โดย khwankaew | พ.ย. 22, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ในวันที่ 22 พ.ย. ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (hot-rolled coil) ในเอเชียไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่อยู่ในโหมดรอดู เนื่องจากอุปสงค์ที่ซบเซาและแนวโน้มขาลง
Platts ประเมิน HRC SS400 หนา 3 มม. ที่ราคา $528/ตัน FOB ประเทศจีน และราคา $529/ตัน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทั้งสองอย่างไม่เปลี่ยนแปลงจากในวันก่อนหน้า และ Platts ประเมิน HRC SAE1006 ที่ราคา $533/ตัน FOB ประเทศจีน และราคา $538/ตัน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งสองไม่เปลี่ยนแปลงจากในวันก่อนเช่นกัน
โรงงานเหล็กในจีนไม่เต็มใจที่จะลดข้อเสนอขาย เนื่องจากตลาด HRC ในประเทศ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามียังความมั่นคง แม้ว่าจะมีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นในจีน และตลาดต่างประเทศที่อ่อนแอ
“ปัจจุบัน โรงงานหลายแห่งได้ปรับลดอัตราการผลิต แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังค่อยๆ อ่อนตัวลง แต่ราคาควรจะคงที่ในระยะสั้น” ผู้ค้าในภาคตะวันออกของจีนกล่าว
ก่อนหน้านี้โรงงานได้สรุปคำสั่งซื้อจำนวนมากไปยังภูมิภาคต่างๆ เช่น ตะวันออกกลาง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รีบเร่งที่จะขายหรือลดข้อเสนอขายลง ผู้ค้ากล่าว
Platts ประเมินราคาสปอตของ HRC Q235 ขนาด 5.5 มม. ในเซี่ยงไฮ้ ราคาอยู่ที่ 3,850 หยวน/ตัน ($537.21/ตัน) ex-stock รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ราคาเพิ่มขึ้น 10 หยวน/ตัน จากวันก่อนหน้า แต่ลดลง 20 หยวน/ตัน จากวันที่ 18 พ.ย. สัญญาที่มีการซื้อขายมากที่สุดในเดือนมกราคม 2023 ในตลาด Shanghai Futures Exchange ปิดที่ 3,755 หยวน/ตัน ราคาลดลง 1 หยวน/ตัน จากวันก่อน
“สถานการณ์การแพร่ระบาดในจีนอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้เข้าร่วมตลาดต่อแนวโน้มของตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อน เนื่องจากข้อจำกัดของโควิด-19 ยังคงค่อนข้างเข้มงวด” แหล่งข่าวโรงงานในภาคเหนือของจีนกล่าว “เมื่อเร็วๆ นี้มีการเสนอราคาซื้อไม่มากนัก อาจเป็นเพราะตลาดในประเทศอ่อนแอลงในสองวันมานี้ และผู้ซื้อยังอยากรอดูสถานการณ์ก่อน”
ตลาดเวียดนามยังคงเงียบ โดยผู้ซื้อไม่มีการเสนอราคาซื้อ เนื่องจากอุปสงค์ยังไม่ดีขึ้น ได้ยินข้อเสนอขายที่ลดลงในการนำเข้าที่มีต้นทางจากจีน มีราคาอยู่ที่ระหว่าง $530-$535/ตัน CFR สำหรับการจัดส่งในเดือนธันวาคม แต่นั่นไม่ได้ดึงดูดความสนใจในการซื้อ ผู้ค้าในเวียดนามกล่าว
ตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อนในอินโดนีเซียและปากีสถานก็ไม่ดีเช่นกัน
“ค่าเงินของเราอ่อนค่าลงมาก และนโยบายรัฐบาลของเราขัดแย้งกัน การนำเข้าวัตถุดิบถูกควบคุมอย่างเข้มงวด แต่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปสามารถเข้ามาได้อย่างเสรี” ผู้ซื้อจากอินโดนีเซียกล่าว
ผู้ค้ารายหนึ่งในปากีสถานกล่าวว่า เศรษฐกิจของปากีสถานอ่อนแอและมีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทางการเมือง อุปสงค์ที่ย่ำแย่ วิกฤตกระแสเงินสด และธนาคารก็กีดกันเรื่องของ letter of credit เช่นกัน
Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (cold-rolled coil) เกรด SPCC หนา 1 มม. ที่ราคา $585/ตัน FOB ประเทศจีน ราคาลดลง $5/ตัน จากในสัปดาห์ก่อน เนื่องจากอุปสงค์ไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น
ข้อเสนอขายจากโรงงานในจีนส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน อยู่ในช่วงราคา $600-$610/ตัน FOB ประเทศจีน สำหรับการจัดส่งในเดือนมกราคม เนื่องจากตลาดภายในจีนค่อนข้างทรงตัว
Platts ประเมิน CRC เกรดเดียวกันที่ 4,375 หยวน/ตัน ex-stock ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ในตลาดตัวแทนจำหน่ายในเซี่ยงไฮ้ ราคาลดลง 35 หยวน/ตัน จากในสัปดาห์ที่แล้ว
“ราคาซื้อขายจากโรงงานอาจแตกต่างกันไป เนื่องจากโรงงานบางแห่งสามารถขายได้สูงกว่า 30 หยวน ถึง 50 หยวน แต่โดยทั่วไปแล้ว กิจกรรมการซื้อขาย CRC ในประเทศไม่ค่อยดีนัก และราคาซื้อขายควรอยู่ในช่วงระดับที่ต่ำ” ผู้ค้ารายหนึ่งในภาคตะวันออกของจีน กล่าวว่า
ผู้ค้าบางรายกล่าวว่า ได้มีการสอบถามราคาเสนอซื้อจากผู้ซื้อในต่างประเทศ แต่ราคาของพวกเขาไม่ตรงกับราคาของโรงงาน
“โรงงานที่ใหญ่กว่าอย่าง Shougang และ Benxi Steel ไม่มีความต้องการที่จะลดข้อเสนอขาย โดยมีราคาข้อเสนอขายอยู่ที่ประมาณ $610/ตัน FOB” ผู้ค้าในทางตะวันออกของจีนกล่าว
แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights
โดย khwankaew | ก.ย. 20, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
วันที่ 19 กันยายน 2565 นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้าเปิดเผยว่า จากสถานการณ์ต้นทุนการผลิตเหล็กเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาวัตถุดิบ พลังงาน โดยเฉเพาะค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ค่าแรง รวมทั้งได้รับผลจากการทุ่มตลาดของสินค้านำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็กนั้นอยู่ในอัตราที่ต่ำเพียง 30% เป็นเหตุให้ผู้ผลิตเหล็กจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม สินค้าเหล็กในการก่อสร้าง ได้แก่ สินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กรูปพรรณ เป็นสินค้าภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดังนั้น ผู้บริโภคสามารถมั่นใจในระดับหนึ่ง ว่าการปรับราคานั้นสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ราคาเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กเส้นในปี 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 658 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปรับเพิ่มขึ้น 42% จากปี 2564 ที่มีราคาอยู่ที่ 464 เหรียญสหรัฐต่อตัน ประกอบกับค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นพลังงานหลักในการหลอมเศษเหล็กได้ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 700-800 บาทต่อตัน โดยต้นทุนด้านพลังงานนั้นส่งผลกระทบทั่วทุกธุรกิจ แม้กระทั้งผู้ผลิตเหล็กหลักของโลกอย่างประเทศตุรกี ก็ได้ประกาศขึ้นราคาเหล็กแล้วตันละ 20-40 เหรียญสหรัฐ รวมทั้งการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น
