Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
เหล็ก Archives - Page 4 of 29 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
รุมค้านพาณิชย์ยุติเอดีเหล็กรีดร้อน หวั่นตกงาน 7,500 คน

รุมค้านพาณิชย์ยุติเอดีเหล็กรีดร้อน หวั่นตกงาน 7,500 คน

รุมค้านพาณิชย์ยุติเอดีเหล็กรีดร้อน หวั่นตกงาน 7,500 คน

unnamed

สภาอุตฯ-นักวิชาการ ผู้นำท้องถิ่น รุมค้านพาณิชย์ยุติเอดีเหล็กรีดร้อน 5 ประเทศ ย้ำรัฐต้องปกป้องอุตสาหกรรมและสร้างงานในประเทศ หวั่นกระทบหนักถึงขั้นปิดกิจการ ตกงาน 7,500 คน สูญเสียการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศปีละกว่า 1 หมื่นล้าน ยกเคตสหรัฐกว่า 10 ปียังคงเอดีเหล็กไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นักวิชาการ ผู้นำท้องถิ่น ได้เห็นพ้องกันในการร่วมคัดค้านคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน(ทตอ.) ที่มี นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน หลังกระทรวงพาณิชย์พิจารณาในวันเดียวกัน ยุติมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) สินค้าเหล็กจาก 6 ประเทศทุ่มตลาด 3 มาตรการรวด แต่ทะยอยแจ้งเปิดเผยไม่พร้อมกัน ตั้งแต่มกราคม 2566 เป็นต้นมา โดยล่าสุดกลางเดือนมีนาคม 2566 แจ้งยุติมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อนจากประเทศจีน และมาเลเซีย

ทั้งนี้ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ยังคงคัดค้านต่อร่างผลการไต่สวน AD เนื่องจากการพิจารณาไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายมาตรา 57 ของ พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ รวมถึงแนวทางการพิจารณาไม่เป็นไปตามข้อชี้แจงของกรมการค้าต่างประเทศที่แถลงต่อสาธารณะชนในเรื่องการพิจารณาต่ออายุมาตรการ โดยสินค้าจากประเทศจีน และมาเลเซียยังมีการทุ่มตลาดในอัตรา 17.86% และ 4.72% ตามลำดับ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างแน่นอน

หากไม่มีการใช้มาตรการต่อไป โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีการส่งออกสินค้ามายังประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 มีการส่งออกมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึงกว่า 270% อีกทั้งจีนยังมีกำลังการผลิตส่วนเหลืออีกกว่า 170 ล้านตัน ย่อมต้องหาทางระบายสินค้าไปยังประเทศที่ไม่มีมาตรการอย่างแน่นอน โดย มีข้อมูลสนับสนุนที่ชัดเจนว่าในปี 2564 จีนและมาเลเซียส่งออกเหล็กมายังภูมิภาคอาเซียนมากกว่า 1.68 ล้านตัน และเป็นสัดส่วนการส่งออกถึง 32.16% ของการส่งออกสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าอาเซียนเป็นเป้าหมายหลักของการทุ่มตลาด

“ข้อมูลขององค์การการค้าโลก หรือ WTO ระบุชัดเจนว่าจีนเป็นประเทศที่ถูกใช้มาตรการ AD สินค้าเหล็กมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ของโลก โดยถูกใช้มาตรการไปถึง 149 มาตรการ นี่คือปัจจัยที่ชี้ชัดว่าจีนจะกลับมาทุ่มตลาด และสร้างความเสียหายอย่างแน่นอน”นายเกรียงไกร กล่าว และว่า

ขอให้กรมการค้าต่างประเทศ และคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน พิจารณาทบทวนผลการต่ออายุมาตรการ AD สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนทั้ง 5 ประเทศอีกครั้ง เพราะหากปล่อยให้สินค้าทุ่มตลาดจากทั้ง 5 ประเทศไหลทะลักเข้ามายังประเทศไทย อุตสาหกรรมเหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศคงต้องปิดกิจการอย่างแน่นอน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจ้างงานทางตรงกว่า 3,500 คน และการจ้างงานต่อเนื่องอีกกว่า 4,000 คน นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างรุนแรง เช่น การสูญเสียการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศปีละกว่า 10,000 ล้านบาท

