Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
เหล็กก่อสร้าง Archives - Page 4 of 24 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ราคา HRC ในเอเชียทรงตัว เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

ราคา HRC ในเอเชียทรงตัว เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

ในวันที่ 22 พ.ย. ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (hot-rolled coil) ในเอเชียไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่อยู่ในโหมดรอดู เนื่องจากอุปสงค์ที่ซบเซาและแนวโน้มขาลง

Platts ประเมิน HRC SS400 หนา 3 มม. ที่ราคา $528/ตัน FOB ประเทศจีน และราคา $529/ตัน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทั้งสองอย่างไม่เปลี่ยนแปลงจากในวันก่อนหน้า และ Platts ประเมิน HRC SAE1006 ที่ราคา $533/ตัน FOB ประเทศจีน และราคา $538/ตัน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งสองไม่เปลี่ยนแปลงจากในวันก่อนเช่นกัน

โรงงานเหล็กในจีนไม่เต็มใจที่จะลดข้อเสนอขาย เนื่องจากตลาด HRC ในประเทศ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามียังความมั่นคง แม้ว่าจะมีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นในจีน และตลาดต่างประเทศที่อ่อนแอ

“ปัจจุบัน โรงงานหลายแห่งได้ปรับลดอัตราการผลิต แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังค่อยๆ อ่อนตัวลง แต่ราคาควรจะคงที่ในระยะสั้น” ผู้ค้าในภาคตะวันออกของจีนกล่าว

ก่อนหน้านี้โรงงานได้สรุปคำสั่งซื้อจำนวนมากไปยังภูมิภาคต่างๆ เช่น ตะวันออกกลาง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รีบเร่งที่จะขายหรือลดข้อเสนอขายลง ผู้ค้ากล่าว

Platts ประเมินราคาสปอตของ HRC Q235 ขนาด 5.5 มม. ในเซี่ยงไฮ้ ราคาอยู่ที่ 3,850 หยวน/ตัน ($537.21/ตัน) ex-stock รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ราคาเพิ่มขึ้น 10 หยวน/ตัน จากวันก่อนหน้า แต่ลดลง 20 หยวน/ตัน จากวันที่ 18 พ.ย. สัญญาที่มีการซื้อขายมากที่สุดในเดือนมกราคม 2023 ในตลาด Shanghai Futures Exchange ปิดที่ 3,755 หยวน/ตัน ราคาลดลง 1 หยวน/ตัน จากวันก่อน

“สถานการณ์การแพร่ระบาดในจีนอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้เข้าร่วมตลาดต่อแนวโน้มของตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อน เนื่องจากข้อจำกัดของโควิด-19 ยังคงค่อนข้างเข้มงวด” แหล่งข่าวโรงงานในภาคเหนือของจีนกล่าว “เมื่อเร็วๆ นี้มีการเสนอราคาซื้อไม่มากนัก อาจเป็นเพราะตลาดในประเทศอ่อนแอลงในสองวันมานี้ และผู้ซื้อยังอยากรอดูสถานการณ์ก่อน”

ตลาดเวียดนามยังคงเงียบ โดยผู้ซื้อไม่มีการเสนอราคาซื้อ เนื่องจากอุปสงค์ยังไม่ดีขึ้น ได้ยินข้อเสนอขายที่ลดลงในการนำเข้าที่มีต้นทางจากจีน มีราคาอยู่ที่ระหว่าง $530-$535/ตัน CFR  สำหรับการจัดส่งในเดือนธันวาคม แต่นั่นไม่ได้ดึงดูดความสนใจในการซื้อ ผู้ค้าในเวียดนามกล่าว

ตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อนในอินโดนีเซียและปากีสถานก็ไม่ดีเช่นกัน

“ค่าเงินของเราอ่อนค่าลงมาก และนโยบายรัฐบาลของเราขัดแย้งกัน การนำเข้าวัตถุดิบถูกควบคุมอย่างเข้มงวด แต่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปสามารถเข้ามาได้อย่างเสรี” ผู้ซื้อจากอินโดนีเซียกล่าว

ผู้ค้ารายหนึ่งในปากีสถานกล่าวว่า เศรษฐกิจของปากีสถานอ่อนแอและมีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทางการเมือง อุปสงค์ที่ย่ำแย่ วิกฤตกระแสเงินสด และธนาคารก็กีดกันเรื่องของ letter of credit เช่นกัน

Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (cold-rolled coil) เกรด SPCC หนา 1 มม. ที่ราคา $585/ตัน FOB ประเทศจีน ราคาลดลง $5/ตัน จากในสัปดาห์ก่อน เนื่องจากอุปสงค์ไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น

ข้อเสนอขายจากโรงงานในจีนส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน อยู่ในช่วงราคา $600-$610/ตัน FOB ประเทศจีน สำหรับการจัดส่งในเดือนมกราคม เนื่องจากตลาดภายในจีนค่อนข้างทรงตัว

Platts ประเมิน CRC เกรดเดียวกันที่ 4,375 หยวน/ตัน ex-stock ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ในตลาดตัวแทนจำหน่ายในเซี่ยงไฮ้ ราคาลดลง 35 หยวน/ตัน จากในสัปดาห์ที่แล้ว

“ราคาซื้อขายจากโรงงานอาจแตกต่างกันไป เนื่องจากโรงงานบางแห่งสามารถขายได้สูงกว่า 30 หยวน ถึง 50 หยวน แต่โดยทั่วไปแล้ว กิจกรรมการซื้อขาย CRC ในประเทศไม่ค่อยดีนัก และราคาซื้อขายควรอยู่ในช่วงระดับที่ต่ำ” ผู้ค้ารายหนึ่งในภาคตะวันออกของจีน กล่าวว่า

ผู้ค้าบางรายกล่าวว่า ได้มีการสอบถามราคาเสนอซื้อจากผู้ซื้อในต่างประเทศ แต่ราคาของพวกเขาไม่ตรงกับราคาของโรงงาน

“โรงงานที่ใหญ่กว่าอย่าง Shougang และ Benxi Steel ไม่มีความต้องการที่จะลดข้อเสนอขาย โดยมีราคาข้อเสนอขายอยู่ที่ประมาณ $610/ตัน FOB” ผู้ค้าในทางตะวันออกของจีนกล่าว
แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights

EC จะเริ่มการไต่สวนการทุ่มตลาด การนำเข้าเหล็กแบน (flat bar steel) จากของตุรกีและจีน

EC จะเริ่มการไต่สวนการทุ่มตลาด การนำเข้าเหล็กแบน (flat bar steel) จากของตุรกีและจีน

คณะกรรมาธิการยุโรปสามารถเริ่มทำการสอบสวนการทุ่มตลาดต่อการนำเข้าเหล็กแบน (flat bar) จากตุรกีและจีน โดยสมาคมผู้ผลิตเหล็กของตุรกี บอกกับ S&P Global Commodity Insights เมื่อวันที่ 9 พ.ย. หลังจากได้รับจดหมายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้จากกระทรวงการค้าของตุรกี

ตามจดหมายดังกล่าว ผู้ผลิต เหล็กแบน (flat bar) ในยุโรปบางรายได้ลงนามในคำร้องต่อ EC เพื่อสนับสนุนการไต่สวน ซึ่งกำลังได้รับการประเมินโดยสหภาพยุโรป

การไต่สวนอาจส่งผลให้มีภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด หากพบว่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์ เหล็กแบน (flat bar) จากทั้ง 2 ประเทศก่อให้เกิดความเสียหายต่อตลาดภายในประเทศในยุโรป

แต่เมื่อสอบถามเกี่ยวกับการไต่สวนหรือคำร้อง สมาคมเหล็กแห่งยุโรป Eurofer บอกกับ S&P Global ว่าไม่ให้คำตอบเรื่องนี้

ทาง EC ไม่ตอบสนองต่อการร้องขอข้อมูลเพิ่มเติม และขณะที่ S&P Global ก็พยายามติดต่อกระทรวงการค้าของตุรกีเพื่อขอความคิดเห็นเพิ่มเติม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ตามข้อมูลที่ TCUD ที่แชร์กับ S&P Global ล่าสุด การส่งออก ผู้ผลิต เหล็กแบน (flat bar) ทั้งหมดของตุรกีมีจำนวนทั้งสิ้น 242,600 ตัน ตั้งแต่มกราคมถึงกันยายน 2022 ลดลง 21.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม การส่งออก ผู้ผลิต เหล็กแบน (flat bar) ของตุรกีไปยังสหภาพยุโรปยังคงค่อนข้างคงที่ ที่ 67,400 ตัน โดยโรมาเนียและเยอรมนียังคงเป็นตลาดอันดับต้นๆ ที่ปริมาณ 16,200 ตัน และ 12,100 ตัน ตามลำดับ

