โดย khwankaew | ก.ย. 20, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
วันที่ 19 กันยายน 2565 นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้าเปิดเผยว่า จากสถานการณ์ต้นทุนการผลิตเหล็กเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาวัตถุดิบ พลังงาน โดยเฉเพาะค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ค่าแรง รวมทั้งได้รับผลจากการทุ่มตลาดของสินค้านำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็กนั้นอยู่ในอัตราที่ต่ำเพียง 30% เป็นเหตุให้ผู้ผลิตเหล็กจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม สินค้าเหล็กในการก่อสร้าง ได้แก่ สินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กรูปพรรณ เป็นสินค้าภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดังนั้น ผู้บริโภคสามารถมั่นใจในระดับหนึ่ง ว่าการปรับราคานั้นสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ราคาเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กเส้นในปี 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 658 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปรับเพิ่มขึ้น 42% จากปี 2564 ที่มีราคาอยู่ที่ 464 เหรียญสหรัฐต่อตัน ประกอบกับค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นพลังงานหลักในการหลอมเศษเหล็กได้ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 700-800 บาทต่อตัน โดยต้นทุนด้านพลังงานนั้นส่งผลกระทบทั่วทุกธุรกิจ แม้กระทั้งผู้ผลิตเหล็กหลักของโลกอย่างประเทศตุรกี ก็ได้ประกาศขึ้นราคาเหล็กแล้วตันละ 20-40 เหรียญสหรัฐ รวมทั้งการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น
“ที่ผ่านมาผู้ผลิตสินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต จะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาของผู้รับเหมา จากการปรับราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2564 แต่หากพิจารณาระดับราคาของสินค้าเหล็กเส้นในประเทศ เทียบกับประเทศต่าง ๆ แล้ว จะพบว่าสินค้าเหล็กเส้นของไทยมีราคาต่ำกว่าสินค้าของประเทศอื่นมาก
ตัวอย่างเช่น ในช่วงกลางปี 2564 ประเทศสิงคโปร์ ราคาเหล็กเส้นอยู่ที่ 738 เหรียญสหรัฐต่อตัน ประเทศตรุกีมีราคาเหล็กเส้น 740 เหรียญสหรัฐต่อตัน และประเทศจีนมีราคาเหล็กเส้น 852 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ประเทศไทยเสนอขายที่ 699 เหรียญสหรัฐต่อตัน และในยุคโควิด-19 ขณะที่ประเทศอื่นประสบปัญหาไม่สามารถนำเข้าสินค้า สินค้าขาดแคลน และมีราคาสูงเกินจริง แต่ประเทศไทยยังมีผู้ผลิตภายในคานอำนาจสินค้านำเข้าได้ จึงไม่ประสบกับปัญหาเหมือนกับประเทศต่าง ๆ”
สำหรับการปรับราคาเพิ่มขึ้น อาจมีผลกระทบไปยังผู้รับเหมาก่อสร้างได้ โดยผู้รับเหมาสามารถทำสัญญาระยะยาวกับผู้ผลิต (ยี่ปั๊ว) ในการซื้อสินค้าสำหรับงานนั้น ๆ รวมถึงพิจารณาถึงการบริหารจัดการ เพื่อลดต้นทุนให้มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การเลือกซื้อและเลือกใช้เหล็กคุณภาพสูง
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
โดย khwankaew | ก.ค. 11, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทย ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 มีปริมาณความต้องการ ใช้สินค้าเหล็กสำเร็จรูปทั้งหมด 8.78 ล้านตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2564 ประมาณ 13% จากภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนก่อสร้างในประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้การใช้กำลังการผลิตจริงของอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศไทยอยู่ที่เพียง 33.3% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ต่ำมากๆ
ในขณะที่ผู้ผลิตเหล็กในประเทศไทยต้องเผชิญกับต้นทุนที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจาก 1.ราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น 39.97% และ 2.ราคาวัตถุดิบที่ผู้ผลิตได้สั่งซื้อไปเมื่อช่วงเดือน เม.ย.- พ.ค.2565 แต่อย่างไรก็ตามผู้ผลิตในประเทศไทยได้ปรับราคาขายสินค้าเหล็กให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดเหล็กโลกซึ่งอ่อนตัวลงแล้ว ตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นมา
“สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว ภาวะเงินเฟ้อ ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดที่ยังไม่สงบและสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่มีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไป น่าจะส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กของโลกมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ดังนั้น ประเทศต่างๆที่รู้ทันสถานการณ์ได้ออกมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจากการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยการใช้มาตรการทางการค้าต่างๆ ได้แก่ การตอบโต้การทุ่มตลาด การตอบโต้การอุดหนุน การตอบโต้การหลบเลี่ยง ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว”
โดย khwankaew | ก.ค. 1, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ปีนี้สถานการณ์ราคาเหล็กในตลาดโลกเริ่มลดความผันผวน ขณะที่สงครามการค้าเหล็กในระดับภูมิภาคทวีความรุนแรง
โดยเมื่อช่วงต้นปี 2565 ราคาเหล็กโลกได้ปรับราคาสูงขึ้นลิ่วๆ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากวิกฤติสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่พอตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นมา ราคาเหล็กโลกได้อ่อนตัวและตลาดมีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากตลาดเหล็กโลกได้ปรับตัวในเชิงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และเน้นการค้าในระดับภูมิภาค (Region) เป็นหลัก เตือนภัยสัญญาณเหล็กทุ่มตลาดชัดเจน
นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยสถานการณ์ราคาเหล็กในตลาดโลกว่าได้ปรับลดลง โดยราคาสินค้าเหล็กสำเร็จรูปในภูมิภาคเอเชียปรับลดลง 3.2%-4.9% ในเดือน มิ.ย. 2565 และลดลงอีก 5.2%-16.3% ในเดือน ก.ค.
สาเหตุหลักมาจากการที่ประเทศจีนมีการล็อกดาวน์เมืองต่างๆที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กในประเทศจีนชะลอตัว โดยครึ่งแรกของปี 2565 ความต้องการใช้เหล็กของประเทศจีน ลดลง 6.9% เหลือ 501 ล้านตัน และมีการส่งออกสินค้าเหล็ก รวม 34.25 ล้านตัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการส่งออกในราคาต่ำมาก เพราะกำลังซื้อภายในประเทศจีนลดลง
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ประเทศรัสเซียมีการส่งออกสินค้าเหล็กสำเร็จรูปราคาต่ำเข้ามายังภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากถูกคว่ำบาตรไม่สามารถส่งสินค้าไปยังสหภาพยุโรปได้
แหล่งที่มา : thairath online
โดย khwankaew | มิ.ย. 10, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
การผลิตเหล็กดิบของอินเดียเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ระดับ 10.60 ล้านตัน ในเดือนพฤษภาคม ข้อมูลจาก Joint Plant Committee เผยวันที่ 4 มิถุนายน เนื่องจากกำลังการผลิตในประเทศที่เพิ่มขึ้น
การเพิ่มขึ้นได้เกิดขึ้นท่ามกลางความต้องการที่แข็งแกร่งจากภาคการผลิตของอินเดีย ดังที่แสดงโดย S&P Global India manufacturing purchasing managers’ index ซึ่งอยู่ที่ 54.6 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจาก 54.7 ในเดือนเมษายน
แม้จะขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ แต่ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ เช่น Maruti Suzuki มีความต้องการเหล็กกล้าสำหรับยานยนต์สูงขึ้น เนื่องจากการผลิตในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นกว่าสี่เท่า อยู่ที่ 164,859 คัน จาก 40,924 คัน ในเดือนพฤษภาคม 2021
“การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อการผลิตรถยนต์ในช่วงเดือน” Maruti Suzuki กล่าวเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน โดยเสริมว่าตัวเลขเดือนพฤษภาคมไม่สามารถเทียบได้กับตัวเลข “พฤษภาคม 2021 เนื่องจากการดำเนินงานของบริษัทในเดือนพฤษภาคม 2021 ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการหยุดชะงักที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19”