ศาสตราจารย์ ทัชมัย ฤกษะสุต ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กฎหมายเศรษฐกิจ และกฎหมายธุรกิจ ให้ความเห็นต่อแนวทางการพิจารณาต่ออายุมาตรการ AD ตามมาตรา 57 ของ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดฯ ซึ่งตรงกับ Article 11.3 ของความตกลงว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือ Anti-Dumping Agreement: ADA ว่า

“การพิจารณาว่า หากไม่มีการต่ออายุมาตรการจะส่งผลให้ความเสียหายและการทุ่มตลาดฟื้นคืนมาอีกหรือไม่” เป็นการพิจารณา “แนวโน้ม” ที่จะทำให้มีการทุ่มตลาด และความเสียหายฟื้นคืนมาอีก จึงไม่จำเป็นต้องพบการทุ่มตลาดและมีความเสียหายเท่านั้น ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ประเทศสมาชิกขององค์การการค้าโลกใช้ในการทบทวนการใช้ AD ซึ่งพิจารณาได้จากมาตรา 11.3 ซึ่งบัญญัติได้ความว่า “หากเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจทบทวนแล้วเห็นว่า การยุติการเก็บ AD อาจมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การเกิดขึ้นต่อไปหรือก่อให้เกิดอีกครั้งซึ่งการทุ่มตลาดหรือความเสียหาย (คืออาจจะให้เก็บ AD ต่อไปก็ได้) โดยให้คงการเก็บ AD ไว้จนกว่าจะมีผลการทบทวนดังกล่าว”

ประกอบกับมีแนวทางคำตัดสินขององค์การการค้าโลกในคดี US – Oil Country Tubular Goods Sunset Reviews ได้วางหลักไว้ว่า การทบทวนการเก็บ AD ที่เรียกว่า sunset review นั้นไม่ตกอยู่ภายใต้มาตรา 3 ของความตกลง AD  ซึ่งมาตรา 3 ของ ADA เป็นเรื่องการพิสูจน์ความเสียหายหรือ “Determination of Injury” หมายความว่า การจะจัดเก็บ AD ต่อไปหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องมีการพิสูจน์ความเสียหายตามมาตรา 3

นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างเชิงประจักษ์จากกรณีที่ประเทศไทยถูกประเทศสหรัฐอเมริกาใช้มาตรการ AD สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนตั้งแต่ปี 2544 และในช่วงปี 2556 – ปัจจุบัน ผู้ผลิตในประเทศไทยไม่มีการส่งสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไปสหรัฐอเมริกา ย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตในประเทศไทยไม่ได้สร้างความเสียหาย และไม่มีการทุ่มตลาดไปยังสหรัฐอเมริกามากว่า 10 ปี แต่สหรัฐอเมริกาก็ยังคงพิจารณาต่ออายุมาตรการกับไทยมาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนเรื่องระยะเวลาที่จะนำมาใช้ในการพิจารณาต่ออายุก็พิจารณาได้จากแนวทางคำตัดสินของคดี US – Oil Country Tubular Goods Sunset Reviews เช่นกันโดยพิจารณาได้จากผลการพิจารณาซึ่งระบุว่า “การพิจารณาถึงแนวโน้มที่จะนำไปสู่การเกิดขึ้นต่อไปหรือก่อให้เกิดอีกครั้งซึ่งความเสียหายนั้น ไม่จำเป็นต้องกำหนดกรอบระยะเวลาในการพิสูจน์ เพียงแต่การพิสูจน์ถึงแนวโน้มฯ ดังกล่าวต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่เพียงพอที่จะทำให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสามารถมีผลการพิจารณาที่ชอบด้วยเหตุผลและเหมาะสมพอ และการพิสูจน์ความเสียหายก็ต้องอยู่บนพื้นฐานดังกล่าวเช่นกัน แม้จะไม่มีการกำหนดกรอบระยะเวลาไว้ก็ตาม”

“ดังนั้นจึงเห็นว่า การพิจารณาต่ออายุมาตรการ AD สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศไทยก็ควรพิจารณาถึงแนวโน้มการทุ่มตลาด และความเสียหายที่จะฟื้นคืนมา เช่น พฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมยังคงมีอยู่หรือไม่ ความสามารถในการผลิต (กำลังการผลิตส่วนเหลือ) และการส่งออก (ปริมาณการส่งออกไปทั่วโลก) ยังคงมีอยู่หรือไม่ และไม่ควรนำผลประกอบการของอุตสาหกรรมภายในแค่ช่วงใดช่วงหนึ่งมาเป็นเหตุผลสำคัญในการต่ออายุ หรือยุติมาตรการ”ศาสตราจารย์ ทัชมัย กล่าว

