อย มอก. 24-2548 เปลี่ยนเป็น มอก. 24-2559 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 20 ธันวาคม 2559
ผลกระทบ : ผู้ได้รับอนุญาตด้วย มอก.เดิม (ทั้งผู้ผลิตและ ผู้นำเข้า) จะถูกยกเลิกใบอนุญาตเดิมและต้องทำการขออนุญาตใหม่ โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 180 วัน หลังวัน ประกาศในราชกิจจาฯ
สิ่งที่เพิ่มเข้ามา
- มีการคัดแยก คุณภาพเศษเหล็ก โดยควบคุม P, S อย่างเข้มงวด
- มีการตรวจสอบค่าเคมีของน้ำเหล็กทุกขั้นตอนการผลิต ด้วยเครื่องมือมาตรฐาน
- มีการทำน้ำเหล็กให้บริสุทธิ์อย่างเหมาะสม (ลด P, S และสารฝังใน)
- เตาหลอมเหล็กต้องมีขนาด 5 ตันขึ้นไป
- มีมาตรฐานการจัดการระบบสิ่งแวดล้อมที่ดี
- ในเนื้อเหล็กต้องแสดงกรรมวิธีการทำเหล็กแท่ง ที่นำมาทำสินค้า
- OH กรรมวิธีแบบ Open Hearth BO กรรมวิธีแบบ Basic Oxygen
- EF กรรมวิธีแบบ EAF IF กรรมวิธีแบบ Induction Furnace
- ต้องเป็นเหล็กกล้าไม่เจือ
- ในเนื้อเหล็กต้องเพิ่มชื่อผู้ได้รับอนุญาต (ยกเว้นเป็นชื่อเดียวกับผู้ผลิต)
เหล็กกล้าไม่เจือ
หมายถึง เหล็กกล้าที่มีธาตุเจือดังต่อไปนี้ตาม % ที่กำหนด
- Al น้อยกว่า 3% – Si น้อยกว่า 0.6%
- Mn น้อยกว่า 65% – Cu น้อยกว่า 0.4%
- Ni น้อยกว่า 3% – Cr น้อยกว่า 0.3%
- Pb น้อยกว่า 4% – Co น้อยกว่า 0.3%
- W น้อยกว่า 3% – Ti น้อยกว่า 0.05%
- V น้อยกว่า 1% – Zr น้อยกว่า 0.05%
- Mo น้อยกว่า 08% – Nb น้อยกว่า 0.06%
- B น้อยกว่า 0008%
ธาตุอื่นๆ น้อยกว่า 0.1% ยกเว้น S, P, C, N
เปรียบเทียบกระบวนการผลิตแบบต่างๆ
|
EF |
BO |
OH |
IF |
| วัตถุดิบหลัก |
เศษเหล็ก |
เศษเหล็ก + น้ำเหล็ก |
เศษเหล็ก |
เศษเหล็ก |
| การเลือกวัตถุดิบ |
ไม่จำเป็น |
ไม่จำเป็น |
ไม่จำเป็น |
จำเป็นมาก |
| กระบวนการทำเหล็กให้บริสุทธิ์ |
มี |
มี |
มี |
ไม่มี (ถ้าต้องการ ต้องติดตั้งกระบวนการเพิ่ม) |
| พลังงานที่ใช้ |
ไฟฟ้า |
ปฏิกิริยาเคมี |
เชื้อเพลิง |
ไฟฟ้า |
| ขนาดเตาหลอม |
ขนาดกลางขึ้นไป |
ขนาดกลางขึ้นไป |
ขนาดใหญ่ |
ขนาดเล็กขึ้นไป |
| พบได้ใน |
เหล็กก่อสร้างในประเทศ(แบบปกติทั่วไป)
เหล็กก่อสร้างนำเข้า |
เหล็กก่อสร้างนำเข้า (ทั้งแบบสำเร็จรูปและวัตถุดิบ) |
เหล็กก่อสร้างนำเข้า (ค่อนข้างหายาก) |
เหล็กก่อสร้างในประเทศ (บางโรงงาน) เหล็กก่อสร้างนำเข้า (จากจีน) |
| มอก. ที่กล่าวถึง |
มีกล่าวถึงใน มอก. ฉบับเดิม และฉบับใหม่ |
มีกล่าวถึงใน มอก. ฉบับเดิม และฉบับใหม่ |
มีกล่าวถึงใน มอก. ฉบับเดิม และฉบับใหม่ |
มีกล่าวถึงใน มอก. ฉบับใหม่เท่านั้น |