Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
เหล็กเอชบีม Archives - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0

สหรัฐฯ สั่งเก็บภาษี AD เหล็กนำเข้าจาก 10 ปท. หวังปกป้องบริษัทและแรงงานอุตสาหกรรมเหล็ก

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศเมื่อวานนี้ (26 ส.ค.) ว่า ได้ออกข้อกำหนดในการเรียกเก็บภาษีป้องกันการทุ่มตลาด (anti-dumping duties – AD) และภาษีตอบโต้ (countervailing duties -CVD) กับ 10 ประเทศ หลังจากทำการสอบสวนเกี่ยวกับการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กที่ทนทานต่อการกัดกร่อน

กระทรวงพาณิชย์ระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อกำหนดดังกล่าวครอบคลุมการนำเข้าสินค้าดังกล่าวมูลค่ารวม 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากประเทศออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ ไต้หวัน ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวียดนาม

การสอบสวนของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ พบว่า ประเทศเหล่านี้มีพฤติกรรมทุ่มตลาดผลิตภัณฑ์เหล็กทนการกัดกร่อน โดยขายในราคาต่ำเกินไปอย่างไม่เป็นธรรม หรือมีการให้เงินอุดหนุนที่ทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม ส่งผลให้ผู้ผลิตในสหรัฐฯ ได้รับความเสียเปรียบอย่างมาก

ทั้งนี้ เหล็กทนการกัดกร่อนส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในการผลิตรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ซึ่งการดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์มีเป้าหมายเพื่อปกป้องบริษัทและแรงงานในอุตสาหกรรมเหล็กของสหรัฐฯ จากพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม

แหล่งที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/12742325

มิลล์คอน สตีล กลับมาผลิตเหล็กอีกครั้งตั้งเป้ากว่า 800,000 ตันต่อปี

มิลล์คอน สตีล กลับมาผลิตเหล็กอีกครั้งตั้งเป้ากว่า 800,000 ตันต่อปี

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การกลับมาผลิตในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นตัวของมิลล์คอน แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับอุตสาหกรรมเหล็กและคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ ว่าบริษัทมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี และคุณภาพการผลิต เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่

ซึ่งผลประกอบการไตรมาส 2/2568 ได้สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณบวกที่ชัดเจน โดยกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรืออีบิทด้า (EBITDA) ได้พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 159 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน และเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต

ทั้งนี้ มิลล์คอนฯมีแผนที่จะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากหนึ่งโรงงาน และเตรียมขยายสู่การผลิตที่จังหวัดระยองและมิลล์คอน บูรพา ในระยะถัดไป รองรับความต้องการใช้เหล็กมาตรฐานคุณภาพของตลาดที่เพิ่มขึ้น

สำหรับการกลับมาผลิตในครั้งนี้ มิลล์คอนฯยังได้พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตด้วย เทคโนโลยีเตาหลอมไฟฟ้า Electric Arc Furnace (EAF) ที่สามารถหลอมเศษเหล็กได้ทุกประเภท ควบคุมคุณภาพได้แม่นยำ มีความบริสุทธิ์สูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับการผลิตเหล็กตามมาตรฐานอุตสาหกรรมของไทย (มอก.) โดยบริษัทวางเป้าหมายกลับมาผลิตเหล็กอีกครั้งในปริมาณกว่า 800,000 ตันต่อปี

อย่างไรก็ตาม มิลล์คอนฯย้ำจุดยืนในการ “ฟื้นคืนชีพ” สู่อุตสาหกรรมเหล็ก พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทเหล็กชั้นนำที่แข็งแกร่งอีกครั้ง และสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/economy/news-1867848

ไทยรับมือสินค้าเหล็กจากต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง

ไทยรับมือสินค้าเหล็กจากต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง

ไทยรับมือสินค้าเหล็กจากต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ให้ความเป็นธรรมต่อผู้นำเข้าเหล็ก หากมีการนำเข้าตามกลไกของราคาปกติ ไม่มีการทุ่มตลาดหรืออุดหนุนด้านราคา

นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า คต. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการปกป้องและรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของไทยที่คำนึงถึงทุกภาคส่วน ซึ่งในส่วนของการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า ไทยมีกฎหมายว่าด้วยการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (Anti – Circumvention : AC) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ได้รับความเสียหายจากการหลบเลี่ยงมาตรการ และใช้ในการแก้ไขปัญหาการเลี่ยงการชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti – Dumping : AD) และอากรตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD)