ด้าน นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอบางสะพาน และนายวิเชียร เกตุงาม รองประธานชมรมฯ ให้ความเห็นว่า การยุติมาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบด้านลบที่รุนแรงต่อคุณภาพชีวิต ระบบเศรษฐกิจ การจ้างงาน รายได้ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อย่างแน่นอน

เนื่องจากผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนรายใหญ่ของคนไทย คือ กลุ่มเหล็กสหวิริยา ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ในพื้นที่อำเภอบางสะพานมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการจ้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างมากมาย ลำพังจะอาศัยภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ก็ยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ ในเรื่องของราคาผลผลิตการเกษตรที่ผันผวนตลอดเวลา โดยเฉพาะราคามะพร้าว ซึ่งเป็นพืชหลักของเกษตรกรประจวบคีรีขันธ์ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐทบทวนมาตรการนำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนจากต่างประเทศใหม่ และส่งเสริมผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมของคนไทย

แหล่งที่มา :ฐานเศรษฐกิจ

บริการผลิตเหล็กความยาวพิเศษ หรือ Customized Length Service

บริการผลิตเหล็กความยาวพิเศษ หรือ Customized Length Service

     ปกติแล้วเหล็กรูปพรรณรีดร้อนที่มีขายตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วๆ ไปจะมีความยาวมาตรฐานอยู่ที่ 6 เมตร ,9 เมตร และ 12 เมตร การนำมาใช้งานบางครั้งก็ต้องมีการตัดเหล็กรูปพรรณให้ได้ตามความยาวที่ออกแบบไว้

 

ทำให้ต้องทิ้งเหล็กบางส่วน ซึ่งจะเป็นเศษเหล็ก(Scrap Waste) ที่ไม่สามารถนำไปใช้ในงานได้ และ Scrap Waste ที่เกิดขึ้นยังเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการต้องแบกรับ

SYS จึงมีบริการผลิตเหล็กความยาวพิเศษ หรือ Customized Length Service ด้วยการผลิตเหล็กรูปพรรณรีดร้อนตามความยาวที่ต้องการ และได้ประโยชน์จากการใช้เหล็กมากขึ้นถึง 5 ต่อ
.
✅ ต่อที่ 1 ได้เหล็กตามความยาวที่ต้องการ เพราะ SYS ผลิตเหล็ก 1 ครั้งมีความยาวราว 72 เมตร ทำให้เพียงพอต่อการตัดแบ่งได้ตามความยาวที่ต้องการ ซึ่งเหมาะกับโรงงานหรืออาคารที่ใช้เหล็กขนาดเท่ากันหลายๆ ท่อน การใช้ Customized Length จะช่วยให้งานก่อสร้างเร็วและแม่นยำขึ้น

✅ ต่อที่ 2 ประหยัดเวลา เพราะคนงานไม่ต้องมานั่งตัดเหล็กที่หน้างานให้เสียเวลา การใช้งาน Customized Length สามารถยกติดตั้งได้ทันที งานก่อสร้างจึงดำเนินการและเสร็จสิ้นได้เร็วขึ้น

✅ ต่อที่ 3 ประหยัดงบประมาณภาพรวม เพราะ การใช้ Customized Length ทำให้มีการขนส่งเหล็กตามน้ำหนักและจำนวนที่ต้องการจริงๆ ทั้งยังไม่ต้องเสียงบประมาณในการจัดการเหล็กเอง จึงควบคุมงบประมาณการก่อสร้างให้อยู่ในเกณฑ์ได้และได้วัสดุโครงสร้างที่มีคุณภาพมากขึ้น

✅ ต่อที่ 4 ไม่มีเศษเหล็กเหลือทิ้ง เพราะความยาวพิเศษที่ผู้ใช้งานได้สั่งซื้อมายังโรงงานของ SYS จึงไม่มีเศษเหล็กให้จัดการที่หน้างาน

✅ ต่อที่ 5 ออกแบบได้ยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะ Customized Length สามารถตัดได้ตามต้องการ ส่งผลให้วิศวกรและสถาปนิกสามารถออกแบบความยาวของอาคารได้อย่างอิสระมากขึ้น โดยไม่ต้องผูกติดกับความยาวมาตรฐาน งานก่อสร้างและออกแบบจึงตรงกับความต้องการของทุกฝ่ายได้มากขึ้น

.

ปัญหาเรื่องความยาวเหล็กจะหมดไป วิศวกรและสถาปนิกสามารถออกแบบได้อย่างอิสระ ผู้รับเหมาได้วัสดุที่คุ้มค่า และเจ้าของโครงการได้อาคารตามต้องการ

Cr. SYS Customized Length

ความท้าทายเศรษฐกิจ พลิกฟื้นอุตสาหกรรมเหล็กไทยปี 2566

ความท้าทายเศรษฐกิจ พลิกฟื้นอุตสาหกรรมเหล็กไทยปี 2566

“อุตสาหกรรมเหล็ก” ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยยังมีความสามารถ และเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของประเทศไทยได้ แต่เช่นเดียวกับทุกภาคเศรษฐกิจของประเทศ “วิกฤติโควิด” ได้ส่งผลกระทบต่อ “ความต้องการใช้เหล็กทั่วโลก”

ขณะเดียวกัน “ธุรกิจเหล็กไทย” ยังต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาพลังงาน และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กทั่วโลกของจีนลดทอนขีดความสามารถการแข่งขันทางการค้า

โดยที่ผ่านมา ภาคเอกชนไทย โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้พยายามแก้ปัญหา อุดช่องโหว่ และเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมเหล็กไทยมาโดยตลอด แต่ส่วนหนึ่งก็ยังต้องการการสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นจากภาครัฐ เพื่อร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้เป็น “อุตสาหกรรมพื้นฐาน” ที่ส่งเสริมภาคการผลิต และการก่อสร้างในประเทศไทยและแข่งขันได้ในเวทีโลก

ขณะที่ทิศทางของอุตสาหกรรมเหล็กในปี 2566 นั้น “นาวา จันทนสุรคน” ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) วิเคราะห์ว่า “ราคาสินค้าเหล็กในตลาดโลกปี 2565 ที่ขึ้นไปสูงในไตรมาส 2 ได้ปรับลงตั้งแต่ไตรมาส 3 น่าจะถึงจุดต่ำสุดในไตรมาสสี่นี้ จากนั้นราคาจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ ตามภาวะ เศรษฐกิจของโลกและแต่ละภูมิภาค”

อย่างไรก็ตาม ปี 2566 คาดว่าความต้องการใช้เหล็กของโลกจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% เป็น 1,814.7 ล้านตัน โดยจีนซึ่งใช้ เหล็กมากที่สุดในโลก จะมีความต้องการใช้เหล็กทรงตัวที่ 914 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 50.4% ของทั้งโลก หรืออาจมีทิศทางบวก หากรัฐบาลจีนผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ป้องกันโควิด

ในขณะที่บางภูมิภาคของโลก จะประสบปัญหาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง ได้แก่ รัสเซีย ยูเครน และกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) ซึ่งความต้องการใช้เหล็กปีหน้าถดถอย ลงต่อเนื่องอีก 6.7% กลุ่มประเทศยุโรป ความต้องการใช้ลดลงต่อเนื่องอีก 1.3% ส่วนกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ จะมีความต้องการใช้เพิ่ม 3.9% เป็น 71.1 ล้านตัน และอาเซียนจะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นราว 6% เป็น 81.4 ล้านตัน

สำหรับประเทศไทย ความต้องการใช้เหล็กปี 2566 น่าจะฟื้นตัวใกล้เคียงกับปี 2564 ราว 18.6 ล้านตัน เนื่องจากผลเชิงบวกทางธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่ดีขึ้น รวมทั้งการก่อสร้างภาครัฐที่ยังเดินหน้าต่อเนื่อง จากงบลงทุนกว่า 400,000 ล้านบาท ในงบประมาณปี 2566 แม้การก่อสร้างภาคเอกชนอาจยังเผชิญปัญหาสืบเนื่องจากภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งทำให้ต้นทุนการก่อสร้างสูง

แหล่งที่มา : Thairath
อ่านต่อได้ที่ https://www.thairath.co.th/
การนำเข้าและส่งออก เหล็กกล้าไร้สนิมของจีน ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนตุลาคม

การนำเข้าและส่งออก เหล็กกล้าไร้สนิมของจีน ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนตุลาคม

ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมของจีน มีจำนวนทั้งสิ้น 2.7566 ล้านตัน และส่งออกทั้งสิ้น 3.7599 ล้านตัน

ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 310,900 ตัน เพิ่มขึ้น 38,700 ตัน หรือ 14.23%  เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 48,600 ตัน มีอัตราการเติบโต 18.53%

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 2.7566 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 337,400 ตัน โดยมีอัตราการเติบโตที่ 13.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน

ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีนจากอินโดนีเซียอยู่ที่ 272,000 ตัน เพิ่มขึ้น 37,200 ตัน โดยเพิ่มขึ้น 15.84% เทียบจากเดือนก่อน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 57,600 ตัน ขยายตัว 26.87%

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 จีนนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมจากอินโดนีเซียทั้งหมด 2.3384 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 501,700 ตัน หรือ 27.32% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในเดือนตุลาคม 2022 การส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมของจีนจะอยู่ที่ 295,800 ตัน เพิ่มขึ้น 14,900 ตันหรือ 5.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนก่อน  และลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 22,200 ตัน หรือ 6.99%

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 ปริมาณการส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมทั้งหมดของจีน สูงถึง 3.7599 ล้านตัน โดยเพิ่มขึ้น 136,100 ตันหรือ 3.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในเดือนตุลาคม 2022 การนำเข้าเหล็กกล้าไร้สนิมสุทธิของจีนอยู่ที่ 15,100 ตัน

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2022 ยอดส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมสุทธิของจีนอยู่ที่ 1.0033 ล้านตัน ลดลง 20.14 ล้านตัน หรือ 16.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

แหล่งที่มา : Steelhome, CISA

HRC ในเอเชียเพิ่มขึ้น เนื่องจากเงินหยวนแข็งค่าขึ้น และการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านโควิดของจีน

HRC ในเอเชียเพิ่มขึ้น เนื่องจากเงินหยวนแข็งค่าขึ้น และการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านโควิดของจีน

วันที่ 5 ธ.ค. ความเชื่อมั่นของเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนในตลาดในเอเชียเป็นบวก ตามแนวโน้มจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากเงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยผู้ซื้อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไล่ตามอย่างช้าๆ

Platts ประเมิน HRC SS400 หนา 3 มม. ที่ราคา $550/ตัน FOB ประเทศจีน ราคาเพิ่มขึ้น $7/ตันจากวันก่อน คอยล์เกรดเดียวกันจัดส่ง CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราคาเพิ่มขึ้น $2/ตัน จากช่วงเวลาเดียวกันมีราคาที่ $544/ตัน

ผู้เข้าร่วมในตลาดเหล็ก ติดตามการประกาศของจีนที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบของ COVID-19 ที่ผ่อนคลายในบางเมือง ซึ่งเป็นสัญญาณการผ่อนปรนเพิ่มเติมอาจตามมาในเร็วๆ นี้ หลังจากปิดเมืองอย่างเข้มข้นมากว่าสามปี บังคับกักตัวในสถานที่ส่วนกลางและตรวจคนนับล้าน ซึ่งทำให้เศรษฐกิจพังทลาย ด้วยความเชื่อมั่นเชิงบวกที่มีอยู่ โรงงานของจีนมีแนวโน้มที่จะส่งออกน้อยลงตามราคาที่เสนอขายในสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าการลดลงครั้งสุดท้าย ที่ Platts ประเมินราคา SS400 FOB ประเทศจีน คือเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน

“สินค้าคงคลังของจีนอยู่ในระดับต่ำ สำหรับระยะสั้น (ภายในช่วงสองสัปดาห์) โดยส่วนตัวแล้วฉันคิดว่า การขึ้นนั้นง่ายกว่าการลดลง แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับการส่งออก” ผู้ค้าในหางโจวกล่าว “ผู้ซื้อจากต่างประเทศไม่กระตือรือร้นที่จะไล่ตามเนื่องจากต้นทุน โรงงานในจีนจึงไม่เต็มใจที่จะลดข้อเสนอขายลง ซึ่งทำให้ยากต่อการจับคู่ราคาและมีข้อตกลงซื้อขาย

โรงงานเอกชนรายใหญ่ของจีนได้เพิ่มข้อเสนอขายรายสัปดาห์ขึ้น $20/ตัน โดยมีข้อเสนอขาย SS400 ที่ระดับ $570-$585/ตัน FOB

“การพุ่งสูงขึ้นของราคาสินค้าส่งออกนั้นรุนแรงเกินกว่าที่ผู้ซื้อรายใดจะยอมรับได้ พวกเขาต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการพิจารณาระดับราคานี้” ผู้ค้ารายหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนกล่าว

“ราคาที่เพิ่มขึ้น $20-$30/ตัน จากสัปดาห์ที่แล้ว สาเหตุหลักมาจากการแข็งค่าของเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น” ผู้ค้าภาคตะวันออกของจีนกล่าว

ขณะที่ตลาดซื้อขายล่วงหน้ามีความแข็งแกร่ง ในเซี่ยงไฮ้ ราคาสปอต HRC Q235 ขนาด 5.5 มม. ได้รับการประเมินที่ราคา 3,970 หยวน/ตัน ($571.09/ตัน) ex-stock ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ราคาเพิ่มขึ้น 30 หยวน/ตัน จากวันก่อน ใน Shanghai Futures Exchange สัญญาที่มีการซื้อขายมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม 2023 ปิดที่ 3,914 หยวน/ตัน

ในขณะที่ข้อเสนอขายส่วนใหญ่ของจีนที่เสนอให้เวียดนาม ราคาเพิ่มขึ้นและแตะที่ $570-$580/ตัน ผู้ซื้อจะต้องหาระดับราคาที่สมเหตุสมผลที่ $545-$550/ตัน แม้ว่าผู้เข้าร่วมตลาดจะมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคตก็ตาม

 

“ตลาดไม่ค่อยดีนัก และมีสินค้าคงคลังจำนวนมากที่มีการจองราคาสูงก่อนหน้านี้” ผู้ค้าในเวียดนามกล่าว “หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อาจมียอดจองเล็กน้อยที่ระดับราคา $565/ตัน แต่น่าจะอยู่ในเดือนมกราคม”

“ความเชื่อมั่นดูเหมือนจะดีขึ้นในเวียดนามสองสามวันมานี้ เนื่องจากตลาดหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 20%” เทรดเดอร์รายที่สองในเวียดนามกล่าว

“นี่เป็นเพียงอารมณ์อ่อนไหว ความต้องการยังคงอ่อนแอ และไม่มีแผนการที่เป็นรูปธรรมจากรัฐบาลในการกอบกู้เศรษฐกิจ” ผู้ค้ารายที่สามในเวียดนามกล่าว

นอกจากนี้ HRC SAE1006 ได้รับการประเมินที่ $552/ตัน FOB ประเทศจีน เพิ่มขึ้น $7/ตัน จากในวันก่อน การจัดส่งคอยล์เกรดเดียวกัน CFR เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับการประเมินที่ ราคา $547/ตัน เพิ่มขึ้น $2/ตัน ในช่วงเวลาเดียวกัน

ในเวียดนาม ผู้ซื้อรอคอยการเปิดตัวข้อเสนอขายใหม่สำหรับการจัดส่งในเดือนกุมภาพันธ์จากผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน อย่าง Formosa Ha Tinh Steel (FHS) ซึ่งน่าจะเป็นสัปดาห์หน้า ไม่มีข้อเสนอขายจากโรงงานในอินเดีย แม้ว่าผู้ค้าในมุมไบจะชี้ให้เห็นว่าโรงงานในอินเดีย “ต้องการที่ราคา $560/ตัน FOB เป็นระดับอย่างน้อย

“ตอนนี้ฉันอยากรู้เกี่ยวกับข้อเสนอขายจากอินเดีย เนื่องจากโรงงานของจีนดูเหมือนจะดุดันมากไปในการขึ้นราคา ในอีกด้านหนึ่งอุปสงค์ยังไม่ดีขึ้นมากนัก” ผู้ค้ารายหนึ่งในเวียดนามกล่าว
แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า