Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
ข่าวเหล็ก Archives - Page 3 of 16 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ป้องกันทุ่มตลาด ต่ออายุเก็บภาษี AD เหล็กแผ่นรีดร้อนจากจีน-มาเลเซีย อีก 5 ปี

ป้องกันทุ่มตลาด ต่ออายุเก็บภาษี AD เหล็กแผ่นรีดร้อนจากจีน-มาเลเซีย อีก 5 ปี

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดฯ ต่ออายุเก็บภาษี AD เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน จากจีนและมาเลเซีย อีก 5 ปี ถึงปี 2571 เหตุหากยกเลิกเก็บ จะทำให้การทุ่มตลาดกลับมา และผู้ผลิตในประเทศเสียหายอีก

วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศ คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) เรื่อง ผลการพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการใช้บังคับอากรตอบโต้การทุ่มตลาดต่อไป ตามมาตรา 57 พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542

กรณีสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน ที่มีแหล่งกำเนิดจากจีนและมาเลเซีย โดยให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) เหล็กดังกล่าวจาก 2 ประเทศต่อไปในอัตราเดิม เป็นระยะเวลา 5 ปี รวมทั้งสิ้น 162 รายการ โดยสินค้าจากจีน ให้เรียกเก็บในอัตา 30.91% ของราคา CIF (ราคาสินค้ารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัย) ส่วนมาเลเซีย เก็บที่ 23.57-42.51% เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2566-10 ก.ค. 2571

ทั้งนี้ สาเหตุที่คณะกรรมการทุ่มตลาดฯ ให้เรียกเก็บภาษีเอดีต่ออีก 5 ปี เนื่องจากพิจารณาแล้ว พบว่า การยุติการเรียกเก็บภาษี AD จะทำให้สินค้าดังกล่าวจาก 2 ประเทศ เข้ามาทุ่มตลาดในไทย (ขายสินค้าราคาต่ำกว่าราคาขายในประเทศผู้ผลิต) และอาจทำให้ผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันของไทยได้รับความเสียหายต่อไป หรือฟื้นคืนมาอีก

ดังนั้น การยกเว้นการเก็บ หรือเก็บในอัตรา 0% สำหรับการนำเข้าเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ ปริมาณรวมไม่เกิน 1,000 ตันต่อปี เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ ปริมาณรวมไม่เกิน 1,000 ตันต่อปีเช่นกัน รวมถึงการนำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกภายใต้กฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน และกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

สำหรับการเก็บภาษี AD ดังกล่าว ไทยเรียกเก็บกับสินค้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน จากจีนและมาเลเซีย มาตั้งแต่ปี 2554 และพิจารณาทบทวนความจำเป็นของการเก็บภาษีมาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2559 และปี 2565

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 คณะกรรมการทุ่มตลาดฯ ได้ต่ออายุการเก็บภาษีเอดีเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน จากบราซิล อิหร่าน และตุรกี เป็นเวลา 5 ปีจนถึงเดือน มิ.ย. 2571 เพราะการยุติการเรียกเก็บภาษี AD จะทำให้สินค้าดังกล่าว เข้ามาทุ่มตลาดในไทย และอาจทำให้ผู้ผลิตของไทยได้รับความเสียหายต่อไป หรือฟื้นคืนมาอีก โดยสินค้าจากบราซิลถูกเก็บภาษี 34.40% ของราคา CIF, อิหร่าน 7.25-38.27% และตุรกี 6.88-38.23% โดยเหล็กดังกล่าวใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมก่อสร้าง

แหล่งที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

ไทยรับมือสินค้าเหล็กจากต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง

ไทยรับมือสินค้าเหล็กจากต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง

ไทยรับมือสินค้าเหล็กจากต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ให้ความเป็นธรรมต่อผู้นำเข้าเหล็ก หากมีการนำเข้าตามกลไกของราคาปกติ ไม่มีการทุ่มตลาดหรืออุดหนุนด้านราคา

นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า คต. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการปกป้องและรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของไทยที่คำนึงถึงทุกภาคส่วน ซึ่งในส่วนของการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า ไทยมีกฎหมายว่าด้วยการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (Anti – Circumvention : AC) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ได้รับความเสียหายจากการหลบเลี่ยงมาตรการ และใช้ในการแก้ไขปัญหาการเลี่ยงการชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti – Dumping : AD) และอากรตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD)

