โดย khwankaew | ม.ค. 5, 2023 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
หากจำแนกผลิตภัณฑ์เหล็กในไทยตามประเภทของเหล็กกึ่งสำเร็จรูปที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่
1) เหล็กทรงยาว (Long products) ประกอบด้วย เหล็กแท่งใหญ่และเหล็กแท่งยาวซึ่งเป็นเหล็กกึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ทำจากเหล็กทั้งสองประเภทนี้ เช่น เหล็กเส้น และเหล็กลวด โดยผู้ผลิตเหล็กทรงยาวแบ่งออกเป็นกลุ่มที่มีเตาหลอมและกลุ่มที่ไม่มีเตาหลอม กลุ่มผู้ผลิตเหล็กที่มีเตาหลอมได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์เหล็กทรงยาวส่วนมากถูกใช้ในภาคก่อสร้าง

2) เหล็กทรงแบน (Flat products) ประกอบด้วย เหล็กแท่งแบนซึ่งเป็นเหล็กขั้นกลาง และผลิตภัณฑ์เหล็กที่แปรรูปจากเหล็กแท่งแบน เช่น เหล็กแผ่นรีดร้อนและเหล็กแผ่นรีดเย็นซึ่งอยู่ในรูปของเหล็กแผ่น (Plates) และเหล็กม้วน (Coils) ผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นชิ้นส่วน/ส่วนประกอบของยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักร

สินค้าเหล็กโดยรวมถูกนำไปใช้ในธุรกิจก่อสร้างมากที่สุดในสัดส่วน 57% ของการใช้ในประเทศทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นประเภทเหล็กเส้น เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ และตะปู/น็อต รองลงมาเป็นธุรกิจยานยนต์ 18% ธุรกิจเครื่องจักร 11% ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า 9% ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ 4% และอื่นๆ 1%
โดย khwankaew | ธ.ค. 27, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
“อุตสาหกรรมเหล็ก” ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยยังมีความสามารถ และเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของประเทศไทยได้ แต่เช่นเดียวกับทุกภาคเศรษฐกิจของประเทศ “วิกฤติโควิด” ได้ส่งผลกระทบต่อ “ความต้องการใช้เหล็กทั่วโลก”
ขณะเดียวกัน “ธุรกิจเหล็กไทย” ยังต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาพลังงาน และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กทั่วโลกของจีนลดทอนขีดความสามารถการแข่งขันทางการค้า
โดยที่ผ่านมา ภาคเอกชนไทย โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้พยายามแก้ปัญหา อุดช่องโหว่ และเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมเหล็กไทยมาโดยตลอด แต่ส่วนหนึ่งก็ยังต้องการการสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นจากภาครัฐ เพื่อร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้เป็น “อุตสาหกรรมพื้นฐาน” ที่ส่งเสริมภาคการผลิต และการก่อสร้างในประเทศไทยและแข่งขันได้ในเวทีโลก
ขณะที่ทิศทางของอุตสาหกรรมเหล็กในปี 2566 นั้น “นาวา จันทนสุรคน” ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) วิเคราะห์ว่า “ราคาสินค้าเหล็กในตลาดโลกปี 2565 ที่ขึ้นไปสูงในไตรมาส 2 ได้ปรับลงตั้งแต่ไตรมาส 3 น่าจะถึงจุดต่ำสุดในไตรมาสสี่นี้ จากนั้นราคาจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ ตามภาวะ เศรษฐกิจของโลกและแต่ละภูมิภาค”
อย่างไรก็ตาม ปี 2566 คาดว่าความต้องการใช้เหล็กของโลกจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% เป็น 1,814.7 ล้านตัน โดยจีนซึ่งใช้ เหล็กมากที่สุดในโลก จะมีความต้องการใช้เหล็กทรงตัวที่ 914 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 50.4% ของทั้งโลก หรืออาจมีทิศทางบวก หากรัฐบาลจีนผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ป้องกันโควิด
ในขณะที่บางภูมิภาคของโลก จะประสบปัญหาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง ได้แก่ รัสเซีย ยูเครน และกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) ซึ่งความต้องการใช้เหล็กปีหน้าถดถอย ลงต่อเนื่องอีก 6.7% กลุ่มประเทศยุโรป ความต้องการใช้ลดลงต่อเนื่องอีก 1.3% ส่วนกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ จะมีความต้องการใช้เพิ่ม 3.9% เป็น 71.1 ล้านตัน และอาเซียนจะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นราว 6% เป็น 81.4 ล้านตัน
สำหรับประเทศไทย ความต้องการใช้เหล็กปี 2566 น่าจะฟื้นตัวใกล้เคียงกับปี 2564 ราว 18.6 ล้านตัน เนื่องจากผลเชิงบวกทางธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่ดีขึ้น รวมทั้งการก่อสร้างภาครัฐที่ยังเดินหน้าต่อเนื่อง จากงบลงทุนกว่า 400,000 ล้านบาท ในงบประมาณปี 2566 แม้การก่อสร้างภาคเอกชนอาจยังเผชิญปัญหาสืบเนื่องจากภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งทำให้ต้นทุนการก่อสร้างสูง
แหล่งที่มา : Thairath
อ่านต่อได้ที่ https://www.thairath.co.th/
โดย khwankaew | ธ.ค. 21, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมของจีน มีจำนวนทั้งสิ้น 2.7566 ล้านตัน และส่งออกทั้งสิ้น 3.7599 ล้านตัน
ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 310,900 ตัน เพิ่มขึ้น 38,700 ตัน หรือ 14.23% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 48,600 ตัน มีอัตราการเติบโต 18.53%
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 2.7566 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 337,400 ตัน โดยมีอัตราการเติบโตที่ 13.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน
ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนจากอินโดนีเซียอยู่ที่ 272,000 ตัน เพิ่มขึ้น 37,200 ตัน โดยเพิ่มขึ้น 15.84% เทียบจากเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 57,600 ตัน ขยายตัว 26.87%
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 จีนนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมจากอินโดนีเซียทั้งหมด 2.3384 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 501,700 ตัน หรือ 27.32% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในเดือนตุลาคม 2022 การส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมของจีนจะอยู่ที่ 295,800 ตัน เพิ่มขึ้น 14,900 ตันหรือ 5.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนก่อน และลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 22,200 ตัน หรือ 6.99%
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 ปริมาณการส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีน สูงถึง 3.7599 ล้านตัน โดยเพิ่มขึ้น 136,100 ตันหรือ 3.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมสุทธิของจีนอยู่ที่ 15,100 ตัน
ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 ยอดส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมสุทธิของจีนอยู่ที่ 1.0033 ล้านตัน ลดลง 20.14 ล้านตัน หรือ 16.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แหล่งที่มา : Steelhome, CISA
โดย khwankaew | ธ.ค. 6, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
วันที่ 5 ธ.ค. ความเชื่อมั่นของเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนในตลาดในเอเชียเป็นบวก ตามแนวโน้มจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากเงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยผู้ซื้อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไล่ตามอย่างช้าๆ
Platts ประเมิน HRC SS400 หนา 3 มม. ที่ราคา $550/ตัน FOB ประเทศจีน ราคาเพิ่มขึ้น $7/ตันจากวันก่อน คอยล์เกรดเดียวกันจัดส่ง CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราคาเพิ่มขึ้น $2/ตัน จากช่วงเวลาเดียวกันมีราคาที่ $544/ตัน
ผู้เข้าร่วมในตลาดเหล็ก ติดตามการประกาศของจีนที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบของ COVID-19 ที่ผ่อนคลายในบางเมือง ซึ่งเป็นสัญญาณการผ่อนปรนเพิ่มเติมอาจตามมาในเร็วๆ นี้ หลังจากปิดเมืองอย่างเข้มข้นมากว่าสามปี บังคับกักตัวในสถานที่ส่วนกลางและตรวจคนนับล้าน ซึ่งทำให้เศรษฐกิจพังทลาย ด้วยความเชื่อมั่นเชิงบวกที่มีอยู่ โรงงานของจีนมีแนวโน้มที่จะส่งออกน้อยลงตามราคาที่เสนอขายในสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าการลดลงครั้งสุดท้าย ที่ Platts ประเมินราคา SS400 FOB ประเทศจีน คือเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน
“สินค้าคงคลังของจีนอยู่ในระดับต่ำ สำหรับระยะสั้น (ภายในช่วงสองสัปดาห์) โดยส่วนตัวแล้วฉันคิดว่า การขึ้นนั้นง่ายกว่าการลดลง แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับการส่งออก” ผู้ค้าในหางโจวกล่าว “ผู้ซื้อจากต่างประเทศไม่กระตือรือร้นที่จะไล่ตามเนื่องจากต้นทุน โรงงานในจีนจึงไม่เต็มใจที่จะลดข้อเสนอขายลง ซึ่งทำให้ยากต่อการจับคู่ราคาและมีข้อตกลงซื้อขาย
โรงงานเอกชนรายใหญ่ของจีนได้เพิ่มข้อเสนอขายรายสัปดาห์ขึ้น $20/ตัน โดยมีข้อเสนอขาย SS400 ที่ระดับ $570-$585/ตัน FOB
“การพุ่งสูงขึ้นของราคาสินค้าส่งออกนั้นรุนแรงเกินกว่าที่ผู้ซื้อรายใดจะยอมรับได้ พวกเขาต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการพิจารณาระดับราคานี้” ผู้ค้ารายหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนกล่าว
“ราคาที่เพิ่มขึ้น $20-$30/ตัน จากสัปดาห์ที่แล้ว สาเหตุหลักมาจากการแข็งค่าของเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น” ผู้ค้าภาคตะวันออกของจีนกล่าว
ขณะที่ตลาดซื้อขายล่วงหน้ามีความแข็งแกร่ง ในเซี่ยงไฮ้ ราคาสปอต HRC Q235 ขนาด 5.5 มม. ได้รับการประเมินที่ราคา 3,970 หยวน/ตัน ($571.09/ตัน) ex-stock ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ราคาเพิ่มขึ้น 30 หยวน/ตัน จากวันก่อน ใน Shanghai Futures Exchange สัญญาที่มีการซื้อขายมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม 2023 ปิดที่ 3,914 หยวน/ตัน
ในขณะที่ข้อเสนอขายส่วนใหญ่ของจีนที่เสนอให้เวียดนาม ราคาเพิ่มขึ้นและแตะที่ $570-$580/ตัน ผู้ซื้อจะต้องหาระดับราคาที่สมเหตุสมผลที่ $545-$550/ตัน แม้ว่าผู้เข้าร่วมตลาดจะมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคตก็ตาม
“ตลาดไม่ค่อยดีนัก และมีสินค้าคงคลังจำนวนมากที่มีการจองราคาสูงก่อนหน้านี้” ผู้ค้าในเวียดนามกล่าว “หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อาจมียอดจองเล็กน้อยที่ระดับราคา $565/ตัน แต่น่าจะอยู่ในเดือนมกราคม”
“ความเชื่อมั่นดูเหมือนจะดีขึ้นในเวียดนามสองสามวันมานี้ เนื่องจากตลาดหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 20%” เทรดเดอร์รายที่สองในเวียดนามกล่าว
“นี่เป็นเพียงอารมณ์อ่อนไหว ความต้องการยังคงอ่อนแอ และไม่มีแผนการที่เป็นรูปธรรมจากรัฐบาลในการกอบกู้เศรษฐกิจ” ผู้ค้ารายที่สามในเวียดนามกล่าว
นอกจากนี้ HRC SAE1006 ได้รับการประเมินที่ $552/ตัน FOB ประเทศจีน เพิ่มขึ้น $7/ตัน จากในวันก่อน การจัดส่งคอยล์เกรดเดียวกัน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับการประเมินที่ ราคา $547/ตัน เพิ่มขึ้น $2/ตัน ในช่วงเวลาเดียวกัน
ในเวียดนาม ผู้ซื้อรอคอยการเปิดตัวข้อเสนอขายใหม่สำหรับการจัดส่งในเดือนกุมภาพันธ์จากผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน อย่าง Formosa Ha Tinh Steel (FHS) ซึ่งน่าจะเป็นสัปดาห์หน้า ไม่มีข้อเสนอขายจากโรงงานในอินเดีย แม้ว่าผู้ค้าในมุมไบจะชี้ให้เห็นว่าโรงงานในอินเดีย “ต้องการที่ราคา $560/ตัน FOB เป็นระดับอย่างน้อย
“ตอนนี้ฉันอยากรู้เกี่ยวกับข้อเสนอขายจากอินเดีย เนื่องจากโรงงานของจีนดูเหมือนจะดุดันมากไปในการขึ้นราคา ในอีกด้านหนึ่งอุปสงค์ยังไม่ดีขึ้นมากนัก” ผู้ค้ารายหนึ่งในเวียดนามกล่าว
แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights
โดย khwankaew | ธ.ค. 1, 2022 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
SYS ได้รับการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ จาก 2 องค์กรสำคัญ ตอกย้ำคุณภาพ ความปลอดภัย และความใส่ใจในการดำเนินงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
นายพงษ์ศักดิ์ แห่ล้อม กรรมการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม ไวด์แฟลงก์ มานานกว่า 25 ปี เปิดเผยว่า SYS ได้รับการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14067:2018 จาก Bureau Veritas ที่ให้การรับรองครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทุกรายการของ SYS และได้รับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ซึ่งเป็นไปตามแผนการดำเนินงานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ SYS โดยการนำ Carbon Footprint ไปใช้ประกอบการวางแผนการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานคือ Bureau Veritas และ อบก. เป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในการดำเนินการตรวจประเมินและให้การรับรองมาตรฐานการดำเนินงานในด้านสิ่งแวดล้อม
“SYS ให้ความสำคัญในเรื่องการใส่ใจดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนในทุกขั้นตอนกระบวนการผลิต ยึดมั่นในแนวคิดธุรกิจ Circular Economy หรือระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของการนำวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ด้วยการเลือกวัสดุคุณภาพที่มีแนวคิดรักษ์โลก และรีไซเคิลได้ 100% ซึ่งไม่เพียงสนับสนุนแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ SYS ให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างคุณค่าให้กับองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อีกทั้งช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ของไทยให้มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวได้อย่างยั่งยืนด้วย” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวสรุป
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย (ตามข้อกำหนด ISO 14040) ตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต/การประกอบชิ้นงาน การกระจายสินค้า การใช้งาน และการจัดการของเสียหลังหมดอายุการใช้งาน รวมถึงการขนส่งที่เกี่ยวข้อง โดยคำนวณออกมาในรูปของ กรัม, กิโลกรัม หรือตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
การที่องค์กรทราบถึงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ จะสามารถนำไปใช้วางแผนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระดับสูงสุด ขณะที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซื้อ ซึ่งเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จะช่วยในการตัดสินใจชื้อของผู้บริโภค และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม หรือดาวน์โหลดเอกสารรับรอง คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ SYS ได้ที่ www.syssteel.com/download/#เอกสารรับรองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/prg/3379271
แหล่งที่มา : RYT9