ข้อมูลสถิติจาก Worldsteel Association ได้รายงานว่า ในปี 2565 ประเทศที่มีการนำเข้าเหล็กสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ สหภาพยุโรป 48.1 ล้านตัน สหรัฐอเมริกา 28.9 ล้านตัน และ เยอรมัน 21 ล้านตัน สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้าเหล็กในปริมาณ 13.4 ล้านตัน เป็นอันดับที่ 8 ของโลก สำหรับสถานการณ์การนำเข้าเหล็กของไทยในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2566 ตามข้อมูลของ Global Trade atlas

พบว่าไทย มีปริมาณการนำเข้า 4.41 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 3 ประเทศหลักที่มีสัดส่วนการนำเข้าสูงสุด ได้แก่  จีน (42.76%) ญี่ปุ่น (37.31%) และ เกาหลีใต้ (12.15%) จากการนำเข้ารวมทั้งหมด สำหรับประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเหล็กรายใหญ่ของโลก ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 จีนมีการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งสิ้น 29.7 ล้านตัน โดย 5 ประเทศแรกที่จีนมีการส่งออกมากที่สุด ได้แก่  เกาหลีใต้ 3 ล้านตัน (10.10%)   เวียดนาม 2.7 ล้านตัน (9.26%)   ตุรกี 2.2 ล้านตัน (7.35%) ไทย 1.8 ล้านตัน (6.28%) และ สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ 1.3 ล้านตัน (4.54%) ของการส่งออกรวมทั้งหมด

ทั้งนี้สนับสนุนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบหรือข้อตกลงทางการค้า เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคให้ได้ของมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และปกป้องและรักษาผลประโยชน์ทางการค้า จะกำกับและดูแลให้มีการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย อย่างไรก็ดี หากผู้ประกอบการมีข้อกังวล หรือได้รับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเกิดจากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยอาจเป็นการทุ่มตลาดหรือมีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด สามารถขอคำปรึกษาเกี่ยวกับข้อกำหนดในการยื่นคำขอให้ คต. เปิดไต่สวนมาตรการ AD หรือ AC เพิ่มเติมได้

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการไต่สวนเพื่อกำหนดใช้มาตรการ AD หรือ AC เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนตามที่ พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฯ กำหนด ซึ่งเป็นกระบวนการที่โปร่งใส รับฟังข้อมูลข้อคิดเห็นจากทุกฝ่าย และข้อมูลที่นำมาใช้พิจารณามีการตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดรอบคอบ สำหรับในขั้นตอนการเปิดไต่สวนนั้น เมื่อคต. ได้ตรวจสอบข้อมูลคำขอของผู้ยื่นคำขอแล้วพบว่าครบถ้วนถูกต้อง คต. จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาด (ทตอ.) เพื่อพิจารณาเปิดไต่สวนต่อไป ดังนั้นจึงขอให้ภาคเอกชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ความเชื่อมั่นในการกระบวนการไต่สวนและการดำเนินการกรม
แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

SYS PRIMERBOND (ไพรเมอร์บอนด์) เหล็กพร้อมทำสีรองพื้นกันสนิมจากโรงงาน

SYS PRIMERBOND (ไพรเมอร์บอนด์) เหล็กพร้อมทำสีรองพื้นกันสนิมจากโรงงาน

SYS PRIMERBOND (ไพรเมอร์บอนด์)

เหล็กพร้อมทำสีรองพื้นกันสนิม เรียบร้อยมาจากโรงงาน ช่วยรักษาเนื้อเหล็กให้ทนทานแข็งแรง แม้ต้องเจอกับอากาศหน้าฝนที่มีความชื้นสูง อีกทั้งยังช่วยลดการสร้างฝุ่นละอองหรือ PM 2.5 ที่หน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เราก่อสร้างอาคารโครงสร้างเหล็กได้อย่างมั่นคงแข็งแรงและรวดเร็ว โดยไม่รบกวนคุณภาพของอากาศรอบข้าง

การเลือกใช้ SYS PRIMERBOND ช่วยปกป้องโครงสร้างได้ดีกว่าหากเทียบกับการใช้เหล็กโครงสร้างทั่วไป นั่นเพราะเมื่อเราสั่งเหล็กทั่วไปมาใช้ ในขณะที่กองเก็บเอาไว้เพื่อรอการทำความสะอาดและทำสี เหล็กโครงสร้างอาจสัมผัสกับความชื้นและฝุ่น จนทำให้เกิดสนิมหรือมีฝุ่นเกาะจนทำให้การลงสีไม่ได้มาตรฐานได้ นอกจากนี้การเตรียมผิวและพ่นสีเองที่หน้างานยังทำให้เกิดฝุ่นละอองรบกวนพื้นที่รอบข้างด้วย ซึ่งส่งผลให้คุณภาพอากาศแย่ลงได้

แตกต่างกับ SYS PRIMERBOND ที่เป็นวัสดุเหล็กที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วมาจากที่โรงงาน ทั้งการแปรรูปขนาดชิ้นส่วนและการทำสีกันสนิม ทำให้ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองในอากาศได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำมากองเก็บที่หน้างานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้น รวมถึงสามารถยกติดตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมผิว เพราะ SYS PRIMERBOND ผ่านการทำความสะอาดผิวเหล็กด้วยวิธีการพ่นทราย ที่เป็นการทำความสะอาดที่ดีที่สุด ทั้งยังผ่านขั้นตอนการพ่นสีที่ได้มาตรฐานมาแล้ว

การเลือกใช้งานวัสดุก่อสร้างที่มีการปกป้องเนื้อเหล็กและคุณภาพอากาศที่ดี อย่าง SYS PRIMERBOND จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เราได้ทั้งคุณภาพงานก่อสร้างและคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นได้จริง ไม่ว่าจะฤดูกาลหรือสภาพอากาศแบบไหน ก็ใช้งานได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องสนิมและฝุ่นละอองอีกต่อไป

black-i-beam-1-150x150 black-h-beam-1-150x150 black-cut-beam-2-150x150

black-channel-3-150x150 black-angle-2-150x150

SYS PRIMERBOND (ไพรเมอร์บอนด์) ช่วยปกป้องโครงสร้างได้ดีกว่าหากเทียบกับการใช้เหล็กโครงสร้างทั่วไป เพราะระหว่างการเก็บรอเพื่อใช้งาน เหล็กอาจสัมผัสกับความชื้นและฝุ่น จนทำให้เกิดสนิม หรือฝุ่นเกาะ จนทำให้การลงสีไม่ได้มาตรฐาน การเลือกใช้ SYS PRIMERBOND ไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้น รวมถึงสามารถยกติดตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมผิว จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ได้งานก่อสร้างที่มีคุณภาพ แม้ต้องเจอกับอากาศในหน้าฝน

สถานการณ์รายสัปดาห์ตลาดเหล็กของจีน ช่วง15-18 พ.ค. 23

สถานการณ์รายสัปดาห์ตลาดเหล็กของจีน ช่วง15-18 พ.ค. 23

สถานการณ์รายสัปดาห์ตลาดเหล็กของจีน ช่วง15-18 พ.ค. 2023

img_25641123_142023

เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล็ก: ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดีในสัปดาห์ที่ผ่านมา (15-18 พ.ค. 23) ราคาเหล็กในประเทศโดยรวมเพิ่มขึ้น ราคาเหล็กก่อสร้าง (construction steel) เพิ่มขึ้น 50-90 หยวน/ตัน ราคาเหล็กแผ่นหนา (plate) เพิ่มขึ้น 10-50 หยวน/ตัน ในตลาดส่วนใหญ่ ราคาของ HRC เพิ่มขึ้น 10-80 หยวน/ตัน และราคาของ CRC เพิ่มขึ้น 20-30 หยวน/ตัน ในบางตลาด

ในส่วนของเหล็กกล้าไร้สนิม (stainless steel) เกรด 304 ราคาลดลง 150-300 หยวน/ตัน เกรด 201 ราคาลดลง 50 หยวน/ตัน และเกรด 430 ราคายังคงทรงตัว

เกี่ยวกับสินค้าคงคลัง: ในสัปดาห์นี้ สินค้าคงคลังเหล็กภายในประเทศทั้งหมดอยู่ที่ 20.9581 ล้านตัน ลดลง 1.0118 ตัน เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว โดยสินค้าคงคลังในตลาดลดลง 484,800 ตัน และสินค้าคงคลังของโรงงานเหล็กลดลง 527,000 ตัน

เกี่ยวกับการผลิต: ในสัปดาห์นี้ อัตราการดำเนินงานเตา BF ของโรงงานเหล็กในประเทศอยู่ที่ 90.89% เพิ่มขึ้น 0.72% ในขณะที่อัตราการดำเนินงานของเตา EAF อยู่ที่ 55.44% ลดลง 2.72%

แหล่งที่มา : [SteelHome]

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า