ข้อมูลสถิติจาก Worldsteel Association ได้รายงานว่า ในปี 2565 ประเทศที่มีการนำเข้าเหล็กสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ สหภาพยุโรป 48.1 ล้านตัน สหรัฐอเมริกา 28.9 ล้านตัน และ เยอรมัน 21 ล้านตัน สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้าเหล็กในปริมาณ 13.4 ล้านตัน เป็นอันดับที่ 8 ของโลก สำหรับสถานการณ์การนำเข้าเหล็กของไทยในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2566 ตามข้อมูลของ Global Trade atlas

พบว่าไทย มีปริมาณการนำเข้า 4.41 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 3 ประเทศหลักที่มีสัดส่วนการนำเข้าสูงสุด ได้แก่  จีน (42.76%) ญี่ปุ่น (37.31%) และ เกาหลีใต้ (12.15%) จากการนำเข้ารวมทั้งหมด สำหรับประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเหล็กรายใหญ่ของโลก ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 จีนมีการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งสิ้น 29.7 ล้านตัน โดย 5 ประเทศแรกที่จีนมีการส่งออกมากที่สุด ได้แก่  เกาหลีใต้ 3 ล้านตัน (10.10%)   เวียดนาม 2.7 ล้านตัน (9.26%)   ตุรกี 2.2 ล้านตัน (7.35%) ไทย 1.8 ล้านตัน (6.28%) และ สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ 1.3 ล้านตัน (4.54%) ของการส่งออกรวมทั้งหมด

ทั้งนี้สนับสนุนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบหรือข้อตกลงทางการค้า เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคให้ได้ของมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และปกป้องและรักษาผลประโยชน์ทางการค้า จะกำกับและดูแลให้มีการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย อย่างไรก็ดี หากผู้ประกอบการมีข้อกังวล หรือได้รับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเกิดจากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยอาจเป็นการทุ่มตลาดหรือมีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด สามารถขอคำปรึกษาเกี่ยวกับข้อกำหนดในการยื่นคำขอให้ คต. เปิดไต่สวนมาตรการ AD หรือ AC เพิ่มเติมได้

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการไต่สวนเพื่อกำหนดใช้มาตรการ AD หรือ AC เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนตามที่ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฯ กำหนด ซึ่งเป็นกระบวนการที่โปร่งใส รับฟังข้อมูลข้อคิดเห็นจากทุกฝ่าย และข้อมูลที่นำมาใช้พิจารณามีการตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดรอบคอบ สำหรับในขั้นตอนการเปิดไต่สวนนั้น เมื่อคต. ได้ตรวจสอบข้อมูลคำขอของผู้ยื่นคำขอแล้วพบว่าครบถ้วนถูกต้อง คต. จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาด (ทตอ.) เพื่อพิจารณาเปิดไต่สวนต่อไป ดังนั้นจึงขอให้ภาคเอกชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ความเชื่อมั่นในการกระบวนการไต่สวนและการดำเนินการกรม
แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

สถานการณ์รายสัปดาห์ตลาดเหล็กของจีน ช่วง15-18 พ.ค. 23

สถานการณ์รายสัปดาห์ตลาดเหล็กของจีน ช่วง15-18 พ.ค. 23

สถานการณ์รายสัปดาห์ตลาดเหล็กของจีน ช่วง15-18 พ.ค. 2023

img_25641123_142023

เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล็ก: ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดีในสัปดาห์ที่ผ่านมา (15-18 พ.ค. 23) ราคาเหล็กในประเทศโดยรวมเพิ่มขึ้น ราคาเหล็กก่อสร้าง (construction steel) เพิ่มขึ้น 50-90 หยวน/ตัน ราคาเหล็กแผ่นหนา (plate) เพิ่มขึ้น 10-50 หยวน/ตัน ในตลาดส่วนใหญ่ ราคาของ HRC เพิ่มขึ้น 10-80 หยวน/ตัน และราคาของ CRC เพิ่มขึ้น 20-30 หยวน/ตัน ในบางตลาด

ในส่วนของเหล็กกล้าไร้สนิม (stainless steel) เกรด 304 ราคาลดลง 150-300 หยวน/ตัน เกรด 201 ราคาลดลง 50 หยวน/ตัน และเกรด 430 ราคายังคงทรงตัว

เกี่ยวกับสินค้าคงคลัง: ในสัปดาห์นี้ สินค้าคงคลังเหล็กภายในประเทศทั้งหมดอยู่ที่ 20.9581 ล้านตัน ลดลง 1.0118 ตัน เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว โดยสินค้าคงคลังในตลาดลดลง 484,800 ตัน และสินค้าคงคลังของโรงงานเหล็กลดลง 527,000 ตัน

เกี่ยวกับการผลิต: ในสัปดาห์นี้ อัตราการดำเนินงานเตา BF ของโรงงานเหล็กในประเทศอยู่ที่ 90.89% เพิ่มขึ้น 0.72% ในขณะที่อัตราการดำเนินงานของเตา EAF อยู่ที่ 55.44% ลดลง 2.72%

แหล่งที่มา : [SteelHome]

จีนนำเข้าแร่เหล็กเพิ่มขึ้นกว่า 5% ในเดือนเม.ย.