JSW Steel ยังได้เปิดเตาหลอมแห่งที่สองที่ Dolvi ในรัฐ Maharashtra เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2021 โดยเพิ่มกำลังการผลิต Dolvi Steel Works เป็นสองเท่า เป็นที่ 10 ล้านตันต่อปี และมีส่วนทำให้กำลังการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้น
การผลิตโลหะร้อนเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ 6.88 ล้านตัน ในเดือนพฤษภาคม และการผลิตเหล็กสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 14.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในเดือนพฤษภาคม
การผลิตเหล็กดิบโดยรวมของอินเดียในช่วงสองเดือนแรกของปีงบการเงิน (เมษายน-มีนาคม) เพิ่มขึ้น 11.5% จากปีก่อนหน้า
การส่งออกเหล็กสำเร็จรูป (finished steel) ของอินเดียลดลง 39.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการที่ย่ำแย่ ในขณะที่การนำเข้าลดลง 3.6%
การส่งออกคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน เนื่องจากอินเดียได้ขึ้นภาษีส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กหลายชนิด เช่น แร่เหล็กและเหล็กกล้า มีผล 22 พ.ค. โดยผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนและเหล็กทรงยาวส่วนใหญ่ถูกเก็บภาษีที่ 15% ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีการใช้เลย
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย khwankaew | ก.พ. 17, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ราคาบิลเล็ตในเอเชียปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก จากความสนใจซื้อที่แข็งแกร่งในตลาดนำเข้าของจีน ผู้ซื้อบางรายพยายามเพิ่มข้อบ่งชี้ในการซื้อเพื่อให้ตรงตามเป้าของผู้ขาย
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ในประเทศจีน การขายบิลเล็ต 3SP ขนาด 150 มม. ของอินโดนีเซียได้ยินที่ราคา $705/ตัน CFR ประเทศจีน ราคาเพิ่มขึ้น $10/ตัน จากวันก่อน ท่ามกลางอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและความคาดหวังด้านอุปทานที่ตึงตัวของบิลเล็ต ข้อบ่งชี้การซื้อสูงสุดได้ยินอยู่ที่ราคา $700/ตัน CFR ประเทศจีน สำหรับการจัดส่งในเดือนเมษายน อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์รายหนึ่งกล่าวว่า ระดับราคานั้นสูงกว่าราคานำเข้าบิลเล็ตในประเทศซึ่งเทียบเท่ากับ $660/ตัน CFR ของจีน
ข้อเสนอขายสำหรับบิลเล็ตเวียดนามได้ยินที่ราคา $700/ตัน FOB เวียดนาม ราคาเพิ่มขึ้น $15/ตัน จากวันก่อน และบิลเล็ตของรัสเซียเสนอราคาขายที่ $710/ตัน CFR จีน สำหรับการจัดส่งในเดือนเมษายน
สัญญาซื้อขายเหล็กเส้นในเดือน พ.ค. 2022 ที่มีการความเคลื่อนไหวมากที่สุดในตลาดซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ ปิดที่ราคา 4,905 หยวน/ตัน ($770/ตัน) ในวันที่ 11 ก.พ. ราคาลดลง 50 หยวน/ตัน จากวันก่อน อย่างไรก็ตาม สัญญาได้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. 2021 ที่ราคา 5,034 หยวน/ตัน ในการซื้อขายระหว่างวัน เมื่อวันที่ 11 ก.พ.
ในวันที่ 11 ก.พ. Platts ประเมินราคาบิลเล็ต Tangshan Q235 ที่ราคา 4,780 หยวน/ตัน เพิ่มขึ้น 10 หยวน/ตัน จากวันก่อน และราคาสปอตบิลเล็ต 3SP ขนาด 150 มม. ที่จีนนำเข้าอยู่ที่ $701/ตัน CFR จีน ราคาเพิ่มขึ้น $16/ตัน จากวันก่อน
ในฟิลิปปินส์ ได้ยินข้อเสนอขายที่ราคา $710/ตัน CFR มะนิลา และข้อบ่งชี้การซื้อที่ราคา $695/ตัน CFR มะนิลา สำหรับการจัดส่งในเดือนเมษายน
ได้ยินข้อตกลงซื้อขายกันที่ราคา $695/ตัน CFR มะนิลา สำหรับบิลเล็ต 5SP ขนาด 150 มม. ของอินโดนีเซียที่ปริมาณ 20,000 ตัน และที่ราคา $685/ตัน CFR มะนิลา สำหรับบิลเล็ต 3SP ขนาด 150 มม. ของอินโดนีเซียที่ปริมาณ 15,000 ตัน
แหล่งตลาดกล่าวว่า ข้อตกลงเหล่านี้มีแนวโน้มว่าจะถูกขายโดยเทรดเดอร์ เนื่องจากโรงงานมีข้อบ่งชี้การขายของเขาที่ราคา 705/ตัน CFR สำหรับบิลเล็ต 3SP ขนาด 150 มม.
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราคาสปอตของบิลเล็ต 5SP ขนาด 130 มม. ถูกประเมินที่ราคา $698/ตัน CFR มะนิลา ราคาเพิ่มขึ้น $2/ตัน จากในวันก่อนหน้า
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing