โดย saweang | ต.ค. 22, 2025 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็ก H‑Beam คือเหล็กรูปพรรณที่มีหน้าตัดเป็นรูปตัว H ถูกออกแบบมาเพื่อรับแรงอัดและแรงดัดได้ดี ใช้เป็นคาน หลักรับน้ำหนัก และโครงสร้างหลักในงานอาคารสูง โรงงาน และสะพาน บทความนี้อธิบายพื้นฐาน คุณสมบัติทางเทคนิค และตัวอย่างการใช้งานจริง
ลักษณะทางกายภาพของ H‑Beam: แผ่นแฟลนขนาดกว้างและเว็บ (web) หนา ทำให้มีความสามารถในการรับแรงดัดสูง คุณสมบัติทางกล: ความต้านทานแรงดัด (bending), ความแข็งแรง (yield strength), โมดูลัสความยืดหยุ่นวัสดุและการผลิต: กระบวนการผลิต H‑Beam แบบรีดร้อน (hot‑rolled) และการตัด/เจาะตามสั่ง
การใช้งานทั่วไป: คานหลักในอาคารสูง, เสาในโครงสร้างอุตสาหกรรม, โครงสะพาน, โครงถังและฐานเครื่องจักร
ข้อควรระวัง: การต่อข้อต่อ (weld/bolted) การคำนวณแรงเฉือนและแรงบิดก่อนติดตั้ง
สรุป H‑Beam เป็นวัสดุโครงสร้างที่ให้ความแข็งแรงสูงและความยืดหยุ่นในการออกแบบ เหมาะกับงานที่ต้องการรับแรงขนาดใหญ่และการกระจายน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ

เหล็ก H‑Beam (เหล็กเอชบีม๗ รีดร้อนขนาดมาตรฐาน เตรียมส่งโครงการก่อสร้าง
ขอรายละเอียดเพิ่มเติม การติดต่อ :@thanasarn
โดย khwankaew | ธ.ค. 27, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
“อุตสาหกรรมเหล็ก” ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยยังมีความสามารถ และเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของประเทศไทยได้ แต่เช่นเดียวกับทุกภาคเศรษฐกิจของประเทศ “วิกฤติโควิด” ได้ส่งผลกระทบต่อ “ความต้องการใช้เหล็กทั่วโลก”
ขณะเดียวกัน “ธุรกิจเหล็กไทย” ยังต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาพลังงาน และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กทั่วโลกของจีนลดทอนขีดความสามารถการแข่งขันทางการค้า
โดยที่ผ่านมา ภาคเอกชนไทย โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้พยายามแก้ปัญหา อุดช่องโหว่ และเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมเหล็กไทยมาโดยตลอด แต่ส่วนหนึ่งก็ยังต้องการการสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นจากภาครัฐ เพื่อร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้เป็น “อุตสาหกรรมพื้นฐาน” ที่ส่งเสริมภาคการผลิต และการก่อสร้างในประเทศไทยและแข่งขันได้ในเวทีโลก
ขณะที่ทิศทางของอุตสาหกรรมเหล็กในปี 2566 นั้น “นาวา จันทนสุรคน” ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) วิเคราะห์ว่า “ราคาสินค้าเหล็กในตลาดโลกปี 2565 ที่ขึ้นไปสูงในไตรมาส 2 ได้ปรับลงตั้งแต่ไตรมาส 3 น่าจะถึงจุดต่ำสุดในไตรมาสสี่นี้ จากนั้นราคาจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ ตามภาวะ เศรษฐกิจของโลกและแต่ละภูมิภาค”
อย่างไรก็ตาม ปี 2566 คาดว่าความต้องการใช้เหล็กของโลกจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% เป็น 1,814.7 ล้านตัน โดยจีนซึ่งใช้ เหล็กมากที่สุดในโลก จะมีความต้องการใช้เหล็กทรงตัวที่ 914 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 50.4% ของทั้งโลก หรืออาจมีทิศทางบวก หากรัฐบาลจีนผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ป้องกันโควิด
ในขณะที่บางภูมิภาคของโลก จะประสบปัญหาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง ได้แก่ รัสเซีย ยูเครน และกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) ซึ่งความต้องการใช้เหล็กปีหน้าถดถอย ลงต่อเนื่องอีก 6.7% กลุ่มประเทศยุโรป ความต้องการใช้ลดลงต่อเนื่องอีก 1.3% ส่วนกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ จะมีความต้องการใช้เพิ่ม 3.9% เป็น 71.1 ล้านตัน และอาเซียนจะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นราว 6% เป็น 81.4 ล้านตัน
สำหรับประเทศไทย ความต้องการใช้เหล็กปี 2566 น่าจะฟื้นตัวใกล้เคียงกับปี 2564 ราว 18.6 ล้านตัน เนื่องจากผลเชิงบวกทางธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่ดีขึ้น รวมทั้งการก่อสร้างภาครัฐที่ยังเดินหน้าต่อเนื่อง จากงบลงทุนกว่า 400,000 ล้านบาท ในงบประมาณปี 2566 แม้การก่อสร้างภาคเอกชนอาจยังเผชิญปัญหาสืบเนื่องจากภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งทำให้ต้นทุนการก่อสร้างสูง
แหล่งที่มา : Thairath
อ่านต่อได้ที่ https://www.thairath.co.th/
โดย khwankaew | ธ.ค. 21, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมของจีน มีจำนวนทั้งสิ้น 2.7566 ล้านตัน และส่งออกทั้งสิ้น 3.7599 ล้านตัน
ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 310,900 ตัน เพิ่มขึ้น 38,700 ตัน หรือ 14.23% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 48,600 ตัน มีอัตราการเติบโต 18.53%
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 2.7566 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 337,400 ตัน โดยมีอัตราการเติบโตที่ 13.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน
ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนจากอินโดนีเซียอยู่ที่ 272,000 ตัน เพิ่มขึ้น 37,200 ตัน โดยเพิ่มขึ้น 15.84% เทียบจากเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 57,600 ตัน ขยายตัว 26.87%
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 จีนนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมจากอินโดนีเซียทั้งหมด 2.3384 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 501,700 ตัน หรือ 27.32% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในเดือนตุลาคม 2022 การส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมของจีนจะอยู่ที่ 295,800 ตัน เพิ่มขึ้น 14,900 ตันหรือ 5.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนก่อน และลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 22,200 ตัน หรือ 6.99%
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 ปริมาณการส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีน สูงถึง 3.7599 ล้านตัน โดยเพิ่มขึ้น 136,100 ตันหรือ 3.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมสุทธิของจีนอยู่ที่ 15,100 ตัน
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 ยอดส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมสุทธิของจีนอยู่ที่ 1.0033 ล้านตัน ลดลง 20.14 ล้านตัน หรือ 16.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แหล่งที่มา : Steelhome, CISA
โดย khwankaew | ธ.ค. 8, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ในวันที่ 6 ธันวาคม ราคาเหล็กเส้น (rebar) ในเอเชียผันผวน โดยราคาในตลาด seaborne แยกออกจากตลาดในจีนโดยที่เป็นการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ เนื่องจากราคาบ่งชี้การซื้อต่ำกว่าระดับข้อเสนอขายที่เพิ่มขึ้นในสิงคโปร์
ทราบมาว่ามีการเสนอขายเหล็กเส้นของมาเลเซียที่ราคา $575/ตัน CFR สิงคโปร์ ในขณะที่ผู้ค้ารายหนึ่งได้เสนอขายเหล็กเส้นจากแหล่งกำเนิดเดียวกันที่ราคา $570/ตัน FOB มาเลเซีย แต่ความต้องการนั้นเงียบเกินกว่าที่จะมีการสรุปข้อตกลงซื้อขายใด ๆ
“โรงงานกำลังผลักดันราคาให้สูงขึ้น แต่ข้อบ่งชี้ในการซื้อยังห่างไกลจากราคาเสนอขาย” แหล่งข่าวในสิงคโปร์กล่าว พร้อมเสริมว่าพวกเขาจะซื้อในราคา $550-$555 CFR สิงคโปร์ เท่านั้น
อุปสงค์ในสิงคโปร์ถูกระงับท่ามกลางสภาพอากาศที่ฝนตก และเน้นไปที่มาตรการความปลอดภัยที่ไซต์การผลิตและการก่อสร้าง “เราไม่ได้ซื้อสต็อกเพิ่มเนื่องจากฝนตกทุกวัน แต่ก็ไม่เป็นจริงเช่นกันที่คาดว่าจะซื้อที่ราคา 555-$560/ตัน CFR เนื่องจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น ผู้ค้าในสิงคโปร์กล่าว
ระดับการซื้อขายในฮ่องกงสำหรับการขนส่งสินค้าในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น $10/ตัน จากวันก่อน มีราคาที่ $575/ตัน CFR ฮ่องกง โดยอ้างถึงความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการ COVID-19 ของจีนที่ผ่อนคลายลง แหล่งข่าวยังอ้างถึงโครงการก่อสร้างที่ล่าช้าไปจนถึงช่วงหลังตรุษจีน ซึ่งส่งผลให้ความต้องการเหล็กเส้นในเดือนมกราคมถูกย้ายไปยังเดือนกุมภาพันธ์
Platts ประเมินราคาเหล็กเส้น BS4449 Grade 500 ขนาด 16-32 มม. ที่ $568/ตัน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราคาไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับส่งออกเหล็กเส้นเกรด BS500B ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16-20 มม. ของจีน ได้รับการประเมินที่ $556 /ตัน FOB ของจีน ซึ่งราคาไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเหล็กเส้นของจีนขยับขึ้นภายในวัน โดยสัญญาเหล็กเส้นที่มีการซื้อขายมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม 2023 ในตลาด Shanghai Futures Exchange ปิดที่ 3,808 หยวน/ตัน ($544/ตัน) ในวันที่ 6 ธ.ค. เพิ่มขึ้น 4 หยวน/ตัน ในช่วงเวลาดังกล่าว
ราคาสปอตของเหล็กเส้นในประเทศปักกิ่ง HRB400 ขนาด 18-25 มม. ได้รับการประเมินที่ราคา 3,835 หยวน/ตัน ex-stock ตามน้ำหนักจริงที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 13% ราคาเพิ่มขึ้น 21 หยวน/ตัน ในวันที่ 6 ธันวาคม
ในขณะเดียวกัน ในตลาดบิลเล็ต โรงงานรายใหญ่ของอินโดนีเซียได้เพิ่มระดับข้อเสนอขายสำหรับบิลเล็ต 3SP ขนาด 150 มม. ขึ้น $5/ตัน เป็น $520/ตัน FOB อินโดนีเซีย และเป็นราคาที่ $540/ตัน CFR มะนิลา
ได้ยินว่าบิลเล็ตขนาด 5SP ขนาด 130 มม. จากเตา blast furnace ของเวียดนาม ถูกเสนอขายในราคา $510/ตัน FOB เวียดนาม ปรับเป็นราคาที่ $540-$545/ตัน CFR มะนิลา แหล่งข่าวของโรงงานระบุว่า “ราคาเหล็กบิลเล็ตและเหล็กเส้นพุ่งสูงขึ้น
แหล่งข่าวโรงงานในฟิลิปปินส์กล่าวว่า “ได้ยินว่ามีการจองบิลเล็ตที่ราคา $525/ตัน และ $530/ตัน CFR มะนิลา…สินค้ารวม 40,000 ตัน” แต่ไม่ได้มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาการจัดส่ง แหล่งกำเนิดของบิลเล็ต เกรด เส้นผ่านศูนย์กลาง หรือ วันที่ของข้อตกลง
“ลูกค้ารายใหญ่อาจยอมรับข้อเสนอที่ราคา $530/ตัน CFR มะนิลาที่” ผู้ค้ารายหนึ่งในภาคตะวันออกของจีนกล่าว
ราคาประเมินของบิลเล็ต ขนาด 5SP 130 มม. บนพื้นฐาน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงทรงตัวที่ $530/ตัน ในขณะเดียวกันราคาสปอตของการนำเข้าบิลเล็ต 3SP ขนาด 150 มม. ของจีนได้รับการประเมินที่ $451/ตัน CFR ประเทศจีน ราคาเพิ่มขึ้น $4 /ตัน จากวันก่อน ในขณะที่การประเมินของ Platts สำหรับบิลเล็ต Q235 เพิ่มขึ้น 30 หยวน/ตัน เป็น 3,690 หยวน/ตัน
แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights
โดย khwankaew | ต.ค. 6, 2022 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้วกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โฉมใหม่ ยิ่งใหญ่อลังการกว่าเดิม พร้อมรองรับการจัดงานในทุกรูปแบบ เบื้องหลังของความสำเร็จที่ทำให้โครงการระดับประเทศแห่งนี้ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีตามโจทย์ของเจ้าของโครงการ และสามารถเปิดดำเนินการได้ตามกำหนดนั้น มาจากความร่วมมือของบริษัทชั้นนำของประเทศ ทั้ง บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะเจ้าของโครงการ บริษัท เบคา (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ออกแบบ บริษัท นันทวัน จำกัด หรือ Thai Obayashi ผู้รับเหมาก่อสร้าง และ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ในฐานะผู้ผลิตเหล็กโครงสร้าง คุณภาพสูงของไทย ที่ช่วยให้โครงการสำเร็จได้ตามกำหนดเวลา
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โฉมใหม่ มีพื้นที่อาคารที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 5 เท่า โดยโถงกลางของอาคารมีดีไซน์ทันสมัยไร้เสากลาง ซึ่งไม่เพียงชูความสวยงามให้โดดเด่น แต่ยังสามารถปรับใช้พื้นที่ให้รองรับการจัดงานได้หลากหลายรูปแบบ ดังนั้น โครงสร้างหลังคาจึงมีบทบาทสำคัญ ไม่เพียงแต่มีความแข็งแกร่งทนทาน แต่ต้องออกแบบพิเศษให้มีขนาดที่เหมาะสม เพื่อให้ความสูงของอาคารเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้เจ้าของโครงการ ผู้รับเหมาก่อสร้าง และ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กโครงสร้าง ต้องร่วมกันหาโซลูชันที่ดีที่สุดสำหรับการก่อสร้างให้สำเร็จได้ตามโจทย์ และโครงการแล้วเสร็จในระยะเวลาที่กำหนด
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถือเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย ซึ่งเหล็กของ SYS นอกจากจะตอบโจทย์เรื่องของขนาดและความยาวพิเศษ รวมถึงความรวดเร็วในการก่อสร้างแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะ SYS ใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต และเหล็กเอชบีมของ SYS ก็สามารถนำมาใช้ซ้ำ หรือ Recycle ได้อีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอรตี้ ที่ต้องการให้อาคารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แห่งนี้เป็นอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
สำหรับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้เปิดใช้งานแล้วเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา เพื่อรองรับงานประชุมและงานแสดงสินค้าต่างๆ ของประเทศไทย และในเดือนพฤศจิกายน 2565 ศูนย์ประชุมระดับชาติแห่งนี้จะถูกใช้เป็นพื้นที่จัดงานใหญ่ระดับโลกอย่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC 2022) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพอีกด้วย