google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
วัสดุก่อสร้างขึ้นไม่หยุดทุบสถิติในรอบ 6 ปี

วัสดุก่อสร้างขึ้นไม่หยุดทุบสถิติในรอบ 6 ปี

วัสดุก่อสร้างขึ้นไม่หยุดทุบสถิติในรอบ 6 ปี

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาวัสดุก่อสร้างในประเทศเพิ่มขึ้นสูงมาก จากความต้องการใช้ทีมากขึ้น เพื่อเร่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ รวมถึงราคาวัตถุดิบ และราคานำเข้าที่สูงขึ้น โดยล่าสุด ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน มิ.ย.61 เท่ากับ 108.1 เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.60 เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 และเพิ่มสูงสุดในรอบ 6 ปี นับจากเดือน มิ.ย.55 ที่เพิ่มขึ้น 4.5% ส่วนเมื่อเทียบกับเดือน พ.ค.61 เพิ่มขึ้น 0.7% ขณะที่ดัชนีเฉลี่ย 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) ปี 61 เพิ่มขึ้น 3.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ดัชนีเดือน มิ.ย.61 สูงขึ้นถึง 4.4% เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.60 เป็นเพราะหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์ (เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ-ผิวข้ออ้อย, เหล็กรูปตัวซี,เหล็กฉาก,เหล็กรูปตัวไอ,เหล็กรูปตัวเอช,เหล็กรางน้ำ,ลวดเหล็กเสริมคอนกรีต ฯลฯ) สูงขึ้นถึง 15.5% จากราคาวัตถุดิบสูงขึ้น ทั้งแร่เหล็ก บิลเล็ต(เหล็กแท่ง) และเศษเหล็ก,หมวดซีเมนต์(ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม ปูนซีเมนต์ขาว) เพิ่มขึ้น 3.6% จากการปรับราคาสู่ภาวะปกติ เนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผู้ผลิตให้ส่วนลดสูงเพื่อเพิ่มยอดจำหน่าย ประกอบกับต้นทุนสูงขึ้นตามราคาถ่านหิน
นอกจากนี้ หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต (เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง พื้น-คานคอนกรีต สำเร็จรูปอัดแรง ถังซีเมนต์สำเร็จรูป ชีทไพล์คอนกรีต) สูงขึ้น 1.8% ตามราคาปูนซีเมนต์ และลวดเหล็กอัดแรง ขณะที่หมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ (ทรายถมที่ ดินถมที่ ดินลูกรัง หินคลุก ทรายหยาบ ทรายละเอียด หินย่อย อิฐมอญ) เพิ่มขึ้น 2.3% เพราะความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างถนนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน หมวดกระเบื้องสูงขึ้น 0.5% เพราะความต้องการฟื้นตัวจากการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ และหมวดไม้และผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น 0.3% จากไม้นำเข้าที่ปรับราคาขึ้น แต่หมวดวัสดุฉาบผิวและหมวดสุขภัณฑ์ลดลง 0.4% และ 0.6% ตามลำดับ
ขณะที่หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปาราคาไม่เปลี่ยนแปลง “แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง คาดว่าจะยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากโครงการก่อสร้างภาครัฐที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และอยู่ระหว่างดำเนินการเปิดประมูลอย่างต่อเนื่อง”.

แหล่งที่มา : iiu.isit.or.th
วิเคราะห์ผลทางตรง-ทางอ้อม เมื่อทรัมป์เมินยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กอลูมิเนียมแก่ไทย

วิเคราะห์ผลทางตรง-ทางอ้อม เมื่อทรัมป์เมินยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กอลูมิเนียมแก่ไทย

นักวิเคราะห์แบงก์ไทยพาณิชย์ประเมินผลกระทบสหรัฐฯ เมินยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากไทย ชี้ผลทางตรงมีจำกัด เพราะกำลังผลิตภายในสหรัฐยังน้อย จับตาผลทางอ้อมเหล็กรัสเซีย-ตุรกี-จีนสบช่องตีตลาดในไทยประเทศ จากช่องโหว่ภายใน แนะผู้ประกอบการไทยขยายตลาดเหล็กเจาะฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมา ทดแทน

นายกณิศ อ่ำสกุล นักวิเคราะห์ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า กรณีที่สหรัฐอเมริกาปฏิเสธจะยกเว้นภาษีนำเข้าเป็นรายประเทศให้กับประเทศไทย กรณีเหล็กและอลูมิเนียมนั้น อีไอซี ประเมินว่า เหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะมีผลกระทบทางตรงต่ออุตสาหกรรมเหล็กและอลูมิเนียมไทยในวงจำกัด เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิต (capacity utilization) ภายในสหรัฐฯ ยังไม่สามารถปรับตัวได้สูงมากนัก

นอกจากนี้ แม้ผู้ส่งออกไทยต้องเสียภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมในอัตราร้อยละ 25 และร้อยละ 10 ตามลำดับ ซึ่งดูเหมือนจะส่งผลโดยตรงให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของผู้ประกอบการไทยลดลง และมีแนวโน้มที่จะทำให้สูญเสียตลาดส่งออกสหรัฐฯ ไป แต่ อีไอซีพบว่า ตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามอย่างเป็นทางการให้เรียกเก็บอัตราภาษีดังกล่าวในช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ผู้ผลิตเหล็กในสหรัฐฯ ได้ปรับราคาขายเหล็กโดยเฉลี่ยในประเทศขึ้นแล้วกว่าร้อยละ 30 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับราคาเหล็กและอัตราภาษีที่ส่งออกจากไทย อีไอซี มองว่าราคาส่งออกจากไทยยังสามารถแข่งขันกับราคาเหล็กในสหรัฐฯ ได้

ส่วนผลกระทบทางอ้อม อีไอซี มองว่าผลิตภัณฑ์เหล็กจากประเทศต่างๆ ที่ไม่สามารถนำเข้าสู่สหรัฐฯ มีโอกาสที่จะถูกส่งออกมาทำตลาดในไทย โดยเฉพาะเหล็กกึ่งสำเร็จรูปจากรัสเซีย เหล็กเส้นจากตุรกี และลวดเหล็กจากจีน ที่ปัจจุบันไทยยังไม่มีการใช้มาตรการป้องกันทางการค้ากับผลิตภัณฑ์เหล็กเหล่านี้ ส่วนผลิตภัณฑ์เหล็กอื่นๆ เช่น ท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บจากเกาหลีใต้ และเหล็กเคลือบจากเวียดนาม อีไอซี ประเมินว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะไม่ไหลเข้าไทยในปริมาณมากอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไทยมีการเรียกเก็บภาษีการทุ่มตลาด หรือ Anti Dumping อยู่แล้วในปัจจุบัน

“คาดว่าผลกระทบจากการที่สหรัฐฯ ปฏิเสธการยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมไทย จะไม่กระทบต่อประมาณการส่งออกในปี 2561” นายกณิศ กล่าว

พร้อมกับอธิบายปัจจัยสนับสนุนการประเมินว่า หนึ่ง แม้ผู้ประกอบการไทยจะถูกเรียกเก็บภาษี แต่ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นยังคงอยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการไทยสามารถทำการแข่งขันได้ สอง แม้ผู้ประกอบการไทยจะสูญเสียตลาดส่งออกไปยังสหรัฐฯ แต่ผู้ประกอบการไทยก็สามารถหาตลาดส่งออกอื่นๆ ทดแทนได้ เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพิงการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กไปยังสหรัฐ สัดส่วนราวร้อยละ 17 ของการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กทั้งหมดเท่านั้น

ทั้งนี้ ปี 2560 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมไปยังสหรัฐฯ ประมาณ 4 แสนตัน และ 4 หมื่นตัน คิดเป็นมูลค่าราว 13,000 ล้านบาท และ 7,600 ล้านบาท หรือเพียง ร้อยละ 0.12 และร้อยละ 0.07 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยในปีดังกล่าว อีกทั้งปริมาณเหล็กและอะลูมิเนียมที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17 และร้อยละ 10 ของปริมาณเหล็กและอะลูมิเนียมที่ส่งออกทั้งหมดจากไทย

“ดังนั้น โอกาสในการส่งออกเหล็กจากไทยสู่สหรัฐฯ ยังไม่ได้หมดไป แต่ผู้ประกอบการไทยควรหาตลาดส่งออกใหม่ เพื่อชดเชยปริมาณการส่งออกเหล็กสู่สหรัฐฯ หากผู้ผลิตเหล็กในสหรัฐฯ สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากขึ้นในอนาคต”

สำหรับผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บที่ใช้ในงานก่อสร้าง ผู้ประกอบการควรมองหาโอกาสในการขยายตลาดไปยังฟิลิปปินส์และกัมพูชา ซึ่งมีปริมาณการนำเข้ารวมกันสูงถึง 2.4 แสนตัน ในปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มการนำเข้าขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของภาคก่อสร้าง ขณะที่ผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นเคลือบ อีไอซี มองว่าผู้ประกอบการควรพิจารณาหาโอกาสส่งออกไปยังเมียนมา และลาว ที่มีปริมาณนำเข้าในระดับสูงถึง 5 แสนตันต่อปี และมีความต้องการเติบโตอย่างต่อเนื่องกว่าร้อยละ 10 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

Cr. iiu.isit.or.th

แบบบ้านโครงเหล็ก  ในงบประมาณจำกัด

แบบบ้านโครงเหล็ก ในงบประมาณจำกัด

บ้านหลังนี้เป็นแบบบ้านโครงเหล็กโมเดิร์นสไตล์ตั้งอยู่ที่ประเทศบราซิลครับ ซึ่งบ้านหลังนี้ใช้เวลาในการก่อสร้างเพียง 30 วันครับ สามารถประยุกต์ได้จากโครงเหล็กได้ ไม่น่าจะแพงมากครับ โดยรวมบ้านหลังนี้จะเน้นใช้โครงสร้างจากเล็ก ประกอบกับกระจกเป็นผนัง และสร้างแยกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนหนึ่งทำเป็นแบบบ้านชั้นเดียว และอีกส่วนเป็นบ้านสองชั้น และจุดเด่นคงเป็นสถานที่ตั้งที่อยู่ริมทะเล และสระว่ายน้ำที่มีส่วนเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น จึงทำให้บ้านมีบรรยกาศที่ดีมาก ลองชมเป็นไอเดียตกแต่งบ้านกันครับสำหรับเพื่อนๆที่ชอบแนวนี้อาจจะนำไปเป็นไอเดียได้

ผลงานโดย Kali Arquitetura

ชมรูปภาพแบบบ้านสวยๆ ในรูปแบบสไตล์โมเดิร์น

โครงสร้างเหล็ก

thanasarn-2

แบบบ้านชั้นเดียววิวสระว่ายน้ำ

thanasarn-3

มุมนั่งเล่นมองจากภายนอก

thanasarn-4

thanasarn-5

แบบบ้านภายนอก

thanasarn-6

สำหรับท่านใดสนใจ หรือกำลังหาไอเดียจะสร้างบ้าน  แบบบ้านโครงเหล็ก  ในงบประมาณจำกัด เป็นทางเลือกอีกทาง ตอบโจทย์งบประมาณก่อสร้าง

 

เหล็กรูปพรรณ คือ?

เหล็กรูปพรรณ คือ?

เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ (Structural Steel) คือ เหล็กที่ผลิตออกมามีหน้าตัดเป็นรูปลักษณะต่างๆ สำหรับใช้ในงานโครงสร้าง แบ่งการผลิตออกเป็น 2 แบบได้แก่ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน และ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดเย็น

การรีดร้อนของเหล็กแผ่น (Hot Rolling of Flat Products)

โดยทั่วไปการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศไทยจะเริ่มจากการหลอมเศษเหล็กด้วยเตาไฟฟ้า (Electric Arc Furnace) เพื่อผลิตน้ำเหล็กให้ได้ตามส่วนผสมทางเคมีที่ต้องการ จากนั้นน้ำเหล็กจะถูกทำให้แข็งตัวโดยผ่านขบวนการหล่อแบบต่อเนื่อง (Continuous casting) เพื่อหล่อเป็นเหล็กแผ่นหนา (Slab)     Slab จะถูกตัดด้วยเครื่องตัด (Shearing machine) เพื่อให้ได้ขนาดที่เหมาะสมก่อนที่จะผ่านเตาอบ (Slab reheating furnace) เพื่อให้ความร้อน (สำหรับบางโรงงานที่ไม่มีเตาไฟฟ้าสำหรับหลอมเศษเหล็ก จะนำเข้า Slab จากต่างประเทศเข้ามาเป็นวัตถุดิบ) โดยอุณหภูมิที่ใช้อบ (Slab reheating temperature, SRT) อยู่ในช่วงประมาณ 1100-1250 °C จากนั้น Slab ที่ผ่านเตาออกมาจะผ่านการขจัดสนิม (Descaling) ด้วยน้ำที่พ่นมาที่ผิวเหล็กด้วยแรงดันสูง และผ่านสู่การรีดลดขนาดที่อุณหภูมิสูง (Hot rolling) โดยอุณหภูมิขณะที่เหล็กผ่านแท่นการรีดสุดท้าย (Finishing temperature, FT) โดยทั่วไปจะสูงกว่า 870 °C หลังจากผ่านแท่นรีดสุดท้าย เหล็กแผ่นจะถูกทำให้เย็นลงโดยการผ่านน้ำหล่อเย็น (Cooling table) และเข้าสู่เครื่องม้วน (Coiler) ซึ่งโดยทั่วไปอุณหภูมิที่ใช้ม้วน (Coiling temperature, CT) จะอยู่ในช่วงประมาณ 550-710 °C   เหล็กแผ่นรีดร้อนที่ได้จะมีผิวสีเทาดำ หรือ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Black coil หรืออาจนำไปผ่านการกัดกรดและเคลือบน้ำมัน จะเรียกว่า Pickled and Oiled (P&O)

เหล็กแผ่นรีดร้อนสามารถนำไปใช้งานในลักษณะที่ไม่ต้องการคุณภาพผิวสูงนัก เช่น

–         นำไปพับเป็นเหล็กสำหรับงานโครงสร้าง เช่น เหล็กรูปตัว C (C-channel)

–         นำไปม้วนทำท่อขนาดเล็ก (Pipe and Tube) เช่น ท่อน้ำมัน

–         นำไปม้วนทำท่อขนาดใหญ่ (Spiral pipe) เช่น ท่อประปาขนาดใหญ่

–         นำไปถังแก๊สหุงต้ม

–         นำไปทำ Container

–         ใช้สำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือ

–         ใช้ขึ้นรูปเป็นชิ้นส่วนยานยนต์

–         ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็น

การรีดเย็นของเหล็กแผ่น (Cold Rolling of Flat Products)

การผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นจะใช้เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (HR coil) เป็นวัตถุดิบในการผลิต โดยเริ่มจากการตัดส่วนปลายของม้วนเหล็กแผ่นรีดร้อนและทำการเชื่อม (Welding) เพื่อให้สามารถผ่านกระบวนการกัดกรด (Pickling) อย่างต่อเนื่องได้ จากนั้น เหล็กแผ่นรีดร้อน (Black coil) จะถูกทำให้เคลื่อนตัวผ่านเครื่องกำจัดสนิมเหล็กทางกล (Scale breaker) เพื่อให้สนิมที่ผิวแตกและง่ายต่อการกัดกรด เหล็กแผ่นที่ผ่าน Scale breaker จะถูกทำให้เคลื่อนตัวลงสู่อ่างกรดเพื่อทำการกัดสนิม (Pickling) เหล็กแผ่นที่ผ่านการกัดกรดขจัดสนิมแล้วจะมีสีขาวเทา ซึ่งจะผ่านเครื่องตัดขอบ (Side trimmer) เพื่อให้ขอบเรียบและลดการฉีกขาดจากขอบของเหล็กเมื่อทำการรีดลดขนาดปริมาณมาก เหล็กที่ผ่านการกัดขอบแล้วจะถูกนำไปรีดเย็นต่อเพื่อลดขนาดความหนาลง โดยการรีดเย็น (Cold rolling) จะทำที่อุณหภูมิห้อง (แตกต่างจากเหล็กแผ่นรีดร้อนซึ่งโดยทั่วไปรีดที่อุณหภูมิสูงกว่า 870 °C ซึ่งเนื้อเหล็กขณะรีดร้อนยังมีสีเหลืองและสามารถเกิดสนิมขณะรีดได้) เหล็กแผ่นที่ผ่านการรีดเย็นมาจะมีผิวที่มันกว่าเหล็กแผ่นรีดร้อนซึ่งมีผิวที่ด้าน     อย่างไรก็ตามเหล็กแผ่นที่ผ่านการรีดมายังมีความเครียดภายในเนื้อเหล็กเหลือค้าง ทำให้มีความแข็งสูง ความสามารถในการยืดตัว (Elongation) ต่ำ ตลอดจนมีความไม่สม่ำเสมอของคุณสมบัติเชิงกลในทิศทางต่างๆ สูงจึงไม่เหมาะแก่การใช้งานในลักษณะที่ต้องการนำไปขึ้นรูป จึงต้องผ่านการอบ (Annealing) เพื่อให้คลายความเครียดในเนื้อเหล็กลง เหล็กที่ผ่านการอบแล้วจะผ่านการรีดเย็นอีกเล็กน้อยโดยความหนาแทบไม่เปลี่ยนแปลง (Temper rolling) เพื่อปรับความเรียบ คุณภาพผิว และขจัดการยืดตัว ณ. จุดคลาก (Yield point elongation) ซึ่งช่วยให้เหล็กแผ่นแปรรูปได้อย่างสม่ำเสมอยิ่งขึ้น

เหล็กแผ่นรีดเย็นสามารถนำไปใช้งานในลักษณะที่ต้องการคุณภาพผิวสูงกว่าและความหนาต่ำกว่าเหล็กแผ่นรีดร้อน เช่น

–         นำไปทำเฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า

–         ใช้สำหรับงานด้านยานยนต์

–         นำไปเคลือบดีบุกเพื่อทำเหล็กแผ่นสำหรับงานกระป๋องอาหาร เป็นต้น

Cr.www.metalth.wordpress.com

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า