จุดหมายปลายทางการส่งออก ผู้ผลิต เหล็กแบน (flat bar) ไปยังที่อื่นๆ ของตุรกีในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ โมร็อกโก 12,800 ตัน ตูนิเซีย 10,000 ตัน แคนาดา 9,000 ตัน สาธารณรัฐโดมินิกัน 7,650 ตัน เปรู 7,600 ตัน และสหรัฐฯ ที่ 6,300 ตัน

ราคาเหล็กทรงยาว (long steel) ของตุรกีได้รับแรงกดดันจากความต้องการที่ต่ำในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

Platts ประเมินราคาการส่งออกเหล็กเส้น (rebar) ของตุรกีที่ $639/ตัน FOB เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ลดลงจากระดับสูงสุดภายในปี แตะที่ราคา $960/ตัน FOB เมื่อวันที่ 1 เมษายน
แหล่งที่มา : — S&P Global Commodity Insights.

เปิดให้บริการแล้วศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โฉมใหม่

เปิดให้บริการแล้วศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โฉมใหม่

เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้วกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โฉมใหม่ ยิ่งใหญ่อลังการกว่าเดิม พร้อมรองรับการจัดงานในทุกรูปแบบ เบื้องหลังของความสำเร็จที่ทำให้โครงการระดับประเทศแห่งนี้ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีตามโจทย์ของเจ้าของโครงการ และสามารถเปิดดำเนินการได้ตามกำหนดนั้น มาจากความร่วมมือของบริษัทชั้นนำของประเทศ ทั้ง บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะเจ้าของโครงการ บริษัท เบคา (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ออกแบบ บริษัท นันทวัน จำกัด หรือ Thai Obayashi ผู้รับเหมาก่อสร้าง และ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ในฐานะผู้ผลิตเหล็กโครงสร้าง คุณภาพสูงของไทย ที่ช่วยให้โครงการสำเร็จได้ตามกำหนดเวลา

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โฉมใหม่ มีพื้นที่อาคารที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 5 เท่า โดยโถงกลางของอาคารมีดีไซน์ทันสมัยไร้เสากลาง ซึ่งไม่เพียงชูความสวยงามให้โดดเด่น แต่ยังสามารถปรับใช้พื้นที่ให้รองรับการจัดงานได้หลากหลายรูปแบบ ดังนั้น โครงสร้างหลังคาจึงมีบทบาทสำคัญ ไม่เพียงแต่มีความแข็งแกร่งทนทาน แต่ต้องออกแบบพิเศษให้มีขนาดที่เหมาะสม เพื่อให้ความสูงของอาคารเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้เจ้าของโครงการ ผู้รับเหมาก่อสร้าง และ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กโครงสร้าง ต้องร่วมกันหาโซลูชันที่ดีที่สุดสำหรับการก่อสร้างให้สำเร็จได้ตามโจทย์ และโครงการแล้วเสร็จในระยะเวลาที่กำหนด

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถือเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย ซึ่งเหล็กของ SYS นอกจากจะตอบโจทย์เรื่องของขนาดและความยาวพิเศษ รวมถึงความรวดเร็วในการก่อสร้างแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะ SYS ใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต และเหล็กเอชบีมของ SYS ก็สามารถนำมาใช้ซ้ำ หรือ Recycle ได้อีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอรตี้ ที่ต้องการให้อาคารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แห่งนี้เป็นอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

สำหรับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้เปิดใช้งานแล้วเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา เพื่อรองรับงานประชุมและงานแสดงสินค้าต่างๆ ของประเทศไทย และในเดือนพฤศจิกายน 2565 ศูนย์ประชุมระดับชาติแห่งนี้จะถูกใช้เป็นพื้นที่จัดงานใหญ่ระดับโลกอย่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC 2022) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพอีกด้วย

ต้นทุนเหล็กพุ่งเกือบ 800 บาท/ตัน เหล็กเตรียมขยับราคาขึ้นอีกรอบ

ต้นทุนเหล็กพุ่งเกือบ 800 บาท/ตัน เหล็กเตรียมขยับราคาขึ้นอีกรอบ

วันที่ 19 กันยายน 2565 นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้าเปิดเผยว่า จากสถานการณ์ต้นทุนการผลิตเหล็กเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาวัตถุดิบ พลังงาน โดยเฉเพาะค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ค่าแรง รวมทั้งได้รับผลจากการทุ่มตลาดของสินค้านำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็กนั้นอยู่ในอัตราที่ต่ำเพียง 30% เป็นเหตุให้ผู้ผลิตเหล็กจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม สินค้าเหล็กในการก่อสร้าง ได้แก่ สินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กรูปพรรณ เป็นสินค้าภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดังนั้น ผู้บริโภคสามารถมั่นใจในระดับหนึ่ง ว่าการปรับราคานั้นสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง

img_1442

ทั้งนี้ ราคาเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กเส้นในปี 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 658 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปรับเพิ่มขึ้น 42% จากปี 2564 ที่มีราคาอยู่ที่ 464 เหรียญสหรัฐต่อตัน ประกอบกับค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นพลังงานหลักในการหลอมเศษเหล็กได้ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 700-800 บาทต่อตัน โดยต้นทุนด้านพลังงานนั้นส่งผลกระทบทั่วทุกธุรกิจ แม้กระทั้งผู้ผลิตเหล็กหลักของโลกอย่างประเทศตุรกี ก็ได้ประกาศขึ้นราคาเหล็กแล้วตันละ 20-40 เหรียญสหรัฐ รวมทั้งการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น

“ที่ผ่านมาผู้ผลิตสินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต จะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาของผู้รับเหมา จากการปรับราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2564 แต่หากพิจารณาระดับราคาของสินค้าเหล็กเส้นในประเทศ เทียบกับประเทศต่าง ๆ แล้ว จะพบว่าสินค้าเหล็กเส้นของไทยมีราคาต่ำกว่าสินค้าของประเทศอื่นมาก

ตัวอย่างเช่น ในช่วงกลางปี 2564 ประเทศสิงคโปร์ ราคาเหล็กเส้นอยู่ที่ 738 เหรียญสหรัฐต่อตัน ประเทศตรุกีมีราคาเหล็กเส้น 740 เหรียญสหรัฐต่อตัน และประเทศจีนมีราคาเหล็กเส้น 852 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ประเทศไทยเสนอขายที่ 699 เหรียญสหรัฐต่อตัน และในยุคโควิด-19 ขณะที่ประเทศอื่นประสบปัญหาไม่สามารถนำเข้าสินค้า สินค้าขาดแคลน และมีราคาสูงเกินจริง แต่ประเทศไทยยังมีผู้ผลิตภายในคานอำนาจสินค้านำเข้าได้ จึงไม่ประสบกับปัญหาเหมือนกับประเทศต่าง ๆ”

สำหรับการปรับราคาเพิ่มขึ้น อาจมีผลกระทบไปยังผู้รับเหมาก่อสร้างได้ โดยผู้รับเหมาสามารถทำสัญญาระยะยาวกับผู้ผลิต (ยี่ปั๊ว) ในการซื้อสินค้าสำหรับงานนั้น ๆ รวมถึงพิจารณาถึงการบริหารจัดการ เพื่อลดต้นทุนให้มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การเลือกซื้อและเลือกใช้เหล็กคุณภาพสูง

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน ปี 2565

แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน ปี 2565

แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน ปี 2565

ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง เดือนกันยายน 2565 มีแนวโน้มสูงขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบ (น้ำมัน ถ่านหิน ซีเมนต์ อลูมิเนียม) ที่เริ่มชะลอตัว แต่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่อุปสงค์ในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนั้น ฐานราคาเดือนเดียวกันของปีก่อนไม่สูงมากนัก ซึ่งเท่ากับเดือนสิงหาคม 2564 ปัจจัยเหล่านี้จึงยังส่งผลให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างมีการขยายตัว
ซึ่งดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนสิงหาคม 2565 เท่ากับ 119.5 เทียบกับเดือนสิงหาคม 2564 สูงขึ้นร้อยละ 5.2 (YoY) ยังคงสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยสินค้าสำคัญที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ผลิตภัณฑ์คอนกรีต และซีเมนต์ เป็นต้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และค่าเงินบาทอ่อน
อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ยังได้รับแรงกดดันจากความต้องการสินค้าในหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ที่ชะลอตัวตามตามอุปสงค์โลกที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเทศจีนที่ประสบปัญหาทางการเงินในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า