“ที่ผ่านมาผู้ผลิตสินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต จะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาของผู้รับเหมา จากการปรับราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2564 แต่หากพิจารณาระดับราคาของสินค้าเหล็กเส้นในประเทศ เทียบกับประเทศต่าง ๆ แล้ว จะพบว่าสินค้าเหล็กเส้นของไทยมีราคาต่ำกว่าสินค้าของประเทศอื่นมาก
ตัวอย่างเช่น ในช่วงกลางปี 2564 ประเทศสิงคโปร์ ราคาเหล็กเส้นอยู่ที่ 738 เหรียญสหรัฐต่อตัน ประเทศตรุกีมีราคาเหล็กเส้น 740 เหรียญสหรัฐต่อตัน และประเทศจีนมีราคาเหล็กเส้น 852 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ประเทศไทยเสนอขายที่ 699 เหรียญสหรัฐต่อตัน และในยุคโควิด-19 ขณะที่ประเทศอื่นประสบปัญหาไม่สามารถนำเข้าสินค้า สินค้าขาดแคลน และมีราคาสูงเกินจริง แต่ประเทศไทยยังมีผู้ผลิตภายในคานอำนาจสินค้านำเข้าได้ จึงไม่ประสบกับปัญหาเหมือนกับประเทศต่าง ๆ”
สำหรับการปรับราคาเพิ่มขึ้น อาจมีผลกระทบไปยังผู้รับเหมาก่อสร้างได้ โดยผู้รับเหมาสามารถทำสัญญาระยะยาวกับผู้ผลิต (ยี่ปั๊ว) ในการซื้อสินค้าสำหรับงานนั้น ๆ รวมถึงพิจารณาถึงการบริหารจัดการ เพื่อลดต้นทุนให้มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การเลือกซื้อและเลือกใช้เหล็กคุณภาพสูง
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
โดย khwankaew | ม.ค. 13, 2022 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ตามมาตรฐานมอก. เหล็กรูปพรรณรีดร้อน H-Beam นั้นถูกแบ่งเป็น 7 เกรด หรือ 7 ขั้นคุณภาพอันประกอบด้วยเกรดที่เรียกว่า SS400, SS490, SS540, SM400, SM490, SM 520 และ SM570

ปัจจุบันเหล็กรูปพรรณ H-Beam ในประเทศไทยที่พร้อมใช้งานตามมาตรฐาน มอก. ที่ใช้กันแพร่หลาย และสามารถหาสินค้าได้เป็นปกติ จะมีอยู่ 2 ชั้นคุณภาพ คือ SS400 กับ SM520 โดยความแตกต่างหนึ่งคือ ค่าการรับแรงดึงที่ต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบในหน้าตัดเท่ากัน เหล็ก SM520 ก็จะรับน้ำหนักได้ดีกว่า หรือพูดอีกแบบหนึ่งได้ว่า ในน้ำหนักที่เท่ากัน โครงสร้าง SM520 ก็จะมีขนาดของโครงสร้างที่เล็กกว่า ซึ่งโดยรวม ก็จะช่วยลดน้ำหนักโครงสร้าง ทำให้ต้นทุนในการก่อสร้างลดลงอย่างมาก และยังส่งผลช่วยลดค่าแรง ค่าขนส่ง และลดภาระฐานรากลงได้อีกมากด้วย
มาตรฐาน มอก. (TIS 1227-2558) ได้กำหนดไว้ว่าเหล็ก SS400 จะต้องมีค่า Yield strength อยู่ที่ประมาณ 2,400 – 2,500 ksc (กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร) และ SM520 จะต้องมีค่า Yield strength อยู่ที่ 3,500 – 3,600 ksc (กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร) ซึ่งค่า Yield strength ก็คือ ค่าที่เหล็กสามารถรับแรงได้ถึงจุดๆหนึ่งและจะเกิดการเสียรูปถาวร การเลือกใช้เหล็กที่ได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญของงานโครงสร้าง เพื่อให้อาคารสามารถรับแรงได้และมีความแข็งแรงปลอดภัยต่อการใช้งาน
โดย khwankaew | พ.ย. 23, 2021 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
นวกรรมใหม่ของหลังคาเหล็ก เคลือบเซรามิก ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อน และเสียงดัง ของหลังคาเหล็กเมทัลชีททั่วไป เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แข็งแรง ทนทาน สวยงาม หรูหรา ดูดี มีระดับ
ปัจจุบันมีหลังคาหลากหลายชนิดให้เลือกใช้ หลังคากระเบื้องมีสีสันที่สวยงาม แต่มีน้ำหนักเยอะ และสิ้นเปลืองในเรื่องของโครงสร้าง อีกทั้งมีราคาที่สูง และหลังคาที่นิยมนำมาใช้กันมากที่สุดคือหลังคามทัลชีท มีน้ำหนักเบา แต่มีข้อเสียเยอะ ทั้งไม่มีรูปลอน ไม่สวยงาม ความร้อน เสียงดัง และการลั่นของตัวหลังคาเอง หลังคาเหล็กเซรามิก CMR ได้ออกมาแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยผลิตแผ่นหลังคาเหล็ก ขึ้นรูปลอนที่สวยงาม และเคลือบด้วยเม็ดเซรามิก ซึ่งแก้ปัญหาเรื่องเสียง ความร้อน การลั่นของหลังคาได้อย่างดีเยี่ยม และยังมีรูปลอน สีสันที่สวยงาม อีกทั้งราคาเทียบเท่ากับเมทัลชีทในปัจจุบันอีกด้วย

รายละเอียด
- ผลิตจากแผ่นเหล็กอะลูซิงค์ เคลือบด้วยเม็ดเซรามิก และสีเรซิน พอลิเมอร์สูตรน้ำ คุณภาพสูง
- วัสดุมีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อทุกสภาวะอากาศ ปลอดภัยจากพายุฝน ลมแรง และลูกเห็บ
- หลังคาเหล็กมีผิวสัมผัส ช่วยกระจายแรงตกกระทบของน้ำฝน ลดเสียงดังของหลังคา ขณะฝนตกหนักได้ดี
- ช่วยสะท้อนแสงแดด ความร้อน และรังสี UV&IR ลดความร้อนภายในอาคารให้เย็นสบาย
- สีสวยทนทานนานนับ 30 ปี มีอายุการใช้งานยาวนาน
- ติดตั้งง่าย สะดวก งานเสร็จเร็ว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวม
- ปลอดภัยต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- รุ่น มาตรฐาน ขนาด 76 x 120 ซม.และ 76 x 225 ซม.
น้ำหนัก : 5.64 kg. และ 10.58 kg.
- สีมาตรฐาน สีอิฐ Terracotta , มอคค่า Mocha, ชาโคลเกรย์ Charcoal Gray

โดย khwankaew | ก.ย. 17, 2021 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
การลดการผลิตเหล็กของจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนกันยายน และคาดว่าจะขยายเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากจีนจะจำกัดการผลิตเหล็กดิบ (crude steel) ในปี 2021 และเน้นที่การใช้พลังงานที่ลดลง แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งโรงงานบางแห่งคาดว่า การลดกำลังการผลิตเหล็กของจีนจะเพิ่มขึ้นอีกในปลายเดือนกันยายน หรือตุลาคม ส่วนใหญ่เนื่องจากการลดลงโดยรวมภายในกลางเดือนกันยายนยังคงไม่เพียงพอที่จะรักษาผลผลิตเหล็กดิบของประเทศในปี 2021 ให้อยู่ในระดับเดียวกับปี 2020 โดยในช่วงมกราคม-กรกฎาคม ผลผลิตเหล็กดิบของจีนเพิ่มขึ้น 8% หรือ 48 ล้านตัน จากปีก่อน
คาดว่าจะมีการลดกำลังการผลิตในภาคตะวันออกและตอนใต้ของจีนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ เนื่องจากมณฑลเจียงซู (Jiangsu) เจ้อเจียง (Zhejiang) ยูนนาน (Yunnan) กวางสี (Guangxi) และกวางตุ้ง (Guangdong) ยังคงตามหลังเป้าหมายในการลดการใช้พลังงาน
In tandem with the accelerated steel output cuts, Chinese domestic hot rolled coil sales margins rose 41% to $165/mt on Sept. 13 from $117/mt on Sept. 1. The S&P Global Platts IODEX 62% Fe index dropped 15% to $123/mt over the same period from $144/mt.
ควบคู่ไปกับการลดผลผลิตเหล็กแบบเร่งด่วน ทำให้มาร์จิ้นจากการขายเหล็กแผ่นรีดร้อน (hot rolled coil) ในจีนเพิ่มขึ้น 41% อยู่ที่ $165/ตัน เมื่อวันที่ 13 ก.ย. จาก ในวันที่ 1 ก.ย. อยู่ที่ $117/ตัน
— Steel Business Briefing
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
Cr. IRON&STEEL INTELLIGENCE UNIT