จีนนำเข้าแร่เหล็กเพิ่มขึ้นกว่า 5% ในเดือนเม.ย.

จีนนำเข้าแร่เหล็กเพิ่มขึ้นกว่า 5% ในเดือนเม.ย.

350292

สำนักงานศุลกากรจีนเปิดเผยวันนี้ว่า จีนนำเข้าแร่เหล็กในปริมาณ 90.44 ล้านตันในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ส่วนในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ จีนนำเข้าแร่เหล็กในปริมาณ 385 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี

โดยแร่เหล็กเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเหล็กกล้ารายงานของสำนักงานศุลกากรยังระบุว่า

การส่งออกเหล็กกล้าของจีนในเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 59.2% เมื่อเทียบรายปี แตะที่ 7.93 ล้านตัน ส่วนในช่วงเดือนม.ค.-เม.ย.

จีนส่งออกเหล็กกล้าในปริมาณ 28.01 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ที่มา : ryt9

กำลังการผลิต hot-rolled coil ของจีนยังคงดำเนินต่อไปในปี 2023 บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้ม

กำลังการผลิต hot-rolled coil ของจีนยังคงดำเนินต่อไปในปี 2023 บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้ม

การผลิตเหล็กของจีนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากเหล็กทรงยาวเป็นเหล็กทรงแบน ด้วยโรงงานเหล็กรีดร้อน (Hot Strip Mills) ที่มีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากการรณรงค์แลกเปลี่ยนกำลังการผลิตเหล็กที่แข็งแกร่งของประเทศ (capacity swap campaign) นอกจากนี้ประเทศจีนกำลังค่อยๆ เปลี่ยนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยอสังหาริมทรัพย์ไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต ซึ่งการผลิตเหล็กทรงแบนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ผู้เข้าร่วมตลาดกล่าว

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตเหล็กกล้าคาร์บอนรีดร้อนชนิดม้วน (hot-rolled carbon steel coil : HRC) และผลผลิต ได้ส่งผลกระทบต่อราคาเหล็กและอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2023 เนื่องจากความต้องการใช้เหล็กในภาคการผลิตยังคงฟื้นตัวช้า สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และอุปสงค์จากต่างประเทศสำหรับสินค้าเหล็กที่หดตัว

กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น

จีนมีโรงงาน hot strip ใหม่ ประมาณ 8 แห่ง ได้เริ่มดำเนินการในปี 2022 ด้วยกำลังการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC) รวมกันประมาณ 24 ล้านตันต่อปี ตามการคำนวณของ S&P Global Commodity Insights ตามประกาศอย่างเป็นทางการและแหล่งข่าวในตลาด

ในปี 2023 มีแผนจะเดินเครื่องโรงงาน hot strip อีก 15 แห่ง โดยมีกำลังการผลิตรวมกันเป็น 37 ล้านตัน/ปี

โรงงาน Hot Strip ใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2022-2023 จะมีช่วงความกว้างของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ 1,450 มม. ถึง 2,250 มม.

ผู้ผลิตเหล็กบางรายที่สร้างโรง hot strip คือผู้ผลิตเหล็กทรงยาวที่มีเป้าหมายเพื่อขยายธุรกิจในตลาดเหล็กทรงแบน บางรายเป็นผู้ผลิตเหล็กทรงแบนหรือเหล็กแผ่นหน้าแคบอยู่แล้ว และกำลังมองหาการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนที่หน้ากว้างขึ้นและเป็นผลิตภัณฑ์ที่ higher-end ขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้มากขึ้นและได้รับอัตรากำไรที่สูงขึ้น

ผู้ผลิตเหล็กส่วนใหญ่ที่วางแผนสร้างโรงงานใหม่ ซึ่งได้สร้างโรงงานเหล็กและเหล็กดิบ (Iron and crude steel) แห่งใหม่ด้วยเช่นกัน ด้วยโควตากำลังการผลิตที่ซื้อจากโรงงานอื่น ผ่านกลไกการแลกเปลี่ยนกำลังการผลิตของจีน (China’s capacity swap mechanism)

กำลังการผลิตเหล็กดิบของจีนยังคงเติบโตเล็กน้อยในปี 2023 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกระตุ้นการเติบโตของผลผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนในปีนี้

แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า